เข้าสู่ระบบ“คุณจะหยุดไหมริน หรือต้องผมต้องโทรหาเสี่ยปราโมทย์ให้มารับคุณ”
เสียงทุ้มพูดบอกหญิงสาว เมื่อได้ยินชื่อคนที่เธอเกลียดที่สุดหญิงสาวชะงักไป
“ขอร้องอย่าโทรบอกเสี่ยนะคะมาร์ค”
หญิงสาวพูดอ้อนวอนก่อนที่เธอจะปรี่เข้าไปจับแขนชายหนุ่มพลางส่ายหน้าข้อร้องไม่ให้เขาบอกเรื่องนี้กับเสี่ยปราโมทย์
ที่เธอตาเขียวมีร่องรอยฟกช้ำตามตัวก็เพราะเสี่ยปราโมทย์ เมื่อครั้งก่อนที่เธอกลับไปที่คอนโด เธอไม่นึกเลยว่าเสี่ยจะรู้ว่าเธอไปเจอกับพิรัฐในร้านอาหาร ซึ่งภาพถ่ายในครั้งนั้นก็เป็นฝีมือภรรยาหลวงที่จ้างให้นักสืบตามเธอ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเธอไม่เคยถูกเสี่ยทำร้ายเลยสักครั้ง มีแต่ครั้งนี้ที่เสียลงมือกับเธอ ส่วนหนึ่งก็เพราะปัญหาที่รุมเร้าอีกทั้งยังคิดว่าหญิงสาวจะหนีจากไปซบอกแฟนเก่าอย่างพิรัฐ
“เขาทำอะไรพี่ ทำไมเนื้อตัวพี่เขียวแบบนี้”
ปานดาวที่สังเกตว่าพี่สาวของเธอมีร่องรอยของการถูกทำร้าย หญิงสาวไม่รีรอจับมือของพี่สาวขึ้นมาดู
“ปล่อยยัยปาน ที่ฉันมานี่ไม่ใช่ให้แกมาสงสารฉันนะ”
“พี่เลิกกับผู้ชายคนนั้นเถอะ แม่กับปานรอพี่กลับบ้านอยู่นะ”
ปานดาวหลงลืมความโกรธไปจนหมดสิ้น ตอนนี้เธอเป็นห่วงพี่สาวของเธอมากที่สุด ตั้งแต่ที่รรินดาออกจากบ้าน ภาวิณีย์แม่ของทั้งสองก็เป็นห่วงลูกสาวคนโตของเธอมาโดยตลอด พวกเธออยากให้รรินดากลับบ้านมาอยู่กับพวกเธอเหมือนแต่ก่อนที่อยู่ด้วยกัน
“ฉันไม่กลับ ให้ตายยังไงฉันก็ไม่มีวันกลับไปแน่”
ในเมื่อรรินดาเลือกที่จะเดินทางนี้เอง เธอจะไม่มีวันกลับไปให้เป็นขี้ปากชาวบ้านว่าเธอกลับมาอยู่บ้านเพราะเอาตัวไม่รอด ความทะเยอทะยานทำให้เธอมาถึงจุดนี้ได้โดยที่เธอไม่ได้ขอให้ใครช่วย
“แล้วจะให้มันซ้อมพี่จนตายงั้นเหรอ”
ปานดาวเอ่ย เธอไม่ยอมให้พี่สาวของเธอเป็นอะไรไปอย่างแน่นอน แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้มีอิทธิพลแค่ไหนก็ตามที
“ผมว่าคุณกลับไปก่อนเถอะนะ ยังไงซะเรื่องของผมกับคุณมันก็จบไปตั้งนานแล้ว จะให้ฟื้นฝอยหาตะเข็บก็คงไม่ช่วยอะไร”
พิรัฐพูดบอกเสียงเรียบ เขามองดูหญิงสาวที่ครั้งหนึ่งเขารักเธอจนเขาเองไม่หลงเหลืออะไร มาถึงวันนี้เขาเองก็คงไม่กลับไป ส่วนหนึ่งก็เพราะชายหนุ่มหมดรักเธอแล้ว และอีกส่วนหนึ่งก็คือผู้หญิงข้างๆ เขาอย่างปานดาว
“ถ้าคุณไล่ฉันก็จะไปค่ะมาร์ค ฉันคงไม่ได้ไปงานแต่งของพวกคุณสองคนหรอกนะคะ ฉันขออวยพรให้คุณกับยัยปานมีความสุขแล้วกัน และก็…”
หญิงสาวมองน้องสาวของเธออย่างโกรธจัด ดวงตาของเธอแดงก่ำ
“ชาตินี้อย่าได้เจอะเจอกันอีกเลย”
รรินดาพูดบอกก่อนที่เธอจะเดินออกไป ปล่อยให้พิรัฐและปานดาวมองตามเธอจากไป
ปานดาวรู้สึกผิดที่ทำให้พี่สาวของเธอเสียใจ เธอไม่รู้ว่าเธอจะช่วยพี่สาวของเธออย่างไรดี เธอจะไปตามรรินดาที่ไหน เธอไม่รู้แม้กระทั่งที่อยู่ของพี่สาวเธอด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มมองว่าที่ภรรยากำลังนั่งเขี่ยข้าวบนจาน สายตาของเธอเศร้าสร้อยอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้ชายหนุ่มพาเธอมารับประทานอาหารที่ภัตตาคารหรูกลางกรุงแห่งหนึ่ง แต่ดูเหมือนว่าอาหารมื้อนี้จะไม่อร่อยซะแล้ว
“หนูปานคิดเรื่องรินอยู่เหรอ”
“ค่ะ”
หญิงสาวตอบตามตรง พลันมองชายหนุ่มที่ตอนนี้ยกยิ้มให้กับเธอ
“ไม่ต้องห่วงหรอก เขาไม่เป็นอะไรหรอก”
พิรัฐเอ่ยก่อนจะตักข้าวเข้าปากอย่างใจเย็น เรื่องของรรินดาเขาให้คนตามสืบอย่างเงียบๆ และรู้ว่าหญิงสาวกำลังมีปัญหากับเสี่ยปราโมทย์และภรรยาหลวง ซึ่งนั้นก็เป็นปัญหาของคนทั้งสามที่ต้องไปเคลียร์กันเอง
“แต่ว่า…”
“หนูปานค่ะ เราไม่สามารถที่จะช่วยเขาให้หลุดมาจากบ่วงกรรมได้หรอกนะคะ เขาเป็นคนผูกเชือกเองเขาก็ต้องเป็นคนแก้เองค่ะ”
“แล้วพี่ล่ะมาร์คละคะ จะให้อภัยพี่รินได้ไหม”
หญิงสาวเอ่ยถาม นัยน์ตากลมรอคอยคำตอบของชายหนุ่มอย่างมีความหวัง พิรัฐมองหญิงสาวนิ่งชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะถอนหายใจยาวๆ
“พี่คงให้อภัยพี่สาวเราไม่ได้หรอกนะคะหนูปาน”
“…”
.
