Accueil / รักโบราณ / แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน / ฟ้าผ่าเปรี้ยง มาอยู่ในเรือนใครไม่รู้

Partager

แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน
แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน
Auteur: ปรายมกรา

ฟ้าผ่าเปรี้ยง มาอยู่ในเรือนใครไม่รู้

last update Date de publication: 2025-11-09 23:11:38

กล้องมือถือบนขาตั้งวางอย่างมั่นคงในห้องนอนคอนโดสไตล์ลอฟต์ แสงไฟริงสะท้อนใบหน้าเรียวคมของหญิงสาวที่ชื่อว่าเมษากานต์ หรือที่ใคร ๆ ในโลกออนไลน์รู้จักในชื่อเมษาพาแซ่บ บิวตี้บล็อกเกอร์สาววัยยี่สิบห้า

ผู้มากับวาจาปรอทแตกและแหกคอนเทนต์รีวิวตัวแม่ตัวมารดาไม่ไหว

“สวัสดีค่า เมษามาแล้วค่ะทุกคน วันนี้เรามาในลุคพิธีกรสารคดีแห่งชาติ เพราะของที่อยู่ในมือเมษาตอนนี้ ไม่ใช่ของเล่นนะคะทุก ๆ คน แต่มันคือ สร้อยโบราณของจริง”

เธอพูดพร้อมหมุนสร้อยในมือเล่นไปมา ตัวสร้อยดูเก่าแก่แต่มีพลังบางอย่าง มันเป็นทองคำสลักลายประณีต พร้อมจี้กลมเล็กที่มีลายไทยวิจิตร ดูไปแล้วก็แอบหรูแบบคลาสสิกมากกว่าน่ากลัว

“ทุกคน ดูสร้อยที่เมษาเพิ่งซื้อมาสิ เมษาไปเจอที่ร้านขายของเก่า แล้วเมษาก็ เอ่อ...แอบตื่นเต้นค่ะ เพราะเขาบอกว่าสร้อยเส้นนี้น่ะ เคยเป็นของคุณหญิงคนหนึ่งในสมัยรัตนโกสินทร์เลยทีเดียว ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ ใช่หรือมั่ว ของเก่าขนาดนั้นจะยอมขายให้เมษาถูก ๆ เหรอ ก็ไม่รู้สินะ” เธอยักไหล่พลางยิ้มกรุ้มกริ่ม มองสร้อยเหมือนของเล่นใหม่

“อย่าหาว่าเวอร์วังนะ เมษาว่าสร้อยเส้นนี้มันแบบ มีพลังลึกลับอะ แค่จับก็เหมือนใจสั่นเบา ๆ แล้ว ถ้าเป็นของเก่าของจริง เจ้าของจะเป็นผู้หญิงแบบไหนนะ จะสวยหวานหรือสวยแซ่บแบบเมษากันนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เมษาจะใส่สร้อยไปถ่ายละคร รู้กันหรือยังว่าเมษาได้เล่นละครพีเรียดแล้วนะ ถึงจะได้รับบทตัวประกอบก็เถอะ”

พูดจบ เธอก็หยิบสร้อยขึ้นมาแนบกับคอ หัวเราะคิกขณะยืนโพสต์หน้ากล้อง แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดต่อ ฟ้าก็แลบวาบผ่านหน้าต่างของคอนโดชั้นยี่สิบ

เปรี้ยงงงง!!

เสียงฟ้าผ่าดังสนั่น กล้องดับ ไฟดับ โลกดับ จากนั้นเมษาก็หายวับไปพร้อมเสียงกรี๊ดที่ยังไม่ทันจบ แสงฟ้าแลบสว่างวาบทั้งห้องในพริบตา ราวกับโดนแรงดึงดูดจากอีกจักรวาล ร่างของเมษากานต์หายจากโลก

ติ๊กต็อกอย่างไร้ร่องรอยต่อหน้าผู้ชมของเธอ

เสียงล้อรถกระแทกเบรกดังกึก รถยนต์คลาสสิกสีดำขลับจอดแทบไม่ทัน บริเวณหน้าบ้านเรือนไทยผสมผสานตะวันตกตามแบบสมัยนิยมของเรือนขุนนางชั้นสูง คนขับรถหน้าเสีย รีบหันไปมองชายผู้มีใบหน้าขรึมในชุดราชปะแตน นุ่งโจงกระเบนที่ไม่ว่าใครมองเห็นก็รู้ได้ทันทีว่าเขาต้องเป็นคนมียศฐาบรรดาศักดิ์ไม่น้อย

