แชร์

ตอนที่4คนงาม

ผู้เขียน: จันทร์ส่องแสง
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-11 23:05:56

หลงรูปเจ้ายิ่ง เสียดาย

หากแม้นหมายรูปโฉม งามยิ่ง

ดั่งดอกเหมยร่วงหล่น เมื่อถึงคราต้องลมหนาว

แต่ใครจะเล่าโอบอุ้มไม่ให้ ต้องพื้นดิน”

“อักษร เหล่านี้ก็เป็นเพียงอักษรไร้ค่าไม่เหมาะแก่การครอบครอง” องค์หญิงสิบสี่ พับกระดาษแผ่นเดียวกับที่หมิงซื่อส่งมาวางลงบนโต๊ะ

...กระโจมใหญ่อีกฝั่ง..

หมิงซื่อทอดถอนหายใจ หลับตาลงช้า ๆ กลิ่นกำยานหอมอบอวลไม่นานก็นิทราหลับใหล

ร่างบางในชุดสีแดงมงคลที่ใบหน้าถูกคลุมด้วยผ้าสีแดง วิ่งถลาเข้ามาที่ แท่นนอนหมิงซื่อ หกล้มหกลุกล้มลงบนตัวของหมิงซื่ออย่างแรง ร่างใหญ่สะดุ้งตื่นแต่มือไวยิ่งกว่าความคิด กอดรัดเอวบางไว้แน่นไม่ยอมปล่อยแม้ร่างบางจะดิ้นรนเพียงใดก็ตาม

ตาคม จ้องมองใบหน้าภายใต้ผ้าคลุม ที่มองเห็นเพียงเลือนราง

“ปล่อย” ใบหน้าสวยเชิดหยิ่งของเฟิ่งหลิวที่ไม่หลบสายตาคมดุ

“องค์หญิงสิบสี่” แว๊บหนึ่งดีใจอย่างที่สุดเผลอกระชับอ้อมกอดแน่น

“ฝ่าบาท องค์หญิงแคว้นเหนือ อยู่ๆ ก็วิ่งออกมาจากกระโจม”

เสี่ยวหานตะโกนบอกจากข้างนอกกระโจม ตอบคำถามแทนเฟิ่งหลิว

“ปล่อย” ร่างบางยังขยับตัวหนีแต่โดนมือใหญ่ล็อกไว้แน่น

“บอกมาองค์หญิง เข้ามาในนี้ทำไม” ใจเต้นไม่เห็นจังหวะนางงดงามจริงๆ แม้จะมองผ่านผ้าแพรบางเบาทว่าดวงตากลมนั้นเขารู้สึกราวกับว่าคุ้นเคย

“ไม่รู้ไม่รู้อะไรทั้งนั้น” เฟิ่งหลิวลำดับเหตุการณ์เมื่อ ยกชาขึ้นดื่มรวดเดียวหมดจอก แล้วก็รู้สึกว่าตัวเบาหวิวก่อนจะสะดุ้งตื่นมาอีกครั้ง บนแท่นนอนในอาภรณ์สีแดง ทีแรกนึกว่าตัวเองตายไปแล้วบนสวรรค์หรือไร ช่างสวยงามตระการตา เสียงคนพูดคุยกันฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง สะบัดหัวไล่ความมึนงง

เฟิ่งหลิวลุกขึ้นวิ่งออกมาข้างนอกกระโจม

“องครักษ์จับตัวองค์หญิงแคว้นเหนือไว้” หัวหน้าองครักษ์สั่งเสียงดังลั่นแต่ช้ากว่าเฟิ่งหลิว เพราะนางวิ่งลิ่วไปทั่วกอง จนสุดท้ายก็พาตัวเองเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของ หมิงซื่อฮ่องเต้

“ปล่อยนะ” เงื้อไม้เงื้อมือ

“สามหาว” เฟิ่งหลิวถอนหายใจยาว

“สามหาวแปดหาวอะไรกัน ข้าไม่ใช่องค์หญิงอะไรนั่น ดูสิ”

