LOGIN
แนะนำตัวละคร
ธามไท อายุ29ปี ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมีอยู่ในหลายสิบจังหวัดในประเทศไทยและต่างประเทศ ณินา อายุ23ปี . . . ตัวอย่าง "เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมันไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของฉันหรอกนะ" "แล้ว...ณินาต้องกินยาคุมไหมคะ" "ไม่ต้องกินหรอก ถ้าเธอท้องฉันจะรับผิดชอบ" . . . . . "ถ้าต่อไปฉันได้แต่งงานกับคนที่ฉันรัก ฉันกับคนรักก็จะช่วยกันเลี้ยงลูกเอง ส่วนเธอจะไปมีใครหรือมีลูกใหม่กับใครก็แล้วแต่เธอ" "..." . . . . . . . . . . "คุณย่าครับผมอยากแต่งงานกับระรินครับ" เสียงทุ้มมีเสน่ห์ของธามไทเอ่ยบอกกับคนเป็นย่าที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่แบเบาะ และเขาก็พูดขอแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ทว่าคุณย่ายังไม่ยอมให้เขาแต่งงานเสียที แม่ของธามไททิ้งเขาไปหลังจากคลอดเขาได้แค่ไม่กี่วันซึ่งไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำ คุณย่าบอกว่าแม่ของเขาหวังแค่ทรัพย์สมบัติของคุณย่า พอคุณย่าบอกว่าจะไม่รีบแบ่งทรัพย์สมบัติให้พ่อ แม่ของเขาจึงทิ้งพ่อและเขาไปอย่างไม่ใยดี พอเขาอายุได้สามขวบพ่อของเขาก็เสียชีวิตเพราะโรคหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ดังนั้นหน้าที่การดูแลเขาจึงตกเป็นของคนเป็นย่าคนเดียวตั้งแต่นั้นมา ซึ่งคุณย่าเป็นหม้ายสามีตายตั้งแต่ท่านอายุสี่สิบปี ธามไทรักและตามใจคุณย่ามาก ไม่ว่าคุณย่าต้องการอะไรเขาก็สามารถทำตามคุณย่าได้ทุกอย่าง และเขาก็รู้ว่าคุณย่ารักเขามากเช่นกัน ธามไทมีแฟนที่คบกันมาสองปีแล้ว เธอชื่อว่าระริน ระรินอายุเท่ากับเขา เขาพูดกับคุณย่าหลายครั้งแล้วว่าอยากแต่งงานกับระริน แต่คุณย่าก็ไม่ยอม เพราะคุณย่ากลัวว่าระรินจะคบเขาเพื่อหวังแค่ทรัพย์สมบัติของคุณย่าเหมือนกับแม่ของเขา ดังนั้นคุณย่าจึงไม่ยอมให้เขาแต่งงานสักที "ย่าบอกตรงๆนะธามไทว่าย่าไม่ค่อยไว้ใจแฟนของแก" หลายครั้งที่ธามไทพาแฟนของเขามาเจอที่บ้าน พรรณีมีความรู้สึกว่าแฟนสาวของธามไทดูไม่น่าไว้ใจสักเท่าไหร่ เพราะพรรณีสังเกตได้จากแววตาท่าทางของหญิงสาวที่ธามไทพามา แววตาของหญิงสาวที่พรรณีสังเกตได้คือดูหลุกหลิกไม่น่าเชื่อใจ เวลาพูดด้วยก็ไม่ยอมสบตา สายตาจะลอกแลกตลอดเวลาเหมือนกับว่ามีอะไรแอบแฝง ด้วยประสบการณ์ในการใช้ชีวิตมาหลายสิบปีของพรรณีที่ได้เจอผู้คนมามากมายหลายแบบจึงทำให้พรรณีดูคนออกว่าคนๆนั้นคบได้หรือไม่ได้ พรรณีมีความรู้สึกว่าแฟนสาวของหลานชายมีนิสัยคล้ายกับแม่ของธามไท