เข้าสู่ระบบอา..ถ้อยคำที่อีกฝ่ายกล่าวออกมานั้นมันช่างเย็นชาและไร้เยื่อไยสิ้นดี จะว่าไปแล้วนั่นคือแกรนด์ดยุคอองดรีไม่ใช่หรือ..ชายผู้ร่ำรวยที่สุดในจักรวรรดิ ตัวร้ายของนิยายเรื่องนี้ และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นางเอกของเรื่องต้องพบเจอกับความยากลำบาก
แกรนด์ดยุคผู้ไม่เคยมีความรักให้ใคร..เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกอะไรกับนางเอกของเรื่องด้วย ในความรู้สึกของท่านแกรนด์ดยุคมีเพียงความรู้สึกอยากเอาชนะพระเอกของเรื่องนี้เท่านั้นเอง หมอนี่เป็นตัวร้ายที่ธงดำปี๋แบบสุดๆ เลย..อยากได้เพราะแค่อยากเอาชนะ ไม่ได้รัก..นั่นนางเอกนะโว้ยไม่ใช่สิ่งของที่แค่อยากครอบครองเอาไว้ก็แย่งมาน่ะ ในตัวนิยายบรรยายเอาไว้ถึงความหล่อเหลาของท่านแกรนด์ดยุคได้อย่างชัดเจน จุดเด่นของเขานั้นคือดวงตาที่มีสองสี..ที่เหมือนสุนัขไซบีเรียอะไรแบบนั้น คุณนักเขียนบรรยายเอาไว้ว่านั่นคือจุดด่างพร้อยที่กลับกลายมาเป็นจุดเด่นบนใบหน้า เพราะมันทำให้เขาดูลึกลับและน่าค้นหา เอโลอีสถอนหายใจเบาๆ คนแบบนั้นเธอไม่ควรไปยุ่งด้วยเลย จากนี้เธอต้องระวังให้มากหากเจอคนที่มีดวงตาคนละสีจะต้องหลีกหนีให้ไกลไปเลย! “ทำไมกันคะ..ทั้งๆ ที่ข้ารักท่านมากมายขนาดนี้แท้ๆ แต่ท่านกลับเหยียบย่ำความรักของข้า..” ลูตินเริ่มรู้สึกรำคาญแล้วละสิ สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือการต้องมานั่งอธิบายเรื่องราวเดิมๆ ซ้ำๆ ซากๆ “ระหว่างเรามันไม่เคยมีความรักมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว..เป็นเจ้าที่ทึกทักและคาดหวังไปเอง ข้าดูเหมือนบุรุษที่รักเจ้าอย่างนั้นหรือ? หากเจ้าไม่หยุดเพียงเท่านี้อย่าหาว่าข้าไม่เตือนก็แล้วกัน..” สิ้นเสียงนั้นเอโลอีสก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว ในทุกจังหวะที่ฝีเท้าคู่หนึ่งกำลังเดินจากไปอย่างไร้ความลังเล เสียงร้องไห้ของสตรีผู้นั้นก็ดังขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ “....” ความรักมันไม่ได้มีแค่ด้านเดียวอย่างนั้นสินะ แน่นอนว่าหากความรักนั้นสมหวัง คนสองคนก็คงจะมีความสุขมากแต่ทว่าหากความรักนั้นผิดหวังดังเช่นที่สตรีผู้นี้กำลังอ้อนวอนร้องขอความรักจากท่านแกรนด์ ดยุค..มันก็คงจะต้องเจ็บปวดมากเช่นกัน ให้ตายสิเรื่องความรักของชนชั้นสูงมันช่างน่าปวดหัวยิ่งนัก..