LOGIN“พี่หมายความว่ายังไงหรือครับ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับธุรกิจของพี่หรือเปล่าครับ” เขาอึกอักถามออกไปอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก แต่เสียงคู่สนทนากลับถอนหายใจยาวออกมาอย่างเหนื่อยล้า นิ่งงันไปชั่วครู่ก่อนที่จะตอบกลับมาว่า
“นายก็คงจะพอรู้ว่า ธุรกิจของฉันมันก็ไม่ได้โปร่งใสนัก และตอนนี้ฉันกำลังถูกศัตรูคู่แข่งที่อยู่ในเงามืด โดยที่ฉันยังไม่สามารถล่วงรู้ได้ว่าเป็นใคร คอยจ้องที่จะเล่นงานฉันอยู่ตลอดเวลา ฉันถูกลอบฆ่ามาหนึ่งครั้งเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ก็รอดมาได้ ต่อมาไม่นาน หนูรันก็เกือบที่จะถูกลักพาตัว แต่ดีที่การ์ดที่ฉันให้คอยติดตามคุ้มครอง ช่วยเหลือหนูรันเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นสถานการณ์คงจะหนักหนา ฉันคงรับมือไม่ไหวแน่ๆ” นายเรวัตกล่าวออกมาเสียงราบเรียบคล้ายเป็นเรื่องราวสามัญ แต่โชนที่รับฟังอยู่ถึงกลับลอบสะท้านอยู่ในใจอย่างน่าหวาดเสียว หลุดปากย้อนกลับไปว่า
“พี่กับหนูรันกำลังตกอยู่ในอันตราย จะให้ผมไปช่วยดูแลคุ้มครองความปลอดภัยของพี่ ดีไหมครับ”
เสียงของนายเรวัตหัวเราะออกมาอย่างถูกใจ ต่อความร้อนรนเป็นและวิตกกังวลอย่างจริงใจของชายหนุ่มที่เขารักเหมือนน้องชาย กล่าวตอบกลับมาอย่างภูมิใจว่า
“ฉันดูนายไม่ผิดจริงๆ นายโชน แม้เราสองพี่น้องจะไม่ได้พบกันมานานถึง7 ปี ตั้งแต่ครั้งที่นายมาร่วมงานศพคุณศิแม่ของหนูรัน แต่เวลาไม่ได้ทำให้นายเปลี่ยนไปจริงๆ นายเป็นคนตรงที่เสมอต้นเสมอปลายตลอดมา ฉันรักนายก็ตรงนี้แหละไอ้น้องชาย”
โชนตะวันถอนหายใจยาวเมื่อนึกถึงอดีตที่ผ่านมาถึง 7 ปี ที่ตนได้ไปร่วมจัดการงานฌาปนกิจของศศิธร ภรรยาของเรวัต และเป็นมารดาของ วรันธร หรือหนูรัน ตามที่เขาและนายเรวัตพ่อของหล่อนเรียกขาน ซึ่งในเวลานั้นวรันธร ยังมีอายุได้เพียง 14 ปี แต่ก็ดูสดใสงดงาม ถอดแบบเค้าความงามและเค้าความเด็ดเดี่ยวของนายเรวัตผู้เป็นบิดามาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน
“แม้เวลาจะผ่านไปนานถึง7 ปี แต่ผมก็ยังรักเคารพและคิดถึงพี่ศิอยู่เสมอครับ” เขาตอบกลับไปเสียงเรียบ ทางต้นสายนิ่งอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนที่จะตัดใจเน้นกล่าวเสียงเข้มกลับมาอย่างเป็นงานเป็นการว่า
“ฉันเคยเอ่ยปากชักชวนนายให้มาร่วมงานกับฉันอยู่หลายครั้ง แต่นายก็ปฏิเสธมาโดยตลอด ในตอนแรกฉันก็เสียใจอยู่ไม่น้อย ที่ไม่สามารถรั้งตัวคนดีๆ อย่างนายให้มาร่วมงานกับฉันได้ แต่ในเวลานี้ เมื่อเกิดปัญหาใหญ่ขึ้น มันกลับทำให้ฉันมาย้อนคิดถึงเรื่องทั้งหมด จึงรู้ว่า พอถึงเวลานี้การที่นายปฏิเสธที่จะร่วมงานกับฉันนั้น ถือเป็นเรื่องดีประการหนึ่ง”