ดังนั้นพรรณีจึงยังไม่ไว้ใจหญิงสาวที่หลานชายพามาให้ตัวเองได้ทำความรู้จักหลายครั้งหลังจากที่ทั้งคู่คบกันมาสองปีแล้ว "ระรินไม่เหมือนแม่หรอกครับคุณย่าที่หวังอยากได้แค่ทรัพย์สมบัติ" "แกอย่าไว้ใจแฟนแกง่ายๆสิ แม่แกเมื่อก่อนตอนเข้ามาอยู่แรกๆก็ดีอยู่หรอก แต่พอนานไปก็เริ่มเผยธาตุแท้ออกมาให้เห็น" "ระรินคงไม่เป็นแบบนั้นหรอกครับคุณย่า คุณย่าอย่าคิดว่าคนอื่นๆจะเป็นเหมือนแม่สิครับ" "ตอนแม่ของแกย่าก็ไม่ได้คิดมากหรอกนะธามไท แต่สุดท้ายแล้วเป็นไงล่ะ" "..." เขานิ่งไม่กล้าเถียง "พอแม่แกรู้ว่าย่าจะไม่ยอมยกสมบัติให้พ่อแกง่ายๆก็ถึงกับยอมทิ้งลูกที่เพิ่งคลอดออกมาแค่ไม่กี่วันโดยไม่คิดที่จะเหลียวแล แม่ของแกน่ะมันเห็นแก่ตัว รักแต่ตัวเอง" "..." เรื่องนั้นเขาไม่เถียง เพราะถ้าแม่รักเขาจริงคงไม่ทิ้งเขาไปหรอก "เพราะฉะนั้นย่าจึงอยากจะดูให้แน่ใจก่อนว่าแฟนของแกไม่ได้เป็นเหมือนแม่ของแก" "ครับ" "และย่าขอย้ำอีกครั้งว่าห้ามให้แฟนแกปล่อยท้องเด็ดขาด ถ้าเกิดท้องขึ้นมาย่าจะไม่ยอบรับเด็กที่คลอดออกมาว่าเป็นเหลนของย่า เหลนของย่าต้องเกิดจากผู้หญิงที่ย่าพอใจเท่านั้น" พรรณีย้ำเตือนเรื่องนี้กับธามไทมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่าห้ามนอนกับใครโดยที่ไม่ได้ป้องกันเด็ดขาด พรรณีพูดเรื่องนี้ตั้งแต่ธามไทเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นมัธยมปลายด้วยซ้ำ "ผมรู้ครับ" เรื่องนั้นมันอยู่ในหัวสมองของเขามาหลายปีแล้ว และเขาก็ปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพราะไม่อยากทำให้คุณย่าไม่สบายใจ แม้แต่กับระรินที่เป็นแฟนเขาก็ป้องกันตัวเองทุกครั้ง และป้องกันมาสองปีแล้วโดยการสวมถุงยางอนามัย "ทำให้ได้ตามที่พูดนะธามไท และที่ย่าต้องย้ำเตือนบ่อยๆเพราะย่าไม่อยากให้แกต้องมาผิดหวังเหมือนพ่อของแกที่ได้เมียไม่ดีอย่างแม่แก" "ครับคุณย่า" "ย่าอยากให้แกได้ผู้หญิงที่ดีมาเป็นเมียของแก ย่าอยากได้หลานสะใภ้ที่ไม่ใช่มัวแต่หวังทรัพย์สมบัติของแกอย่างเดียว" "ครับ" "ย่าเตือนแกได้เท่านี้แหละ" "ครับ งั้นผมขอขึ้นห้องไปอาบน้ำก่อนนะครับ" บอกจบ ธามไทก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วสาวเท้าขึ้นชั้นบนไป ก่อนที่พรรณีจะพึมพำออกมาอย่างหมายมั่น "ย่าจะหาผู้หญิงดีๆให้แกเองธามไท"บ้านธามไท 22.35 น.รถหรูของธามไทแล่นเข้ามาจอดยังหน้าบ้านหลังใหญ่ด้วยความเร็ว ก่อนที่เรียวขายาวจะก้าวลงจากรถแล้วสาวเท้าขึ้นไปชั้นบนอย่างว่องไวพลั่ก!