"ท่านขุน บ่าวเกือบขับรถเหยียบคนขอรับ"

"หา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างสงบนิ่งแต่ตาเริ่ม

มีแววตกใจ "คนไหนที่ไหน จู่ ๆ มาโผล่กลางถนนหน้าเรือนฉันได้อย่างไร"

เขาเปิดประตูลงมาอย่างรวดเร็ว เดินก้าวยาว ๆ ด้วยท่าทางสุขุม แต่พอได้เห็นร่างนั้นชัด ๆ เขาก็ต้องนิ่งงันอยู่ตรงนั้น

ที่อยู่ตรงหน้าคือหญิงสาวสวมชุดแปลกประหลาดกางเกงขาสั้น เสื้อสั้นรัดรูปโชว์สะดือ ที่คอคล้องสร้อยลายไทย ใบหน้าขาวผ่องคิ้วเป๊ะ ปากแดง ชัดเจนว่าไม่ใช่หญิงบ้านนี้เมืองนี้

แต่ที่น่าแปลกยิ่งกว่าคือ สัมผัสอย่างที่ไม่เหมือนหญิงใดที่เขาเคยพบ

"เธอเป็นใคร..." เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

"จะให้ทำอย่างไรดีขอรับ ไม่รู้ว่าคนบ้าหรือคนเมา" คนขับรถถามเสียงสั่น

"พาเข้าเรือนก่อน อย่าให้ใครเห็นมากนัก" เขาตอบหลังนิ่งคิดไปชั่วครู่ 

"ขอรับท่านขุน"

ขุนเทวัญอรรคเดชามองใบหน้าของหญิงสาวอีกครั้ง รอยแดงที่ขมับ ริมฝีปากที่เผยอน้อย ๆ ขณะหลับ อย่างกับหลุดมาจากภาพฝัน หรือจะเป็นนางฟ้านางสวรรค์ 

ภายในเรือนหลังใหญ่ แสงสว่างอ่อน ๆ ลอดผ่านบานหน้าต่างไม้สัก กลิ่นดอกมะลิเผาอ่อน ๆ ลอยมากระทบจมูก เมษากานต์ค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น

ก่อนเธอจะได้ตั้งสติเต็มที่ เสียงฝีเท้าเบา ๆ ของหญิงสาวหน้าตาหวานเรียบร้อยก็ปรากฏขึ้นที่บานประตูไม้

“เธอฟื้นแล้วหรือ” หญิงสาวที่เพิ่งเข้ามาเอ่ยถาม “ฉันเป็นบ่าวในเรือนนี้ ท่านขุนให้ฉันมาดูแลเธอ”

“บ่าว...” เมษากะพริบตา มองใบหน้าหวาน ๆ และการแต่งกายของหญิงสาวตรงหน้า เสื้อแขนสามส่วน

คอติดกระดุม ผ้าถุงลายพื้นสีหม่น ๆ ที่พับจีบเรียบร้อยดูเป็นทางการแบบย้อนยุคสุดขีด

“ท่านขุน…” เมษาทวนอีกครั้ง ก่อนที่มือจะเอื้อมจับเสื้อครอปเอวลอยของตัวเองที่ตอนนี้เปรอะฝุ่นและมีรอยขาดแหว่งตรงชายเสื้อ

แม่พลอยเห็นเข้า ก็หน้าแดงรีบพูดขึ้นทันที

“ชุดของแม่หญิงนั้น คุณท่านขุนว่าแลไม่เหมาะจะอยู่ในเรือน มันขาดวิ่นและเปิดเผยนัก ท่านจึงให้ฉันจัดหาเครื่องแต่งตัวที่เหมาะสมให้”

“เหรอ ก็สมควรแหละ เสื้อฉันนี่มันเอวลอยระดับเกือบเห็นชุดชั้นในเลยนี่นา แต่ว่าที่นี่ที่ไหน ทำไมเธอแต่งตัวแปลก ๆ”

