ANMELDEN
แถบผ้าเนื้อโปร่ง สีแดงจัด ไล้ผ่านเอวขาวนวลคอดกิ่วอย่างเอื่อยเฉื่อยยามร่างระหงสะบัดส่ายไปมาตามจังหวะกลองรูปร่างกลมแบนขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กในมือนักดนตรีผิวคร้ามแดด ทุกครั้งที่เจ้าหล่อนเคลื่อนไหว หน้าอกสล้างใหญ่ใต้แถบผ้าแพรกระจ้อยร่อย จะกระเพื่อมไหว เต้นเร่า ราวกับส่วนแน่นหนันชวนอึดอัดนั้น ต้องการขึ้นมาอวดเนื้อหนังเนียนนุ่มประดับกากเพชรส่องประกายต่อหน้าชายทุกผู้ในย่านร้านค้าใจกลางเมืองหลวงอาณาจักรเวเนเซียอันเป็นศูนย์กลางความเจริญในภูมิภาคนี้
อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง ที่นางระบำกรีดตาเย้ายวน เผยอปาก เขย่าร่าง
เจ้าหล่อนโยกย้ายเชิญชวนอย่างชำนิชำนาญ เรียกแววตาหิวกระหายจากบุรุษเพศได้อย่างน่าพิศวง
ไม่เพียงสายตาเท่านั้น ลีลาชวนหยุดหายใจจากแม่นักเต้นสาวหน้าตาสะสวยเส้นผมยาวเหยียดตรงสีดำขลับที่กำลังร่ายระบำเรียกแขกบนระเบียงสถานเริงรมย์ที่ใหญ่ที่สุดในย่าน ยังเรียกเสียงครางฮือจากหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ได้เป็นระยะ สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นการร่ายระบำของ ‘กุหลาบทะเลทราย’
“...น่าฟัดเป็นบ้า...” เสียงใครคนหนึ่งพึมพำอย่างลืมตัวตอนแม่นักเต้นที่สืบเชื้อสายจากต่างแดนเร่งจังหวะสะบัดส่าย ทำเอาคนผิวขาวจัดรูปร่างอ้อนแอ้นในชุดคลุมมีฮู้ดปกปิดเรือนผม ผู้มีดวงตาคมกริบ และมีริมฝีปากสีแดงจัดโดยธรรมชาติคล้ายหญิงสาวร้อนแรงบนระเบียงนั่น เกิดอาการใบหน้าร้อนฉ่าเพราะความขุ่นเคืองผสมกระดากอายอย่างไร้สาเหตุ
ยิ่งเห็นสายตาริษยา รังเกียจ คละเคล้ากับสายตาไม่ชอบใจที่ชาวเมืองเพศหญิงหลายๆ คนในบริเวณนั้นใช้มองนางระบำ สายเลือดซาเมียร์ในร่าง ก็ยิ่งทำให้หญิงสาวผู้ยืนแทรกตัวยืนดูการเต้นระบำท่ามกลางฝูงชน ทั้งโกรธทั้งอับอายจนอยากกรีดร้องขับไล่ตั้งแต่หญิงคณิกาเชื้อสายซาเมียร์คนนั้น นักดนตรีชราผิวคร้ามแดดที่ไม่ต้องบอกก็พอเดาออกว่าเป็นสายเลือดซาเมียร์เช่นเดียวกัน เจ้าของกิจการค้าประเวณีผู้นึกอุตริสั่งให้กุหลาบงามประจำร้านออกมาเรียกแขกแต่เช้าตรู่ ไปจนถึงฝูงชนที่ดูเหมือนจะมีทุกความรู้สึกต่อคนซาเมียร์ เว้นก็แต่ความเห็นอกเห็นใจและการให้เกียรติในฐานะที่เกิดเป็นมนุษย์เหมือนๆ กันเท่านั้น
มันน่าเจ็บใจนัก...