ร่างสูงผลักประตูเข้ามาในห้องนอนด้วยความแรงตามอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยากปลดปล่อยเต็มที ณินาที่นอนไถโทรศัพท์ท่องโลกโซเชียลอยู่ถึงกับสะดุ้งตกใจที่จู่ๆเขาก็ผลักประตูเข้ามาเสียงดัง เธอหันมองไปยังร่างสูงที่ตอนนี้เขามีท่าทีแปลกๆอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในระยะเวลาสองเดือนที่อยู่กับเขามา เพื่อให้หายสงสัยเธอจึงหยัดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วถามออกไป"คุณเป็นอะไรคะคุณธามไท""ขึ้นไปนอนบนเตียง""ขึ้นไปนอนทำไมคะ" ถามด้วยสีหน้างุนงง"คืนนี้ฉันอยาก ฉันจะเอาเธอ""เอ่อ...คือ" เธออ้ำอึ้งเพราะไม่นึกว่าจะต้องมามีอะไรกับเขาตอนนี้"เร็วๆ!" เขาเปล่งคำพูดออกไปเสียงดังตามอารมณ์เดือดพล่านที่มันพุ่งสูงไปขึ้นเรื่อยๆ"ค่ะๆ" เธอรับคำด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน จากนั้นเธอจึงลุกไปนั่งบนเตียงของเขา ก่อนที่เขาจะก้าวเข้ามาหายังร่างบอบบางที่มีสีหน้าตื่นตระหนกอยู่ เขาผลักเธอให้นอนลงไปบนเตียงอย่างไม่เบามือนักเพราะเลือดในกายของเขากำลังสูบฉีดอย่างรุนแรงโดยตอนนี้ส่วนกึ่งกลางกายของเขาได้แข็งท
สองเดือนต่อมาเป็นเวลาสองเดือนแล้วที่ธามไทกับณินาอยู่ร่วมบ้านเดียวกันและห้องนอนเดียวกัน แต่ทว่าทั้งสองยังคงมีความรู้สึกเหมือนเดิมคือมีความรู้สึกไม่ได้สนิทกัน สองเดือนที่ผ่านมานี้ทั้งคู่พูดกันนับคำได้ เรื่องที่ต้องทำให้ทั้งสองพูดด้วยกันคือเรื่องทานข้าวเวลาที่ณินาทำอาหารเสร็จเธอก็จะไปบอกเขาว่าเสร็จแล้วให้ออกไปทาน หรือถ้าวันไหนที่เขาไม่กลับมาทานข้าวเย็นที่บ้านเขาจะโทรมาบอกเธอ แต่ถ้าเป็นเรื่องอื่นๆก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกันดีวันนี้ก็เช่นกันในขณะที่ณินานั่งอยู่บนรถไฟฟ้าจู่ๆโทรศัพท์ของเธอที่อยู่ในกระเป๋าสะพายก็มีเสียงแจ้งเตือนเข้ามา เธอหยิบออกมาแล้วเปิดอ่านข้อความ ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นเขานั่นแหละLineธามไท : วันนี้ไม่ต้องทำอาหารเพราะฉันมีนัดกินข้าวกับเพื่อนณินา : ค่ะจากนั้นเธอก็ปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายตามเดิมด้านธามไทกับมัทนาไนท์คลับแห่งหนึ่งหลังจากที่ทั้งสองทานข้าวกันเสร็จแล้วมัทนาก็ชวนชายหนุ่มมาดื่มกัน โดยธามไทไม่อาจปฏิเสธได้เพราะครั้งก่อนเขาเคยรับปากกับเธอ'ก่อนกลับบ้านเดี๋ยวเราแวะหาอะไรดื่มกันดีกว่าไหมธาม''เอาไว้ครั้งต่อไปดีกว่านะมัท''เอางั้นก็ได้ แต่ครั้งต่อไ