เปิดผ้าคลุมหน้าออกทันที หมิงซื่อจ้องตาไม่กะพริบตกตะลึงกับใบหน้างามผุดผาดริมฝีปากสีชมพูระเรื่อไม่ได้สีแดงสดอย่างที่คิด ใบหน้าได้รูปสวยจนคนมองตกตะลึง แต่จมูกเชิดหยิ่งดวงตาสีน้ำตาลใสมีแววขี้เล่น แต่ไม่ใช่องค์หญิงสิบสี่อิงเผย เป็นนางคณิกาคนเมื่อเช้าที่เขาจำติดตาไปได้อย่างไร แต่ใบหน้าไม่ได้ขะมุกขะมอมเหมือนเมื่อครั้งแรกที่พบนาง เผลอปล่อยเอวบาง เฟิ่งหลิวเซเกือบล้มคนตัวใหญ่จึงต้องรวบเอวบางมาไว้ในอ้อมแขนอีกครั้งสบตานิ่ง

“เจ้าเป็นใคร” น้ำเสียงระคนสงสัย

“เฟิ่งหลิว ข้าคือเฟิ่งหลิว บอกแล้วว่าไม่ใช่องค์หญิงอะไรนั่น” ไหนเขาบอกว่าแค่ดื่มชา งานง่ายๆ ก็จะได้เงินอย่างไรเล่า

“เสี่ยวหาน” เสี่ยวหานวิ่ง เข้ามาในกระโจมใหญ่

“นางคือใคร สวมรอยมาได้อย่างไรแล้วองค์หญิงสิบสี่ของแคว้นเหนือเล่า” เสี่ยวหานก้มลงคุกเข่าเบื้องหน้า

 “ข้าน้อยสมควรตาย” เฟิ่งหลิว ส่ายหน้าสมควรตาย

“ข้าไม่ได้สวมรอย”

หมิงซื่อ ผลักเฟิ่งหลิวให้ล้มลงไปกองกับพื้น

“บอกมาองค์หญิงสิบสี่อิงเผย หนีไปทางไหน” ตวาดดังลั่น

“ใครจะรู้เล่า ตื่นมาก็มาอยู่ในอาภรณ์ชุดนี้แล้ว” ที่เคยถูกสั่งสอนมาลืมไปจนสิ้น คราวนี้แค่เพียงเอาชีวิตรอดไปได้ก็พอ ว่าแต่ว่าใคร จับเฟิ่งหลิวเปลี่ยนชุดหนอ

 “นำม้ามา ข้าจะออกตามหาองค์หญิงสิบสี่ นำนางไปขังรอการไต่สวน” คนอะไรใจร้าย หน้าตาก็ดี แต่ทำไมใจร้าย

“หา อย่านะอย่าเข้ามานะ” เสี่ยวหานโดนทั้งหยิกทั้งข่วนจนเข้าไม่ถึงตัว หมิงซื่อยืนมองอยู่นาน ก่อนจะตวัดมือใช้อ้อมแขนแข็งแรงเพียงข้างเดียวรวบร่างบางมาแนบอก มืออีกข้างกำมือบางที่กำลังหยิกข่วนเสี่ยวหานอยู่

...หมดฤทธิ์…

“ปล่อยนะ” ปากไวเท่าความคิด

กัดฉับเข้าที่แขนแข็งแรงของหมิงซื่อ

“โอ๊ย” แต่ไม่ยอมปล่อยกลับรวบแน่นกว่าเดิมจ้องตาคมดุดัน

“บังอาจ” หญิงผู้นี้เป็นนางคณิกาแต่ทำเหมือน ไม่เคยต้องมือชายกระนั้น ร้อยเล่ห์มารยาไม่น้อยคงนึกว่าเขาจำนางไม่ได้หรือไร

เฟิ่งหลิวยกเท้าขึ้นกระทืบเท้าของหมิงซื่อเต็มๆ คราวนี้อ้อมแขนคลายออกโดยง่าย เสี่ยวหานยกมือขึ้นปิดตาเมื่อใบหน้างามยิ้มอย่างมีชัยหันหน้าหนี

