Share

อย่าหวั่นไหวสิคะท่านขุน

last update Terakhir Diperbarui: 2025-11-10 19:52:46

บ่ายวันต่อมาในเรือนใหญ่ ขุนเทวัญนั่งพินิจเอกสารอยู่ในศาลาเล็กหน้าบ้าน แสงแดดลอดผ่านต้นพิกุลเป็นลายเงาบนโต๊ะไม้ เสียงฝีเท้าของแม่พลอยกับเสียงบ่นของใครบางคนก็ดังมาพร้อมกัน

“แม่พลอย นี่เธอแน่ใจเหรอว่าผ้าถุงมันต้องรัดแน่นขนาดนี้อะ ฉันว่าฉันกำลังจะขาดอากาศหายใจตายไปซะก่อน”

แม่พลอยหัวเราะคิก “อดทนหน่อยน่า กระโดกกระเดกแบบเธอ ต้องรัดแน่น ๆ เดี๋ยวผ้าผ่อนไปหลุดเอาต่อหน้าพวกคุณท่าน จะอายเอา”

ขุนเทวัญเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวผู้ที่กำลังหมุนตัวเองดูชุดผ้าถุงสีสดราวกับนางแบบเดินแฟชั่นโชว์เขาถอนหายใจเบา ๆ

“แม่เมษา” เสียงนิ่ง เรียบ แต่ดักสติเธอให้หยุดหมุนในพริบตา “ฉันเห็นเธอสวมชุดของคนในเรือนแล้ว ยังแลดูพิลึกอยู่มาก”

เมษาหันมายิ้มแห้ง ๆ “ก็ฉันพยายามแล้วนี่คะคุณพี่ขุน แต่ยังไงมันก็ใส่ไม่สบายอยู่ดี ขอกลับไปใส่ชุดแบบที่ฉันเคยใส่มาตอนวันแรกได้ไหม”

“ชุดแปลกประหลาดแบบนั้น มันจะไปหาซื้อได้ที่ไหนกันล่ะ” เขาหันไปทางแม่พลอย “เอาเงินนี่ไป พาแม่เมษาไปเลือกซื้อผ้าเสียที ให้ได้ชุดที่เหมาะกับหญิงไทย อย่าให้ต้องใส่สิ่งแปลกประหลาดอีก บอกให้ไอ้เฟื่องขับรถไปส่ง”

แม่พลอยรับคำทันที “ได้เลยเจ้าค่ะท่านขุน”

เมษายกมือไหว้แบบลวก ๆ พลางพูดกลั้วหัวเราะ“ขอบพระคุณค่ะคุณพี่ขุน หล่อใจดีมีเปย์ให้น้องเมษาด้วยใช่ไหมคะ”

ขุนเทวัญชะงักเล็กน้อย “ฉันก็แค่เพียงไม่อยากให้คนในเรือนมองว่า มีคนจริตไม่ปกติอยู่ที่เรือน เธอก็ไปเลือกเอาชุดแบบที่สวมใส่สบายก็แล้วกัน ที่ตลาดน่าจะมีให้เลือกเยอะแยะ ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดแบบบ่าวในเรือน เพราะเธอไม่ใช่บ่าว”

“โอ๊ย...ฉันเหมือนเป็นนางเอกโบราณที่มีคนขับรถส่งตลาดอะพลอย” เมษาพูดขึ้นทันทีที่รถยนต์สีดำขลับของเรือนขุนเทวัญจอดสนิทตรงริมทางตลาด

เฟื่อง ชายหนุ่มผู้ขับรถหน้าขรึมแต่ใจดี เปิดประตูให้แม่เมษากับแม่พลอยอย่างเงียบ ๆ

“ฉันจะจอดรอที่ท้ายตลาดนะแม่พลอย”

แม่พลอยพยักหน้ารับ เมษาก้าวลงจากรถ ทันทีที่ก้าวเท้าสู่ทางเดินไม้ของตลาด สายตาเมษาก็กวาดไปรอบ ๆ อย่างตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่าตอนเดินเข้าห้าง

“โอ้โห นี่มัน จตุจักรเวอร์ชันย้อนยุคชัด ๆ” กลิ่นดอกไม้สด กลิ่นน้ำอบ กลิ่นแป้งร่ำลอยคละคลุ้ง ร้านรวงสองข้างทางเรียงรายเป็นแถวไม้เตี้ย ๆ หลังคามุงจาก บ้างก็ใช้ผ้าใบผืนใหญ่ขึงกันแดด