เธอกัดฟันแน่น แล้วรีบละสายตาจากสตรีเชื้อสายเดียวกันก่อนจะทนระงับสติอารมณ์ไม่ไหว
หญิงสาวร่างเล็กในชุดกระโปรงสีตุ่น สวมผ้าคลุมมีฮู้ดสีเขียวเก่าคร่ำคร่า เคลื่อนตัวฝ่าฝูงชนออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ ภายในใจ ไม่มีเรื่องใด นอกจากความเจ็บปวดลึกล้ำเกี่ยวกับความจริงแสนเศร้าที่ว่า สาวงามผู้มีหน้าที่ ‘บำรุงบำเรอมนุษย์เพศชายเพื่อเสกสร้างเม็ดเงินให้เจ้าของอาคารผู้มีอภิสิทธิ์เหนือเธอทุกประการ’ นางนี้ เป็นหนึ่งในบรรดาผู้สืบเชื้อสายชาวซาเมียร์ ที่ถูกพรากชิงมาจากดินแดนอันเป็นที่รู้จักกันในนามดินแดนขอบฟ้าจรดผืนทรายตั้งแต่เมื่อราวยี่สิบปีก่อน ด้วยคมหอก คมดาบ และวิทยาการที่ก้าวหน้ากว่า
นางเป็นทาสเชลย...เหมือนแม่ผู้ให้กำเนิดเธอ
“นายท่านคะ นายท่านรูปหล่อคนนั้นน่ะ” น้ำเสียงแหบพร่าทรงเสน่ห์สำเนียงแปลกแปร่งจากบนระเบียง ดึงให้คนที่กำลังจะเดินจากไป อดเหลียวมองไปทางที่ใครหลายคนในบริเวณนี้มองไม่ได้
ดูเหมือนจู่ๆ กุหลาบทะเลทรายดอกสวยจะหยุดร่ายระบำและเพ่งความสนใจไปยังชายคนหนึ่ง ทำเอาชายคนที่ว่า ตกเป็นเป้าสายตาจากผู้คนในบริเวณนั้นโดยอัตโนมัติ
ชั่วเสี้ยววินาทีที่เธอเหลียวมองตาม นัยน์ตาสีนิล ก็สบเข้ากับดวงตาสีเทาคมกริบที่ทำให้รู้สึกถึงกลิ่นน้ำหอมชวนเมามาย ราตรีดิบเถื่อน ใบมีด และโซ่ตรวน ได้อย่างน่าพิศวง
แทนที่ชายร่างสูงไว้ผมสีดำยาวเหยียดตรงเหมือนพวกกวีราชสำนักทว่าสวมเสื้อคลุมหนังสีดำยาวทับชุดกางเกงสีเดียวกันดูรัดกุมเหมือนพวกนักเผชิญโชคคนนั้นจะมองนางระบำบนระเบียง เขากลับมองตรงมาทางเธอ ทำเอาคนมีเชื้อสายซาเมียร์...แม้จะเพียงครึ่ง อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ ว่าเผลอทำตัวผิดสังเกตอะไรให้เขารู้ว่าจริงๆ แล้วเธอเป็นใครเข้าหรือเปล่า
ผมสีดำขลับ... เธอรำพึง ถ้าไม่ใช่ว่ามีเชื้อสายซาเมียร์ด้วยอีกราย ก็ต้องเป็นเชื้อสายตระกูลขุนนางใหญ่จากอัสกันด์ อาณาจักรเก่าแก่ที่เล่าลือกันว่ามีบรรพบุรุษกลุ่มเดียวกับชาวซาเมียร์
“นายท่านชุดดำ” แม่กุหลาบทะเลทรายดอกใหญ่บนระเบียงสถานเริงใจสำหรับพวกผู้ชายเรียกซ้ำอย่างไม่ยอมแพ้ “มัวสนใจอะไรกันคะ ข้ายืนร่ายระบำอยู่ตรงนี้ เพื่อท่าน”
“เอาแล้วไง ซามีร่า แม่สาวจอมทะนง” ใครคนหนึ่งในกลุ่มคนหนุ่มที่เธอจำได้ว่าสองในเจ็ดเป็นลูกขุนนางผู้มั่งคั่งผิวปากหวือเมื่อเอ่ยประโยคนั้น
และใครอีกคนในกลุ่มนั้นก็หัวเราะรับ พยักหน้าเออออ “อยากจะบอกว่าหมอนั่นซวยอยู่หรอกนะ แต่ดูท่าไอ้หมอนั่นจะโชคดีมากกว่า”
โชคดีที่จะได้เข้าหอนางคณิกาไปหาความสำราญกับ ‘ซามีร่า’ ตั้งแต่เช้าตรู่...? คิดได้เพียงเท่านั้น คนร่างเล็กใต้เสื้อคลุมสีตุ่นแบบมีฮู้ดตัวยาวกรอมเท้าก็เผลอทำตาเขียวใส่คนที่ทำให้อดรู้สึกไม่ได้ว่าเอาแต่จ้องมองเธอมาตลอดทันที ก็เอาสิ ไปสิ หันไปมองตามที่สาวงามร้องขอ จะมัวมองมาทางนี้ทำไม เดี๋ยวทางนี้ก็พลอยเป็นจุดสนใจไปด้วยพอดี!