มือใหญ่แข็งแรงรวบผมยางสลวยที่ท้ายทอยจนตึงขยับตัวไม่ได้ดึงตัวมาใกล้

ก้มลงบดริมฝีปากกับปากบาง เฟิ่งหลิวตาโต ยกมือขึ้นดันออกกว้างแต่ไม่สำเร็จ เสี่ยวหานปิดตาแน่น หมิงซื่อถอนริมฝีปากออก เมื่อพบว่าเฟิ่งหลิวกลายร่างเป็นขี้ผึ้งรนไฟอ่อนระทวยในอ้อมแขนหมิงซื่อต้องพยุงไว้ นี่ก็แสร้งเป็นอ่อนระทวยในอ้อมแขน เหมือนกับจูบแรกกระนั้นหรือเมื่อลิ้นอุ่นของนางกับแข็งทื่อ นางเหมือนไม่เคยถูกจูบหรือเรียนรู้การจูบมาก่อน

“เก่งจริงๆ เสี่ยวหานพานางไปได้แล้ว”

ความหมายของเขาคือนางช่างแสดงละครได้เก่งจริงๆ เขาเกือบจะเชื่อว่าเป็นจูบแรกของนาง ดึงสายรัดเอวออกจากตัวผูกมือเฟิ่งหลิวไว้แน่น เสี่ยวหานอมยิ้ม หมิงซื่อส่งปลายสายรัดเอวให้เสี่ยวหาน

“ฝ่าบาท หลานซานมาช้าไป” หมิงซื่อโบกมือว่าไม่เป็นไร ฝ่าบาทเลยเหรอ ว่าแต่ฝ่าบาทใครเล่นตลกอะไรกัน เฟิ่งหลิวก็แค่เด็กสาวที่ขายตัวเองเข้าไปอยู่ในหอคณิกาอยู่ๆ ทำไมถึงต้องมาเกี่ยวข้องกับคนพวกนี้ 

“นำนางไปขังไว้ จับตาดูนางให้ดี” ชักไม่ชอบมาพากลแล้ว ฝ่าบาทอะไรนั่นจะประหารเฟิ่งหลิวหรือไม่หากเขาโกรธขึ้นมาอาจสั่งประหารทันที

“องค์หญิงสิบสี่อิงเผย หายไปอย่างไร้ร่องรอยไว้ พรุ่งนี้ข้าจะไต่สวนนาง ตอนนี้ต้องออกติดตามองค์หญิงก่อน”

แม่ทัพอวิ้นกุยคุกเข่าข้างหน้า ตาเหลือบมองเฟิ่งหลิวสายตาไม่สู้ชอบใจนัก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่11แคว้นใต้

    ...ใกล้จะถึงแคว้นใต้แล้ว …..องค์หญิงสิบสี่อิงเผยในอาภรณ์แบบชาวบ้านธรรมดา เดินอยู่บนทางทอดยาวสู่ตัวเมืองหลวง ปาดเหงื่อที่ไหลรินพร้อมกับความหิวที่เพิ่มขึ้นในยามสาย เสียงตะโกนดังลั่นมาแต่ไกล"หลบไปหลบไป ..ฝ่าบาทยกทัพกลับมาแล้ว...วววว"ชาวบ้านที่เดินอยู่พากันแหวกช่องตรงกลาง แล้วนั่งคุกเข่าก้มหน้า"ฮ่องเต้และองค์หญิงสิบสี่เสด็จจจมาแล้วว"เสียงฝีเท้าม้าและเสียงแซ่ซ้องดังลั่นเบื้องหน้านั่นหมิงซื่อบนหลังม้าองอาจหล่อเหลา พร้อมด้วยแม่ทัพหนุ่มอวิ้นกุ้ยและหลานซาน องค์หญิงสิบสี่อิงเผยแอบเหลือบตามอง ผ่านผ้าคลุมหน้าถึงกับนิ่งงัน"ก้มหน้าบังอาจ"เสียงตวาดจากทหารที่คอยอารักขา อิงเผยกลืนน้ำลายลงคอยากเย็น คนผู้นี้นะหรือฮ่องเต้แคว้นใต้หมิงซื่อถัดจากขบวนม้า ในเกี้ยวเฟิ่งหลิวชะโงกหน้าออกมาโบกไม้โบกมือให้กับชาวบ้าน ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใส อิงเผยกำหมัดแน่น อิงเผยหนีออกมาเผชิญความยากลำบากในหลายวันมานี้เพื่อให้ใครก็ไม่รู้ได้ชูคอกลับเข้าวังอย่างสง่างามเช่นนั้นหรือเฟิ่งหลิวตื่นตาตื่นใจกับความยิ่งใหญ่ของวังหลวงจนแทบลืมหายใจความยิ่งใหญ่สวยงามดุจดังสรวงสวรรค์"เสี่ยวหาน พวกเจ้าอยู่กันในที่ที่งดงามแบบนี้หรือ""ใช่

