Se connecterใบหน้าคมคายสะบัดตามแรงตบ รอยนิ้วมือแดงก่ำค่อย ๆ ปรากฏซ้ำบนแก้มข้างเดิม เอยหอบหายใจรัวเร็ว จ้องมองเขาด้วยแววตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ
"ออกไป!" เอยผลักอรรถพลออกสุดแรง "เราไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้ว! ทำไมถึงเข้าใจยาก เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้!" เอยระเบิดอารมณ์ออกมาทั้งหมด เธอเหนื่อยที่ต้องต่อกรกับเขาแล้วจริงๆ นะ
อรรถพลบีบต้นแขนของเอยแน่นจนกระดูกแทบหัก บดกรามดันกระพุงแก้มที่ถูกตบ จ้องมองเธอด้วยแววตาอำมหิตน่ากลัว
"ไม่เกี่ยวข้องกัน? เหอะ! จะบอกให้นะเอย ถ้าผมอยากจะเอาเอยอีก ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน เอยก็ต้องอ้าขาให้ผมเอา... เพราะผมยังเป็นเจ้าของเอย!!"
"พูดแบบนี้ไม่มีเหตุผลเลยนะคะ? คิดจะทิ้งก็ทิ้ง คิดจะเอาก็เอา... เห็นเอยเป็นตัวอะไร!?"
"จริงๆ เอยควรรู้ตัวนะ ว่าสำหรับผมแล้ว... เอยเป็น 'ตัว' อะไร?"
"..." เอยอ้าปากค้าง สถานะที่เขาตอกย้ำทำให้หัวใจปวดหนึบจนพูดไม่ออก
"...แต่คุณเป็นคนยุติความสัมพันธ์เองนะ!" เอยพูดออกมาด้วยหัวใจที่เหนื่อยล้ากับความไร้เหตุผลของเขา "หรือคุณคิดจะกลืนน้ำลายตัวเอง!" เอยปล่อยให้น้ำตาไหลพราก
"ผมเป็นคนยุติ แล้วยังไง? ถ้าตอนนี้ผมอยากได้เอยอีก ผมก็ต้องได้! และตราบใดที่ผมยังไม่แต่งงาน ผมจะทำอะไรกับใครก็ได้!"
"เลว! ถ้าคุณจีนรู้เข้า เธอจะเสียใจแค่ไหนที่ตัดสินใจแต่งงานกับคุณอรรถ ขนาดเอยที่แค่เคยรักคุณ ยังรู้สึกผิดหวังเลยที่ครั้งหนึ่งโง่งมไปรักคนอย่างคุณ" เอยต่อว่าพลางดิ้นรนอีกครั้ง แต่ยิ่งดิ้นกลับยิ่งถูกร่างแกร่งล็อกเอาไว้อย่างแน่นหนา
"หึ! อย่าทำเป็นห่วงคนอื่นไปหน่อยเลย... เอยเองก็อยากจับผมให้อยู่หมัดเหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ยอมนอนอ้าขาให้ผมเอามาตั้งสามปี แถมยังแหกกฎมาพร่ำบอกว่ารักผมนักหนา ตอนนี้จะมาทำเป็นเล่นตัวทำไมให้เสียเวลา ของมันเคย ๆ แค่ยอมอีกทีมันคงไม่สึกหรอหรอกมั้งครับ?"
"..."
เอยรู้สึกเหมือนร่างกายชาวาบไปถึงหัวใจ คำพูดเหยียดหยามเหล่านั้นกัดกินศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี เขาน่ากลัวเกินไปและดูเหมือนว่าเธอพูดอะไรไป เขาไม่คิดจะฟังมันเลยสักนิด!
ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินความรู้สึก เธอรู้ดีว่าสู้อรรถพลไม่ไหว ยิ่งถูกจับตัวได้ซ้ำสองแบบนี้ โอกาสที่จะหาช่องโหว่หนีไปคงไม่มีอีกแล้ว และหากเธอยิ่งขัดขืน เพลิงโทสะของอรรถพลก็คงจะยิ่งลุกโชนจนควบคุมไม่ได้
หากใครมาเห็นเข้าหรือหากคู่หมั้นของเขามาเจอพวกเราสองคนในสภาพแบบนี้ ชีวิตที่เธอพยายามสร้างใหม่จะต้องพังทลายลงทันทีแน่ ๆ
เธออยู่กับเขานานเกินไปแล้ว ควรจบทุกอย่างให้ไวที่สุด!