นึกได้ไม่ทันจะขาดห้วงคิด ซามีร่า หญิงงามเมืองเลื่องชื่อ ก็เอ่ยประโยคถัดไปด้วยน้ำเสียงของสตรีที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและชอบเอาชนะ
“พึงใจสุภาพสตรีตรงนั้นมากกว่าเหรอคะ” เจ้าหล่อนถาม “แหม สวมผ้าคลุมปิดหน้าปิดตาไว้อย่างนั้น อยากรู้นัก จะงามสักแค่ไหน”
พอเจ้าหล่อนพูดเพียงเท่านั้น ใครสักคนในบริเวณที่เธอยืนอยู่ ก็ยื่นมือมาเปิดฮู้ด ทำเอาคนไม่ทันตั้งตัวอย่างเธอ ตกใจจนแทบปรับสีหน้าไม่ทัน
เสียงฮือฮาบังเกิดทันทีที่ผ้าสีตุ่นเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าขาวนวลแลดูอ่อนเยาว์ที่ประดับด้วยนัยน์ตาสีดำ สีเดียวกับเรือนผมหยิกหยักศกซึ่งมองจากส่วนที่โผล่พ้นเสื้อคลุมก็พอจะเดาได้ว่ามันทั้งยาวและเรียงตัวกันเป็นระเบียบเหมือนระลอกคลื่นบนผืนน้ำ แต่ละองค์ประกอบตั้งแต่ใบหน้าเล็กเรียวรูปหัวใจ ดวงตาเปล่งประกาย คิ้ว จมูก และริมฝีปากสีแดงจัดตามธรรมชาติ ล้วนดูน่ารักน่าถนอม แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความคมเข้ม เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งสายเลือดซาเมียร์ชวนหลงใหล
“คุณหนูอัยน์นา!” ชายหนุ่มสองคนที่เพิ่งจะวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความโชคดีของชายชุดดำแทบจะโพล่งออกมาเป็นเสียงเดียวกัน เรียกเสียงฮือฮาจากคนในบริเวณนั้นได้อีกเกือบเท่าตัว
“ตายจริง...คุณหนูแกรนเทรนท์มาทำอะไรในที่แบบนี้คะ” ซามีร่าถามเสียงเครียด นางคว้าผ้าแพรสีกุหลาบผืนใหญ่มาคลุมร่าง หมดความสนใจในตัวชายแปลกหน้ารูปงามทันที
แม้แต่หญิงงามเมืองผู้น่าจะชอบดึงดูดความสนใจมากกว่าเที่ยวแจกจ่ายความสนใจให้สตรีนางอื่น ก็ดูจะตกใจ ที่จู่ๆ ก็เห็นเธอมาปรากฏตัวแบบนี้
“เอ่อ...คือ...” ‘คุณหนูอัยน์นา’ คิดว่าควรจะพูดอะไรสักอย่าง
เธอขยับริมฝีปากเอ่ยด้วยท่าทีกระอักกระอ่วน แววตาที่เคยแข็งกร้าว มาดมั่น เปลี่ยนเป็นแววตากวางน้อยพลัดถิ่น
“ขอโทษค่ะ” อัยน์นารีบบอกด้วยสำนวนสำเนียงอย่างสุภาพสตรีชั้นสูง น้ำเสียงเธอยามเอื้อนเอ่ยฟังดูนุ่มนวลอ่อนน้อม ยากจะหาใครเหมือน “อย่าซักเลยนะคะ” เธอวิงวอน ดวงตาซื่อใสดูตื่นกลัว ริมฝีปากน่าถนอมสั่นระริก “ฉัน...ฉันบอกไม่ได้จริงๆ”
“คนเขาจะเล่าลือในทางไม่ดีนะคะ” ซามีร่าขมวดคิ้วคมๆ เข้าหากันจนเป็นปม “ช่างเถอะค่ะ ต่อให้ไม่ต้องบอก ใครใคร เขาก็รู้กันทั้งนั้น นี่คุณหนูโดนท่านหญิงพริสซิลล่า กับท่านหญิงแอนนาเบลแกล้งใช้ให้ออกมาทำอะไรๆ ให้อีกแล้วใช่ไหมคะ” ถ้าประโยคหลังจากริมฝีปากราชินีกุหลาบเป็นของที่จับต้องได้ มันคงเคลือบอาบหยาดละอองความขุ่นเคืองไว้จนทั่ว
นั่นทำให้อัยน์นาพอใจ เมื่อได้รู้ว่าสตรีชื่อคล้ายอาณาจักรเล็กๆ กลางโอเอซิสที่ล่มสลายนางนี้ เป็นคนที่รักและพร้อมจะโกรธแทนคนสายเลือดซาเมียร์เหมือนๆ กันสมคำร่ำลือ
