LOGINในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน
โอ๊ย! กลุ้มจริง ฉันจะทำยังไงดี?
เวลาเราลดน้ำหนัก เราจะรู้ว่าไม่ควรกินของหวาน แต่ในใจเรามักจะอยากกินของหวานตลอดเวลา แล้วในหัวของฉันเอง ก็รู้ว่าการคบกับนักร้องในค่าย ถือเป็นเรื่องไม่สมควร แต่ฉันก็คิดถึงเธอทุกๆ ชั่วโมง
จนไม่เป็นอันทำงานแล้ว!
ฉันถามตัวเองว่าหลงเธอที่หน้าตาใช่ไหม ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้าเธอในห้องทำงาน ฉันเองก็ไม่มีคำตอบที่ดีพอให้ตัวเอง จึงวางแผนเอถึงบี แล้วคิดไปไกลจนถึงแผนวาย ส่วนแผนลำดับสุดท้าย คือการบอกเธอไปตรงๆ แต่ฉันคนนี้ทำไม่ลงหรอกนะ
แฟนคนที่ผ่านมาของฉัน มีบางอย่างร่วมกัน คือนับถือตัวเอง และน่านฟ้าก็นับถือตัวเองพอที่จะตอบโต้ฉัน
แต่ทุกครั้งที่มีความรัก ฉันไม่เคยเสียอาการขนาดนี้มาก่อน เธอทำให้ฉันอยากกลับไปมีความรักแบบใสซื่อบริสุทธิ์แบบวัยเด็ก ไม่ต้องมีอะไรกัน ขอแค่อยู่ใกล้ๆ ได้มองเธอเล่าเรื่องดินฟ้าอากาศ ฉันก็พอใจ
“คุณไนฟ์คะ”
ฉันเรียกเลขาเข้ามาในห้อง แล้วเธอก็กระตือรือร้นพอที่จะปรากฏตัวในทันที
“ช่วยทำไลน์กลุ่มนักร้องในค่ายเราให้หน่อยค่ะ”
อันที่จริง ฉันแค่อยากได้ไลน์น่านฟ้า เลยต้องทำแบบนี้
“ค่ะ คุณลูกศร”
เธอหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าสูทสีเทาที่สวมอยู่ แล้วตั้งกลุ่มอย่างรวดเร็ว
“ทำไมมีสมาชิกแค่สามคน ฉัน คุณ และน่านฟ้า นี่คุณไนฟ์ไม่รู้จักไลน์นักร้องทั้งหมดเหรอคะ?”
“คือ...เรามีนักร้องเหลือแค่คนเดียว”
ฉันเผลออ้าปากค้าง ป๊าไม่เคยมอบสิ่งดีๆ ให้กับฉัน เหมือนลูกแม่ใหญ่ และกำลังจะบีบฉันให้ต้องแต่งงานกับผู้ชายที่ป๊าหามาให้ แล้วทำให้ฉันยอมยกธงขาวเรื่องงานเสียที
ไม่มีทาง แทนที่จะเสียกำลังใจ ฉันกลับฮึดสู้ขึ้นมา!
“เกิดอะไรขึ้น? เล่ามาให้หมด”
ฉันสั่งเลขาส่วนตัว
น่านฟ้ากดรับฉันเป็นเพื่อนหลังจากเข้ากลุ่ม ทำไมเธอเข้าถึงง่ายขนาดนี้ ฉันได้แต่สงสัย
“คุณลูกศรต้องฟังจากปากนักร้องเองสิคะ ถึงจะถูก”
น่านฟ้าก้าวย่างอย่างสบายอารมณ์เข้ามาในห้อง ไปนั่งที่โซฟารับแขก แล้วผายมือให้คนอื่นนั่งตาม”
“ขอสั้นๆ แต่ได้ใจความ”
ฉันประกาศ กอดอกไขว่ห้าง ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ ก็เวลาฉันมีแค่นี้
“มีข่าวลือว่าบริษัทกำลังจะเลิกกิจการ ถูกตัดงบ ค่าตัวก็ไม่ให้ ถึงตอนนี้ยังฟ้องอยู่ในศาลอยู่เลยค่ะ”
น่านฟ้ายกกาแฟขึ้นจิบ ทั้งที่ฉันเอาเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติออกจากบริษัทไปแล้ว เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แล้วตอนนี้เธอก็ดื่มกาแฟที่ซื้อมาเอง
“ไม่ใช่ข่าวลือ”
ฉันพูดหน้าตาย ไนฟ์ดูตกใจ ส่วนน่านฟ้าพยักหน้ารับทราบ
“แล้วทำไม คุณถึงยังอยู่กับเรา น่านฟ้า?”