อรรถพลเป็นประเภทที่ยิ่งต่อต้านก็ยิ่งอยากเอาชนะ ดังนั้นเธอไม่ควรดื้อดึงและต่อต้านเขาอีก แต่ควรทำในสิ่งตรงกันข้าม
แผนนี้มันอาจจะได้ผลก็ได้...
เมื่อตั้งสติได้ เอยจึงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกั้นความตระหนกที่กระเจิดกระเจิง ตอนนี้ทางเดียวที่จะรอดคือทำให้เขารู้สึกรังเกียจจนไม่อยากเข้าใกล้เธออีก
วินาทีต่อมา สีหน้าที่เคยตื่นตระหนกกลับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มหยันที่มุมปาก เอยโน้มตัวเข้าหาอรรถพลจนหน้าอกนุ่มนิ่มเบียดชิดแผงอกแกร่ง มือบางเลื่อนขึ้นไปลูบไล้ตามมัดกล้ามอย่างอ้อยอิ่ง แววตาเปลี่ยนเป็นยั่วยวนจนอรรถพลชะงักไปด้วยความคาดไม่ถึง
"วา... แย่จังค่ะ โดนจับได้ซะแล้ว" เอยแสร้งทำน้ำเสียงเสียดายระคนออดอ้อน จังหวะนี้ทักษะการแสดงที่มีต้องงัดออกมาใช้ให้หมด!
"...!?"
"จริงๆ เอยชอบนะคะที่คุณเข้าหาเอยแบบนี้ เพราะมันทำให้เอยรู้ว่าคุณอรรถยังลืมเอยไม่ลง?" เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวานยั่วเย้า ปลายนิ้วไล้ไปตามใบหน้าคมคายก่อนจะเลื่อนลงมาดึงเนกไทราคาแพง บังคับให้เขาโน้มตัวลงมาจนปลายจมูกแทบชิดกัน
"นี่เธอ!" อรรถพลดูจะงุนงงไม่น้อยกับการเปลี่ยนท่าทีแบบกะทันหัน
"ถ้าอยากได้เอยจริงๆ เอยขอแค่คุณอรรถห้ามใช้กำลังรุนแรงกับเอยอีก แล้วเอยจะยอมให้คุณทำทุกอย่าง... แต่ว่า เอยไม่มั่นใจนะคะว่าเสียงของเอยมันจะดังไปถึงหูคุณจีนหรือเปล่า"
"เอย!" อรรถพลตวาดเสียงต่ำ แววตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเมื่อรู้ตัวว่ากำลังถูกขู่
“ทำไมคะ? ในเมื่อคุณมองว่าเอยร่าน เป็นผู้หญิงไม่ดี เอยก็ไม่เห็นต้องเสแสร้งให้เหนื่อยอีก" เอยเลื่อนมือขึ้นไปคล้องคอเขา ใช้ร่างกายบดเบียดเข้าหาอย่างจงใจ "จริงๆ เอยน่ะอยากได้คุณคืนจะตาย... แต่คุณไม่เล่นด้วยเอยถึงต้องยอมถอย แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้คุณอรรถยังดูสนใจผู้หญิงร่าน ผู้หญิงไม่ดีคนนี้อยู่ แบบนี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องดีของเอยเหรอคะ?"
"..."
"ถ้าคุณอรรถจะยอมลดตัวลงมาเล่นกับเอยจริงๆ ก็ได้ค่ะ ทำมันตรงนี้เลยสิให้คุณจีนเดินมาเจอเราสองคนอยู่ด้วยกัน เธอจะได้ตาสว่าง..." เอยช้อนตามองเขาพร้อมรอยยิ้มร้าย "...เธอจะได้รังเกียจจนถอนหมั้น แล้วคุณอรรถก็จะกลับมาเป็นของเอยคนเดียว... เหมือนเดิม"
เอยแสร้งทำท่าจะโน้มคอเขาลงมาจูบ แววตาที่ดูไร้ยางอายในสายตาของเขาทำให้อรรถพลถึงกับชะงักด้วยความสะอิดสะเอียน
พรึบ!