แม่ค้าสวมโจงกระเบน นั่งพับเพียบเรียงผ้าอย่างเป็นระเบียบ บางร้านมีผ้าซิ่นห้อยพาดราวไม้เรียงกันตามเฉดสี ไล่จากโทนพาสเทลไปจนถึงสีสดฉูดฉาด

“เธอไม่เคยมาตลาดหรือ” แม่พลอยถามพลางเดินนำ

“ตลาดน่ะเคย แต่ไม่เคยมาตลาดแบบย้อนยุคแบบนี้” เมษาหมุนตัวดูรอบด้าน เห็นคนแบกหาบของบนบ่าด้วยไม้คาน ชายหนุ่มใส่โจงกระเบนลากเกวียนผักผ่านหน้าเธอไปช้า ๆ

“นี่มันซีนเปิดเรื่องของซีรีส์พีเรียดดี ๆ เลยนะแม่พลอย”

แม่พลอยขำ “พูดจาอะไรไม่รู้ความ หากจะเอาผ้าไหม ก็อยู่ซ้ายมือ ส่วนร้านที่ตัดเย็บดี ๆ ข้างในตลาดโน่น”

เมษาเดินดูผ้าอย่างเพลิดเพลิน มือลูบผ้าไหมลายไทยแบบยกดอกตาเป็นประกาย แล้วก็สะดุดตากับผ้าพับสีเขียวมะนาวเจ็บจี๊ด

“เอ๊ะ อันนี้แซ่บอยู่นะพลอย สีนี้ถ้าเอาไปใส่ในงานวัด น่าจะเด่นแบบหลุดจากพรมแดงเลยป่ะ”

แม่พลอยหันมามอง “ถ้าเธออยากให้คนทั้งตลาดเหลียวหลัง ก็เลือกไปเถอะ เธอเป็นคนสวมนี่”

ท้ายที่สุดเมษาได้ชุดมาสามสี่ชุด เป็นเสื้อทรงแขนกระบอกพอดีตัว กับซิ่นสองผืน สุดท้ายแล้วผู้หญิงยุคนนี้ก็ยังต้องใส่ซิ่นอยู่ดีสินะ เมษาถอนหายใจที่ไม่มีกระโปรงหรือกางเกงให้เลือกซื้อ

แดดบ่ายคล้อยลงเล็กน้อย เมษากลับมาถึงเรือนพร้อมผ้าพับใหม่ที่ได้จากตลาด เธอรีบวิ่งเข้าเรือนบ่าวไปเปลี่ยนชุดทันทีด้วยความตื่นเต้น ในห้องไม้เงียบสงบ แม่พลอยช่วยนุ่งผ้าให้ด้วยความคุ้นมือ ครั้งนี้เป็นผ้าซิ่นไหมเนื้อนุ่มสีเขียวหยกอ่อนพับจีบหน้าแค่เบา ๆ ไม่แน่นมาก ทำให้เธอเดินสะดวกกว่าครั้งก่อน

“โอ๊ย นี่แหละค่ะ ชีวิตที่คู่ควร สวยแต่ไม่ทรมาน”

เสื้อแขนกระบอกสีงาช้าง ตัดทรงเข้ารูปพอดีตัว กระดุมมุกเล็ก ๆ เรียงตรงกลาง ดูละมุนแต่สง่า

เมษาหมุนตัวหน้ากระจกไม้บานต่ำ ริมฝีปากแต้มยิ้มอย่างพอใจ

“เมษาคนสวย มาแล้วจ้า”

เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังมาจากหน้าชาน ขุนเทวัญเดินเข้ามาอย่างเงียบขรึมตามนิสัย แต่ทันทีที่สายตาเขาหยุดที่ร่างของหญิงสาวตรงหน้า แล้วเขาก็เผลอชะงักไปเสี้ยววินาที

ดวงตาคมจ้องมองอย่างประเมิน ไม่ใช่เพราะชุดนั้นไม่เหมาะสม แต่เพราะมันเหมาะสมเกินจนกลายเป็นคำว่าสวย เสื้อแขนกระบอกสีเรียบตัดกับผิวขาวนวล ผ้าซิ่นสีอ่อนทาบกับช่วงสะโพกพอดี