หนึ่งเดือนต่อมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนกับการที่ณินามาอยู่กับธามไท ทุกอย่างในแต่ละวันดำเนินไปเหมือนเดิมคือเมื่อทั้งสองตื่นเช้ามาก็อาบน้ำแต่งตัวและออกไปทำงาน ธามไทจะไม่ทานอาหารเช้าที่บ้านเพราะเขาจะไปทานที่บริษัทตอนเที่ยงทีเดียว เพราะตอนเช้าเขาไม่อยากกินอะไร ดังนั้นณินาจึงไม่ต้องทำอาหารให้เขาทาน ทว่าตอนเย็นเธอต้องทำอาหารเนื่องจากว่าทุกเย็นเขาจะกลับมาทานที่บ้านทุกวันเมื่อครั้งนั้นที่เธอลืมหยิบเสื้อผ้าเข้าไปใส่ในห้องน้ำ หลังจากนั้นมาเธอก็ไม่เคยลืมหยิบเสื้อผ้าเข้าไปใส่ในห้องน้ำอีกเลย เพราะกลัวว่าจะเป็นเหมือนกับวันนั้นอีกตอนเย็นเมื่อณินาออกมาจากที่ทำงานก็รีบกลับบ้านเลยเพราะเธอต้องมาจัดเตรียมอาหารเอาไว้ให้เขารับประทานเวลาเขากลับมาถึงบ้านเมื่อณินาเดินเข้ามาภายในบ้านได้ไม่นานพลันโทรศัพท์ของเธอก็มีเสียงเรียกเข้ามา เธอหยิบออกมาดูเมื่อเห็นว่าเป็นเขาจึงกดรับสายทันที'ค่ะคุณธามไท''วันนี้ฉันจะไม่ไปกินข้าวเย็นที่บ้านนะ เพราะฉันมีนัดไปกินข้าวกับเพื่อน''ค่ะ' จากนั้นเขาก็กดวางสายทันที ก่อนที่ณินาจะสาวเท้าขึ้นชั้นบนไปร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง 20.45 น.ด้านธามไทกับมัทนาวันนี้มัทนาที่เป็นเพื่อนของธามไทตั้งแ
เมื่อณินาจัดการปูผ้าที่นอนและใส่ปลอกหมอนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเธอก็ออกจากห้องแล้วลงชั้นล่างไปทำอาหารให้เขาทาน ช่วงนี้การทำอาหารเป็นหน้าที่ของเธอเนื่องจากว่าป้าของเธอกลับบ้านที่ต่างจังหวัดตั้งแต่เมื่อวาน และยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาวันไหนณินาเข้าครัวไปจัดการหุงข้าวและทำอาหาร เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็ยกออกมาวางบนโต๊ะอาหารหรูด้านนอก ก่อนที่เธอจะเข้าไปบอกเขาที่อยู่ในห้องหนังสือซึ่งตอนนี้ร่างสูงยืนพิงขอบหน้าต่างก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ โดยมือข้างหนึ่งถือหนังสือ ส่วนมืออีกข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงณินาที่เห็นว่าเขากำลังอ่านหนังสือด้วยความตั้งใจเธอจึงมีท่าทีลังเลว่าจะเรียกเขาดีไหม ถ้าเกิดเรียกแล้วทำให้เขาเสียสมาธิล่ะแล้วเขาจะไม่ว่าเธอเหรอ เมื่อคิดได้อย่างนั้นร่างเล็กจึงหมุนตัวแล้วทำท่าจะก้าวออกไป แต่ทว่า"ทำอาหารเสร็จแล้วเหรอ" ใบหน้าหล่อละสายตาจากหนังสือแล้วเงยหน้าถามยังเจ้าของร่างเล็กที่กำลังจะเดินไป"เสร็จแล้วค่ะ" เธอหันกลับมาตอบกลับเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและก้าวออกไป ก่อนที่ชายหนุ่มจะเก็บหนังสือไว้ที่ชั้นแล้วก้าวเดินตามคนตัวเล็กออกไปข้างนอกธามไทหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้ ก่อนที่ณินาจะตักข้าวใ
