Mag-log in"วันนี้กูเจอเอย เอยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงให้กูได้เห็น เธอยอมรับว่าอยากจับกู ทั้งยังขู่จะเปิดเผยเรื่องของเราให้จีนรู้ ทั้ง ๆ ที่กูควรโกรธ ควรจะรังเกียจเธอให้มากกว่านี้... แต่ลึก ๆ กูกลับยังต้องการเอยวะ" เขาแผดเสียงเข้มออกมาอย่างไม่เข้าใจตัวเอง "แต่กูจะไม่มีวันยอมให้เธอทำสำเร็จหรอก! คนที่ควบคุมทุกอย่างได้ต้องเป็นกูเท่านั้น"
"นายครับ... ถ้านายไม่อยากให้คุณเอยทำสำเร็จ นายก็แค่เลิกยุ่งกับเธอ" ครามพูดเตือนสติ "ยิ่งนายหลงคุณเอยจนกลืนน้ำลายตัวเองแบบนี้ ก็เท่ากับนายกำลังเดินตามเกมของเธอ สิ่งสำคัญคือนายกำลังจะหมั้นในอีกไม่นานนี้แล้ว ทางที่ดี... ผมว่านายควรรามือจากคุณเอยไปซะเถอะครับ อย่าปล่อยให้ความต้องการของตัวเองทำลายทุกอย่างจนพัง เพราะคนที่สามารถควบคุมทุกอย่างได้แบบนาย สุดท้ายกลับถูกคุณเอยควบคุม มันคงไม่ใช่เรื่องดีนะครับ"
"เหอะ!" อรรถพลแสยะยิ้มร้ายอย่างคนถือดี มันก็ดูท้าทายดีไม่ใช่เหรอ? "มึงรู้อะไรไหม มันน่าตลกตรงที่ตอนนี้ กูอยากได้ผู้หญิงน่ารังเกียจแบบเอยมาเป็น 'เมียน้อย' และควบคุม... ปราบพยศเธอให้เชื่องราวกับสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง"
"นาย! คุณจีนไม่ยอมแน่ครับ!" ครามเบิกตาโพลงกับสิ่งที่ได้ยิน นี่ไม่ใช่การตัดสินใจของคนที่มีสติสมบูรณ์เลยสักนิด เจ้านายของเขาเมาจนบ้าไปแล้ว!
"หึ!" อรรถพลไม่สนคำทัดทาน "ของที่กูอยากได้ สุดท้ายกูก็ต้องได้มา! ถ้าเอยยังรักกู อยากจับกู การให้เธออยู่ในสถานะเมียน้อย กูเชื่อว่าเอยต้องยินยอมแน่"
'เอยไม่อยากเป็นแค่นางบำเรอ เอยอยากเป็นมากกว่านั้น'
ทว่าคำพูดท้าทายในห้องน้ำยังคงดังก้อง ผู้หญิงที่เริ่มมีความทะเยอทะยานจะร้ายกาจกว่าเดิมหลายเท่า และเขาอาจจะควบคุมเธอไม่ได้เหมือนเดิม...
แต่มันก็ดูท้าทายดีนะ เพราะมันทำให้เขาอยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะควบคุมเอยให้เชื่องไม่ได้ และคนอย่างเขาไม่มีทางที่จะถูกเอยควบคุมได้ หากไม่เป็นฝ่ายยอมเธอเอง...
แค่เงินถึง เขาเชื่อว่ามันจะทำให้เอยยอมสยบ ยอมอยู่ใต้โอวาทและยอมอยู่ในที่ของเธอตลอดไป
เขาเชื่ออย่างนั้น...
"ผมว่า ตอนนี้นายควรมีสตินะครับ อย่าให้ความต้องการชั่ววูบมาทำลายเส้นทางที่นายเลือก" ครามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเจ้านาย "เส้นทางนี้ไม่ควรมีคุณเอย ตอนนี้นายได้ทั้งความเหมาะสม เกียรติยศ และคู่หมั้นที่สังคมยอมรับ อย่าเอาคุณเอยมาแปดเปื้อนชีวิตที่สมบูรณ์แบบของนายเลยครับ มันไม่คุ้มเสีย"
ครามเว้นจังหวะหายใจก่อนจะทิ้งท้าย "อีกอย่าง ผมว่าคุณเอยไม่มีทางยอมเป็นเมียน้อยของนายแน่ ๆ ตอนนี้เธอคบกับรองประธานสายการบินระดับประเทศนะครับ เธอจะยอมมาเป็นเมียน้อยของนายงั้นเหรอ ผมว่าไม่มีทางครับ ...หรือถ้านายต้องการคุณเอยจริงๆ ก็ยกเลิกงานแต่งไปซะ แล้วก็ยอมรับหัวใจตัวเองให้ได้ว่ารักคุณเอยเข้าให้แล้ว ยอมรับว่านายขาดคุณเอยไม่ได้ และนายก็กลับไปหาคุณเอย สารภาพกับเธอไปซะว่านายรักเธอ แบบนี้ผมว่ายังมีโอกาสที่เธอจะยอมกลับมาอยู่ข้างกายนายนะครับ"
"..."