หญิงสาวผู้เคยสวมชุดประหลาดตะโกนหาไวไฟ ตอนนี้กลับดูสงบ เรียบร้อย และงามอย่างน่าประหลาด เสื้อเข้ารูปเผยให้เห็นส่วนเว้าโค้ง ผ้าซิ่นแนบเนื้อจนขับสะโพกให้เด่นชัดไปตามทรวดทรงที่บึ้มบั้มไม่น้อยของเธอ

เมษายิ้มหวาน เมื่อเห็นสายตาเขานิ่งนานเกินไป

“คุณเทวัญคะ มองแบบนี้นี่ คิดอะไรกับฉันหรือเปล่าน๊า”

ขุนเทวัญกระพริบตา ยืดตัวขึ้นเล็กน้อย แววตาวูบหนึ่งหลบไป “ฉันเพียงเห็นว่าเธอดูดีขึ้นกว่าเมื่อวาน หมายถึงดูเป็นผู้เป็นคน”

เมษายักคิ้ว “จริงอ๊ะเปล่า ไม่ได้แอบคิดอะไรนะ”

ขุนเทวัญทำทีเป็นเหลือบมองไปทางอื่น แต่ปลายหูแดงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“หากเธอพอใจในชุดแล้ว ก็ควรเตรียมตัวเรียนรู้มารยาทอื่นในเรือนต่อไป”

“โอ๊ย ท่านขุนเก๊กเก่ง แต่เขินก็บอกว่าเขินเหอะ”

ขุนเทวัญไม่พูดต่อ เดินหนีขึ้นชานเรือนไปเงียบ ๆ เมษาหัวเราะเบา ๆ มือหนึ่งยกชายผ้าซิ่นขึ้นนิดอย่างนุ่มนวล

“เมษาสวยใช่มั้ยล่ะคุณพี่ขุนเจ้าขา”

หลังจากขุนเทวัญเดินหนีขึ้นชานไปอย่างเงียบ ๆ เมษายังยืนอมยิ้มกับตัวเองอยู่ตรงนั้น เธอยกมือขึ้นแตะแขนเสื้อเบา ๆ เนื้อผ้าไหมลื่นเย็น แต่กลับรู้สึกร้อนวาบอย่างไรก็ไม่รู้

สายลมเย็นยามบ่ายพัดผ่านพาเอากลิ่นน้ำอบที่แม่พลอยแอบประแป้งให้เธอก่อนออกจากห้องลอยตามติดเธอไปด้วย

ขุนเทวัญที่เดินขึ้นชานถึงกับหยุดเล็กน้อย หันหน้าไปทางสวน ไม่ใช่เพราะอยากชมดอกไม้ แต่เพราะกลิ่นหอมบางอย่างที่ติดอยู่ในอากาศ กลิ่นที่ไม่ใช่ดอกพิกุล ไม่ใช่กลิ่นดอกมะลิ แต่มันทำให้ใจเขาหวิวเล็ก ๆ อย่างบอกไม่ถูก

เขาหลุบตาลง แล้วสูดลมหายใจเข้าเงียบ ๆ “หญิงผู้นี้ มีบางสิ่งแปลกไปจากใครอื่นจริง ๆ”

และในมุมล่างของเรือนเมษายังคงยิ้ม ก่อนจะกระซิบกับตัวเองเบา ๆ “เขามองฉันแบบนี้ อย่าเผลอมาตกหลุมฉันเข้าจริง ๆ ก็แล้วกันนะ ท่านขุนสุดหล่อซิกแพ็กแน่น”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   เมษาเธอไปไหน คุณพี่ขุนทำไมใจจะขาด