เขาผลักร่างบางออกห่างราวกับโดนของร้อน
"ร่าน!" อรรถพลสบถออกมา "ความคิดเอยมันน่ารังเกียจกว่าที่ผมคิดเอาไว้เสียอีก... อย่าคิดใฝ่สูงว่าคนอย่างผมจะคว้าผู้หญิงอย่างเอยมาทำเมีย อย่างมากเอยก็เป็นได้แค่นางบำเรอแก้ขัดเท่านั้นแหละ!"
"อุ๊บ! พอดีว่าเอยไม่อยากเป็นแค่นางบำเรอน่ะสิคะ... เอยอยากเป็นตัวจริงมากกว่า"
"เอย!"
"เรียกทำไมคะ เอยก็อยู่ตรงนี้แล้วไง" เอยทำลอยหน้าลอยตาจนอรรถพลแทบเสียสติ เขาขมวดคิ้วแน่นเมื่อตามเกมของเธอไม่ทัน ยิ่งเห็นเอยทำท่าจะเดินเข้าหา เขากลับเป็นฝ่ายก้าวถอยหลังด้วยความรังเกียจ
"ทั้งที่เป็นฝ่ายทิ้งเอยไปเองแท้ๆ แต่สุดท้ายก็กลับมาหา... ติดใจเอยแล้วสินะคะ คุณอรรถกลับมาเป็นของเอยเถอะนะ" เอยแสร้งทำท่าจะเข้าไปซุกไซ้อีกครั้ง แต่อรรถพลกลับผลักเธอออกอย่างแรง
"น่ารังเกียจ!"
เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะสะบัดตัวเดินหนีออกจากห้องน้ำไปทันที ทิ้งให้เอยยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังแกร่งนั้นด้วยรอยยิ้มที่ยังค้างอยู่บนใบหน้า
ปัง!!
เมื่อเสียงประตูปิดลง ความเงียบสงัดกลับคืนมาอีกครั้ง รอยยิ้มจอมปลอมก็ค่อย ๆ เลือนจางหายไป
แผนสำเร็จ!
ฟุบ!
เรือนร่างบอบบางทรุดฮวบลงนั่งพิงกำแพงอย่างคนหมดแรง น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลพรากออกมาอย่างสุดจะกั้น ความเจ็บปวดจากคำดูถูกและรอยช้ำตามร่างกาย ยังเทียบไม่ได้กับบาดแผลลึกในใจที่เขาเพิ่งกรีดซ้ำเพิ่มลงมาจนมันเหวอะหวะ
แต่มันจบแล้ว...
เขาคงรังเกียจเธอจนไม่กล้ามายุ่งด้วยอีก
เอยรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือพยุงตัวขึ้น ส่องกระจก มองสภาพยับเยินของตัวเองด้วยความขมขื่น ก่อนจะรีบเช็ดน้ำตาและจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย มือบางสั่นเทาขณะล้วงคอนซีลเลอร์ขึ้นมาแต้มปิดรอยแดงช้ำที่เขาทิ้งไว้จนมิดชิด
เธอสูดลมหายใจลึกเพื่อสะกดกั้นความอ่อนแอ
"เก่งมากแล้วเอย... เธอเก่งมากแล้ว..."
เอยพึมพำปลอบใจตัวเองผ่านเงาสะท้อนในกระจก ก่อนจะเชิดหน้าเดินออกจากห้องน้ำด้วยท่าทางสงบนิ่งที่สุด
เธอเดินไปหาพนักงานที่เคาน์เตอร์ จากนั้นไม่นานพนักงานก็พาเธอไปหานะโมที่ห้องสปาอีกห้องหนึ่ง ซึ่งเอยขอเพียงแค่นั่งรอนะโมอยู่ที่ส่วนรับแขกโดยไม่ทำสปาต่อ เธอให้เหตุผลว่ารู้สึกไม่สบายตัว พนักงานจึงยอมตามใจ
เฮ้อ...