เขานี่น่ะเหรอจะรักและขาดเอยไม่ได้? คนอย่าง อรรถพล สุริยาเดชสกุล ไม่มีทางยอมให้ผู้หญิงอย่างเอยมีอิทธิพลเหนือหัวใจได้เด็ดขาด!
เขาจะยอมแลกอนาคตของตัวเอง เพียงเพราะความต้องการในตัวผู้หญิงเพียงคนเดียวเนี่ยนะ?
ไม่มีทาง!
"มึงกลับไปเถอะคราม... กูรู้แล้วว่าต้องทำยังไง ขอบคุณที่เตือนสติกู" ความคิดฟุ้งซ่านไร้สาระอันตรธานหายไปเมื่อเริ่มได้สติ น้ำเสียงของอรรถพลกลับมาเรียบสนิทและเย็นเยียบอีกครั้ง
เขาไม่ควรเป็นแบบนี้... หยุดคิดจะทำอะไรบ้า ๆ ซะอรรถ!
อรรถพลตัดสินใจสลัดความคิดบ้าบอทิ้งไป บอกตัวเองอย่างหนักแน่นว่าจะไม่ยอมให้เอยมีอิทธิพลต่อเขาไปมากกว่านี้
ความต้องการนี้เป็นเพียงอารมณ์ชั่ววูบ...
เอยเป็นแค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อก็เท่านั้น! เขาไม่ได้รักเธอ... และสักวันหนึ่งความลุ่มหลงที่น่ารำคาญนี้มันจะจางหายไปเอง
หลังจากที่ครามกลับไป อรรถพลเริ่มรวบรวมสติที่กระจัดกระจายให้คืนกลับมา เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่มั่นคงอีกครั้ง นิ้วหนาบดขยี้ดับบุหรี่ลงในที่เขี่ยอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในห้องน้ำ ปล่อยให้สายน้ำเย็นจัดที่รดรินลงมาบนบ่ากว้างช่วยชะล้างทั้งกลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นบุหรี่ให้จางหายไป
อรรถพลหลับตานิ่ง ปล่อยให้ความเย็นเยียบแทรกซึมเข้าสู่ผิวหนังเพื่อเรียกความสดชื่นและขับไล่ความมึนเมาที่ยังหลงเหลืออยู่ให้สิ้นซาก
อืม...
เพราะใบหน้าหวานและกลิ่นกายที่ยังติดจมูก ทำให้อรรถพลจำต้องช่วยตัวเองเพื่อปลดปล่อยอารมณ์ที่ค้างคา เขาไม่คิดจะเรียกดาราหรือนางแบบคนไหนมาสนองความใคร่ เพราะเรียกมาก็เท่านั้น ในเมื่อในหัวของเขามีแต่ภาพของเอย...
เขาทำอะไรกับใครไม่ได้เพราะมีแต่หน้าเอยอยู่เต็มหัว มันน่ารำคาญตัวเองก็ตรงนี้แหละ!
อืม...
เมื่อจัดการตัวเองจนเรียบร้อยแล้ว อรรถพลในชุดคลุมอาบน้ำตัวยาวก็ก้าวขึ้นเตียงนอนขนาดคิงไซส์ภายในห้องนอนสุดหรู เขาเอนกายลงพลางข่มตาหลับ
นับจากนี้เขาจะกลับมาเป็น อรรถพล สุริยาเดชสกุล คนเดิมที่เด็ดขาดและเย็นชามากพอที่จะควบคุมทุกอย่างให้อยู่ในกำมือได้ดีกว่าวันนี้!
หลายวันต่อมา...