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่10อ่อนแอ

    "ปล่อยข้านะ ปล่อยเดี๋ยวนี้"คนข้างหน้าจู่โจมเข้าใส่ กดร่างบางให้นอนราบกับพื้นเฟิ่งหลิวทั้งถีบทั้งกัด"ช่วยด้วย อุ๊ป.."ปากบางโดนรวบปิดจนแน่นหมดหนทางต่อสู้ดิ้นรน ส่งเสียงอู้อี้ด่าทออาภรณ์ถูกเลิกขึ้นสูงขาเรียวถูกตรึงไว้เฟิ่งหลิวยังคงดิ้น อีกคนจับไหล่อีกคนคร่อมร่างไว้ ดิ้นรนจนหมดเรี่ยวแรงกลัวจนแทบสิ้นสติ นึกหาหนทางที่จะเอาตัวรอด แต่ไร้หนทางเหนื่อยแสนเหนื่อย ดิ้นรนจนเหนื่อยหอบ ปากถูกปล่อยให้เป็นอิสระเฟิ่งหลิวกัดฉับเข้าที่ไหล่ของคนที่คร่อมร่างอยู่"โอ้ย"ยกฝ่ามือฟาดลงบนแก้มเนียนจนใบหน้าสะบัดไปตามแรงมือ น้ำตาไหลริน ด้วยความกลัวและความเจ็บปวด รอยฝามือแดงเป็นทางอวิ้นกุ้ย โผล่เข้ามาชักกระบี่จี้ไปที่คอยหอยของคนที่จับไหล่อยู่ ใช้เท้าถีบเข้าที่ คนที่คร่อมร่างของเฟิ่งหลิวอยู่ หลานซานกัดฟันถีบร่างใหญ่ของอีกคนด้วยรู้สึกเจ็บแค้นแทนเฟิ่งหลิวที่ถูกย่ำยีเฟิ่งหลิวทะลึ่งพรวดลุกขึ้นทั้งๆ ที่อาภรณ์หลุดหลุย อวิ้นกุ้ยรับร่างบางไว้ทันก่อนที่เฟิ่งหลิวจะล้มลงกับพื้นหมดสติไปในอ้อมแขน หลานซานจ้อมองใบหน้าที่บวมแดงสงสารจับใจหมิงซื่อชักกระบี่จากฝักออกมาเสียบเข้าไปที่ยอดอกของทหารนอกแถวว่องไวปานสายฟ้า ล้มลงขาดใจตายท