“ที่นี่เรือนของพระยาภูบดินทร์ แห่งกรมพระราชวังบวร ส่วนคนที่พาเธอเข้ามาเมื่อครู่ คือขุนเทวัญอรรคเดชาหรือเรียกสั้น ๆ ว่าขุนเทวัญก็ได้ ท่านเป็นลูกชายของพระยาภูบดินทร์จ๊ะ”

เมษายังคงมึนงงจากการถูกฟ้าผ่าไม่พอ ยังต้องมามึนงงกับชื่อเรียกยาว ๆ ของคนบ้านนี้อีก จะอะไรก็ช่างแค่เธอยังไม่ตายก็พอแล้ว หรือนี่จะเป็นความฝันกันนะ

ไม่นานนัก แม่พลอยก็จัดแจงเอาผ้าถุงสีเทาเนื้อหยาบ กับเสื้อผ้าฝ้ายคอติดกระดุมสามเม็ดมาให้ พร้อมเครื่องประดับผ้าผูกผมเล็ก ๆ เธอจึงรับผ้าถุงนั้นมาแล้วสอดตัวเข้าไป จากนั้นใช้มือผูกปมขนาดใหญ่ไว้ที่ด้านหน้าราวกับว่ากำลังผูกผ้าเช็ดตัว

“แบบนั้นไม่ได้นะ มันไม่งาม” แม่พลอยร้องทักและเข้ามากุลีกุจอช่วยเมษาแต่งตัว “ขืนแต่งตัวแบบนี้คุณหญิงจันทร์วาดได้เอ็ดเอาใหญ่โต ท่านไม่ชอบความไม่เรียบร้อย”

“ใครอีกอ่ะ คุณหญิงจันทร์วาดที่ว่า”

“ก็ภรรยาของคุณหลวง แม่ของท่านขุนเทวัญ”

เมษาคิดว่าชื่อแต่ละคนช่างโบร๊าน โบราณเสียจริง แต่ก็ไม่ได้ว่าอย่างไรต่อ เธอใช้เวลาครู่ใหญ่ในการเข้าใจวิธีการนุ่งผ้าแบบจีบหน้านางที่แม่พลอยสอน กลั้นหัวเราะไม่ไหวกับท่าทางพับ จีบ ดึง ตึง ดัน จนสำเร็จในที่สุด

ยามที่เธอส่องกระจกกรอบไม้ทรงกลม เมษาถึงกับร้องออกมาเบา ๆ

“พระเจ้า นี่ฉันเป็นเมษาในเวอร์ชันสี่แผ่นดินชัด ๆ ดูสิ แขนเสื้อนี่รัดแบบไม่มีเนื้อในให้โชว์เลย”

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ในแววตาเธอก็มีแววตื่นเต้นระคนประหลาดใจ มันทั้งย้อนยุค ทั้งน่ารัก และก็ถือว่าไม่ได้แย่นะ เธอยักคิ้วใส่เงาในกระจก

“ว่าแต่มือถือฉันไปไหน” เมษาบ่นอุบ มองไปรอบห้องอย่างร้อนรน

แม่พลอยหันมามองพลางเลิกคิ้ว “มือถือ หมายถึงมือน่ะเหรอ” เธอมองที่มือทั้งสองข้างของเมษาแล้วทำหน้าไม่แน่ใจ

เมษาหลุดหัวเราะ “ไม่ใช่มือจริง ๆ ฉันหมายถึงโทรศัพท์ ไว้โทรหาคน โทรเรียกรถกลับบ้าน ฉันจะเรียกแกรปกลับคอนโด”

แม่พลอยนิ่งไป แล้วทวนช้า ๆ “โทรศัพท์ แกรป คอนโด” เธอหันมามองหน้าเมษาเหมือนกำลังฟังมนุษย์ต่างดาวพูด

“ฟังไม่รู้เรื่องเลย” แม่พลอยพูดเรียบ ๆ แต่

สีหน้าเต็มไปด้วยความงง

เมษาเอามือกุมขมับ

“โอ๊ยย นี่ฉันต้องเริ่มสอนศัพท์พื้นฐานกันตั้งแต่ตอนนี้เลยใช่มั้ยเนี่ย นี่มันยุคดิจิทัลแล้ว เธอไปตกยุคมาจากไหนเนี่ย เออ ว่าแต่เธอชื่ออะไร”