เช่นนั้นวันนี้เธอรีบไปที่งานเลี้ยงหน้ากากเร็วหน่อยน่าจะดีกว่า ไปหาท่านลูเซียนที่สุดแสนจะธรรมดาของเธอ จริงสิ..เอโลอีสคิดว่าเธอควรกลับบ้านไปเพื่อนำเงินติดตัวออกมาให้มากหน่อยจะดีกว่า บางทีเงินที่มากมายของเธออาจจะช่วยให้ท่านลูเซียนมีชีวิตที่ดีขึ้นก็ได้ .............. “การเป็นแกรนด์ดยุคก็ไม่ง่ายเหมือนกันแฮะ วันนี้ก็มีสตรีมาร่ำร้องวิงวอนขอความรักของเจ้าอีกแล้วอย่างนั้นหรือลูติน” ซีโมนเอ่ยถามในขณะที่เขากำลังเทสุราใส่แก้ว ชีวิตประจำวันของบุรุษเช่นเขานั้นก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากหาความสุขมาใส่ตัวเท่านั้น เพราะเกิดและเติบโตมาบน กองเงินและกองทอง เขาจึงไม่ต้องกังวลในเรื่องงานหรือว่าเรื่องเงิน กับลูตินเองก็เช่นกัน พวกเราคือเพื่อนรักตั้งแต่วัยเด็ก ลูตินเป็นแกรนด์ดยุคที่ไม่ค่อยได้มีงานทำเท่าไหร่นัก อาจเพราะว่าหมอนี่ไม่ได้เป็นเจ้าของแกรนด์ดัชชี แต่ดันเป็นเจ้าของจักรวรรดินี้แทนนะสิ เพราะลูตินเป็นพระอนุชาที่องค์จักรพรรดิทรงรักมาก พระองค์จึงพระราชทานที่ดินและคฤหาสน์มากมายแก่แกรนด์ดยุคอองดรี ที่ดินกว่าครึ่งของจักรวรรดิแห่งนี้คือที่ดินที่มีเจ้าของเป็นแกรนด์ดยุคอองดรีทั้งนั้น “ทำไมพวกนางถึงไม่เข้าใจกันนะว่าข้าไม่สามารถรักพวกนางได้ ข้าดีเลิศและหล่อเหลามากถึงเพียงนี้จะไปเป็นของสตรีผู้เดียวมันน่าเสียดายมากเกินไป..” ลูตินกล่าวคำน่าหมั่นไส้นั้นออกมาด้วยรอยยิ้มระรื่น เขามองหน้าซีโมนก่อนจะหยิบแก้วสุราขึ้นมาดื่ม “เหอะ! ข้าขอให้เจ้ามั่นหน้าเช่นนั้นได้ตลอดก็แล้วกันลูติน พูดเอาไว้อย่างดีแต่ถึงเวลาจริงๆ ไปตกหลุมรักแม่ห่านขาวผู้ใสซื่อมันจะน่าอายเอานะ” ลูตินกลั้วหัวเราะในลำคอ “ไม่มีทางหรอกซีโมน ห่านขาวจะทำอะไรข้าได้เพราะขนาดหงส์ขาวยังทำให้ข้าใจสั่นไม่ได้เลย..” ซีโมนขมวดคิ้วในทันทีเมื่อเห็นสหายรักกำลังหยิบหน้ากากสีม่วงขึ้นมา “นั่นมันอะไรกันลูติน..เจ้าไม่เคยสวมใส่หน้ากากสีม่วงเลยสักครั้ง เจ้าไม่เคยมีนัดมาก่อนด้วย..แสดงว่าแม่หงส์ขาวคนเมื่อวานคงทำให้หัวใจที่ตายด้านของแกรนด์ยดุคมัน..มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้งใช่ไหม” ลูตินไม่ได้สนใจคำกล่าวของซีโมนเขาสวมหน้ากากสีม่วงพร้อมกับสวมเสื้อคลุมเก่าๆ นั่นอีกครั้ง “ลงทุนไปหน่อยไหม..หรือว่าที่เจ้าพยายามเช่นนี้เพราะแม่หงส์ขาวผู้นั้นยังไม่ยินยอมขึ้นเตียงกับแกรนด์ดยุคอย่างนั้นหรือ..