    กลางดึกคืนนั้น ลมพัดผ่านหน้าต่างเรือน เสียงพื้นเรือนแกรกกรากเบา ๆ คล้ายเสียงบางอย่างที่กระซิบจากอดีต ขุนเทวัญนอนนิ่งอยู่บนฟูก ห่มผ้าผืนบาง แสงจากตะเกียงหัวเตียงไหวระริก เขาเข้าสู่นิทราอย่างเงียบงัน ก่อนจะเข้าสู่ความฝัน ที่เหมือนจริงจนรู้สึกถึงลมหายใจของอีกคนในฝันเขายืนอยู่กลางเรือนไทยไม้สักหลังหนึ่ง ท่ามกลางแสงแดดอ่อนปลายรุ่ง เสียงระฆังวัดดังแว่วจากที่ไกล กลิ่นอบเชยและน้ำอบลอยมาแตะจมูกและตรงหน้าของเขาคือหญิงสาวผู้หนึ่ง สวมสไบเฉียงสีขาวนวล ผ้านุ่งสีแดงเลือดนก จีบหน้านางละเอียด เธอยิ้มพลางใช้มือบางแตะไหล่เขาเบา ๆ แววตาคู่นั้นทั้งคุ้นเคย ทั้งเศร้าและอ่อนหวานปนกัน“ท่านมาช้าอีกแล้ว” เสียงเธอเบาดุจสายลมที่กระซิบข้างหู“แต่ข้ากลับมาแล้ว” เขาพูดเสียงแผ่วตอบกลับทั้งที่ไม่รู้ว่ากำลังพูดกับใคร แม้ว่าจะเจอเธอมาหลายคราในห้วงนิทรา หัวใจแน่นตื้อเหมือนเคยพูดประโยคนี้มานับพันครั้ง“เราจะไม่พรากจากกันอีกใช่ไหม” หญิงสาวเอ่ยเขาคว้ามือเธอไว้ แต่แสงอาทิตย์กลับสว่างวาบ ภาพนั้นค่อย ๆ เลือนหายไป ขุนเทวัญสะดุ้งตื่นในเช้ามืด เหงื่อซึมเล็กน้อยบนหน้าผาก แม้อากาศจะเย็นเขาลุกนั่งนิ่ง สบตากับความเงียบในห้อง เสี

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   ท่านขุนต้องเป็นของฉัน

    เสียงฝนยังคงพรำลงไม่หยุด ใต้ชายคาศาลาเล็ก ๆ เมษายืนใกล้ขุนเทวัญจนได้กลิ่นไอของผ้าที่ชื้นด้วยฝนและกลิ่นกายของท่านขุนคลุ้งจาง ๆ ขุนเทวัญยังคงถือผ้าคาดเอวผืนยาวที่ใช้บังฝนให้เมษาไว้ในมือ ปลายผ้ายังเปียกอยู่บ้าง แต่มุมหนึ่งแห้งเมษาหันมามองเขา เห็นใบหน้าของขุนเทวัญมีหยดน้ำเกาะอยู่ตามขมับ แก้ม และปลายคาง“คุณพี่ขุนเปียกหมดเลย” เมษาพูดเบา ๆ ก่อนจะยื่นมือมาหยิบปลายผ้าคาดเอวจากมือเขา ขุนเทวัญชะงักมอง ยังไม่ทันเอ่ยห้าม เมษาก็ยกผ้าผืนนั้นขึ้นอย่างเบามือ แล้วค่อย ๆ เช็ดหยดน้ำที่ข้างแก้มของเขา ขยับเลื่อนไปที่ขมับ และหน้าผากที่มีหยดน้ำเกาะพราว“อยู่เฉย ๆ สิคะจะเช็ดให้” เมษาว่าพลางยิ้มละไมขุนเทวัญยืนนิ่งเหมือนถูกมนตร์สะกด ใบหน้าเขานิ่งแต่หูเริ่มแดง แล้วแดงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตอนที่ปลายนิ้วของเมษาแตะลงเบา ๆ ตรงข้างสันกราม“คุณพี่ขุนหน้าแดงอีกแล้ว” เมษาเอียงคอถาม ยิ้มแบบคนรู้ทันขุนเทวัญเบือนหน้าหลบ “เธอนี่ ชอบพูดจาน่าเอามืออุดปากเสียจริง”“คุณพี่ขุนเนี่ยเป็นผู้ชายที่เรียบร๊อย เรียบร้อยนะคะ โดนแซวแค่นี่ถึงกับเขิน แต่ก็น่ารักนะเนี่ย” เมษายักคิ้วขุนเทวัญถึงกับไอออกมาในลำคอ “แม่เมษา พูดจาไม่งามเลย