“ฉันชื่อพลอย”

“ฉันชื่อเมษานะ”

บานประตูไม้เปิดออกเบา ๆ พร้อมเสียงฝีเท้าหนักแน่น หญิงสาวผู้เพิ่งแปลงกายเป็นแม่หญิงโบราณยืนเกร็งอยู่กลางห้อง เมื่อชายผู้มีอำนาจในเรือนก้าวเข้ามา ใบหน้าคมเข้ม

เมษาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สายตายังเบลอ ๆ

แต่ทันทีที่เห็นชายตรงหน้าชัดเจน ใบหน้าคมเข้มแบบไทยแท้ สวมเสื้อราชปะแตนพอดีตัว โจงกระเบนพับเป๊ะ ใบหน้าหล่อเข้าขั้นพระเอกหนังพีเรียด แล้วเธอก็หลุดอุทานออกมาเสียงดัง

“โอ๊ย...หล่อเกิ๊น! นี่ถ่ายละครพีเรียดกันอยู่เหรอเนี่ย มิน่าล่ะ ทุกอย่างรอบตัวถึงได้ดูโบราณไปหมด”

แม่พลอยที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องสะดุ้ง จนเกือบทำขันน้ำในมือหล่น  ส่วนชายเจ้าของเรือน ผู้มีท่าทีสุขุมแต่สายตาคมลึก เลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่แน่ใจว่าควรจะทำสีหน้าอย่างไร

“เธอว่ากระไรนะ” เสียงเขานิ่ง เรียบ แต่หนักแน่นจนห้องทั้งห้องเงียบลงในพริบตา

เมษายิ้มแห้ง ๆ รีบลดเสียงลง “ปะ...เปล่าค่ะ แค่ชมว่าแบบ คนที่นี่หล่อกันทั้งนั้นเลยค่ะ” 

เขายืนนิ่ง แล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้งอย่างช้า ๆ “เธอมาจากที่ไหน เหตุใดถึงมาเป็นลมฟุบอยู่ที่หน้ารถฉัน”

เมษาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ อย่างคนยังไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่

“คือเรื่องมันแปลกมากค่ะ ฉันอยู่ดี ๆ กำลังถ่ายคลิปติ๊กต็อกอยู่ที่ห้อง แล้วใส่สร้อยโบราณเส้นหนึ่ง ฟ้าผ่าปัง แล้วฉันก็ฟื้นมาอีกทีตรงหน้าบ้านคุณเลยอะค่ะ เป็นงงมาก” เธอพูดรัว มือไม้ประกอบเต็มที่ เหมือนกำลังไลฟ์สด

แต่ทั้งชายหนุ่มและแม่พลอยกลับยืนนิ่งราวกับโดนแช่แข็ง เพราะภาษาที่เธอพูดมันฟังดูแปร่ง ๆ พิกล ทั้งคำว่าติ๊กต็อกบ้าง เป็นงงบ้าง มันไม่ใช่ภาษาที่คนทั่วไปยุคนี้พูดกัน

“เธอชื่ออะไร”

“เมษากานต์ค่ะ เรียกเมษาก็ได้”

ท่านขุนพยักหน้าเพียงเล็กน้อย ดวงตาไม่ละจากใบหน้าเธอเลยแม้แต่นิด “หากเรื่องราวของเธอยังเลอะเลือนอยู่เช่นนี้ คงต้องเริ่มจากชื่อก่อน เอาเป็นว่าจะเรียกว่าแม่เมษา ก็แล้วกัน”

เขาหันไปมองแม่พลอย “ให้แม่เมษาอยู่ที่เรือนนี้ไปก่อน จนกว่าจะหาความกระจ่างได้”

แม่พลอยพยักหน้ารับช้า ๆ “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

เมษายืนมึน ๆ มองไปรอบตัวเหมือนยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ตกลงนี่คือกองถ่ายหรือบ้านโบราณของใครสักคนที่อินจัดกับธีมรัตนโกสินทร์หรือเปล่า