เอาดีๆลูติน มีสตรีที่ปฏิเสธเจ้าด้วยรึไง ข้าชักจะอยากเห็นหน้า..” ซีโมนเงียบลงในทันทีที่เขาพบเจอแววตาเย็นชาของลูตินที่มองมา “ข้าบอกไปแล้วซีโมนว่าอย่ามายุ่งกับสตรีผู้นั้น อีกทั้งข้าชอบช่วงเวลาที่ได้ออกล่าเช่นนี้..เพราะหากได้มากง่ายๆ มันก็ไม่สนุกนะสิ” ซีโมนไม่อยากจะพูดอะไรมาก เขาแค่ยกแก้วสุราขึ้นมาดื่มก่อนจะปรายสายตามองลงไปยังชั้นล่าง เขามองเห็นแม่หงส์ขาวของลูตินที่กำลังมองซ้ายทีขวาทีราวกับว่านางกำลังมองหาใคร “เช่นนั้นก็รีบลงไปสิ เหยื่อของเจ้ามานู่นแล้วลูติน” ลูตินหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อมองลงไปยังชั้นล่าง..ก่อนที่มุมปากของเขาจะแสยะยิ้ม การลงไปเร็วเกิน..มันอาจจะเป็นการบอกกล่าวเป็นนัยๆ ว่าเขากำลังสนใจเธออยู่..และในใจของเอโลอีสคงจะดีใจมากๆ ที่มันเป็นเช่นนั้น เลดี้เอโลอีสแห่งตระกูลอแลง ดรุณีน้อยที่เกิดมาจากความรักของบิดาและมารดา แต่ไหนแต่ไรนางไม่ค่อยได้ปรากฏตัวในแวดวงสังคมสักเท่าไหร่นัก ทำให้ไม่ค่อยมีใครรู้จักชื่อและใบหน้าของนาง อีกทั้งนางยังห่วงชื่อเสียงของตัวเองเป็นที่สุด แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือ..สตรีที่ให้ความสำคัญต่อชื่อเสียงของตัวเองมากขนาดนั้น ทำไมนางถึงมาปรากฏตัวในงานเลี้ยงที่แสนโสมมนี้ได้ล่ะ “.....” เอโลอีสนั่งรอท่านลูเซียนมาแล้วกว่าสองชั่วโมงและนี่ก็ดึกมากแล้วด้วย เธอกำลังไม่มั่นใจว่าควรจะรอเขาต่อไปหรือว่าควรจะกลับไปก่อน..ในบางทีวันนี้ท่านลูเซียนอาจจะไม่สะดวกมาที่นี่ก็ได้ หรือไม่เขาก็คง..ไม่ได้สนใจเธอถึงขนาดนั้น ให้ตายสินี่มันไม่ง่ายเลยนะที่จะทำใจเพื่อยอมรับความผิดหวังน่ะ รักครั้งแรกของเธอก็..แห้วแล้วเหรอเนี่ย “..ขออภัยด้วยนะครับเลดี้ที่ข้ามาช้า พอดีว่าวันนี้ข้าต้องทำงานล่วงเวลา..ดีจังเลยนะครับที่ท่านยังรอข้าน่ะ”จูบของพวกเขาเหมือนการเต้นรำภายใต้แสงจันทร์ ความอ่อนโยนในทุกจังหวะสะท้อนถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ ทุกสิ่งอย่างมันดีงามมากเหลือเกิน ทั้งจุมพิตแสนหวานนี้ สถานที่ที่อยู่ด้านในสวนที่ดูราวกับว่าเรากำลังอยู่ในความฝัน..หากไม่มีเสียงทักทายนั้นของเสด็จพี่ที่ทักทายขึ้นมาลูตินละริมฝีปากออกจากกลีบปากแสนเย้ายวนของเอโลอีส เขาดึงรั้งเธอเข้ามาในอ้อมแขนพร้อมกับผลักเธอเข้ามาเพื่อให้ใบหน้างามแนบชิดไปกับหน้าอกแกร่งของเขา และอีกนัยหนึ่งก็เพื่อไม่ให้เสด็จพี่ของเขาเห็นใบหน้าของเธอ“ลูติน..