ภายในห้องทำงานสุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า อรรถพลนั่งจมอยู่ท่ามกลางกองเอกสารหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ใบหน้าคมเข้มฉายแววอิดโรยอย่างปิดไม่มิด ซึ่งเป็นผลจากการโหมงานหนักและการพึ่งพาแอลกอฮอล์เพื่อดับความฟุ้งซ่านมาหลายคืนติดต่อกัน
สายตาคมกริบกวาดมองตัวเลขในรายงานไตรมาส ทว่าความสนใจทั้งหมดกลับถูกฉุดดึงไปยังเสียงประกาศจากหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่บนผนัง ซึ่งกำลังนำเสนอข่าวบันเทิงที่กำลังเป็นประเด็นร้อนอยู่ในขณะนี้
"และนี่คือโฉมหน้าของแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ล่าสุดจากสายการบินชาร์นแอร์เวย์สค่ะ... คุณเอยที่กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในรอบหลายปี การกลับมาครั้งนี้กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกโซเชียลทันที ด้วยลุคที่ดูสง่างามและมีออร่าจับสุด ๆ..."
มือที่กำลังถือปากกาของอรรถพลชะงักกึกทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองจอโทรทัศน์เขม็ง
ภาพที่ปรากฏคือเอย ซึ่งอยู่ในชุดเครื่องแบบพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินที่ถูกตัดเย็บอย่างประณีต ขับเน้นรูปร่างเพรียวบางให้ดูโดดเด่น ใบหน้าของเธอที่เคยแสดงท่าทีถือดีใส่เขาเมื่อวันก่อน บัดนี้กลับดูยิ้มแย้มแจ่มใสและเปล่งปลั่งเสียจนมือหนาเผลอกำหมัดแน่น
ดูมีความสุขเหลือเกินนะ!
ภาพในข่าวตัดไปในตอนที่เอยยืนเคียงข้างปอร์เช่ ทั้งคู่ส่งยิ้มให้กันอย่างสนิทสนมท่ามกลางบรรยากาศงานแถลงข่าว ปอร์เช่ถือวิสาสะวาดวงแขนโอบไหล่หญิงสาวไว้อย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยนัยของการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน จนอรรถพลขมวดคิ้วเข้มด้วยความขุ่นมัว
เสียงหยอกเย้าของเหล่านักข่าวและคำตอบโต้ของเอยดำเนินไปอย่างรื่นเริง โดยมีปอร์เช่คอยสอดแทรกมุกตลกอย่างเป็นกันเอง
"แบบนี้จะกลับมารับงานในวงการเต็มตัวเลยไหมคะคุณเอย?" นักข่าวถามด้วยความกระตือรือร้น
เอยคลี่รอยยิ้มหวาน ใบหน้าที่สะสวยฉายแววระรื่นเสียจนคนที่นั่งมองอยู่หน้าจอต้องขบกรามแน่น
"ค่ะ เอยตัดสินใจกลับมารับงานในวงการอีกครั้งแล้วค่ะ" เธอตอบด้วยน้ำเสียงหวานใส ท่าทางกระฉับกระเฉงและเต็มไปด้วยความมั่นใจ
"ถ้าอย่างนั้นพวกเราคงจะได้เห็นคุณเอยบนจอทีวีบ่อยขึ้นแล้วสิคะ นางร้ายอันดับหนึ่งหวนคืนรังแบบนี้แฟน ๆ คงดีใจแย่แน่ๆเลยค่ะ"
"ก็ต้องขอความเมตตาจากผู้จัดทุกท่าน ช่วยจ้างงานเอยด้วยนะคะ แฟน ๆ ก็จะได้ชมผลงานของเอยสมใจ" เอยตอบกลั้วหัวเราะอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่ทัพนักข่าวจะเบนความสนใจไปยังชายหนุ่มข้างกายเธอ
"แล้วในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่อย่างคุณเอย คุณปอร์เช่มีความเห็นยังไงบ้างคะ?"