ฉันเดาคำตอบในใจ เธอคงจะผูกพันกับที่นี่ ไม่อยากย้ายไปไหน ฉันหันมองเธอด้วยความซาบซึ้ง
“ไม่มีที่จะไปค่ะ”
น่านฟ้าประกาศ ก้มมองเล็บ ส่วนฉันเม้มปาก อยากหนีความอับอายไปให้พ้น
“คุณมีดอีโต้”
“ดิฉันไนฟ์ค่ะ คุณลูกศร”
ฉันเผลอเล่นมุก แต่สองสาวเงียบกริบ บรรยากาศน่าอึดอัด ก่อนพูดต่อ
“ถ้าบริษัทเจ๊ง ฉันจะให้คุณย้ายไปทำงานกับเฮียธนู”
เลขาคนเก่งทำตาแวววับ แล้วยกมือขึ้นพนม
“ขอบคุณค่ะท่าน”
ฉันพิงโซฟาอย่างหมดแรง ในหัวประมวลความน่าจะเป็นทุกอย่าง แต่น่านฟ้ายังคงตั้งหลังตรง มองมาทางฉัน
“นี่ค่ะ”
เธอเปิดไอแพด เปิดเพลงๆ หนึ่งที่ฟังแล้วติดหู เมื่อฟังซ้ำได้แค่ครั้งเดียว
“ใช้ได้นี่ คุณแต่งเพลงได้ด้วย”
“เอไอ ทำได้ทุกอย่าง”
ฉันฟังประโยคนั้นของน่านฟ้า แล้วทำแก้วน้ำร่วงจากมือ น้ำเปล่าหกรดเสื้อฉันดวงใหญ่
“เอไอ? คุณไม่รู้หรือว่าใช้เพลงที่เอไอแต่งไม่ได้ มันไม่คุ้มครองลิขสิทธิ์”
ฉันประเมินหน้าคนสวยตรงหน้าใหม่ ความตั้งใจเต็มร้อย แต่ความรู้น้อยมาก
“แล้วจะให้ฟ้านั่งรอพี่ลูกศรขายบ้านขายรถ มาจ้างนักแต่งเพลงหรือคะ?”
ฉันเผลอคิดตาม คงได้เงินพอจ้างนักแต่งเพลงฝีมือดี แต่ฉันต้องนั่งรถเมล์มาทำงาน ไม่เอา มันไม่คูล
“ค่ายเราเคยดังแค่ไหนคะ คุณไนฟ์”
ถ้าจะให้ฉันวางแผน ฉันต้องรู้มากกว่านี้
“ดังมากๆ เลยค่ะ แต่พอคุณธนูบริหารบริษัทแม่ ก็คิดจะเลิกทำค่ายเพลง ค่อยๆ ตัดงบ จนเหลือเราแค่สามคน”
“สี่คน นับผมด้วยครับ”
เสียงชายแปลกหน้าดังขึ้น เออ ห้องซีอีโอมันมันเข้ามาง่ายขนาดนี้เลย แอบฟังได้ ใครคิดจะโผล่เข้ามาก็ได้ พวกเขาเคยนับถือฉันบ้างไหม ฉันค้อนคนมาใหม่ยกใหญ่
น่านฟ้ามองคนมาใหม่ด้วยแววตาแปลกออกไป เป็นแววตาที่เย็นชา ฉันพอเดาได้ว่าพวกเขาคงเคยเถียงกันเรื่องเพลงมาก่อน
“ขออนุญาตแนะนำตัว ผมเป็นนักแต่งเพลงที่ดีที่สุดของค่ายครับ”
“แน่ล่ะ เพราะเราเหลือนักแต่งเพลงอยู่คนเดียว เก่ง
ให้ได้เหมือนปากนะคะ คุณเอสท์”