เจ้าไม่เคยกระทำเรื่องเช่นนั้นในพระราชวัง..เจ้ารู้ถึงจุดยืนของเจ้าดีว่าแกรนด์ดยุคควรปฏิบัติตนอย่างไร”ลูตินก้มหน้าลงเพื่อเป็นการขอโทษเสด็จพี่ของเขา เขาหลุบตาลงเล็กน้อยเพื่อมองสตรีในอ้อมแขน หากเขามองไม่ผิด ลูตินคิดว่าเขากำลังมองเห็นรอยยิ้มของเธอที่กำลังระบายยิ้มหวานคล้ายสะใจ..หรือว่านี่คือสาเหตุที่เธอดึงใบหน้าของเขาเข้าไปจูบเพราะต้องการให้เขาถูกตำหนิอย่างนั้นหรือ? หงส์ขาวตัวน้อยในที่สุดก็เริ่มจิกกัดเขาเป็นแล้วอย่างนั้นสินะ“กระหม่อมขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่..คงเพราะว่าสตรีในอ้อมแขนของกระหม่อมนั้นพิเศษมากกว่าสตรีอื่น กระหม่
กับท่านเคาน์มาเอลและท่านซีโมน เอโลอีสเคยเห็นใบหน้าของทั้งสองท่านมาแล้ว เรื่องรูปลักษณ์ของพวกเขา..ต้องยอมรับเลยว่าทั้งสองท่านมีความหล่อเหลาที่โดดเด่นมากกว่าบุรุษผู้อื่นมากทีเดียว นั่นคงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมท่านเคาน์มาเอลและท่านซีโมนถึงได้ใช้ชีวิตเสเพล เป็นคุณชายที่ผลัดเปลี่ยนสตรีไม่ซ้ำหน้า..เธอก้มหน้าเล็กน้อยเมื่อท่านเคาน์มาเอลส่งยิ้มให้เธอ เขาเป็นคนแรกที่เดินเข้ามาในงานเลี้ยงแห่งนี้ โดยที่ด้านหลังของท่านเคาน์คือท่านซีโมนที่กำลังยกมือเพื่อทักทายสตรีที่กำลังมองมาทางเขา..การปรากฏตัวของทั้งสองท่านนั้นสร้างความฮือฮาให้กับงานเลี้ยงมากพอสมควร..เพราะพวกเขาทำให้สายตาของสตรีทุกคู่ในงานเลี้ยงจับจ้องไปที่ใบหน้าของพวกเขาทั้งสอง“ท่านแกรนด์ดยุคมาแล้ว!!”บุรุษที่ตามมาเป็นท่านสุดท้ายคือแกรนด์ดยุคอองดรีซึ่งเป็นผู้ได้ชื่อว่าเป็นตัวร้ายของนิยายเรื่องนี้..เขาเดินเข้ามาในงานเลี้ยงพร้อมกับปรายสายตาไปรอบๆ ราวกับว่าท่านแกรนด์ดยุคกำลังมองหาผู้ใดอยู่ยังไงอย่างนั้นและในวินาทีที่เขามองเห็นเจ้าของเรือนผมที่ทองที่มีความสามารถในการปั่นหัวเขาเล่นอยู่หลายวัน สายตาของแกรนด์ดยุคก็จ้องมองมายังที่เอโลอีสที่กำลังยืนตัว
“เรื่องนั้นข้าไม่รีบร้อน และข้าเองก็เชื่อว่าบุตรีของข้าก็ไม่รีบร้อนเช่นเดียวกัน”ท่านเคาน์อแลงกล่าวคำปฏิเสธออกมาอย่างชัดเจน เขามีลูกสาวเพียงคนเดียวเท่านั้น และเขาไม่มีความคิดที่จะบังคับให้เอโลอีสแต่งงานเลยด้วย ตระกูลอแลงมิได้ขัดสนเรื่องเงินหรือว่าอยากได้ใคร่ดีกับอำนาจของผู้อื่นเลยด้วยซ้ำ ฉะนั้นแล้วท่านเคาน์อแลงจึงตามใจเอโลอีสในเรื่องของคู่ครองยิ่งนัก“ข้าเองก็ไม่ได้รีบร้อนเช่นเดียวกัน ข้าเพียงเห็นว่าเอโลอีสและดิโอเป็นเพื่อนเล่นกันมานาน ทั้งสองคนย่อมมีความสนิทสนมกันมาก และนั่นคือพื้นฐานที่ดีของชีวิตคู่..