LOGINเอโลอีสปรายสายตาไปจ้องมองใบหน้าของท่านลูเซียน ดูเหมือนว่าเขาจะอายุมากกว่าเธอหลายปีมากทีเดียว เพราะการแสดงออกของเขามันดูอบอุ่นเป็นผู้ใหญ่
“วันนี้ข้าช่างโชคดียิ่งนักที่ตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพราะว่ามันทำให้ข้าได้พบเจอกับเลดี้..” เธอหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วยกแก้วสุราขึ้นมาดื่ม ในระหว่างที่เอโลอีสกำลังดื่มสุราในแก้วนั้น สายตาของลูตินก็จับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของเธอที่กำลังเผยอออก.. ช่างเป็นสตรีที่สามารถทำให้จุดเดือดของเขามันต่ำลงอย่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ “ข้าเองก็เช่นกันค่ะ แต่ว่านี่ดึกมาแล้วเพราะอย่างนั้นในวันนี้ข้าคงจะต้องขอตัวกลับก่อน..” นี่คงเป็นการจากลาที่น่าเสียดายมากทีเดียว “พรุ่งนี้เลดี้จะมาที่นี่อีกไหมครับ” เอโลอีสครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่เธอจะตอบเขาด้วยรอยยิ้มที่แสนยินดี “หากการมาที่นี่ทำให้ข้าได้พบเจอท่านลูเซียน แน่นอนว่าข้าจะมาที่นี่อีกแน่นอนค่ะ” ลูตินเอื้อมมือไปจับมือของเอโลอิสเอาไว้ เรานั่งอยู่ตรงข้ามกัน..นั่นจึงทำให้เขาโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตที่ด้านหลังฝ่ามือของเธออย่างช้าๆ “เช่นนั้นข้าจะรอคอยการพบกันครั้งต่อไปของเรานะครับ” อา..ความหล่อของเขามันกระแทกตาจนตาแทบบอด อีกทั้งในยามนี้เธอไม่ได้สวมหน้ากากอยู่อีกต่างหาก เอโลอีสมั่นใจว่าใบหน้าของเธอมันคงจะขึ้นเป็นสีแดงระเรื่อไปทั่วทั้งใบหน้าแน่ๆ “ค่ะ..แล้วก็ข้าไม่อยากให้ท่านคิดมากแต่ทว่านำเงินนี่ติดตัวเอาไว้นะคะ..ค่าอาหารในมื้อนี้ข้าจะจ่ายเอง เอาไว้มื้อหน้าท่านค่อยเป็นคนจ่าย..ลาก่อนนะคะท่านลูเซียน” เธอกล่าวคำอำลาพร้อมกับส่งมอบเหรียญทองใส่มือของเขาเอาไว้จนหมดกระเป๋า บอกตามตรงว่าชีวิตนี้เธออยากจะทำเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว..อยากจะเป็นอาเจ้สายเปย์ที่ช่วยเหลือหนุ่มๆ ที่เดือดร้อน.. “..อา..ให้ตายสิ” เอโลอีสเดินออกไปนานมากแล้วแต่ทว่าลูตินยังไม่ลุกไปไหน เขายังคงนั่งอยู่ตรงนั้นพร้อมกับมองเหรียญทองในมือ “น่ารักอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ ด้วยสินะ” “นี่มันอะไรกันลูติน แฟชั้นใหม่งั้นเรอะ หรือว่าที่คฤหาสน์อองดรีขาดแคลนจนเจ้าต้องสวมเสื้อที่ทั้งเก่าและราคาถูกขนาดนี้” เคาน์มาเอลเดินเข้ามาทักทายด้วยเสียงหัวเราะ เขามองดูเพื่อนรักที่ไม่ได้อยู่ในสภาพที่ควรจะเป็นสักเท่าไหร่ “..