ตอนนี้เธอแค่อยากอยู่เงียบ ๆ และยังไม่พร้อมที่จะให้ใครเห็นร่องรอยแห่งความอัปยศบนร่างกายนี้เลยจริงๆ
หลายวันต่อมา...วันแต่งงานของนะโมในที่สุด วันที่รอคอยก็มาถึง... งานวิวาห์ของ นะโม ถูกจัดขึ้นอย่างอบอุ่นและงดงามท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับที่ถักทอราวกับดวงดาวบนดินเอยดูโดดเด่นสะดุดตาในชุดราตรีสีหวานที่ช่วยขับผิวให้ดูผ่องใสและสง่างาม แม้ว่าการมาร่วมงานครั้งนี้เธอจะอยู่ในสายตาของครามลูกน้องคนสนิทที่อรรถพล ที่ส่งมาคอยคุมเข้มไม่ห่างแต่นั่นก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเธอที่อยากมาแสดงความยินดีกับเพื่อนรักได้ภายในงาน เอยขยับไปนั่งข้างปอร์เช่ เสียงหัวเราะและบทสนทนาที่พรั่งพรูออกมาทำให้เอยลืมเลือนความทุกข์ใจไปชั่วขณะ เธอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรักเมื่อพิธีการบนเวทีสิ้นสุดลง ถึงเวลาที่คู่บ่าวสาวจะออกมาต้อนรับแขกเหรื่ออย่างใกล้ชิด เอยปรี่เข้าไปหาเพื่อนรักก่อนจะเก็บภาพความทรงจำร่วมกัน เธอโผเข้ากอดและกระซิบคำยินดีด้วยความซาบซึ้งใจที่เห็นเพื่อนมีความสุ
เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยกิจวัตรเดิม ๆ แต่บรรยากาศกลับกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายพิศวาสที่ยังไม่จางหาย เอยในชุดนอนซาตินสีหวานตัวเดิมของเมื่อคืนดูเซ็กซี่อย่างเป็นธรรมชาติ ตอนนี้เธอกำลังช่วยอรรถพลแต่งตัวมือบางผูกเนคไทให้กับเขาอย่างคุ้นชิน ทว่าความเย้ายวนและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของเธอนั้นปลุกปั่นอารมณ์ชายหนุ่มจนเริ่มขาดสติ เขาอดใจไม่ไหวจึงรวบตัวเอยเข้ามากอดจูบนัวเนียเธออย่างเร่าร้อนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่กระจกบานใหญ่สะท้อนภาพชายหญิงที่คลอเคลียจูบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย อรรถพลในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐานและทรงอำนาจ กำลังกักขังร่างบอบบางที่สวมเพียงชุดนอนผ้าซาตินลื่นมือเอาไว้ในอ้อมแขนเขาพลิกกายเธอจนแผ่นหลังนวลเนียนแนบชิดกับอกแกร่งใต้เนื้อผ้าเชิ้ตราคาแพง อรรถพลจ้องมองใบหน้าหวานผ่านกระจกด้วยสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราว"คุณอรรถ... เดี๋ยวเสื้อยับนะคะ" เอยประท้วงเสียงแผ่ว เมื่อเขาพลิกตัวเธอเข้าหากระจกบานใหญ่ ทำให้ตอนนี้คนทั้งสองจ้องสบตากันผ่านเงาสะท้อน