แต่ในหัวเธอตอนนี้กลับมีความคิดเดียวที่ชัดเจน

“โอเค ถ้าอยู่ที่นี่แล้วได้อยู่ใกล้ท่านขุนกล้ามแน่นหน้าคมระดับพระเอกพีเรียดช่องดังขนาดนี้ แม่เมษาก็ยอมค่ะ”

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   เมษาเธอไปไหน คุณพี่ขุนทำไมใจจะขาด

    กลางดึกคืนนั้น ลมพัดผ่านหน้าต่างเรือน เสียงพื้นเรือนแกรกกรากเบา ๆ คล้ายเสียงบางอย่างที่กระซิบจากอดีต ขุนเทวัญนอนนิ่งอยู่บนฟูก ห่มผ้าผืนบาง แสงจากตะเกียงหัวเตียงไหวระริก เขาเข้าสู่นิทราอย่างเงียบงัน ก่อนจะเข้าสู่ความฝัน ที่เหมือนจริงจนรู้สึกถึงลมหายใจของอีกคนในฝันเขายืนอยู่กลางเรือนไทยไม้สักหลังหนึ่ง ท่ามกลางแสงแดดอ่อนปลายรุ่ง เสียงระฆังวัดดังแว่วจากที่ไกล กลิ่นอบเชยและน้ำอบลอยมาแตะจมูกและตรงหน้าของเขาคือหญิงสาวผู้หนึ่ง สวมสไบเฉียงสีขาวนวล ผ้านุ่งสีแดงเลือดนก จีบหน้านางละเอียด เธอยิ้มพลางใช้มือบางแตะไหล่เขาเบา ๆ แววตาคู่นั้นทั้งคุ้นเคย ทั้งเศร้าและอ่อนหวานปนกัน“ท่านมาช้าอีกแล้ว” เสียงเธอเบาดุจสายลมที่กระซิบข้างหู“แต่ข้ากลับมาแล้ว” เขาพูดเสียงแผ่วตอบกลับทั้งที่ไม่รู้ว่ากำลังพูดกับใคร แม้ว่าจะเจอเธอมาหลายคราในห้วงนิทรา หัวใจแน่นตื้อเหมือนเคยพูดประโยคนี้มานับพันครั้ง“เราจะไม่พรากจากกันอีกใช่ไหม” หญิงสาวเอ่ยเขาคว้ามือเธอไว้ แต่แสงอาทิตย์กลับสว่างวาบ ภาพนั้นค่อย ๆ เลือนหายไป ขุนเทวัญสะดุ้งตื่นในเช้ามืด เหงื่อซึมเล็กน้อยบนหน้าผาก แม้อากาศจะเย็นเขาลุกนั่งนิ่ง สบตากับความเงียบในห้อง เสี

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   ท่านขุนต้องเป็นของฉัน

    เสียงฝนยังคงพรำลงไม่หยุด ใต้ชายคาศาลาเล็ก ๆ เมษายืนใกล้ขุนเทวัญจนได้กลิ่นไอของผ้าที่ชื้นด้วยฝนและกลิ่นกายของท่านขุนคลุ้งจาง ๆ ขุนเทวัญยังคงถือผ้าคาดเอวผืนยาวที่ใช้บังฝนให้เมษาไว้ในมือ ปลายผ้ายังเปียกอยู่บ้าง แต่มุมหนึ่งแห้งเมษาหันมามองเขา เห็นใบหน้าของขุนเทวัญมีหยดน้ำเกาะอยู่ตามขมับ แก้ม และปลายคาง“คุณพี่ขุนเปียกหมดเลย” เมษาพูดเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาหยิบปลายผ้าคาดเอวจากมือเขา ขุนเทวัญชะงักมอง ยังไม่ทันเอ่ยห้าม เมษาก็ยกผ้าผืนนั้นขึ้นอย่างเบามือ แล้วค่อย ๆ เช็ดหยดน้ำที่ข้างแก้มของเขา ขยับเลื่อนไปที่ขมับ และหน้าผากที่มีหยดน้ำเกาะพราว“อยู่เฉย ๆ สิคะจะเช็ดให้” เมษาว่าพลางยิ้มละไมขุนเทวัญยืนนิ่งเหมือนถูกมนตร์สะกด ใบหน้าเขานิ่งแต่หูเริ่มแดง แล้วแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตอนที่ปลายนิ้วของเมษาแตะลงเบา ๆ ตรงข้างสันกราม“คุณพี่ขุนหน้าแดงอีกแล้ว” เมษาเอียงคอถาม ยิ้มแบบคนรู้ทันขุนเทวัญเบือนหน้าหลบ “เธอนี่ ชอบพูดจาน่าเอามืออุดปากเสียจริง”“คุณพี่ขุนเนี่ยเป็นผู้ชายที่เรียบร๊อย เรียบร้อยนะคะ โดนแซวแค่นี่ถึงกับเขิน แต่ก็น่ารักนะเนี่ย” เมษายักคิ้วขุนเทวัญถึงกับไอออกมาในลำคอ “แม่เมษา พูดจาไม่งามเลย