บางทีชีวิตของบุรุษที่ร่ำรวยที่สุดในจักรวรรดิมันก็น่าเบื่อ ข้าอยากเป็นชายหนุ่มจนๆ บ้างไม่ได้รึไง” มาเอลขมวดคิ้ว “นี่เจ้า..ถูกแม่มดหรือว่าหมอผีทำของใส่รึไง ให้ตายสิเสียเวลาชะมัด ข้าลงไปด้านล่างดีกว่าวันนี้ข้าตั้งใจว่าจะหาสตรีที่น่ารักๆ ไปนอนกอดให้หายหนาว..ไปด้วยกันรึเปล่าแกรนด์ดยุค” ลูตินยังคงมองเหรียญทองในมือ มุมปากของเขายกสูงขึ้นอย่างอารมณ์ดี “ไม่ล่ะ วันนี้ข้าอยากจะพักสักหน่อย..ข้ากลับก่อนนะมาเอล” มาเอลไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยจริงๆ ว่าบุรุษที่เขาเห็นอยู่นั้นคือแกรนด์ดยุคอองดรีน่ะ นั่นใช่ลูตินเพื่อนของเขาจริงๆ งั้นเรอะ! “ทำไมลูตินกลับไวจังเลยล่ะมาเอล” ซีโมนเดินเข้ามาทักทายเขา แน่นอนว่าที่ข้างกายของซีโมนนั้นคือสตรีงามผู้หนึ่งที่กำลังอิงแอบแนบซบกันมา “ไม่รู้สิ..สงสัยผีเข้าละมั้ง” เพื่อนของเขาไม่เคยกลับเร็ว ลูตินน่ะนอนคนเดียวไม่หลับหรอกหากไม่มีสตรีสักสองนางมาอยู่เคียงข้างน่ะ..วันนี้หมอนั่นก็คงมีนัดที่ไหนสักแห่งละมั้ง.. ................ “เป็นอย่างไรบ้างเอโลอีส เมื่อคืนนี้เจ้าได้พบเจอกับชายหนุ่มที่ทำให้หัวใจเต้นแรงรึยัง” เลดี้เฟมเอ่ยถามเธอในขณะที่เราทั้งคู่กำลังอยู่ในงานเลี้ยงน้ำชาของเลดี้ดามอง สตรีที่เป็นผู้นำในแวดวงสังคมชนชั้นสูงและ..นี่คือนางร้ายของนิยายเรื่องนี่ล่ะ เมื่อคืนนี้ถึงแม้ว่าเธอจะกลับดึกมากแค่ไหนแต่ทว่าเมื่อถึงรุ่งเช้าเธอก็จะต้องตื่นขึ้นมาเพื่อให้สาวใช้จัดการแต่งกายที่เหมาะสม เพื่อมาเข้าร่วมงานเลี้ยงน้ำชาในวันนี้ “ก็..ดี ข้าพบเจอกับบุรุษที่ทำให้หัวใจเต้นแรงแทบบ้าแล้ว และคืนนี้เรานัดพบกันอีกครั้ง..” เลดี้เฟมยกมือขึ้นมาปิดปากพร้อมกับอมยิ้ม “ในช่วงเวลาที่ชีวิตของเราเปล่งประกายมากที่สุด สิ่งที่ต้องกระทำคือการ..ทำตามความต้องการของเราให้มากที่สุด เพราะเมื่อใดก็ตามที่เจ้าหรือว่าข้าต้องแต่งงาน เมื่อนั้นแหละที่แม้แต่จะนั่งรถม้าออกมาในย่านการค้ายังต้องขออนุญาตสามีเลย..ฉะนั้นแล้วในยามนี้อยากทำอะไรก็ทำไปเลยเอโลอีส รักครั้งแรกมันสวยงามมากในทุกครั้งที่นึกถึงเลยล่ะ” แต่มันก็เจ็บเจียนตายเหมือนกันเมื่อความรู้สึกมันหมดลง..แต่เรื่องนั้นต่อให้เธอบอกกล่าวออกไปอย่างไรเอโลอีสก็คงไม่เข้าใจอยู่ดี เพราะอย่างนั้นให้เพื่อนของเธอไปพบเจอกับตัวเองน่าจะดีกว่า “อื้อ! ข้าเองก็ตั้งใจจะใช้ชีวิตแบบนั้นเหมือนกัน” ออกไปใช้ชีวิตให้เต็มที่ ตามแบบที่ตัวเองเลือก..