คอนโดระรินเมื่อระรินเปิดประตูเข้ามาในคอนโดก็เห็นว่าธามไทนั่งอยู่บนโซฟาในห้องโถง ที่เขาเข้ามาได้เพราะธามไทมีคีย์การ์ดห้องเธอสายตาคมจดจ้องไปยังแฟนสาวนิ่งอย่างจับผิด จนทำเอาคนที่ทำผิดถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นแววตาคมของแฟนหนุ่มที่จ้องมองมายังตัวเอง ก่อนที่เธอจะพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่น"คุณมาถึงนานแล้วเหรอ" ถามพร้อมรอยยิ้มแห้ง"ไม่นานเท่าไหร่""อ๋อ อืม""คุณไปทำธุระอะไรมาเหรอ ทำไมถึงดูเหนื่อยๆจัง""เอ่อ...รินไป ทะ ธนาคารมาน่ะ" ตอบแต่ไม่กล้าสบตา"อ๋อ งั้นคุณก็มานั่งสิผมมีอะไรจะบอก" ว่าแล้ว ระรินจึงเดินมาหย่อนก้นนั่งข้างๆธามไทด้วยท่าทีเงอะงะเนื่องจากว่าตัวเองมีชนักติดหลังอยู่ ก่อนจะถามออกไป"คุณมีเรื่องอะไรที่จะบอกรินเหรอ"ใบหน้าหล่อไร้ที่ติหันไปมองแฟนสาว ดวงตาคมมองไปยังต้นคอของเธอจึงเห็นว่ามีรอยจ้ำสีแดงสามสี่จุด เขาจึงรู้ได้ทันทีเลยว่ามันคือรอยดูด ธามไทที่เห็นอย่างนั้นถึงกับชะงักไปนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรเลย ก่อนจะพูดออกไปด้วยน้ำเสียงปกติ"คุณอยากแต่งงานกับผมไหมริน""อยากแต่งค่ะ อยากแต่งมากๆเลยค่ะ" เธอเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าดีใจไม่น้อยเมื่อได้ยินอย
"ดิฉันคุยกับณินาแล้วค่ะคุณท่าน ณินาบอกว่าตกลงค่ะ" เมื่อชบาเข้ามาในบ้านก็ทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นแล้วบอกพรรณีที่นั่งอยู่บนโซฟาราคาแพงทันที"อืม งั้นเดี๋ยวฉันจะจัดการเคลียร์ปัญหาให้เธอพรุ่งนี้ก็แล้วกัน""ดิฉันขอบพระคุณมากค่ะคุณท่าน" ชบาเอ่ยพลางยกมือไหว้แล้วก้มหัวอย่างนอบน้อมธามไทที่เพิ่งกลับจากทำงานเดินเข้ามาในบ้านแล้วหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาหรูข้างคนเป็นย่า ชบาที่เห็นอย่างนั้นจึงเอ่ยบอกกับเจ้านายทั้งสองที่นั่งอยู่ตรงหน้า"ดิฉันขอกลับห้องพักก่อนนะคะคุณท่าน คุณธามไท" จากนั้น ชบาก็ออกจากบ้านหลังใหญ่ไป ก่อนที่พรรณีจะหันถามหลานชายที่นั่งอยู่ข้างตัวเอง"แกอยากแต่งงานใช่ไหม" ถามพร้อมรอยยิ้มอ่อนแบบมีเลศนัย"เอ่อ..." เขามีความรู้สึกประหลาดใจเมื่ออยู่ๆคุณย่าก็เอ่ยถามเรื่องแต่งงาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้คุณย่าไม่เคยถาม"ย่าจะให้แกแต่งงานก็ได้ แต่แกต้องมีลูกกับผู้หญิงที่ย่าเลือกให้ก่อน""คุณย่าพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ ผมไม่เข้าใจ" เรียวปากหนาถาม พลางคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความงุนงง"ย่าเลือกผู้หญิงที่เหมาะจะมาเป็นแม่ของลูกของแกแล้วละ" "แม่ของลูก? ใครครับ""ณินา""ฮะ! คุณย่าพูดอะไรออกมาครับ คุณย่าจะให้ผ