น่านฟ้าประชด ชายหนุ่มหันมามองเธอด้วยหางตา ก่อนปะทะคารม
“ก็ถ้านักร้องเสียงดี ต่อให้เพลงห่วยแค่ไหน ก็เอาอยู่ ผมว่าเราต้องมองให้รอบด้าน”
“เอาละค่ะ”
ฉันยกมือห้ามทั้งสองคน เกิดไอเดียในหัวแปลบปลาบ เหมือนเห็นฟ้าผ่าตอนกลางคืน
“คุณเอสท์ คุณแยกออกไหมว่า เพลงไหนดี เพลงไหนไม่ดี”
ฉันเอ่ยอย่างระมัดระวัง เพราะการสูญเสียหมากตัวนี้ไป อาจหมายถึงเกมจะจบลงทันที
“ผมแต่งเพลงได้หลายแนว”
“ตอบให้ตรงคำถาม”
ฉันดุ ด้วยเสียงเข้ม รอคอยคำตอบอย่างเคร่งเครียด
“ครับ ผมรู้”
“ลูกศรมีแผน”
พวกเราสุมหัวกัน ก่อนฉันจะเล่าแผนการออกมา แล้วจากนั้นตั้งโทรศัพท์มือถือเพื่อถ่ายคลิป โดยให้น่านฟ้าเป็นคนพูด
“น่านฟ้านะคะ”
เธอขยิบตาให้กล้องทีหนึ่ง ฉันเผลอยิ้ม แล้วนึกขึ้นได้ว่านี่เวลางาน ฉันไม่ควรทำตัวเป็นแม่ยก
“ค่ายเอ็นแชนทิงมิวสิค(Enchanting Music)ของเรา กำลังเปิดรับสมัครนักแต่งเพลงจากทั่วประเทศ โดยผู้ชนะจะได้เซ็นสัญญากับค่ายและรับเงินรางวัลไปกว่าห้าหมื่นบาท แถมเพลงนั้นจะเป็นเพลงที่ฟ้าใช้ร้องด้วยตัวเอง ถ้าสนใจก็สมัครมานะคะ”
ฉันกดหยุดอัด ก่อนโอ้อวด
“ไง ไอเดียดีไหม จ่ายเงินเท่าเดิม แต่ตัวเลือกเยอะกว่า”
เอสท์ดูเสียหน้า เขาขมวดคิ้ว แต่บริษัทคงเป็นฟางเส้นสุดท้ายของเขาเหมือนพวกเราทุกคน
“เย้ เรารอดแล้ว”
นักร้องสาวตะโกน กางแขนออก ยิ้มอย่างสุขใจ จนฉันอดไม่ได้ที่จะยิ้มบางๆ ตามเธอ
พวกเราคุยงานกันอีกนิดหน่อย ก่อนแยกย้ายกันไป และคงต้องใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าผลลัพธ์เรื่องคลิปจะออกมา
.
.
บ่ายวันนี้ไม่มีเอกสารให้เซ็น เพราะเลขาของฉันลากิจ ฉันจึงนั่งเล่นมือถือ และน่านฟ้าก็เป็นฝ่ายทักมาก่อนน่านฟ้า : ขอบคุณที่ไม่ยอมแพ้นะคะ ฟ้ากำลังจะกลับบ้านเกิดพอดี ถ้าแม้แต่ที่นี่ก็ไม่ต้องการฟ้า
ลูกศร : พี่ว่าน้องฟ้ามีศักยภาพอีกเยอะ เตรียมตัวไว้เถอะค่ะ
น่านฟ้า : ปากหวาน
ลูกศร : อยากชิมไหม ว่าหวานจริงหรือเปล่า?