บทที่31เงามืดภายใต้แสงไฟสลัวที่ส่องสว่างจากหัวเตียง เอยทอดกายลงบนที่นอนนุ่ม เนื้อผ้าซาตินลื่นละเอียดสัมผัสไปกับผิวกายเนียน ร่างบางสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อรับรู้ได้ถึงฟูกเตียงที่ยุบตัวลงข้างกาย ตามมาด้วยร่างแกร่งที่ค่อย ๆ คืบคลานขึ้นมาคร่อมทับเธอเอาไว้พายุสวาทที่เพิ่งจะสงบลงไปในห้องน้ำ ดูเหมือนจะพร้อมปะทุขึ้นใหม่ได้อย่างง่ายดาย อรรถพลในกางเกงขายาวเพียงตัวเดียวขยับกายขึ้นมาทาบทับร่างบางอีกครั้ง แสงไฟสลัวขับเน้นมัดกล้ามเนื้อกำยำและแผ่รังสีคุกคามที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันแรงกล้าชายหนุ่มโน้มตัวลงสำรวจเรือนร่างแสนยั่วยวนภายใต้ชุดนอนซาตินบางเบา ยิ่งได้เห็นผิวขาวจัดตัดกับสีหวานของเนื้อผ้า ความหิวกระหายที่ยังไม่มอดดับก็ยิ่งลุกโชนขึ้นมาอีกเท่าทวีซึ่งเอยไม่ได้ขัดขืน...เธอทำเพียงแค่นอนนิ่ง หลับตาลงช้า ๆ ยอมให้อรรถพลซุกซบใบหน้าลงกับลำคอระหงและสูดดมกลิ่นกายของเธอตามอำเภอใจ ความใกล้ชิดที่ควรจะอบอุ่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก"คุณอรรถ... เบา ๆ หน่อยค่ะ อื้ออ... อย่าทำรอยเยอะได้ไหม เอยต้องทำงาน"เธอเอ่ยปากขอร้องเบา ๆ เสียงที่หลุดออกมาสั่นพร่าและแผ่วเบาด้วยความรู้สึกเสียวกระส
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวัน ทว่าภาพเบื้องหน้ากลับทำให้เอยต้องชะงัก ร่างแกร่งของอรรถพลนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ท่ามกลางสำรับมื้อเย็นที่จัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหาร แสงไฟสลัวขับเน้นใบหน้าคมคายที่ดูนิ่งลึกจนเดาใจไม่ถูกเขาหายไปหลายวัน... วันนี้ได้เวลากลับมาแล้วสินะเอยทรุดตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามโดยไร้ความรู้สึกแปลกใจ เธอจำต้องลอบสังเกตใบหน้าของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าชีวิตอย่างเลี่ยงไม่ได้"ว่างเหรอคะ ถึงมาหาเอยได้?" เธอเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางหยิบช้อนขึ้นมาทานอาหารตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก"ถ้าไม่ว่าง... คงไม่มาให้เห็นหน้าหรอก" อรรถพลตอบสั้น ๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นราบเรียบ เอยพยักหน้ารับคำอย่างเข้าใจ แล้วลงมือทานอาหารมื้อเย็นไปพร้อมกับเขาด้วยความเคยชิน"แล้วงานเป็นยังไงบ้าง?" อรรถพลเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ"ก็ดีค่ะ""ไม่เหนื่อย?"
คำว่ารักที่เธอเคยพร่ำบอกเขา บัดนี้เขากลับลังเลไม่น้อยว่าความรู้สึกเหล่านั้นของเอยที่มีต่อเขา ตอนนี้มันยังคงหลงเหลืออยู่หรือเปล่า…ในวันที่เธออาจจะก้าวเดินออกไปจากชีวิตเขาได้ทุกเมื่อ กลับกลายเป็นวันที่เขาไม่อยากสูญเสียเธอไปมากที่สุดในทุกวันที่เขาแทบไม่แสดงความรู้สึก ใครจะรู้ว่าเขาโหยหากลิ่นกายหอมกรุ่นและผิวสัมผัสนุ่มละมุนของเอยอยู่ทุกลมหายใจและช่วงหลังมานี้ ลึก ๆ เขาก็เริ่มแคร์ความรู้สึกของเธออยู่ตลอดเวลา ยิ่งเรื่องงานหมั้นของเขาที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เขากังวลใจว่าเธอจะรู้สึกอย่างไร... ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใยดีความรู้สึกของของเล่นอย่างเธอเลยด้วยซ้ำ!"ขอบคุณที่เข้าใจเฮียนะจีน" อรรถพลไม่อยากคิดมากเรื่องของเอยอีกเขาเอ่ยขอบคุณจีนที่ยอมให้เขามีโลกอีกใบ เพื่อกลบความคิดบ้า ๆ ในใจ"เพราะจีนเข้าใจเฮียไงคะ เฮียออกจะหล่อ รวย สมาร์ทขนาดนี้ มีผู้หญิงเสนอตัวให้ไม่ขาดสายย่อมเป็นเรื่องปกติ และบางคนก็อาจจะถูกตาต้องใจ ไม่แปลกหรอกค่ะท