คิ้วเข้มหนาของโชนตะวันขมวดเข้าหากันอย่างเคลือบแคลง ย้อนถามกลับไปอย่างสงสัยว่า
“ดียังไงหรือครับ”
“ศัตรูของฉันทั้งหมด ทั้งที่อยู่ในเงามืดและในที่เปิดเผย พวกมันไม่เคยล่วงรู้เลยว่า ฉันมีนายที่เป็นหมากลับซ่อนอยู่ และเป็นสถานที่หลบภัยให้กับหนูรันได้เป็นอย่างดี และฉันก็เชื่อว่าเมื่อหนูรันได้ไปอยู่ในความคุ้มครองของนาย ลูกสาวของฉันจะต้องปลอดภัยแน่นอน” นายเรวัตตอบกลับมาอย่างเชื่อมั่นต่อการที่จะต้องฝากฝังลูกสาวสุดที่รักเพียงคนเดียวของตน ให้อยู่ในความดูแลของชายที่ตนรักเสมือนน้องชาย
“แล้วหลังจากนี้ต่อไป พี่จะทำยังไงต่อครับ” เขาย้อนถามกลับไปอย่างอึดอัด ได้ยินเสียงคู่สนทนากล่าวตอบกลับมาว่า
“เรื่องนี้ฉันคุยกับหนูรันเอาไว้แล้ว และหนูรันก็โตพอที่จะรับฟังเหตุผลทั้งหมดได้เป็นอย่างดี พรุ่งนี้ฉันจะให้คนไปส่งหนูรันที่ไร่ของนาย และเมื่อหลังจากที่ฉันหมดห่วงเรื่องของหนูรันแล้ว ฉันจะไปหาที่กบดานสักระยะเพื่อที่จะคอยสืบหาตัวศัตรูในเงามืดที่คอยฉกฉวยโอกาสเล่นงานฉันมาแล้วหลายครั้ง เมื่อไม่มีหนูรันแล้ว ฉันจะได้ลงมือทำงานได้คล่องตัวยิ่งขึ้น”
“พรุ่งนี้เลยหรือครับ” โชนตะวันหลุดปากถามออกไปเสียงแผ่ว ทางต้นสายจึงตอบกลับมาว่า
“ใช่ พรุ่งนี้น่าจะเป็นตอนบ่ายๆ หนูรันคงจะไปถึงบ้านไร่ของนาย แต่ฉันขอบอกเอาไว้เสียก่อนนะนายโชน แม้หนูรันจะเป็นคนที่มีเหตุมีผล แต่ก็ค่อนข้างเจ้าอารมณ์และขี้งอนอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ก็เพราะความที่เป็นลูกสาวคนเดียวนี่แหละ ทั้งฉันและคุณศิจึงรักและตามใจมากเกินไปหน่อย ยังไงฉันก็ต้องฝากนายช่วยดูและหลานด้วยก็แล้วกัน อ้อ...แล้วเรื่องเงินทองค่าใช้จ่ายของหนูรัน นายไม่ต้องเป็นห่วง หนูรันเขามีมากพอที่จะดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัวได้เอง นายไม่ต้องเป็นกังวลนะ” หยุดไปเล็กน้อยจึงรีบกล่าวตัดบททันที คล้ายเกรงว่าทางปลายสายจะแย้งค้านออกมา
“เอาล่ะ ยังไงฉันต้องขอบใจนายมากนะนายโชน ที่รับปากช่วยดูแลหนูรันให้ เอาไว้เมื่อเรื่องทางนี้เริ่มคลี่คลายแล้ว ฉันจะไปรับหนูรันกลับด้วยตัวเอง และระหว่างนี้ทั้งนายและหนูรันยังไม่ต้องติดต่อมาหาฉัน หากมีอะไรฉันจะติดต่อกลับไปหาเอง เท่านี้นะ” เมื่อกล่าวเสียงรัวเร็วจบ ก็ตัดสายไปทันควัน จนโชนตะวันยังไม่ทันจะได้เอ่ยคำลา