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   งานวัดฮีลใจ

    ในเช้าของวันที่แสงแดดอ่อน เสียงนกเอี้ยงร้องแว่วจากยอดมะม่วง แม่พลอยจัดผมให้เมษาอยู่หน้าห้องเรือนในด้วยสีหน้าเคร่งครัด เพราะว่าพระยาภูบดินทร์ บิดาของขุนเทวัญกลับมาจากราชการที่หัวเมืองเหนือ และทราบว่าที่เรือนมีหญิงหลงทางมาอยู่อาศัย จึงอยากพบกับเมษา“ฟังให้ดีนะ เธออย่าเผลอพูดอะไรแปลกหูเหมือนที่ชอบพูดกับฉันต่อหน้าคุณท่านนะ”“จ้า จะเรียบร้อยแบบกุลสตรีศรีรัตนโกสินทร์เลยแม่พลอย” เมษาเบะปากใส่กระจกบนเรือนใหญ่ พระยาภูบดินทร์นั่งอยู่ที่ตั่งกลางเรือน เสื้อแพรสีเทาเงินตัดกับผ้าพับอย่างเรียบ เส้นผมขาวแซมข้างหู แต่ดวงตายังคมและนิ่ง ข้าง ๆ กันคือคุณหญิงจันทร์วาด ที่กำลังจิบชาด้วยท่าทางของหญิงชั้นสูงเมษาเดินเข้ามาด้วยอาการกึ่งประหม่า แต่พยายามทำใจดีสู้เสือ“กราบสวัสดีค่ะ คุณท่าน คุณหญิง แล้วก็คุณพี่ขุน เอ๊ย ท่านขุนเทวัญค่ะ” มือยกพนมแสนเรียบร้อย แต่เสียงสั่นปลายประโยคคุณหญิงหรี่ตามองตั้งแต่หัวจรดปลายซิ่น “ขอให้ความเรียบร้อยนั้นอย่าได้หมดอายุภายในห้านาทีเถอะ”พระยาภูบดินทร์หัวเราะเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบ เสียงหัวเราะที่ไม่ได้ยินบ่อยในเรือนนี้“เธอคือแม่เมษาหรือ ดูท่าทางแปลกจากคนบ้านนี้เมืองนี้ยิ่งนัก

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   คำอธิษฐานที่ตรงกัน

    เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ฝรั่งดังกระหึ่มขณะแล่นไปตามถนนลูกรังในพระนคร เมษานั่งเบียดแม่พลอยอยู่เบาะหลัง ดวงตาโตเท่าไข่ห่าน มองซ้ายขวาไม่หยุดส่วนขุนเทวัญนั่งอยู่เบาะด้านหน้าโดยมีเฟื่องเป็นคนขับรถ รถยนต์สีดำสนิทเงางาม ประทุนเปิดรับลมเย็นบาง ๆ ของช่วงสายวันนั้น“เพิ่งเคยนั่งรถโบราณย้อนยุคครั้งแรก” เมษาตะโกนฝ่าลม“รถโบราณอะไรกันแม่เมษา คันนี้เพิ่งนำเข้ามาจากอังกฤษเลยนะ” ขุนเทวัญพูดโดยไม่หันกลับมามอง“จริงด้วย นี่เรามาอยู่ในยุครัตนโกสินทร์นี่” เมษาบอกกับตัวเองก่อนที่จะหันไปมองทิวทัศน์รอบข้างของพระนครยุครัตนโกสินทร์รถยนต์แล่นมาหยุดที่หน้ากรมพระคลังสินค้า ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมผสมไทย-ตะวันตก ตัวอาคารสองชั้นทาสีขาวครีม มีบานหน้าต่างโค้งประดับไม้ฉลุลายทอง เสาเรียงรายรับชายคายาว หน้ากรมมีธงชาติสยามปลิวไสว เมษานั่งอ้าปากค้างอยู่เบาะหลัง“โอ้โห นี่หรือคือกรมพระคลังสินค้าของจริง มันทั้งสวยและดูขลังมาก”ขุนเทวัญหันมามองด้วยสีหน้าขรึมแต่แววตาขำ “ดูเธอจะไม่เคยเข้ามากลางพระนครสินะ”เขาก้าวลงจากรถแล้วหันมาทางแม่เมษาและแม่พลอย“ฉันต้องเข้าไปสะสางราชการภายในไม่นานนัก พวกเธอรออยู่แถวนี้ก่อน”“เจ้าค่ะ” แม่