ใครใครก็รู้กันทั้งนั้นว่าเธอเป็นลูกนอกสมรสที่เกิดจากเจ้ากรมการเมือง ริชาร์ด แกรนเทรนท์ กับสตรีชาวซาเมียร์ที่รับอุปการะไว้ในคฤหาสน์ ซามีร่าเป็นนางคณิกาที่ได้รับความนิยมย่อมรู้จักชายได้ดีมียศมากหน้าหลายตา การที่นางจะเคยได้ยินชื่อและเรื่องราวเธอมาก่อน จึงเป็นเรื่องที่คาดเดาได้
“พวกพี่สาวไม่ได้แกล้งค่ะ” อัยน์นาตอบคำถามหญิงงามเมืองอย่างสุภาพ แววตาสีนิลคู่นั้นช่างดูซื่อใส เหมือนไม่เข้าใจว่าการกลั่นแกล้งที่ซามีร่าพูดถึง หมายถึงการที่พี่สาวต่างมารดาแกล้งสั่งให้เธอซึ่งมีสายเลือดซาเมียร์อยู่กึ่งหนึ่ง ออกมาเตร็ดแตร่ใกล้ๆ ย่านหอนางคณิกาชื่อดัง ที่มีจุดขายเรื่องการให้บริการโดยสาวๆ ชาวซาเมียร์เพียงลำพังเพราะอยากทำร้ายจิตใจน้องสาวต่างมารดาอย่างเธอ...หรือไม่ก็อยากให้เกิดผลเสียอะไรต่อน้องสาวเลือดผสมมากกว่านั้น
สาวน้อยเชื้อสายซาเมียร์ในย่านที่มีสำนักนางคณิกาเชื้อสายซาเมียร์...ถ้าเกิดมีผู้ชายไร้สติสักคนหรืออาจจะหลายคนเข้าใจผิดขึ้นมา เรื่องมันจะไม่จบลงอย่างสวยงามแน่นอน
“พวกพี่สาวแค่อยากดื่มน้ำทับทิมน่ะค่ะ” เธออธิบายด้วยรอยยิ้มที่แม้จะดูสวย แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยอย่างน่าประหลาด
ท่าทีสุภาพ แววตาสงบเสงี่ยม น้ำเสียงอ่อนน้อม สามอย่างนี้ เป็นคุณสมบัติชั้นดีที่ทำให้ใครต่อใครนึกเอ็นดู
“อันตรายนะคะ” ซามีร่าเองก็เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกแบบนั้น เจ้าหล่อนยกมือขึ้นเท้าเอว วางท่าเหมือนอยากตบหน้าใครสักคน หรืออาจจะหลายคน
และอัยน์นาก็รู้ดี ว่าผู้โชคร้ายที่ว่านั้นไม่ใช่เธอหรือใครคนใดคนหนึ่งในบริเวณนี้
“เคยได้ยินว่าธิดาคนเล็กของท่านเจ้ากรมการเมืองมักโดนพี่สาวกับแม่เลี้ยงรังแก ท่าจะจริง” เจ้าของหุ่นสะท้านใจชายเอ่ยด้วยแววตาวาวโรจน์ “น่าชังนัก พวกช่างริษยาอาฆาต รังแกกระทั่งคนไร้ทางสู้ที่ไม่เคยคิดจะสู้”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ พวกพี่สาวแค่อยากได้น้ำทับทิมคนละแก้วสองแก้ว แต่ที่คฤหาสน์ไม่ได้รับผลไม้ชนิดนี้เอาไว้ พวกพี่สาวอยากดื่มมาก แล้วฉันก็อยู่ตรงนั้นพอดี พวกพี่สาวก็เลยขอให้ช่วยออกมาหาให้เพราะไม่มีใครว่างพอน่ะค่ะ” เธออธิบายน้ำเสียงร้อนรน ดวงตาคู่สวยเริ่มเปล่งประกายมากขึ้นเพราะมีหยาดน้ำสีใสคลอเคล้าอยู่ในนั้น “จริงๆ นะคะ” อัยน์นายืนยันสำทับ น้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้
“โถ แม่คุณ...” หญิงวัยกลางคนเจ้าของร้านขายผลไม้ในบริเวณนั้นรำพึงออกมาเป็นคนแรก หลังจากที่ทุกคนยืนนิ่งเงียบกันอยู่พักใหญ่
นางรีบหยิบทับทิมใส่ตะกร้าหวายแล้วแทรกตัวผ่านฝูงชนเข้ามายื่นตะกร้าให้เธอ ดวงตาฉายแววปรานี “คุณหนู นี่ค่ะทับทิม เอาไปเถอะนะคะ ท่านเจ้ากรมการเมืองคุณพ่อของคุณหนูเคยช่วยเหลือพวกเรามามาก แค่ทับทิมแค่นี้ เรื่องเล็กน้อย”
“แต่ว่า...” เธอค้านเสียงสั่นเครือ
“นะคะ รับไปเถอะ แล้วก็รีบๆ กลับคฤหาสน์เถอะค่ะ เดี๋ยวจะโดนดุเอาอีก ได้ยินว่าคราวก่อนตอนโดนใช้ให้ออกมาซื้อกำยานก็โดนหาเรื่องทุบตี...”