น่านฟ้า : บ้า
ลูกศร : ส่งสติ๊กเกอร์ยิ้มแต่เอามือปิดปาก
ฉันว่าฉันไม่ควรรุกหนัก เผลอทำตามใจตัวเองเกินไป เดี๋ยวเธอจะตกใจ จนทำตัวไม่ถูก ฉันกำลังข้ามเส้นที่ตอนแรกตั้งใจจะไม่ข้าม แต่ช่างมัน ใครแคร์ แล้วฉันก็จบบทสนทนาแค่นั้น
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน หลังจากผ่านเหตุการณ์การขับรถเองในวันนั้น น่านฟ้าก็จับฉันฝึกขับรถ เธอให้เหตุผลว่า เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ฉันจะได้เอาตัวรอด แต่ที่ฉันเดาใจเธอออกคือ ประกายตาอันสดใสของน่านฟ้า ยามจดจ้องเสี้ยวหน้าของฉัน ขณะฉันขับรถ ตอนนี้ฉันมั่นใจในตัวเองมากพอที่จะขับรถทางไกลคนเดียวได้แล้ว ฉันมาเยี่ยมคนๆ หนึ่ง ที่ไม่ได้มาหานับสิบห้าปีได้แล้ว สองข้างทางยังคงเต็มไปด้วยแมกไม้เขียวขจีเหมือนเดิม ฉันจำโค้งทุกโค้งได้เป็นอย่างดี ราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เพราะยังขับรถไม่ชำนาญ ฉันจึงขับความเร็วระดับที่ปลอดภัย ยอมให้รถคันหลังแซงไป ฉันร้องเพลงใหม่ของน่านฟ้าแล้วเคาะพวงมาลัย แต่รถกลับส่ายไปมา จนฉันต้องจอดชิดข้างทาง ฉันดูสัญญาณมือถือแล้ว ที่นี่อับสัญญาณพอดี ฉันยักไหล่ ตอนเด็กๆ พวกเราไม่ค่อยได้ใช้เทคโนโลยีอะไรนัก จะมาบ่นอะไร ถ้าวันนี้จะไม่ได้ใช้สักวัน ฉันก้มลง
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน แม้ว่างานอีเว้นท์จะผ่านมาหลายชั่วโมง แต่ใจฉันยังเต้นให้กับคำตอบของน่านฟ้า ขณะเดียวกันก็รู้ว่าสาเหตุที่น่านฟ้าถูกวางยาสลบ แล้วปล่อยให้จมน้ำ นั้นเกิดจากฉันพันเปอร์เซ็นต์ ก่อนจะปล่อยให้เธอต้องเสี่ยงไปกับฉัน ฉันควรรู้ตัวว่าฉันรู้สึกยังไงกับเธอ เอาล่ะ เธอสวย ดวงตาเธอหวานซึ้ง ริมฝีปากได้รูป จมูกโด่งเป็นทรงตรงเหมือนช่างตั้งใจประดิษฐ์เป็นพิเศษ สรุปว่าฉันหลงเธอที่หน้าตา อันดับต่อมา เธอกล้าเถียงฉัน ฉันรู้ว่าฉันชอบขมวดคิ้ว ทำหน้ายุ่ง แต่ผู้หญิงคนนี้ไม่กลัว และเธอกล้าท้าชน เธอเคารพตัวเอง ตรงตามสเปกฉันทุกอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ฉันใจเต้นเวลาเห็นหน้าเธอ แม้ว่าเหตุผลทั้งสองข้อ อาจจะไม่มีเลยก็ตาม เพื่อนคนเดียวที่ฉันมีคือเอไอ แต่ฉันอยากคุยกับมนุษย์ ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์ ฉันอยากรู้ว่าถ้าคนชอบวางแผนแบบฉันจะมีความรัก ฉันจะรักด้วยใจบริสุทธิ
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน อาจเพราะส่วนลึกในใจ ฉันไม่ค่อยมั่นใจในตัวเอง ฉันยังจำภาพที่พ่อทำเหมือนฉันเป็นขยะชิ้นหนึ่งได้ติดตา ฉันคิดอยู่นานว่าถ้าอยากพาพี่นานาไปเที่ยวที่ไหนสักแห่ง ฉันควรทำอย่างไรดี ในหัววางแผนอย่างแยบยล โอเค ก็แค่ชวนไปตรงๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น พี่นานามีแต่คนรายล้อม แต่สองสามวันหลังมานี้ เธอให้เวลาส้มเปรี้ยวเป็นพิเศษ จนฉันออกจะรู้สึกหวงอยู่บ้าง ฉันยืนหลังตรง บอกตัวเองให้เอาจริง สูดลมหายใจแรงๆ เรียกความกล้าออกมา เดินไปประชิดตัวพี่นานา ที่อยู่ท่ามกลางเด็กๆ ในบ้าน “ขอคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ?” ในหัวฉันว่างเปล่า มีแต่ความกล้าที่ส่งไปยังพี่นานาเท่านั้น แต่เธอเคยบอกชอบฉัน ฉันชวนเธอก็น่าจะไปสิ หรือเธอจะเปลี่ยนใจเมื่อได้รู้จักกับฉันเข้าแล้ว “ได้สิ” พี่นานายังรักษารอยยิ้มอ่อนโยนมาไว้ให้ฉันเสมอ เธอเดินนำฉันมาใต้ต้นห