หนุ่มใหญ่ใบหน้าหล่อเหลาคมคายทรุดนั่งลงไปบนเตียงนอนอีกครั้งอย่างสับสน ด้วยความที่เป็นลูกชายเพียงคนเดียว นับตั้งแต่พ่อและแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วหลายปี จึงทำให้เขาต้องอยู่คนเดียวตามลำพังอย่างเคยชิน จู่ๆ กลับต้องกลายเป็นผู้ปกครองของหญิงสาวคนหนึ่ง นับว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยากใจจริงๆ
ในตอนเช้า โชนตะวันลงมาจากบนชั้นสองของบ้านหลังใหญ่ เดินตรงไปที่โต๊ะอาหาร จัดการดื่มกาแฟและอาหารเช้าตามที่เคยปฏิบัติในทุกวัน
ในระหว่างที่กำลังจัดการกับอาหารเช้าอยู่นั้น ชายหนุ่มวัย 30 ปี ร่างสูงล่ำสันผิวคล้ำคมเข้ม เดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่ทางด้านข้างโต๊ะอาหารอย่างนอบน้อม เมื่อโชนตะวันเห็นจึงกล่าวออกมาเสียงเรียบ
“กินอะไรมาหรือยังลพ กาแฟสักแก้วไหม”
ชายหนุ่มผิวคล้ำก้มหน้าแต่ตอบปฏิเสธกลับมาอย่างนอบน้อมว่า “ผมจัดการมาเรียบร้อยแล้วครับคุณโชน” จากนั้นจึงเอ่ยถามออกมาว่า
“วันนี้คุณโชนจะเข้าไปในไร่หรือเปล่าครับ” เขาตอบกลับไป หลังจากที่ยกกาแฟที่เหลืออยู่อีกเล็กน้อย ดื่มรวดเดียวจนหมด แล้วจึงกล่าวต่อไปอีกว่า
“ชั้นจะเข้าไปดูองุ่นพันธุ์ใหม่ที่นำมาเพาะปลูกเมื่อสองเดือนก่อน ที่เราจะเตรียมนำมาใช้ผลิตเป็นไวน์เพื่อส่งขายไปทั่วประเทศ จะไปตรวจดูสักหน่อยว่าลุงชุ่มจัดการไปถึงไหนแล้ว เจริญงอกงามดีหรือเปล่า” เมื่อกล่าวจบชายหนุ่มจึงหันมากล่าวกับ ลพที่เป็นคนสนิทคอยจัดการธุระต่างๆ แทนเขา พร้อมถามออกมาอย่างเป็นงานเป็นการว่า
“แล้วโรงกลั่นไวน์ที่ฉันให้นายไปคอยควบคุมการก่อสร้างล่ะ สำเร็จไประดับไหนแล้ว”
ลพก้มหน้าตอบกลับมาอย่างฉาดฉานเอางานเอาการว่า “ทุกอย่างราบรื่นดีครับ คาดว่าอีกประมาณหนึ่งเดือนก็จะแล้วเสร็จครับ”
เมื่อได้ยินคำตอบโชนตะวันจึงพยักหน้าให้อย่างพอใจ ในบ้านไร่โชนตะวัน นอกจากจะปลูกองุ่นพันธุ์ดีเพื่อส่งออกไปขายทั้งในและต่างประเทศแล้ว ยังมีร้านค้าขนาดใหญ่ที่เป็นแหล่งขายผลิตภัณฑ์สินค้าที่แปรรูปมาจากองุ่นในไร่โชนตะวันอีกด้วย โดยเฉพาะน้ำองุ่นของบ้านไร่โชนตะวัน นับว่าขึ้นชื่อเลื่องลือจนนับเป็นผลิตภัณฑ์อันดับหนึ่งของร้านโชนตะวัน ส่วนลูกอมองุ่นแท้ก็เป็นสินค้ายอดนิยมของทางร้านรองลงมาจากน้ำองุ่น และยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลากหลาย ทั้งแยมองุ่น เบอร์เกอร์รี่ และอาหารต่างๆ ก็ยังเป็นที่ถูกอกถูกใจต่อแขกที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมชมไร่องุ่น ของบ้านไร่โชนตะวันกันอย่างเนืองแน่นแทบทุกวัน
“วันนี้ตอนเที่ยงคุณโชนมีนัดทานกลางวันที่ร้านอาหารบ้านไร่โชนตะวัน กับพ่อเลี้ยงณรงค์นะครับ” ลพเอ่ยออกมาเสียงสุภาพเพื่อเตือนเจ้านาย เพราะเกรงว่าจะลืมเลือนเวลานัดที่ตกลงเอาไว้แล้ว
โชนตะวันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างครุ่นคิด พ่อเลี้ยงณรงค์เป็นชายวัย 50 ปี มีธุรกิจรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่มีอาณาเขตติดกับไร่โชนตะวันของเขา และกิจการของรีสอร์ทของพ่อเลี้ยงณรงค์กำลังเติบโตรุ่งเรือง มีนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบต่อธรรมชาติป่าเขาเดินทางเข้ามาพักผ่อนกันไม่ขาดสาย แม้จะเป็นในวันธรรมดา ยิ่งหากเป็นในวันหยุดหรือเทศกาล ยิ่งมียอดจองที่พักเข้ามาจนเต็มแน่นไปหมด เนื่องเพราะทัศนียภาพของรีสอร์ทพ่อเลี้ยงณรงค์และไร่โชนตะวันนั้น มีอาณาเขตติดกับเทือกเขาที่ทอดยาว จึงเป็นสถานที่ๆ นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบต่อความร่มรื่นและทิวทัศน์ของป่าเขา แห่แหนเข้ามาพักกันอย่างเนืองแน่น
และด้วยเหตุนี้ พ่อเลี้ยงณรงค์จึงได้เกลี้ยมกล่อมให้เขาขายไร่โชนตะวันให้เป็นกรรมสิทธิ์ เมื่อถูกเขาปฏิเสธไปหลายครั้ง จึงเริ่มปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ใช้ไม้อ่อนมาหว่านล้อม โดยขอร่วมหุ้นเพื่อปรับเปลี่ยนไร่โชนตะวันบางส่วน ให้เป็นโซนรีสอร์ทเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาเยี่ยมชมไร่องุ่นอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง และเมื่อยิ่งล่วงรู้ว่าโชนตะวันจะเปิดโรงผลิตไวน์ จึงต้องการที่จะตะครุบไร่โชนตะวันเอาไว้ในครอบครอง เพราะคาดการณ์ได้ถึงผลกำไรมหาศาลที่จะได้มาในอนาคต
“ก็คงจะมาเจรจาเพื่อขอร่วมลงทุน หรือไม่ก็เจรจาขอซื้อไร่โชนตะวันอีกนั่นแหละ” โชนตะวันกล่าวออกมาเสียงทุ้มเบา ลพที่ยืนอยู่ทางด้านข้างจึงกล่าวออกมาอย่างใคร่ครวญและเป็นกังวลต่อเจ้านายว่า
“พ่อเลี้ยงณรงค์เป็นผู้ที่มีอิทธิพลกว้างขวางมาก และรู้จักคบหาคนใหญ่คนโตในจังหวัดนี้อยู่มากมาย อีกทั้งโดยส่วนตัวของพ่อเลี้ยงเองแล้ว ก็ยังเลี้ยงลูกน้องคนสนิทเอาไว้อีกไม่น้อย เพราะทำธุรกิจมืดอย่างที่เรารู้ๆ กันนั่นแหละครับ ผมเกรงว่าหากการเจรจาถึงที่สุดแล้ว ฝ่ายพ่อเลี้ยงณรงค์ถูกปฏิเสธไปหลายครั้ง ผมก็เกรงว่าเจ้านายจะไม่ปลอดภัยนะครับ”
โชนตะวันเหลียวมามองหน้าคนสนิทแวบหนึ่ง ด้วยประกายตาที่คมวาวและเชื่อมั่น กล่าวออกมาอย่างมั่นใจว่า
“ฉันเชื่อว่า หากเราทำในสิ่งที่ถูกต้องและตรงไปตรงมา ยังไงใครก็ทำอะไรเราไม่ได้ เรื่องนี้นายไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกลพ” เมื่อกล่าวจบ จึงนึกถึงเรื่องที่เรวัตโทรศัพท์มาหาเขาเมื่อคืน จึงออกคำสั่งต่อลพทันที
“เดี๋ยวนายไปตามแพรว ให้เข้ามาฉันตอนนี้เลย”
ลพก้มศีรษะรับคำเล็กน้อย แล้วจึงก้าวยาวเดินออกไปปฏิบัติตามคำสั่งทันที