แค่ท่านเคาน์รับรู้เจตนาของข้าและดิโอ เพียงเท่านั้นข้าก็ดีใจมากๆ แล้วครับ”บิดาและมารดาของดิโอทำได้เพียงแค่ส่งยิ้มแห้งๆให้กับท่าน เคาน์ผู้ยืนยันหนักแน่นถึงการเคารพการตัดสินใจของบุตรี“..ข้าจะยินยอมให้เอโลอีสแต่งงานกับบุรุษที่นางมาบอกกล่าวกับข้าเอง ว่านางอยากจะแต่งงานกับชายผู้นั้น เรื่องความรักข้าไม่คำนึงถึงฐานะอันใดหรอกนะครับ ข้าสนใจเพียงแค่ว่าชายผู้นั้นจะทำให้ลูกสาวของข้ามีความสุขจริงๆ รึเปล่า”เงื่อนไขแสนธรรมดาที่บ่งบอกได้ว่าท่านเคาน์อแลงนั้นรักลูกสาวของเขาอย่างสุดหัวใจเพราะฉะนั้นบ
ถ้อยคำที่เคาน์มาเอลทิ้งท้ายเอาไว้ ทำให้ซีโมนสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก“ซีโมน..เท่าที่ข้ารู้ครอบครัวของมาเอลล้มหายตายจากไปแล้วใช่หรือไม่ ทั้งมารดา บิดาและญาติพี่น้องล้วนแล้วแต่เสียชีวิตไปหมดแล้วทั้งสิ้น..”ลูตินเอ่ยถามด้วยแววตาเย็นยะเยือก และนั่นทำให้ซีโมนยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อเบาๆ“เรื่องนั้นมันก็ใช่..”“เช่นนั้นหากหมอนั่นตายไปอีกคนเขาก็จะได้พบเจอกับครอบครัวใช่หรือไม่ ข้าควร..ทำให้เพื่อนรักได้พบเจอครอบครัวในเร็ววันอย่างนั้นสินะ”ซีโมนส่งยิ้มแห้งๆ ให้กับลูติน เขาอยากจะบอกกล่าวออกไปเหลือเกินว่านั่นเพื่อนนะโว้ย แค่สตรีนางเดียวถึงกับจะฆ่าจะแกงกันเลยงั้นเรอะ!!“ลูติน..มาเอลก็แค่ล้อเล่น เจ้าอย่าไปถือสาเขาเลยน่า..ตอนนี้หากเจ้าอยากจะเข้าหาเลดี้อแลงจริงๆ คนที่เจ้าควรกังวลคือเซอร์ลาเบนผู้นั้นต่างหาก”เมื่อลูตินได้ยินเช่นนั้นเขาก็ปรายสายตาไปมองที่เอโลอีส สิ่งที่เขาพบเห็นคือเธอกำลังแย้มยิ้ม..เป็นรอยยิ้มละมุนละไมชวนให้หัวใจรู้สึกอบอุ่น และบุรุษที่กำลังยืนอยู่ข้างๆ เธอคือเซอร์ลาเบน..เพื่อนวัยเด็กนี่มันช่างน่ารำคาญชะมัดเลยโว้ย!!หรือว่าเซอร์ลาเบนคือสามีในอนาคตของเอโลอีส ส่วนเขา..เ