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   ภาพในฝันที่เริ่มชัด

    ในคืนนั้น สายลมอ่อน ๆ พัดผ่านเรือนไม้ เสียงจั๊กจั่นยังดังเป็นจังหวะ กล่อมให้บรรยากาศยามค่ำในพระนครเงียบสงัดยิ่งขึ้นเมษานอนอยู่บนฟูกบาง ๆ ใต้แสงตะเกียงน้ำมันที่ไหวระริก เสียงลมหายใจเธอสม่ำเสมอก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป และเข้าสู่ห้วงนิทราเธอฝัน แต่มันทั้งชัดเจนและพร่าเบลอในเวลาเดียวกัน ในฝันนั้นเมษายืนอยู่กลางลานกว้าง รอบตัวเป็นสวนไม้สูงเรียงรายเหมือนเขาวงกต กลิ่นกำยานหอมจาง ๆ ลอยมาแตะจมูก ผืนฟ้าเป็นสีแดงใกล้โพล้เพล้ แต่ไม่มีแดด ไม่มีเงา เหมือนเป็นโลกอีกมิติหนึ่งเธอก้มมองตัวเองพบว่าตนเองไม่ได้สวมเสื้อแขนกระบอกหรือผ้าซิ่นแบบทุกวัน แต่เป็นสไบเฉียงสีขาวนวล เนื้อผ้าบางเบา และผ้านุ่งแบบจีบหน้านางสีแดงเข้ม ลวดลายละเอียดประณีตแบบหญิงในสมัยอยุธยา ซึ่งไม่เคยมีใครในยุครัตนโกสินทร์แต่งเช่นนั้นเธอก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ เท้าเปล่าสัมผัสพื้นดินอ่อนนุ่มและเย็นจับใจ เมษารู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับเคยเดินผ่านตรงนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วนเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย เสียงที่ทุ้มนุ่ม และอบอุ่นอย่างประหลาด“เจ้ามาแล้วหรือ”เมษาหันขวับ ชายหนุ่มในชุดโจงกระเบนสีดำ สวมเสื้อห่มแพร ผ้าโพกหัวบาง ๆ ดวงตาคมคู่นั้

  • แม่หญิงย้อนเวลา มารักกับท่านขุน   แม่หญิงสูงศักดิ์กับแม่หญิงสายแซ่บ

    แดดสายสะท้อนลงบนหลังคามุงจาก กระทบผิวน้ำตลาดปากคลองจนเงาวาว แม่ค้าเขียงหมูเสียงดังแข่งกับเจ้าของร้านขนมฝอยทอง เสียงตะโกนเรียกลูกค้าเซ็งแซ่ไปทั่วบริเวณท่ามกลางความวุ่นวาย เมษาเดินมาในลุคสายช้อปย้อนยุค ผ้าซิ่นลายแดงสดเกือบสะท้อนแสงแดด เสื้อแขนกระบอกพับผิดเล็กน้อย ข้างหนึ่งไหล่ตก ข้างหนึ่งตั้งสง่า มือหนึ่งหิ้วขนมต้ม อีกมือถือทองหยอดมากินเล่น“ว้าว ตลาดนี่คือสวรรค์ของสายกิน นี่ถ้ามีชาไข่มุกให้กินด้วยละก็ ฟินสุด ๆ”แม่พลอยที่เดินตามแทบเอามือปิดหน้าผาก “อย่าพูดอะไรเพี้ยน ๆ ออกมาอีกเลยแม่เมษา แค่นี้คนก็มองกันทั้งตลาดแล้ว”“ก็มองคนสวยไง ไม่เห็นแปลก หรือเธอว่าฉันไม่สวยหรือไงแม่พลอย”“เออ ไอ้สวยน่ะก็สวย แต่แปลกก็ไม่ด้อยไปกว่ากัน”เมษากรอกตามองบน “จะถือว่าเป็นคำชมแล้วกันนะ”ที่หัวตลาด เสียงวุ่นวายของพ่อค้าแม่ขายยังครึกครื้น แต่ทันทีที่แม่หญิงรำเพยปรากฏกายเดินนวยนาดอย่างงามสง่า ตลาดทั้งแถบก็เหมือนชะงักอารมณ์หนึ่งผ้าไหมสีชมพูทองจับจีบประณีต เสื้อห่มสไบกลิ่นน้ำอบโชยอ่อน ๆเมษาที่เพิ่งหันมาเห็น พึมพำกับแม่พลอยเบา ๆ “นั่นแม่หญิงรำเพยนี่”แม่พลอยพยักหน้า “ใช่ แม่หญิงรำเพย คู่หมายของท่านขุนเทวัญ”“คู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status