แม้จะอยู่ในวงล้อมสื่อ แต่ปอร์เช่ยังคงรักษาบุคลิกภูมิฐานและมาดนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
"ครับ... เพราะ 'ถูกใจ' ผมถึงติดต่อมาร่วมงานด้วย และถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากจะร่วมงานกับเอยไปเรื่อย ๆ เลยครับ"
สายตาที่ปอร์เช่ใช้ลอบมองเอยนั้นเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าเพื่อนร่วมงาน จนนักข่าวหลายสำนักเริ่มส่งเสียงแซวกันเกรียวกราว
"ตอนนี้วงในเขากระซิบกันหนาหูมากค่ะ ว่าคุณเอยกับคุณปอร์เช่กำลังซุ่มคบกันอยู่ เรื่องนี้จริงไหมคะ?" นักข่าวช่องหนึ่งรีบจ่อไมค์ถามประเด็นร้อน
เอยรักษาอาการสงบนิ่งด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ปล่อยให้ปอร์เช่เป็นฝ่ายคลายข้อสงสัย
"ตอนนี้จะเรียกแบบนั้นก็คงยังไม่ได้ แต่ที่แน่ ๆ เราสองคนเป็นมากกว่าเพื่อนสนิทกันแน่นอนครับ ...แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นใช้คำเรียกว่าแฟนได้ในตอนนี้"
เสียงฮือฮาดังเซ็งแซ่ขึ้นทันทีที่รองประธานสายการบินหนุ่มประกาศสถานะความรักในตอนนี้อย่างเปิดเผย ซึ่งเอยไม่ได้ปฏิเสธ เธอเพียงแค่ยิ้มรับท่าทีนั้นอย่างมีจริต นักข่าวยิ่งจี้ถามเธอต่อ
"แล้วคุณเอยล่ะคะคิดยังไง รองประธานสายการบินชาร์นแอร์เวย์สออกตัวแรงขนาดนี้แล้ว!"
"จริง ๆ เอยอยากขอให้เวลาเป็นตัวตัดสินค่ะ ถ้าวันไหนสถานะของเราเลื่อนขั้น เอยไม่ปิดบังทุกคนแน่นอนค่ะ ตอนนี้เอยขอลองศึกษาดูใจกันไปเรื่อย ๆ ก่อนนะคะ"
เคร้ง!
บทสัมภาษณ์จบลงกะทันหัน เมื่ออรรถพลกดรีโมตปิดโทรทัศน์อย่างแรงจนแทบจะพังคามือ
เขาไม่อยากได้ยินมันอีก!
"ให้เวลาเป็นตัวตัดสินงั้นเหรอ! เหอะ! คิดว่ามันจะมีวันนั้นจริงๆ เหรอเอย!
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่8คนที่เฝ้ารอเช้าวันต่อมา...เอยตื่นขึ้นมาช่วยยายทำขนมไทยและข้าวต้มมัดตั้งแต่ตีสี่ เพื่อให้ทันใส่บาตรในช่วงเจ็ดโมงเช้า และเริ่มเปิดร้านให้นักท่องเที่ยวเข้ามาซื้อของแต่เช้าตรู่ ร้านของยายเป็นร้านขายของฝากเล็ก ๆ ต่อไปเธอคิดว่าจะทำพวกเครื่องประดับขายด้วยในช่วงที่เธออยู่ที่นี่"ขอบคุณนะคะ วันหน้า
อรรถพลลืมตาขึ้นอีกครั้ง มือหนาล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูแอปพลิเคชันอินสตาแกรม นิ้วเรียวไถฟีดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกดเข้าไปในหน้าโปรไฟล์ของเอย แต่มันกลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จนเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า...โทรศัพท์ของเอยอยู่กับเขา!ในวันที่เขาสั่งรื้อสวนกุหลาบของเธอ เอยกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด คิดว่า
อัคคีหัวเราะเบา ๆ "อย่างน้อยตาอรรถก็จะเป็นฝั่งเป็นฝาก่อนน้อง ๆแล้ว ฝันได้อุ้มหลานแน่นอน ปล่อยเจ้าสองคนนี้ใช้ชีวิตไปก่อนเถอะ เพิ่งอายุยี่สิบแปดกันเอง" อัคคีเข้าใจลูกๆ ดีกว่าพาฝัน แน่นอนเพราะเขาเป็นผู้ชายเหตุใดจะไม่รู้เหตุผลหลัก ๆ ของเด็ก ๆ ที่ยังอยากโสดกัน"โธ่ อายุยี่สิบแปดแล้วนะคะไม่เด็กแล้วนะลูก ๆ
บทที่7ความคิดถึงทางด้านอรรถพลยังคงใช้ชีวิตตามปกติตามแบบฉบับของเขา หลังจากที่พาจีรนาไปพบบิดา มารดามาแล้ว วันนี้เขาก็มีนัดรวมตัวกับสมาชิกในครอบครัวตามคำสั่งของมารดา"ถึงแล้วครับนาย" ครามเอ่ยขึ้นเมื่อรถยุโรปคันหรูจอดสนิทลงที่หน้าโรงแรมหรูในเครือ 'สุริยาเดชสกุลกรุ๊ป'"อืม" อรรถพลกระชับสาบเสื้อสูทให้เ







![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)