ว่าแต่นี่เธอสมกับเป็นตัวประกอบจริงๆ ด้วยสินะ เพราะว่าตัวเอกของเรื่องทั้งหมดกำลังกระจุกตัวอยู่ด้านใน แต่นี่ก็ดีแล้วที่เธอไม่ต้องไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากอย่างเนื้อเรื่องหลักในนิยายน่ะ “เอโลอีสเดี๋ยวข้ามานะ..พอดีว่าข้ามีนัดน่ะ คืนนี้เจอกันที่เดิมนะเพื่อนรัก” เธอพยักหน้าพร้อมกับโบกมือเพื่อเป็นการกล่าวลาสหายรัก เฟมนั้นมีคนรักมากมายในแบบที่..นับไม่ถ้วนและไม่ซ้ำหน้า แต่เรื่องนั้นเธอไม่ได้ติดขัดอะไรเลย เพราะความชอบของแต่ละคนมันไม่เหมือนกันนี่ เอโลอีสขยับร่างกายเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเอนหลังเพื่อพิงกับผนังพิงด้านหลัง จะว่าไปแล้วเพราะเธอต้องตื่นตั้งแต่เช้าก็เลยรู้สึกง่วงนิดหน่อยเหมือนกันแฮะ “จะตัดความสัมพันธ์ทั้งอย่างนี้เลยหรือคะท่านแกรนด์ดยุค!!” ในขณะที่เอโลอีสกำลังอยากจะนอนสักงีบ แต่ดันมีเสียงของสตรีที่กำลังคร่ำครวญดังขึ้นมา “นอนด้วยกันแค่ครั้งเดียวเจ้าก็คิดทึกทักว่าข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นแกรนด์ดัชเชสแล้วอย่างนั้นหรือ..ช่างไม่รู้สึกประมาณตน” โอ้โห..ด่าได้เจ็บชะมัดเลย ไม่มีผู้ชายดีๆ ที่ไหนลดคุณค่าของสตรีขนาดนั้นหรอกนะ แสดงว่าแกรนด์ดยุคผู้นั้นคงชั่วช้ามากจริงๆ “แต่ว่าข้า..รักท่านนะคะ ข้าจะรักท่าน แกรนด์ดยุคมากเลยนะคะ!! ข้าไม่ขอเป็นแกรนด์ดัชเชสของท่านก็ได้ แค่ให้ท่านกลับมาคบหากับข้าอีกครั้งหนึ่งก็พอแล้วค่ะ ได้โปรด..กลับมากอดข้าอีกครั้ง” เอโลอีสก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อมองมือของตัวเอง เธอรู้สึกสงสารสตรีผู้นั้นอยู่เหมือนกันแต่ว่า..นี่ไม่ใช่เรื่องของเธอเพราะอย่างนั้นจะยื่นมือเข้าไปยุ่งมันก็.. “ไม่มีการกลับไปอีกแล้วล่ะ เจ้าเองก็รู้กฎของข้าดีว่าสตรีที่ข้าทอดทิ้งไปแล้ว ข้าไม่มีวันหันกลับไปมองอีกแล้ว ให้ความสัมพันธ์ของเรามันจบลงแค่นี้เถอะ อย่ามายุ่งเกี่ยวกับข้าอีก!!”จูบของพวกเขาเหมือนการเต้นรำภายใต้แสงจันทร์ ความอ่อนโยนในทุกจังหวะสะท้อนถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ ทุกสิ่งอย่างมันดีงามมากเหลือเกิน ทั้งจุมพิตแสนหวานนี้ สถานที่ที่อยู่ด้านในสวนที่ดูราวกับว่าเรากำลังอยู่ในความฝัน..หากไม่มีเสียงทักทายนั้นของเสด็จพี่ที่ทักทายขึ้นมาลูตินละริมฝีปากออกจากกลีบปากแสนเย้ายวนของเอโลอีส เขาดึงรั้งเธอเข้ามาในอ้อมแขนพร้อมกับผลักเธอเข้ามาเพื่อให้ใบหน้างามแนบชิดไปกับหน้าอกแกร่งของเขา และอีกนัยหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เสด็จพี่ของเขาเห็นใบหน้าของเธอ“ลูติน..