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   งานวัดฮีลใจ

    ในเช้าของวันที่แสงแดดอ่อน เสียงนกเอี้ยงร้องแว่วจากยอดมะม่วง แม่พลอยจัดผมให้เมษาอยู่หน้าห้องเรือนในด้วยสีหน้าเคร่งครัด เพราะว่าพระยาภูบดินทร์ บิดาของขุนเทวัญกลับมาจากราชการที่หัวเมืองเหนือ และทราบว่าที่เรือนมีหญิงหลงทางมาอยู่อาศัย จึงอยากพบกับเมษา“ฟังให้ดีนะ เธออย่าเผลอพูดอะไรแปลกหูเหมือนที่ชอบพูดกับฉันต่อหน้าคุณท่านนะ”“จ้า จะเรียบร้อยแบบกุลสตรีศรีรัตนโกสินทร์เลยแม่พลอย” เมษาเบะปากใส่กระจกบนเรือนใหญ่ พระยาภูบดินทร์นั่งอยู่ที่ตั่งกลางเรือน เสื้อแพรสีเทาเงินตัดกับผ้าพับอย่างเรียบ เส้นผมขาวแซมข้างหู แต่ดวงตายังคมและนิ่ง ข้าง ๆ กันคือคุณหญิงจันทร์วาด ที่กำลังจิบชาด้วยท่าทางของหญิงชั้นสูงเมษาเดินเข้ามาด้วยอาการกึ่งประหม่า แต่พยายามทำใจดีสู้เสือ“กราบสวัสดีค่ะ คุณท่าน คุณหญิง แล้วก็คุณพี่ขุน เอ๊ย ท่านขุนเทวัญค่ะ” มือยกพนมแสนเรียบร้อย แต่เสียงสั่นปลายประโยคคุณหญิงหรี่ตามองตั้งแต่หัวจรดปลายซิ่น “ขอให้ความเรียบร้อยนั้นอย่าได้หมดอายุภายในห้านาทีเถอะ”พระยาภูบดินทร์หัวเราะเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ เสียงหัวเราะที่ไม่ได้ยินบ่อยในเรือนนี้“เธอคือแม่เมษาหรือ ดูท่าทางแปลกจากคนบ้านนี้เมืองนี้ยิ่งนัก

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   คำอธิษฐานที่ตรงกัน

    เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ฝรั่งดังกระหึ่มขณะแล่นไปตามถนนลูกรังในพระนคร เมษานั่งเบียดแม่พลอยอยู่เบาะหลัง ดวงตาโตเท่าไข่ห่าน มองซ้ายขวาไม่หยุดส่วนขุนเทวัญนั่งอยู่เบาะด้านหน้าโดยมีเฟื่องเป็นคนขับรถ รถยนต์สีดำสนิทเงางาม ประทุนเปิดรับลมเย็นบาง ๆ ของช่วงสายวันนั้น“เพิ่งเคยนั่งรถโบราณย้อนยุคครั้งแรก” เมษาตะโกนฝ่าลม“รถโบราณอะไรกันแม่เมษา คันนี้เพิ่งนำเข้ามาจากอังกฤษเลยนะ” ขุนเทวัญพูดโดยไม่หันกลับมามอง“จริงด้วย นี่เรามาอยู่ในยุครัตนโกสินทร์นี่” เมษาบอกกับตัวเองก่อนที่จะหันไปมองทิวทัศน์รอบข้างของพระนครยุครัตนโกสินทร์รถยนต์แล่นมาหยุดที่หน้ากรมพระคลังสินค้า ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมผสมไทย-ตะวันตก ตัวอาคารสองชั้นทาสีขาวครีม มีบานหน้าต่างโค้งประดับไม้ฉลุลายทอง เสาเรียงรายรับชายคายาว หน้ากรมมีธงชาติสยามปลิวไสว เมษานั่งอ้าปากค้างอยู่เบาะหลัง“โอ้โห นี่หรือคือกรมพระคลังสินค้าของจริง มันทั้งสวยและดูขลังมาก”ขุนเทวัญหันมามองด้วยสีหน้าขรึมแต่แววตาขำ “ดูเธอจะไม่เคยเข้ามากลางพระนครสินะ”เขาก้าวลงจากรถแล้วหันมาทางแม่เมษาและแม่พลอย“ฉันต้องเข้าไปสะสางราชการภายในไม่นานนัก พวกเธอรออยู่แถวนี้ก่อน”“เจ้าค่ะ” แม่