คราวนี้คุณหนูอัยน์นาถึงกับบ่อน้ำตาแตก ได้แต่ก้มหน้านิ่ง เหมือนพยายามสั่งให้น้ำตาที่ร่วงลงมาเหมือนเม็ดแก้วหยุดไหลโดยเร็ว
“ผมมีรถม้าครับ ผมจะไปส่ง” หนึ่งในกลุ่มชายหนุ่มเจ็ดคน คนที่เธอจำได้ว่าเป็นลูกขุนนางมียศไม่เบา รีบขันอาสา
แต่เธอส่ายหน้า ปฏิเสธ
“ไม่เหมาะหรอกค่ะ คุณแม่...เอ่อ ท่านผู้หญิงเจ้ากรมการเมืองท่านไม่ชอบค่ะ คฤหาสน์อยู่ไม่ไกล ฉันเคยเดินไปกลับมาแล้ว ไม่ลำบากหรอกค่ะ”
“ไม่ลำบากที่ไหนกัน ได้ยินว่าคุณหนูสุขภาพไม่แข็งแรงด้วยนี่ครับ ดูสิ ผอมจนแทบจะไม่มีเอว....” บุตรชายขุนนางรีบชะงักปาก เมื่อนึกได้ว่าเผลอเผยเรื่องที่แอบจ้องมองรูปร่าง ‘คุณหนูอัยน์นา’ อย่างใส่ใจเกินงาม
ทั้งอย่างนั้น พวงแก้มคนที่แน่ชัดว่าโดนลอบสังเกตเรือนร่างก็ยังขึ้นสีแดงระเรื่อ ดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสา น่ารักใคร่
เธอช้อนดวงตาเศร้าสร้อยขึ้นสบตาบุตรชายขุนนางใหญ่ด้วยแววตาตำหนิระคนอับอาย ทำเอาอีกฝ่ายเผลอขยับริมฝีปากคล้ายจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ได้แต่จ้องมองเธอด้วยแววตาที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี
แววตาของผู้ชายที่อยากดึงหญิงสาวเข้าหาอ้อมกอด...
“ถ้ากังวลว่าท่านผู้หญิงจะไม่ชอบใจก็ให้เรียกรถม้ารับจ้างเถอะนะคะ” เจ้าของร้านขายผลไม้เสนอ “ถ้าทำอย่างนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรแล้ว ดิฉันมีลูกสาวสองคน ทั้งคู่อายุน้อยกว่าคุณหนูนิดหน่อย จะให้เธอนั่งไปส่ง ทำแบบนี้ท่านผู้หญิงจะได้หาช่องรังแกไม่ได้”
“ท่านผู้หญิงคอยใส่ใจเพราะหวังดีค่ะ” เธอบอก ทั้งๆ ที่น้ำตาไหลไม่หยุด
ดูเผินๆ เหมือนช่วยแก้ต่าง แต่การกระทำนั้นกลับยิ่งขับให้ผู้คนในบริเวณนั้นยิ่งเกลียดชังแม่เลี้ยงกับพี่สาวทั้งสองของเธอ เท่าๆ กับที่สงสารเธอกว่าใคร
ท่ามกลางกระแสความเห็นใจ อัยน์นาเหลียวมองไปทางชายต้นเหตุที่ทำให้ ‘คุณหนูอัยน์นา’ ต้องเผยตัวตนเล็กน้อย
ชายแปลกหน้านั่นไม่ได้อยู่ตรงนั้นอีกแล้ว แต่สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดที่บ่มเพาะมาตั้งแต่เริ่มจำความได้ ก็ทำให้อัยน์นาอดรู้สึกไม่ได้ ว่าสักวันหนึ่ง คนคนนี้จะกลับมาสร้างความวุ่นวายให้เธอ
เธอกับเขาจะต้องได้พบกันอีกแน่นอน...