เจ้าไม่เคยกระทำเรื่องเช่นนั้นในพระราชวัง..เจ้ารู้ถึงจุดยืนของเจ้าดีว่าแกรนด์ดยุคควรปฏิบัติตนอย่างไร”ลูตินก้มหน้าลงเพื่อเป็นการขอโทษเสด็จพี่ของเขา เขาหลุบตาลงเล็กน้อยเพื่อมองสตรีในอ้อมแขน หากเขามองไม่ผิด ลูตินคิดว่าเขากำลังมองเห็นรอยยิ้มของเธอที่กำลังระบายยิ้มหวานคล้ายสะใจ..หรือว่านี่คือสาเหตุที่เธอดึงใบหน้าของเขาเข้าไปจูบเพราะต้องการให้เขาถูกตำหนิอย่างนั้นหรือ? หงส์ขาวตัวน้อยในที่สุดก็เริ่มจิกกัดเขาเป็นแล้วอย่างนั้นสินะ“กระหม่อมขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่..คงเพราะว่าสตรีในอ้อมแขนของกระหม่อมนั้นพิเศษมากกว่าสตรีอื่น กระหม่
กับท่านเคาน์มาเอลและท่านซีโมน เอโลอีสเคยเห็นใบหน้าของทั้งสองท่านมาแล้ว เรื่องรูปลักษณ์ของพวกเขา..ต้องยอมรับเลยว่าทั้งสองท่านมีความหล่อเหลาที่โดดเด่นมากกว่าบุรุษผู้อื่นมากทีเดียว นั่นคงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมท่านเคาน์มาเอลและท่านซีโมนถึงได้ใช้ชีวิตเสเพล เป็นคุณชายที่ผลัดเปลี่ยนสตรีไม่ซ้ำหน้า..เธอก้มหน้าเล็กน้อยเมื่อท่านเคาน์มาเอลส่งยิ้มให้เธอ เขาเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาในงานเลี้ยงแห่งนี้ โดยที่ด้านหลังของท่านเคาน์คือท่านซีโมนที่กำลังยกมือเพื่อทักทายสตรีที่กำลังมองมาทางเขา..การปรากฏตัวของทั้งสองท่านนั้นสร้างความฮือฮาให้กับงานเลี้ยงมากพอสมควร..เพราะพวกเขาทำให้สายตาของสตรีทุกคู่ในงานเลี้ยงจับจ้องไปที่ใบหน้าของพวกเขาทั้งสอง“ท่านแกรนด์ดยุคมาแล้ว!!”บุรุษที่ตามมาเป็นท่านสุดท้ายคือแกรนด์ดยุคอองดรีซึ่งเป็นผู้ได้ชื่อว่าเป็นตัวร้ายของนิยายเรื่องนี้..เขาเดินเข้ามาในงานเลี้ยงพร้อมกับปรายสายตาไปรอบๆ ราวกับว่าท่านแกรนด์ดยุคกำลังมองหาผู้ใดอยู่ยังไงอย่างนั้นและในวินาทีที่เขามองเห็นเจ้าของเรือนผมที่ทองที่มีความสามารถในการปั่นหัวเขาเล่นอยู่หลายวัน สายตาของแกรนด์ดยุคก็จ้องมองมายังที่เอโลอีสที่กำลังยืนตัว
“เรื่องนั้นข้าไม่รีบร้อน และข้าเองก็เชื่อว่าบุตรีของข้าก็ไม่รีบร้อนเช่นเดียวกัน”ท่านเคาน์อแลงกล่าวคำปฏิเสธออกมาอย่างชัดเจน เขามีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาไม่มีความคิดที่จะบังคับให้เอโลอีสแต่งงานเลยด้วย ตระกูลอแลงมิได้ขัดสนเรื่องเงินหรือว่าอยากได้ใคร่ดีกับอำนาจของผู้อื่นเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นแล้วท่านเคาน์อแลงจึงตามใจเอโลอีสในเรื่องของคู่ครองยิ่งนัก“ข้าเองก็ไม่ได้รีบร้อนเช่นเดียวกัน ข้าเพียงเห็นว่าเอโลอีสและดิโอเป็นเพื่อนเล่นกันมานาน ทั้งสองคนย่อมมีความสนิทสนมกันมาก และนั่นคือพื้นฐานที่ดีของชีวิตคู่..