นายเรวัตยิ้มอย่างรู้ทันต่อความคิดของโชนตะวันที่เขาเห็นเป็นน้องชายและไว้วางใจเสมอมา แม้กระทั่งวรันธรยังเข้าใจต่อประโยคของเขา เธอรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างประหลาด เมื่อรู้ว่าคุณอาที่หล่อนรักมีความกล้ามากพอที่จะบอกเรื่องของเขาและเธอให้บิดาเธอได้รู้เพื่อขออนุญาตอย่างถูกต้องตามครรลองธรรมเนียม จึงส่งสายตาให้กำลังใจต่อเขา ซึ่งเขาก็ยิ้มรับอย่างเข้าใจเช่นกัน“คุณพ่อคะ ตอนนี้รันได้เป็นผู้จัดการโรงผลิตไวน์ด้วยนะคะ อีกไม่นานไวน์ล็อตแรกก็จะออกสู่ตลาดเพื่อวางจำหน่ายแล้ว ตอนนี้รันยุ่งมากเรื่องการตลาด แต่ก็เชื่อว่าต้องทำได้แน่ เพราะคุณอาวางระบบเอาไว้แล้วเป็นอย่างดีค่ะ”หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มอวด นายเรวัตยิ้มน้อย ๆ พลางมองบุตรสาวที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายเดือนอย่างพิจารณา แล้วจึงกล่าวออกมาอย่างชื่นชมว่า“ผ่านเรื่องร้ายมาไม่น้อย ลูกดูแกร่งขึ้นและโตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นจริง ๆ พ่อภูมิใจในตัวหนูมากนะ” ผู้เป็นบิดาดึงร่างบางของหญิงสาวเข้ามากอดอีกครั้งอย่างรักใคร่เอ็นดู ผ่า
พ่อเลี้ยงณรงค์เหลียวหน้ามามองลุงชุ่มด้วยสองตาที่แข็งดุ แต่เมื่อมองสำรวจโดยรอบ เห็นลพที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืน และสภาพที่แตกหักยุ่งเหยิง อีกทั้งตอนนี้อยู่ต่อหน้ารองชยุตและปลัดเนตรที่เป็นเจ้าหน้าที่ของทางราชการ จึงไม่กล้าที่จะผลีผลาม จำต้องข่มกลั้นความแค้นเอาไว้อย่างเยือกเย็นรองชยุตใช้วิทยุแจ้งเหตุไปที่สถานีตำรวจ ให้นำกำลังมายังที่เกิดเหตุ เพื่อนำร่างของลาภิศและแพรวส่งพิสูจน์ ส่วนคนที่เหลือทั้งหมดถูกเชิญตัวไปสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกลายเป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ พ่อเลี้ยงณรงค์เป็นผู้ทรงอิทธิพลในจังหวัดและกำลังจะลงเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งนับว่าเป็นตัวเต็งที่มีโอกาสได้คะแนนเสียงถล่มทลายในเขตเลือกตั้ง แต่เมื่อมีข่าวฉาวเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ จึงไม่อาจปกปิดเรื่องให้เงียบเอาไว้ได้ตามที่โชนตะวันต้องการ ยิ่งถูกนักข่าวขุดคุ้ยถึงพฤติกรรมในอดีตของพ่อเลี้ยงณรงค์ที่มีเบื้องหลังดำเนินธุรกิจสีเทา ส่วนลาภิศลูกชายก็ก่อเรื่องอื้อฉ