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   ภาพในฝันที่เริ่มชัด

    ในคืนนั้น สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านเรือนไม้ เสียงจั๊กจั่นยังดังเป็นจังหวะ กล่อมให้บรรยากาศยามค่ำในพระนครเงียบสงัดยิ่งขึ้นเมษานอนอยู่บนฟูกบาง ๆ ใต้แสงตะเกียงน้ำมันที่ไหวระริก เสียงลมหายใจเธอสม่ำเสมอก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป และเข้าสู่ห้วงนิทราเธอฝัน แต่มันทั้งชัดเจนและพร่าเบลอในเวลาเดียวกัน ในฝันนั้นเมษายืนอยู่กลางลานกว้าง รอบตัวเป็นสวนไม้สูงเรียงรายเหมือนเขาวงกต กลิ่นกำยานหอมจาง ๆ ลอยมาแตะจมูก ผืนฟ้าเป็นสีแดงใกล้โพล้เพล้ แต่ไม่มีแดด ไม่มีเงา เหมือนเป็นโลกอีกมิติหนึ่งเธอก้มมองตัวเองพบว่าตนเองไม่ได้สวมเสื้อแขนกระบอกหรือผ้าซิ่นแบบทุกวัน แต่เป็นสไบเฉียงสีขาวนวล เนื้อผ้าบางเบา และผ้านุ่งแบบจีบหน้านางสีแดงเข้ม ลวดลายละเอียดประณีตแบบหญิงในสมัยอยุธยา ซึ่งไม่เคยมีใครในยุครัตนโกสินทร์แต่งเช่นนั้นเธอก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ เท้าเปล่าสัมผัสพื้นดินอ่อนนุ่มและเย็นจับใจ เมษารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยเดินผ่านตรงนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย เสียงที่ทุ้มนุ่ม และอบอุ่นอย่างประหลาด“เจ้ามาแล้วหรือ”เมษาหันขวับ ชายหนุ่มในชุดโจงกระเบนสีดำ สวมเสื้อห่มแพร ผ้าโพกหัวบาง ๆ ดวงตาคมคู่นั้

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   แม่หญิงสูงศักดิ์กับแม่หญิงสายแซ่บ