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะลูติน หรือว่าวันนี้ม้าที่เจ้าลงเดิมพันมันวิ่งได้ห่วยรึไง”ซีโมนเอ่ยถามพร้อมกับปรายสายตาลงไปมองที่สนามแข่งม้า“นี่ซีโมน..ปกติแล้วหลังจากที่เจ้ากระทำเรื่องเช่นนั้น เมื่อตื่นขึ้นมาก่อนที่เจ้าจะแยกทางกัน เจ้าทำอย่างไร..”นั่นมันคำถามอะไรวะนั่น ซีโมนวางฝ่ามือของเขาลงบนหน้าผากของลูติน“เจ้าไม่สบายรึเปล่าลูติน ถามคำถามแบบนั้นทำไมกัน ปกติเราต่างหากที่เป็นฝ่ายลุกออกจากเตียงก่อน เพราะไม่อยากอยู่รอจนถึงช่วงเช้าเพื่อให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าเรามีใจน่ะ”ใช่ไหมล่ะ ปกติเขาก็เป็นเช่นนั้น เมื่อถึงรุ่งเช้าเป็นเขาที่ต้องลุกขึ้นก่อนแล้ววางของมีค่าเอาไว้ให้สตรีที่นอนอยู่บนเตียง นั่นก็เพื่อให้เราเข้าใจตรงกันว่าเขาไม่ต้องการสานต่อความสัมพันธ์ในครั้งนี้“..แล้วสมมุติว่าสตรีผู้นั้นลุกออกไปก่อนเจ้าล่ะ”ซีโมนยกมือขึ้นมาลูบคางเบาๆ“เรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้นกับข้ามาก่อนเลย แต่หากให้เดานะที่สตรีผู้นั้นลุกขึ้นไปก่อนอาจจะเป็นเพราะว่าลีลาและท่าทางของเจ้ามันห่วยจนเกินจะรับไหวอะไรแบบนั้นรึเปล่า”คำตอบนั้นทำให้ลูตินหน้าชาไปหมด เขายกแก้วสุราขึ้นมาดื่มเพื่อเรียกสติของตัวเองกลับมา อันที่จริงเขาก็แอบๆ คิดถึ
เอโลอีสลืมตาขึ้นมาในกลางดึก เธอผล็อยหลับไปเพราะความเหนื่อยล้า และเมื่อตื่นขึ้นมาอีกทีก็ไม่เห็นท่านลูเซียนนอนอยู่ข้างกายเสียแล้ว..ในใจเกิดเป็นความรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาพร้อมกับคำถามที่อัดแน่นอยู่ในนั้น..หรือว่าที่เขาจากไปมันเป็นเพราะว่าเขาต้องการบอกกล่าวเป็นนัยๆ ถึงจุดจบของความสัมพันธ์เธอและเขาเมื่อได้บทสรุปเช่นนั้นอยู่ๆ น้ำตาที่พึ่งจะแห้งเหือดไปมันก็รินไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอลุกขึ้นพร้อมกับเดินไปหยิบชุดเดรสที่แขวนอยู่มาสวม เอโลอีสใช้หลังมือในการเช็ดน้ำตาเป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว..ในเมื่อเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอเช่นนั้นให้มันจบลงเร็วๆ ก็ดีแล้วล่ะเธอจัดการยืนสงบสติอารมณ์อีกพักหนึ่งก่อนจะเดินออกไปจากที่นี่..เธอไม่ควรกลับไปที่คฤหาสน์ในยามนี้ เพราะอย่างนั้นเอโลอีสจึงเลือกที่จะไปหาเฟมที่คฤหาสน์ ความเจ็บปวดจากตรงส่วนนั้นส่งผลให้การเดินนั้นยากลำบากมากพอสมควร..เธอกัดฟันแน่นพร้อมกับดึงสติของตัวเองกลับมา..ไม่เป็นไร..เธอจะผ่านความเจ็บปวดนี้ได้ และเธอจะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้งในเร็ววัน..“ดูสภาพเจ้าสิ..ให้ตายเถอะไม่บอกก็รู้ว่าเจ้าคงจะพบเจอกับความสัมพันธ์ที่มันไม่สวยหรูเท่าไหร่ใช่ไหม..เอโลอีสไม่ต้อ