“ตา...แพรวจะเข้าไปช่วยคุณรัน แพรวต้องการที่จะแก้แค้นไอ้ลาภิศด้วย ตารอแพรวอยู่ตรงนี้นะตา” หล่อนร้องบอกออกมาเพียงเท่านั้น ก็ผละจากไปสุดที่ลุงชุ่มจะยับยั้งทักท้วงได้ทัน“โธ่...วู่วามเหลือเกินนังเด็กคนนี้ แส่เข้ามาหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้ว” ลุงชุ่มบ่น แต่ก็รีบตามหลานสาวเข้าไปภายใน โดยหันมากำชับนายกาจกับนายสืบว่า “เอ็งสองคนเฝ้าพวกมันเอาไว้ให้ดีนะโว้ย อย่าเผลอเด็ดขาด เดี๋ยวข้ากลับมา”แต่เมื่อลุงชุ่มวิ่งเข้ามาภายในรีสอร์ทหลังใหญ่ ภาพที่เห็นทางเบื้องหน้าทำให้ร่างกายสั่นเทาสองเท้าชะงักงันไปทันควัน เมื่อเห็นแพรวใช้มีดในมือแทงไปทางด้านหลังของลาภิศสุดแรง“แพรว...อย่า” โชนตะวันกับลพที่เห็นเหตุการณ์เปลี่ยนเป็นเลวร้าย จึงร้องตวาดห้ามเด็กสาว แต่ก็ไม่อาจที่จะยับยั้งหล่อนเอาไว้ได้ แรงโทสะที่ถูกทรยศหักหลัง บันดาลให้เวลานี้เต็มไปด้วยแรงโกรธแค้น เด็กสาวกระชากมีดออกจากร่างของลาภิศ ก่อนจะกระหน่ำจ้วงแทงไปที่
“โอ้ย...” เสียงของลาภิศแหกปากร้องออกมาด้วยความเจ็บเสียด เมื่อลพปรี่เข้ามาทางด้านข้างพร้อมเท้าหนักที่ถีบใส่ข้างเอวอย่างรวดเร็ว จนร่างสูงของลาภิศกระเด็นกลิ้งไปชนกับโต๊ะเก็บของที่วางอยู่ทางข้างหัวเตียง“ไอ้ห่าลพ มึงก็อยากมีเรื่องกับกูอีกคนใช่ไหมวะ ดีล่ะ...มึงเข้ามาเลย แค้นเก่าแค้นใหม่จะได้สะสางกันให้มันจบกันเลยในวันนี้ มึงเข้ามาสิวะ” ลาภิศที่โกรธแค้นจนหน้ามืด เขาร้องท้าทายออกมาอย่างคลุ้งคลั่ง และไม่รอให้ลพขยับเข้ามาก่อน กลับเป็นฝ่ายกระโจนเข้าใส่อย่างดุร้าย เหวี่ยงหมัดขวาไปที่ใบหน้าของลพสุดแรงแต่มีหรือที่ชายหนุ่มเจ้าสำอางอย่างลาภิศจะสู้กับคนที่แข็งแกร่งทรหดอย่างลพได้ เขาเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อย หมัดขวาก็กระทุ้งหนักไปที่ท้องของลาภิศเต็มแรงจนตัวงอเป็นกุ้ง และเมื่อลพกระแทกหมัดเข้าใส่ใบหน้าขาวอีกครั้ง ร่างของลาภิศถึงกับผงะถอยหลังล้มกระแทกตู้เก็บของที่อยู่ข้างหัวเตียงจนล้มคว่ำ ลิ้นชักไหลเปิดข้าวของภายในกระจัดกระจายออกมาเกลื่อน“คุณโชนพาคุณรันออ
ยังไม่ทันที่โชนตะวันกับลุงชุ่มไปพากันไปตามเป้าหมาย ประตูรีสอร์ทที่อยู่ทางด้านข้างห่างจากตำแหน่งที่โชนตะวันอยู่อยู่เพียงสองวาพลันเปิดออก พร้อมกับร่างหนาของลพที่โผล่ออกมาด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด“อ้าว...ไอ้ลพ อยู่ที่นี่หรือวะ เป็นยังไงได้เรื่องอะไรบ้างไหม?” ลุงชุ่มรีบถาม เพราะแกก็นึกเป็นห่วงแพรวหลานสาวของตนอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ลพมองหน้าลุงชุ่มเล็กน้อย แล้วจึงเหลียวมองโชนตะวันพร้อมกล่าวรายงานออกมาว่า“เมื่อครู่ผมผ่านรีสอร์ทหลังนี้มาทางด้านหลังครับ พอดีได้ยินเสียงร้องของแพรว จึงแอบเข้ามาทางประตูหลัง ช่วยแพรวเอาไว้ได้ ตอนนี้ปลอดภัยแล้วครับ”ลุงชุ่มระบายลมหายใจแรงอย่างโล่งอก โชนตะวันเพียงพยักหน้ารับอย่างเงียบงัน ลพจึงกล่าวต่อไปอีกว่า“แพรวบอกว่าคุณรันถูกลาภิศพาตัวไปไว้ในรีสอร์ทหลังถัดไปนี่แหละครับคุณโชน รีบไปกันเถอะครับ”“ดี...ไปกันเลย อ้อ...ลุงชุ่ม นายลพมาแล้ว เดี๋ยวให้นายลพไปกับผมสองคนก็พอ