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่9โดนย่ำยี

    ชุดสีฟ้าสดรับกับใบหน้าใสกระจ่างตา เอวบางคอดกิ่ว สวยสะคราญพี่สาวนางหนึ่งในหอนางโลมเคยกล่าวว่า"เฟิ่งหลิว หากจับนางมาขัดสีฉวีวรรณเสียหน่อย แต่งตัวด้วยอาภรณ์ดีดีเสียนิด นางจะสวยที่สุดในบรรดาเหล่านางโลมทั้งหลายที่นี่"เมื่อจับเฟิ่งหลิวให้หมุนตัวไปมาตรงหน้า“ข้าว่าเราฝึกนางเสียหน่อย ตำแหน่งอี้จีเหมาะกับนางไม่น้อย เฟิ่งหลิวด้วยหน้าตาผิวพรรณ เหมือนชนชั้นสูงหากแต่งองค์ทรงเครื่องฝึกมารยาทที่แข็งกร้าวของนางให้อ่อนหวานอีกนิด เกรงว่าต่อไปหอนางโลมของเราต้องมีอี้จีที่เป็นที่กล่าวขวัญแน่นอน”ที่ผ่านมาเคยแต่สวมเสื้อผ้ามอมแมมหลวมโคลกจนมองไม่มีทรวดทรงองค์เอว เพิ่งจะมีโอกาสในครั้งแรกแต่มันก็พังลง แต่บัดนี้ด้วยอาภรณ์เนื้อดีเฟิ่งหลิวเป็นสาวน้อยที่ผุดผาดน่ามอง นั่งเท้าคางคิดหาทางออก เสี่ยวหานเข้ามาด้านใน เสียงพูดคุยเบาๆ เฟิ่งหลิวย่องไปแอบฟัง"นางอยู่ไหน""นางนั่งอยู่ห่างออกไป""นางตั้งใจยั่วยวนข้าให้ตกหลุมพรางของนาง ดีที่ข้าไหวตัวทันหญิงงามแค่ไหนหากแสดงกิริยายั่วยวนในสายตาข้า เลือกที่จะไม่แตะต้องนางจะดีกว่า"เฟิ่งหลิวตาโตได้ยินทุกคำพูด หากยั่วยวนจะไม่แตะต้อง เป็นทางออกของเฟิ่งหลิวแล้ว อุตส่าห์กลัวแทบตายว่า

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่8ก่อนนั้น

    ก่อนหน้านั้น…"เงินนี่เจ้ารับไปเสีย แล้วดื่มชาเสีย"ท่านแม่เฒ่าแก่เนี้ยสือหรู รีบรับเงินในมือของหญิงนางหนึ่ง เทเงินออกมานับดวงตาเบิกโพลง ในตอนนี้ความโลภก็เข้าครอบงำนางเสียแล้ว"ข้านำเงินไปให้มารดาข้าก่อนแล้วจึงจะกลับมาดื่มชา จะได้ไหม ""น่าเฟิ่งหลิวเจ้าไม่ไว้ใจข้าหรือไร ไม่มีเวลาแล้วเจ้าดื่มชาเสีย ข้าสัญญาข้าจะนำเงินนี่ไปให้มารดาของเจ้าให้เอง"ท่านแม่สือหรูจีบปากจีบคอพูด"แต่ข้า อยากจะแน่ใจว่าท่านแม่ของข้าได้รับเงิน""ไอ้ย่า เจ้านี่ไม่ไว้ใจใครจริงๆ หากข้าโกหกเจ้าขอให้ตายไปไร้ดินกลบฝัง ข้าเข้าใจความลำบากของเจ้าดี อย่างไรก็ไม่บิดพลิ้วแน่นอน เงินมากมายนี่แม่เจ้าสบายไปหลายเดือนหรือว่าเจ้าไม่ต้องการมันเช่นนั้นข้าไปหาคนอื่นแทนเจ้า" เดินหนี เฟิ่งหลิ่วรีบคว้าถ้วยชามากระดกรวดเดียว ยามสงครามเช่นนี้ควรมีกำลังทรัพย์เพราะไม่รู้ว่าสงครามจะจบลงเมื่อๆ ไหร่ คิดได้เพียงเท่านั้น อาการวิงเวียนจนแทบทรงกายไม่อยู่ดวงตาพร่ามัว หลับตาลงช้าๆจะต้องกลัวสิ่งใดกันในเมื่อเข้ามาในหอคณิกาก็ทำใจไว้แล้ว ทำใจว่าต้องเล่นละครหลอกเอาเงินให้ได้เยอะที่สุด หาทางเอาตัวรอดไม่ให้ตัวเองเสียทีให้ได้นานที่สุด เก็บเงินแล้วออกไปใช้

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตแนที่7แต่ละคนใจร้ายทั้งนั้น