    แดดสายสะท้อนลงบนหลังคามุงจาก กระทบผิวน้ำตลาดปากคลองจนเงาวาว แม่ค้าเขียงหมูเสียงดังแข่งกับเจ้าของร้านขนมฝอยทอง เสียงตะโกนเรียกลูกค้าเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณท่ามกลางความวุ่นวาย เมษาเดินมาในลุคสายช้อปย้อนยุค ผ้าซิ่นลายแดงสดเกือบสะท้อนแสงแดด เสื้อแขนกระบอกพับผิดเล็กน้อย ข้างหนึ่งไหล่ตก ข้างหนึ่งตั้งสง่า มือหนึ่งหิ้วขนมต้ม อีกมือถือทองหยอดมากินเล่น“ว้าว ตลาดนี่คือสวรรค์ของสายกิน นี่ถ้ามีชาไข่มุกให้กินด้วยละก็ ฟินสุด ๆ”แม่พลอยที่เดินตามแทบเอามือปิดหน้าผาก “อย่าพูดอะไรเพี้ยน ๆ ออกมาอีกเลยแม่เมษา แค่นี้คนก็มองกันทั้งตลาดแล้ว”“ก็มองคนสวยไง ไม่เห็นแปลก หรือเธอว่าฉันไม่สวยหรือไงแม่พลอย”“เออ ไอ้สวยน่ะก็สวย แต่แปลกก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน”เมษากรอกตามองบน “จะถือว่าเป็นคำชมแล้วกันนะ”ที่หัวตลาด เสียงวุ่นวายของพ่อค้าแม่ขายยังครึกครื้น แต่ทันทีที่แม่หญิงรำเพยปรากฏกายเดินนวยนาดอย่างงามสง่า ตลาดทั้งแถบก็เหมือนชะงักอารมณ์หนึ่งผ้าไหมสีชมพูทองจับจีบประณีต เสื้อห่มสไบกลิ่นน้ำอบโชยอ่อน ๆเมษาที่เพิ่งหันมาเห็น พึมพำกับแม่พลอยเบา ๆ “นั่นแม่หญิงรำเพยนี่”แม่พลอยพยักหน้า “ใช่ แม่หญิงรำเพย คู่หมายของท่านขุนเทวัญ”“คู

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   คุณหญิงแม่ กับกฎในเรือน

    ตั้งแต่แม่เมษาหล่นตุ๊บเข้ามาสู่ยุครัตนโกสินทร์ตอนกลางและมาอยู่ในเรือนขุนเทวัญได้หลายวันคุณหญิงจันทร์วาดก็มองอยู่ห่าง ๆ ยังไม่ได้สืบสาวเล่าความอันใดให้เป็นแก่นสาร นั่นเพราะด้วยเหตุยังไม่มีเวลาว่างจะจัดการ และด้วยเพราะเมษาพูดจาไม่รู้ความเป็นภาษามนุษย์เลย และในเช้าวันนี้คุณหญิงก็อดไม่ได้อีกต่อไป“แม่

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   นี่เธอหลงมาไกลแค่ไหนกัน แม่เมษา

    ยามเย็นในเรือนไทยนั้นเงียบสงบกว่าทุกเวลาที่เมษาเคยสัมผัส ไม่มีเสียงรถ ไม่มีข่าวในทีวี ไม่มีแจ้งเตือนจากมือถือ มีเพียงเสียงลมพัด เสียงนกร้อง และแสงอาทิตย์ที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองเมษานั่งบนชานเรือน ใกล้ศาลาเล็กใต้ร่มไม้ ขุนเทวัญนั่งอีกฝั่งของตั่งไม้ เตรียมเอกสารบางอย่างไว้ในมือ แต่ยังไม่ลงมืออ่า

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   อย่าหวั่นไหวสิคะท่านขุน

    บ่ายวันต่อมาในเรือนใหญ่ ขุนเทวัญนั่งพินิจเอกสารอยู่ในศาลาเล็กหน้าบ้าน แสงแดดลอดผ่านต้นพิกุลเป็นลายเงาบนโต๊ะไม้ เสียงฝีเท้าของแม่พลอยกับเสียงบ่นของใครบางคนก็ดังมาพร้อมกัน“แม่พลอย นี่เธอแน่ใจเหรอว่าผ้าถุงมันต้องรัดแน่นขนาดนี้อะ ฉันว่าฉันกำลังจะขาดอากาศหายใจตายไปซะก่อน”แม่พลอยหัวเราะคิก “อดทนหน่อยน่

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   เรื่องเล็กยุคนี้ แต่ใหญ่สำหรับแม่หญิงเมษา

    เช้าวันถัดมา แสงแดดอุ่นยามสายลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เข้ามาในเรือนบ่าว กลิ่นน้ำอบอ่อน ๆ ลอยเคล้ากับกลิ่นขนมไทยที่แม่พลอยทำไว้แต่เช้าเมษานั่งกอดหมอนใบเล็กอยู่บนฟูก สวมผ้าถุงที่เกือบหลุด ข้างตัวมีสมุดกับดินสอที่แม่พลอยเตรียมไว้ให้ตามที่เธอขอ แต่สิ่งที่เธอจดไม่ใช่สูตรกับข้าวหรือบทกลอน“สิ่งที่ควรรู้เพื่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status