ทางด้านของลุงชุ่มที่ซ่อนตัวอยู่หลังแนวพุ่มไม้ด้วยความกระสับกระส่าย จนกระทั่งเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าดังอย่างแผ่วเบามาทางด้านหลัง เมื่อเหลียวหน้ากลับไปจึงเห็นโชนตะวันที่ถือปืนพกสั้นอยู่ในมือ กำลังเดินเข้ามาใกล้อย่างเงียบเชียบด้วยสีหน้าที่ตึงเครียดและกังวลชัดเจนทางด้านหลังของโชนตะวัน มีนายกาจกับนายสืบสองคนงานชายฉกรรจ์ในไร่ที่ติดตามมาด้วย นายกาจกระชับปืนลูกซองยาวเรมิงตัน 870 แบบปั๊มแอ็กชั่น ส่วนนายสืบถือปืนพกสั้นแบบ 11มม. เหมือนกับโชนตะวัน“สถานการณ์เป็นยังไงบ้างลุงชุ่ม พบเห็นหนูรันหรือยัง แล้วลพหายไปไหนล่ะ?” เจ้าของไร่โชนตะวันที่ขยับปรี่เข้ามาแอบอยู่หลังพุ่มไม้ใกล้กับลุงชุ่มเอ่ยถามออกมาเสียงเครียดขรึม ส่วนนายกาจกับนายสืบแยกย้ายกันไปแอบอยู่ทางด้านข้างเพื่อรอคอยคำสั่งอย่างเงียบงัน“ยังไม่พบเลยครับคุณโชน แม้แต่นายลาภิศก็ยังไม่เห็น ตั้งแต่มาก็เห็นเพียงคนของมันห้าคนที่กระจายกันเฝ้าอยู่ที่หน้ารีสอร์ทนั่นแหละครับ ส่วนลพมันแอบเข้าไปทางด้านหลังรีสอร์ท
หล่อนทวนคำตาลุกวาวแต่โชนตะวันรีบกล่าวอธิบายออกมาฉับพลันเพราะเกรงว่าจะเป็นการเข้าใจผิด“อย่าเข้าใจผิดครับหนูรันอารักหนูรันจริงๆนะครับและอาก็พร้อมที่จะปฏิบัติตามความต้องการของหนูรันทุกประการเพียงแต่ว่าอารักและต้องการที่จะอยู่ใกล้ชิดกับคนท
แพรวหน้าซีดเผือดไปทันทีหล่อนตรวจสอบดูอย่างละเอียดแล้วทุกครั้งก่อนที่จะพาร่างข้ามไปยังรีสอร์ทแต่คาดไม่ถึงว่ากำแพงมีหูประตูมีช่องความลับไม่มีอยู่ในโลกเรื่องที่กระทำสักวันจะต้องถูกเปิดเผยออกมาความลับหากไม่ต้องการให้ถูกเปิดเผยมีอยู่เพียงหนทางเดียวคืออย่
“เฮ้ย...ลาภิศแกทำอะไรของแกหยุดเดี๋ยวนี้นะไอ้ลูกเลว”เสียงแหบห้าวดังขึ้นทางด้านหลังจากนั้นร่างของลาภิศจึงถูกกระชากออกมาจนพ้นร่างของหญิงสาวอย่างแรงเสียงผลั๊วะดังขึ้นอย่างถนัดถนี่เมื่อกำปั้นหนักๆต่อยโครมไปที่ใบหน้าของลาภิศจนร่างของเข
ทางด้านหน้าห้องร่างของกาจที่ยืนคุมเชิงระมัดระวังอยู่แม้ว่าลูกน้องทั้งสองคนของลาภิศที่คอยเฝ้าอยู่ที่หน้าห้องจะถูกลพและกาจจัดการจนสลบไสลไปแล้วแต่เพื่อความไม่ประมาทโชนตะวันจึงสั่งให้กาจคอยเฝ้าเอาไว้โดยมีเขาและลพสองคนเท่านั้นที่บุกเข้าไปในห้องในขณะที่กำลังจะเดินผ





![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