    "หลานซานคิดว่านาง มาเพื่อถ่วงเวลาฝ่าบาทคงเป็นองค์หญิงสิบสี่ที่ส่งนางมา รั้งนางไว้มีแต่ยุ่งยาก ปล่อยนางไปเสียกลางทางนี้เถิดขอรับ""ไม่ไม่ไม่ จะให้มาอยู่กลางหุบเขาหันหน้าหันหลังไม่มีใครอย่างนั้นหรือ"เมื่อเช้าลองชะโงกหน้าออกไปดูที่นี่มีแต่หุบเขา ไม่คุ้นตาว่าแต่เป็นที่ไหนกัน ทีแรกคิดว่ายังอยู่ไม่ไกลจากหอนางโลม แต่ตอนนี้ยากจะบอกได้ว่าอยู่ที่ไหนแล้วจะหาทางกลับไปได้อย่างไร หลานซานคนนี้หน้าตาหน้าหล่อเหลาแต่ใจดำ คนพวกนี้หน้าตาดีท่าทีองอาจแต่ใจดำ"ข้ารอแค่เพียงหาองค์หญิงสิบสี่พบ""อย่านะ ข้ายังไม่อยากไปไหน"คิดคำหวานฉอเลาะเหมือนที่พวกพี่สาวในหอนางโลมและสือหรูสอนไม่ออก อีกทั้งยังไม่กล้าจีบปากจีบคอพูดเหมือนที่เคยถูกสั่งสอนมา"ทำไม ไหนเจ้าบอกไม่อยากเห็นหน้าข้า จะลูกไม้อะไรอีก""หลานซาน เกรงว่าแม่นางคนนี้ จะถูกส่งมาเพื่อถ่วงเวลาไม่ให้ฝ่าบาททรงติดตาม องค์หญิงสิบสี่เป็นแน่"พูดซ้ำๆ เดิมๆ ก็หลานซานนั่นปักใจไปแล้ว คำว่าหญิงงามเช่นเฟิ่งหลิวช่วยอะไรไม่ได้ในยามนี้หลายคนคาดการณ์ผิดใครจะคิดว่าเฟิ่งหลิวจะวิ่งหนีออกมาต่างหาก แล้วคนพวกนี้ทำไมต้องคิดว่า เฟิ่งหลิวร้ายกาจอย่างนั้นด้วย“ปล่อยนางไว้เสียที่นี่” ห

  • เสน่าอี้จีฝึกหัด   ตอนที่6กลายเป็นคนผิด

    เฟิ่งหลิวแสร้งทำท่าทีนิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านทั้งที่รู้ดีว่าอยู่ในห้องสองต่อสองถึงตะโกนไปพวกข้างนอกก็คนของเขาจะเข้ามาช่วยไหมจากที่ดูหมิงซื่อทรงอำนาจไม่น้อยเป็นถึงฮ่องเต้ ตวาดทีเดียวรับรองพวกนั้นกลัวหัวหดล้มตัวลงนอนตะแคงไม่หันไปมองคนที่นอนบนแท่นบรรทมเสียงหายใจดังสม่ำเสมอแสดงว่าอีกคนหลับไปแล้วนอนคิดถึงพรุ่งนี้ จะทำอย่างไรดี ครอบครัวของเฟิ่งหลิวได้เงินมากมายนั่นหรือยังหนอ แล้วจะหนีไปอย่างไรตอนนี้อยู่แห่งใดกัน เฮ้อนอนเอาแรงดีกว่า เพื่อพรุ่งนี้สมองจะได้ปลอดโปร่งหาทางเอาตัวรอดได้อย่างมีสติ สติเท่านั้นที่จะช่วยได้...เช้าสดใส...เสียงทหารเซ็งแซ่เหมือนกำลังจะไปรบ ต่างช่วยกันเก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินทาง เฟิ่งหลิวงัวเงียตื่นจากที่นอนสายแล้วนี่ ต้องไปทำงานลุกพรวดพลาด ปัดกวาดเช็ดถูหอคณิกา เหมือนในทุกเช้าที่ต้องทำงานหนักพวกนี้ แต่พอหันไปอีกทางต้องยกมือปิดตา เมื่ออีกคนยืนโป๊ให้เสี่ยวหานขันทีข้างกาย แต่งองค์ให้อยู่ ยืนกางมือเกือบเปลือยอยู่ตรงนั้นแบบไม่สะทกสะท้านใดใด"ว้าย"เผลอร้องด้วยความตกใจหน้าแก้มแดงถึงใบหู “ไร้มารยาท "เสียงเกือบจะกลายเป็นตวาดทำไมต้องดุด้วย เฟิ่งหลิวเสียอีกต้องมาเจออะไรแบบนี้ทั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status