จนถึงตอนนั้น เธอจะรับมือสถานการณ์นั้นไหวรึเปล่า ‘คุณหนูอัยน์นา’
ไหวสิ หญิงสาวผู้มีสายเลือดทาสเชลยกับสายเลือดชนชั้นสูงอย่างละครึ่งตอบตัวเองทันที
‘เธอทำได้ทุกอย่าง ถ้าอยากจะทำ’ อัยน์นาได้แต่นึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ วูบหนึ่ง แววตาซื่อใสฉายแววท้าทาย ขับให้ใบหน้ารูปหัวใจสวยน่ารักเหมือนตุ๊กตาแกะสลักล้ำค่าดูเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก
ลักลอบกระทำการลับหลังคนอื่น ต่อให้แนบเนียนแค่ไหนก็ปกปิดคนตรวจนับจำนวนสินค้าไม่ได้บ่ายแก่วันหนึ่ง ขณะโรสลอบหยิบสมุนไพรที่ต้องใช้ออกมาจากห้องเก็บของก็โดนราจีฟจับได้คาตา โรสตกใจที่จู่ๆ ก็มีคนมาเห็นเข้า คนมีความผิดติดตัวจึงคิดจะวิ่งหนี แต่ราจีฟมือไวคว้าเอวเด็กสาวไว้ได้ แรงกระชากที่รุนแรงผิดมนุษย์มนาทำให้สมุนไพรที่ซุกซ่อนไว้ในตะกร้าสาดกระจายเต็มพื้น“ที่แท้ก็เป็นเจ้า! รู้ไหมว่าข้าต้องใช้เงินส่วนตัวแต่งบัญชี---”โรสรีบเขย่งปลายเท้าปิดปากราจีฟไว้ทันที ลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในอ้อมแขนผู้ติดตามร่างยักษ์ โดยที่โรสไม่รู้ตัว ร่างเธอ ร่างราจีฟในตอนนี้ ยิ่งกว่าอิงแอบแนบชิดสัมผัสนุ่มหยุ่นบริเวณหน้าอกทำเอาราจีฟใบหน้าร้อนฉ่า หัวสมองตื้อตัน ไม่เพียงแต่สัมผัสโดนเท่านั้น ผู้ติดตามของนายหญิงยังเบียดตัวเข้ามาปิดปากเขา ทำให้ยิ่งรู้สึกถึงอกนุ่มนิ่มนั่นไม่ทันที่ราจีฟจะได้สติ เด็กสาวก็ลากตัวเขาเข้าหลบในห้องเก็บของใกล้ๆ“อย่าส่งเสียง นายหญิงกำลังเดินมา” เธอข่มขู่เสียงเบา ทำเหมือนถ้าราจีฟเอาจริงขึ้นมาแล้วตัวเองจะสู้แรงเขาได้ไม่ใช่ไม่รู้ข้อเท็จจริงข้อนี้ ชั่วขณะนี้เธอก็แค่มัวใส่ใจเรื่องที่สำคัญกว
“เดินไม่รู้จักดูทาง” ราจีฟบ่น สีหน้าฉายชัดถึงความรำคาญ “ว่างงานนักรึ อย่าคิดว่าเป็นคนสนิทนายหญิงแล้วจะทำอะไรก็ได้ ผู้ติดตามอย่างเจ้า คิดจะทำให้ภาพลักษณ์นายหญิงเสียหายงั้นรึ?”“คนอย่างโรส ผู้ติดตามหญิงของนายหญิง ต้องให้ยักษ์ที่เป็นแต่ใช้กำลังมาอบรมเรื่องมารยาทกับภาพลักษณ์รึ?”ราจีฟส่ายหน้าอย่างหัวเสีย “ปากแบบนี้ มิน่าถึงไม่มีผู้ใดมาชอบพอ ไม่เหมือนมาธาที่อ่อนโยนอ่อนหวานถึงปานนั้น”คนเพิ่งมาถึงส่งหีบไม้ทรงสี่เหลี่ยมกว้างยาวด้านละราวฝ่ามือให้หล่อน “ถ้าว่างนักก็ช่วยเอาชาสมุนไพรสูตรใหม่จากปัญจาปไปเก็บหน่อยเป็นไร เห็นข้าแบกลังสูงท่วมหัวตั้งขนาดนี้ ไม่มีน้ำใจจะคิดช่วยเหลือเลยรึ? ชาฉุนจัดพวกนี้ ท่านผู้หญิงแกรนเทรนท์เพิ่งให้คนจากคฤหาสน์เอามาส่งให้นายหญิงกับนายท่านลองชิม เผื่อว่าจะสนใจติดต่อมาค้าขาย”โรสเลิกคิ้วมองลังในมือคนงานชาย“ถ้าดีจริง นายท่าน อารี หรือลูคัสคงติดต่อมาขายไปแล้ว ต้องรอให้ท่านผู้หญิงแม่เลี้ยงของนายหญิงมาแนะนำเมื่อไหร่”“นี่เป็นชาปรุงสูตรใหม่ น้าสะใภ้ชาวปัญจาปของท่านผู้หญิงเพิ่งคิดค้น”“อ้อ...ตัวอย่างสินค้าเสนอขาย” โรสเข้าใจทันที“ยังจะทำตาลอยอีก เหอะ หลีก ไม่ช่วยก็หลบไป”คนอ