บทที่30ช่วยเก็บเธอไว้ข้างกายต่อไปสามวันต่อมา…ภาพบรรยากาศงานหมั้นที่ดูราวกับเทพนิยายถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ ไฮโซหนุ่มเนื้อหอมอย่างอรรถพลบัดนี้มีเจ้าของตัวจริงอย่างเป็นทางการแล้ว... และผู้หญิงที่โชคดีที่สุดคนนั้นคือจีรนาเอยนั่งนิ่งอยู่บนโซฟากลางวิลล่าหลังใหญ่ ดวงตาคู่สวยจับจ้องหน้าจอทีวีที่กำลังฉายภาพบทสัมภาษณ์ของว่าที่บ่าวสาวทั้งรอยยิ้ม คำพูดหวานหู และสายตาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนกัน มันช่างดูเหมาะสมกันจนหัวใจของคนที่มองอยู่นิ่ง ๆ ถึงกับชาวาบถามว่าเจ็บไหม... เอยตอบตัวเองได้ทันทีว่าเธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออกแต่ในความเจ็บปวดนั้น กลับมีความจริงที่คอยเตือนสติเธอเสมอว่าเธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกร้องอะไร มือบางตัดสินใจหยิบรีโมตขึ้นมาปิดหน้าจอภาพนั้นให้ดับวูบลง เธอไม่อยากเห็นภาพเหล่านั้นอีก
บทที่12ไปเลิกกับมันซะทันทีที่แผ่นหลังบางของเอยหายลับเข้าไปในหัวมุมทางเดิน อรรถพลที่ยืนนิ่งเพียงครู่ก็เริ่มขยับกาย กลิ่นอายของความเย็นชาและอำนาจแผ่ซ่านจนพนักงานที่เดินผ่านต้องพากันก้มหน้าหลบตาด้วยความเกรงขามหากทว่าตอนนี้เขาไม่คิดสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น เป้าหมายเดียวในสายตาคือผู้หญิงที่กล้าเดินหนีเ
"เอย ดูนั่นสิ... นั่นมันคุณจีนนี่นา" นะโมสะกิดแขนเอย พรางกระซิบเพื่อนให้ดูจีรนาด้วยความตื่นเต้น "คุณจีนเขาสวยสมคำร่ำลือจริง ๆเลยเนอะ ดูสิ ผิวพรรณดีมากอ่ะ สงสัยเข้าครอสสปาเตรียมตัวเข้าพิธีหมั้นแน่ ๆ เลยแก" เอยพยักหน้าเบา ๆ อย่างรับรู้"อืม... คุณเขาส
เช้าวันรุ่งขึ้น...กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารโชยมาจากในครัว ปอร์เช่สวมบทบาทเป็นเชฟหนุ่ม เขาลงมือทำมื้อเช้าให้สองสาวอย่างตั้งใจ เอยเดินออกมาที่โต๊ะอาหารเป็นคนแรก ในขณะที่นะโมยังคงจัดการตัวเองไม่เสร็จ ทำให้เอยได้มีเวลาอยู่พูดคุยกับปอร์เช่เ
บทที่11โลกกลม 1/1หลังจากอิ่มท้องแล้ว ทั้งสามก็กลับมาที่คอนโดของนะโมเพื่อพักผ่อน"พักผ่อนเลยนะปอร์" เอยบอกกับปอร์เช่ขณะที่เดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน"โอเค" เมื่อปอร์เช่เข้าห้องพักของเขาไปแล้ว นะโมก็รีบดันหลังเอยให้เข้าห้องของเธอทันที"อะไรเนี่ยยัยโม ดันฉันมาทำไมก่อน" เอยถามขึ้นอย่างงุนงง"จากนี้ไปแก