แค่ท่านเคาน์รับรู้เจตนาของข้าและดิโอ เพียงเท่านั้นข้าก็ดีใจมากๆ แล้วครับ”บิดาและมารดาของดิโอทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มแห้งๆให้กับท่าน เคาน์ผู้ยืนยันหนักแน่นถึงการเคารพการตัดสินใจของบุตรี“..ข้าจะยินยอมให้เอโลอีสแต่งงานกับบุรุษที่นางมาบอกกล่าวกับข้าเอง ว่านางอยากจะแต่งงานกับชายผู้นั้น เรื่องความรักข้าไม่คำนึงถึงฐานะอันใดหรอกนะครับ ข้าสนใจเพียงแค่ว่าชายผู้นั้นจะทำให้ลูกสาวของข้ามีความสุขจริงๆ รึเปล่า”เงื่อนไขแสนธรรมดาที่บ่งบอกได้ว่าท่านเคาน์อแลงนั้นรักลูกสาวของเขาอย่างสุดหัวใจเพราะฉะนั้นบ
ถ้อยคำที่เคาน์มาเอลทิ้งท้ายเอาไว้ ทำให้ซีโมนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก“ซีโมน..เท่าที่ข้ารู้ครอบครัวของมาเอลล้มหายตายจากไปแล้วใช่หรือไม่ ทั้งมารดา บิดาและญาติพี่น้องล้วนแล้วแต่เสียชีวิตไปหมดแล้วทั้งสิ้น..”ลูตินเอ่ยถามด้วยแววตาเย็นยะเยือก และนั่นทำให้ซีโมนยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อเบาๆ“เรื่องนั้นมันก็ใช่..”“เช่นนั้นหากหมอนั่นตายไปอีกคนเขาก็จะได้พบเจอกับครอบครัวใช่หรือไม่ ข้าควร..ทำให้เพื่อนรักได้พบเจอครอบครัวในเร็ววันอย่างนั้นสินะ”ซีโมนส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับลูติน เขาอยากจะบอกกล่าวออกไปเหลือเกินว่านั่นเพื่อนนะโว้ย แค่สตรีนางเดียวถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเลยงั้นเรอะ!!“ลูติน..มาเอลก็แค่ล้อเล่น เจ้าอย่าไปถือสาเขาเลยน่า..ตอนนี้หากเจ้าอยากจะเข้าหาเลดี้อแลงจริงๆ คนที่เจ้าควรกังวลคือเซอร์ลาเบนผู้นั้นต่างหาก”เมื่อลูตินได้ยินเช่นนั้นเขาก็ปรายสายตาไปมองที่เอโลอีส สิ่งที่เขาพบเห็นคือเธอกำลังแย้มยิ้ม..เป็นรอยยิ้มละมุนละไมชวนให้หัวใจรู้สึกอบอุ่น และบุรุษที่กำลังยืนอยู่ข้างๆ เธอคือเซอร์ลาเบน..เพื่อนวัยเด็กนี่มันช่างน่ารำคาญชะมัดเลยโว้ย!!หรือว่าเซอร์ลาเบนคือสามีในอนาคตของเอโลอีส ส่วนเขา..เ