หลังพ้นวันแห่งความสับสน…อัยน์นาก็เขียนรายละเอียดเกี่ยวกับสมุนไพรแต่ละชนิด วิธีดึงสรรพคุณสูงสุด ข้อควรระวังในการใช้สมุนไพรชนิดนั้นๆ ตลอดจนวิธีบำบัดรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพที่ถูกต้องและได้ผลชะงัด มอบให้ราจีฟซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ติดตามคนสนิทที่ตอนนี้ไซรัสให้คอยติดตามไปทุกที่ต่างองครักษ์เพราะอยากให้ซึมซับวิธีการติดต่องานและการวางตัวตอนที่มอบสมุดจดรายละเอียดที่ว่าให้นักสู้ร่างใหญ่ เธอยังไม่ลืมกำชับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนด้วยว่า “เผื่อจะเป็นประโยชน์ต่อกิจการ”ได้ช่วยสามีแบบอ้อมๆ แล้วอัยน์นาก็เบาใจ กลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...นายหญิงเบาใจ แต่โรสไม่ได้เบาใจ!ผู้ติดตามสาวหัวไวจากหมู่บ้านชานเมืองรายนี้ คอยเฝ้ามองนายหญิงผู้มีพระคุณตลอดเวลาด้วยความรักและปรารถนาดี จึงจับสังเกตได้ว่า ระหว่างนายท่านกับนายหญิงดูจะมีปัญหาบางอย่าง และปัญหาที่ว่านั้น ก็น่าจะเกี่ยวพันกับเรื่องที่นายหญิงศึกษาอย่างเคร่งเครียดในวันที่ทั้งคู่ดูจะมีปัญหาไม่เข้าใจระหว่างกันโรสใช้เวลาไม่นานในการปะติดปะต่อเรื่องราวแรกเริ่ม นายท่านมีปัญหาพูดยากที่เป็นกันมากในหมู่ผู้ชายสมัยนี้ แต่ไม่กล้าบอกนายหญิง ต่อมา นายหญิงก
2.5ความลับของริชาร์ด ริชาร์ดประคองลูกสาวคนโตไปส่งให้เจ้าบ่าวที่สูงศักดิ์ที่สุดในรอบครึ่งทศวรรษด้วยใบหน้าอาบรอยยิ้มจางๆ ก่อนเดินกลับไปยืนเคียงข้างผู้หญิงที่แม้ตัวเขาจะไม่เคยรัก ก็นับได้ว่าผูกพันในฐานะสามีภรรยา เธลม่า แกรนเทรนท์ “เผลอแป๊บเดียว พริสซิลล่าก็แต่งงานออกไปอีกคนแล้ว” ท่านเจ้ากรมเปรยไม่ดังไม่เบา “อีกหน่อยก็คงถึงคราวแอนนาเบล” ริชาร์ดยิ้มน้อยๆ แต่นัยน์ตากลับดูเศร้า “แล้วสุดท้าย คฤหาสน์แกรนเทรนท์ก็จะเหลือพวกเราแค่สองคน...”เธลม่าเหลียวมองหน้าเขาเล็กน้อยหล่อนก้มลงมองแหวนแต่งงานบนนิ้วตัวเอง ก่อนตอบ“ค่ะ สุดท้ายก็เหลือเราแค่สองคน” ตอบแล้วหล่อนก็คล้ายจมลงในความคิดบางอย่างริชาร์ดพบว่าระยะหลังมานี้ หล่อนมักจะเป็นแบบนี้เสมอทว่าถึงจะจับสังเกตได้ ริชาร์ดก็ไม่ใส่ใจ และไม่อยากรู้สำหรับเขาแล้ว ตั้งแต่ต้นจนจบ พันธะที่มีต่อผู้หญิงคนนี้คือหน้าที่ต่อวงศ์ตระกูล และถ้าไม่นับเรื่องที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเผลอตามใจตัวเอง ปล่อยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงคนเดียวที่เขารักให้เลยตามเลย ทั้งยังเคยมีความตั้งใจแรงกล้าที่จะยกย่องเธอขึ้นมาเป็นภรรยาอีกคนหนึ่งเมื่อนำเรื
2.4ความลับของพริสซิลล่า พริสซิลล่าจ้องมองภาพหญิงสาวในชุดแต่งงานสีขาวทิ้งชายยาวลากพื้นในกระจกด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ใครต่อใครมักเห็นจนชินตา จนพาให้แอนนาเบลที่เริ่มจะแสดงออกทางความคิดความรู้สึกได้อย่างเป็นตัวของตัวเองและตรงไปตรงมามากขึ้นทุกที อดทักท้วงไม่ได้ “คุณพี่...ที่จริงแล้วคุณพี่มีความสุขจริงๆ หรือเปล่า” แอนนาเบลถาม ผ่านเรื่องราวมากมาย พริสซิลล่ากับแอนนาเบลเปลี่ยนแปลงไปคนละขั้ว พริสซิลล่าสงบเสงี่ยมขึ้น ส่วนแอนนาเบล...