ในมุมมองของโดนัท เมื่อ 15 ปีก่อน ปกติส้มเปรี้ยวจะมีแม่มาเยี่ยมทุกสุดสัปดาห์ ชุดธรรมดาๆ ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นชุดหลากสีสัน แม้เธอจะมีแค่ตัวที่กลางเก่ากลางใหม่ แต่เธอก็ตั้งใจเปลี่ยนเสมือนว่าเป็นวันพิเศษ ส้มเปรี้ยวนั่งอยู่ที่บันไดหน้าบ้าน เท้าคางมองต้นไม้ใบหญ้าอย่างเดียวดาย เสียงรถยนต์ผ่านมา ทำให้ส้มเปรี้ยวชะเง้อมองที่มาของเสียง แต่ไม่มีวี่แววของแม่เธอเลย ผู้มาเยือน แท้จริงแล้วคือครูดอกปีบ เดินมาพร้อมกับแม่บ้านและพี่ๆ ในบ้านสุขใจ พวกเขาถืออาหารสดจำนวนมาก ในฐานะที่พวกเรายังเด็กเกินไปสำหรับหน้าที่นี้ จึงได้แต่มองเท่านั้น “ว้า” ส้มเปรี้ยวถอนหายใจ ครูดอกปีบมองอาการนั้น แล้วทำหน้าเรียบเฉย ก่อนเดินเข้าครัวไป พี่นานาเดินผ่านส้มเปรี้ยว เธอยังคงฝังใจเรื่องแม่ของส้มเปรี้ยว และดูท่าทางจะไม่หายอิจฉาง่ายๆ แม้จะได้เคล็ดวิชาจากฉันมาแล้ว “พี่นานาชอบสร
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน น่านฟ้าแน่นิ่งจนฉันใจหาย ฉันเขย่าตัวเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เธอไม่มีปฏิกิริยาเลยแม้แต่น้อย น้ำตาฉันไหลลงสู่ใบหน้าของเธอ ในที่สุดน่านฟ้าก็สำลักออกมา เธอใช้เวลาสักพักกว่าจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น “ฟ้า” ฉันเรียกเธอเสียงแผ่ว ใบหน้าแสดงความกังวล น้ำตาของฉันยังหยดลงเรื่อยๆ บนใบหน้าของเธอ น่านฟ้าที่รู้ตัวกอดฉันแน่น “ฟ้าเป็นไงบ้าง?” เธอรู้ตัวอย่างเต็มที่แล้ว ก่อนเอ่ยประโยคนี้ออกมา “เวรกรรมมีจริง ฟ้าเคยทำคนตาย แล้วตอนนี้ฟ้าก็เกือบตาย เพื่อชดใช้ความผิดนั้น” “หมายความว่ายังไง แต่ตอนนี้ฟ้าต้องไปโรงพยาบาลก่อน” ก่อนหน้านั้น ฉันเรียกรถฉุกเฉินมา เบอร์ 1669 รถฉุกเฉินพาเราไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ตอนลงจากรถฉุกเฉิน มีผู้คนจดจำเธอได้ หลายคนจึงยกกล้องมือถือ ไลฟ์น่านฟ้าที่ถูกเข็นเข้าห
ในมุมมองของลูกศร ปัจจุบัน ฉันกดปุ่มโทรศัพท์เครื่องโบราณ เรียกเลขาเข้ามาหา ด้วยความรู้สึกน้อยใจที่แม้แต่โทรศัพท์เครื่องใหม่ เราก็ไม่มีปัญญาจะเปลี่ยน “คุณไนฟ์ คุณพร้อมทำงานหนัก เพื่อทำให้ค่ายเพลงเราไปรอดไหม?” เธอมองฉันด้วยแววตาส่องประกาย ก่อนยกกำปั้นขึ้น แล้วตะโกนเสียงดัง “พร้อมค่ะ บอส!” “ดีมาก ถ้าอย่างนั้นเราจะประชุมทุกวันจันทร์ เพื่อวางแผนว่า อาทิตย์นี้จะดีกว่าอาทิตย์ที่แล้วยังไง” “แต่..เรามีกันแค่สี่คน” “ลูกศรไว้ใจคุณไนฟ์นะคะ” ฉันประกาศ จ้องเธอด้วยดวงตานิ่ง “ค่ะ คุณลูกศร” เธอเสียงอ่อนลง เมื่อไม่รู้ว่าแผนของฉันคืออะไร “คุณไนฟ์ จะต้องไปคุมการผลิตเอ็มวีตัวใหม่กับน่านฟ้า แต่ในฐานะเลขา แค่ส่งตารางงานมาให้ลูกศรก็พอ” เธอกลืนน้ำล


![ผัวแฝดของผมเป็นมาเฟีย [YAOI] + [BDSM] + [3P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