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะลูติน หรือว่าวันนี้ม้าที่เจ้าลงเดิมพันมันวิ่งได้ห่วยรึไง”ซีโมนเอ่ยถามพร้อมกับปรายสายตาลงไปมองที่สนามแข่งม้า“นี่ซีโมน..ปกติแล้วหลังจากที่เจ้ากระทำเรื่องเช่นนั้น เมื่อตื่นขึ้นมาก่อนที่เจ้าจะแยกทางกัน เจ้าทำอย่างไร..”นั่นมันคำถามอะไรวะนั่น ซีโมนวางฝ่ามือของเขาลงบนหน้าผากของลูติน“เจ้าไม่สบายรึเปล่าลูติน ถามคำถามแบบนั้นทำไมกัน ปกติเราต่างหากที่เป็นฝ่ายลุกออกจากเตียงก่อน เพราะไม่อยากอยู่รอจนถึงช่วงเช้าเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าเรามีใจน่ะ”ใช่ไหมล่ะ ปกติเขาก็เป็นเช่นนั้น เมื่อถึงรุ่งเช้าเป็นเขาที่ต้องลุกขึ้นก่อนแล้ววางของมีค่าเอาไว้ให้สตรีที่นอนอยู่บนเตียง นั่นก็เพื่อให้เราเข้าใจตรงกันว่าเขาไม่ต้องการสานต่อความสัมพันธ์ในครั้งนี้“..แล้วสมมุติว่าสตรีผู้นั้นลุกออกไปก่อนเจ้าล่ะ”ซีโมนยกมือขึ้นมาลูบคางเบาๆ“เรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับข้ามาก่อนเลย แต่หากให้เดานะที่สตรีผู้นั้นลุกขึ้นไปก่อนอาจจะเป็นเพราะว่าลีลาและท่าทางของเจ้ามันห่วยจนเกินจะรับไหวอะไรแบบนั้นรึเปล่า”คำตอบนั้นทำให้ลูตินหน้าชาไปหมด เขายกแก้วสุราขึ้นมาดื่มเพื่อเรียกสติของตัวเองกลับมา อันที่จริงเขาก็แอบๆ คิดถึ
เอโลอีสลืมตาขึ้นมาในกลางดึก เธอผล็อยหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า และเมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นท่านลูเซียนนอนอยู่ข้างกายเสียแล้ว..ในใจเกิดเป็นความรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาพร้อมกับคำถามที่อัดแน่นอยู่ในนั้น..หรือว่าที่เขาจากไปมันเป็นเพราะว่าเขาต้องการบอกกล่าวเป็นนัยๆ ถึงจุดจบของความสัมพันธ์เธอและเขาเมื่อได้บทสรุปเช่นนั้นอยู่ๆ น้ำตาที่พึ่งจะแห้งเหือดไปมันก็รินไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอลุกขึ้นพร้อมกับเดินไปหยิบชุดเดรสที่แขวนอยู่มาสวม เอโลอีสใช้หลังมือในการเช็ดน้ำตาเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว..ในเมื่อเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอเช่นนั้นให้มันจบลงเร็วๆ ก็ดีแล้วล่ะเธอจัดการยืนสงบสติอารมณ์อีกพักหนึ่งก่อนจะเดินออกไปจากที่นี่..เธอไม่ควรกลับไปที่คฤหาสน์ในยามนี้ เพราะอย่างนั้นเอโลอีสจึงเลือกที่จะไปหาเฟมที่คฤหาสน์ ความเจ็บปวดจากตรงส่วนนั้นส่งผลให้การเดินนั้นยากลำบากมากพอสมควร..เธอกัดฟันแน่นพร้อมกับดึงสติของตัวเองกลับมา..ไม่เป็นไร..เธอจะผ่านความเจ็บปวดนี้ได้ และเธอจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในเร็ววัน..“ดูสภาพเจ้าสิ..ให้ตายเถอะไม่บอกก็รู้ว่าเจ้าคงจะพบเจอกับความสัมพันธ์ที่มันไม่สวยหรูเท่าไหร่ใช่ไหม..เอโลอีสไม่ต้อ