พูดให้สุภาพก็คือ มีชีวิตชีวาและเป็นตัวของตัวเอง พริสซิลล่าได้ยินคำถามแล้ว สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยสักนิด “แต่งเข้าราชวงศ์ กลายเป็นเจ้าหญิง มีคู่ครองเป็นถึงองค์ชายที่รูปงามที่สุดในราชวงศ์ ผู้หญิงที่โชคดีอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าควรจะมีความสุขหรือ?” พริสซิล-ล่าว่า “น้องเองก็เถอะ ทุกวันนี้มีคนดีๆ มากมายส่งจดหมายทาบทามสู่ขอ ทำไมถึงไม่เลือกเอาสักคน” “น้องคงรอเจ้าชายสักองค์มาตกหลุมรักกระมัง” แอนนาเบลตอบเชิงกระเซ้า ผู้คนทั้งอาณาจักรไม่มีใครไม่รู้ว่าองค์ชายทรงเสน่ห์ที่กำลัง
2.3ความลับของเซรีน่า ข้าเป็นธิดาคนโตของท่านพ่อและท่านแม่ นับตั้งแต่แรกเกิด ใครต่อใครต่างพูดกันว่าทุกกระเบียดนิ้วของข้าล้วนถอดแบบมาจากมารดา นั่นทำให้พวกผู้ใหญ่ยิ่งรักและเอ็นดูข้า กล่าวกันว่า ในไม่ช้าข้าจะเติบโตขึ้นเป็นยอดหญิงงาม ที่จริงแล้วข้าไม่อยากเป็นยอดหญิงงามชีวิตหญิงงามนั้นยุ่งยากไม่น้อย วัดจากการที่ท่านแม่โดนท่านพ่อก่อกวนไม่เว้นวันจนแทบจะไม่มีเวลาส่งข้าเข้านอน วัดจากการที่ท่านน้าไซคีมีผู้ส่งสารมาสู่ขอมิได้ขาด ต้องลำบากคอยหาเหตุผลที่เข้าทีมาปฏิเสธอย่างรักษาน้ำใจ และวัดจากที่ไอรีน ข้าหลวงที่รับหน้าที่ติดตามดูแลข้าโดนเหล่าองครักษ์ในวังก่อกวนไม่เว้นวันด้วยข้าวของสารพัดสารพันและดอกไม้จำนวนนับไม่ถ้วน ข้าพบว่าชีวิตของเหล่าสตรีอย่างองครักษ์หญิงทั้งหลายของข้ายังน่าพิสมัยกว่ากันเยอะ! พวกนางไม่มีใครมาก่อกวนวุ่นวาย ไม่มีใครมาคอยทำให้หนักใจ จึงมีเวลาฝึกฝนตนเองจนเก่งกาจ ข้าอยากเป็นสตรีเก่งกาจมากกว่ายอดหญิงงาม! ข้ามีความลับอย่างหนึ่งที่ท่านแม่บอกว่า...อย่าเอ็ดไป ท่านแม่ของข้าแม้จะดูอ่อนโยนใจดี ทว่าแท้จริงแล้วท่านแม่ฝึกฝนร่างกายฝึกฝนศิลปะการ
หลังจากที่อัยน์นาก้าวขาเข้าห้องนั่งเล่นได้ไม่นาน ไซรัสก็เริ่มเปรยเรื่องขอตัวพาเธอกลับทันที โดยอ้างว่ามีงานมากมายรอให้สะสาง ทั้งยังอยากแนะนำ ‘นายหญิง’ คนใหม่ ให้ทุกคนรู้จักโดยเร็วท่านผู้หญิงไม่ได้พูดอะไรกับเธอเลยสักคำ ที่ทำมีเพียงจ้องมองเธอด้วยแววตาแบบเดียวกับที่เธอเห็นมาตั้งแต่เด็ก แต่อัยน์นาไม่ใส
ความเงียบงันในห้องหอดำเนินไปได้ไม่เท่าไหร่ พ่อค้าตรงหน้าก็คว้ามือเธอขึ้นแปะแผงอก คล้ายจะบอกให้รีบปลดกระดุมปลดเปลื้องเสื้อผ้าให้เสียที อัยน์นาจึงต้องขยับมือทำตามที่เขาต้องการอย่างช่วยไม่ได้เนิ่นนานนัก กว่าที่นิ้วมือเล็กๆ เรียวสวยจะปลดกระดุมได้ครบทุกเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและหน้าท้องมีกล้ามเนื้อดู
ลูคัสมองตามแผ่นหลังคนเป็นนายพลางคิดใคร่ครวญเรื่องที่ไซรัสสอนสั่งเขาพอจะเข้าใจความหมายแสนกระจ่างชัด แต่ค่อนข้างแปลกใจที่อีกฝ่ายไม่พอใจถึงเพียงนี้จากที่เขาเห็น ผู้ที่เป็นทั้งนายและอาจารย์กับคุณหนูเจ้ากรมการเมืองผู้นี้ก็ดูรักใคร่ชอบพอกันดี ยิ่งท่าทีตอน ‘นายท่าน’ อุ้มร่างคุณหนูอัยน์นาวางลงบนเตียงตามท
“ตาถั่วน่ะสิ” แอนนาเบลถลึงตาใส่ “เถียงคำไม่ตกฟาก แค่ถามว่าฉันทำหายที่ไหนแล้วช่วยกันหาไม่ได้หรือไง นั่นของแพงมากนะยะ”“แล้วคุณพี่ไปทำตกไว้ที่ไหนล่ะคะ”คำถามสั้นๆ จากอันย์นา ทำเอาท่านหญิงคนรองสะอึกหล่อนกลอกตา ก่อนตอบ“ในสว