.
.
.
“แต่พี่จะขอยกเลิกสัญญาที่เคยพูดก่อนหน้านี้ พี่อยากให้เรามาเป็นแม่ของลูกจริงๆ แบบสัญญานี้จะมีผลไปตลอดทั้งชีวิตของหนูปาน หนูปานจะว่ายังไงคะ”
“นั่นน่ะเหรอ ภรรยาของคุณมาร์ค ไม่เห็นจะเหมาะเลย”เสียงหญิงวัยกลางคนรูปร่างผอมบางกำลังพูดคุยอยู่กับหญิงร่างท้วมที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน“ก็แค่หวังจะสบายทางลัดนั่นแหละ ดูก็รู้อยู่แล้ว ว่าจงใจมาสมัครงานในตำแหน่งเลขาก็เพราะจะจับท่านประธานทำผัว”หญิงร่างท้วมตอบกลับ แม้นจะรู้อยู่ว่าปานดาวน่าจะได้ยินที่พวกเธอพูดก็ตาม ปานดาวนึกคิด ถึงจะดูรุ่นราวคร่าเดียวกับแม่ของเธอ ทว่าวุฒิภาวะกลับไม่ได้สูงขึ้นตามอายุเสียเลย หญิงสาวหันขวับไปมองทั้งสองคน และเดินเข้าไปในวงสนทนานั้น“ขอโทษนะคะ ถ้าจะนินทาก็ควรมีมารยาทหน่อยไหม นินทาไม่พอยังให้คนอื่นได้ยิน แบบนี้เขาเรียกว่าแก่กะโหลกกะลาหรือเปล่าคะ”ด้วยนิสัยไม่ยอมใครเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้คนทั้งสองที่ถูกถามถึงกับนิ่งอึ้งและมองหน้ากันด้วยสีหน้าดูเลิ่กลั่ก ไม่คิดว่าหญิงสาวที่ดูอ่อนแอจะกล้ามาว่าพวกเธอทั้งสองคนกลางงานเลี้ยงได้ ตอนนี้หลายคนเริ่มมองมาที่พวกเธอเป็นตาเดียว“ฉันไม่ได้พูดถึงคุณสักหน่อย อย่าร้อนตัวสิคะ ไหนล่ะหลักฐาน ถ้ามีก็เอามาให้ดูหน่อยว่าฉันว่าคุณตรงไหน”หญิงคนผอมทำใจดีสู้เสือ ถามปานดาวที่นิ่งไป พลางหันไปหาเพื่อนแล้วยกยิ้มที่มุมปาก“มีอะไรกันหรือเ
ภาวิณีย์กำลังมองลูกทั้งสองของเธอ พลางกลั้นน้ำตาไม่ให้รินไหลออกมา นานเท่าไหร่แล้วที่ครอบครัวของเธอจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้ได้“ทานอีกนิดนะพี่ริน”ปานดาวเอ่ยพร้อมกับตักข้าวต้มที่เธอเป็นคนลงมือทำจ่อที่ปากของหญิงสาว รรินดาเริ่มเบะปากจะร้องไห้“ไม่กิน อยากเจอ มาร์ค”หญิงสาวพูดออกมาอย่างเหม่อลอยพร้อมกล่าวอยากเจออดีตคนรักอย่างพิรัฐ ร่างบางดูสูบผอมจนเห็นร่องรอยกระดูกสันหลัง ปานดาวมองพี่สาวของเธอพลางแย้มยิ้มออกมา“เดี๋ยวพี่มาร์คก็มาหาแล้วนะคะ พี่รินกินเถอะ จะได้แข็งแรงนะ แข็งแรงแล้วปานจะพาพี่รินกับแม่ไปเที่ยวทะเลนะ”หญิงสาวพูดกรอกหูคนเป็นพี่ ทำให้คนที่ได้ยินว่าจะได้ไปเที่ยวทะเลถึงกับตาโตเลยทีเดียว หญิงสาวตาลุกวาวพร้อมกับอ้าปากกินข้าว เคี้ยวตุ๋ยๆ จนแก้มป่อง ปานดาวที่เห็นว่าพี่สาวว่าง่ายเหมือนเด็กก็รู้สึกเอ็นดู แม้ว่าความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่เหมือนกัน ครอบครัวของเธอได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตากัน และเธอหวังว่าสักวันหนึ่งพี่สาวของเธอจะกลับมาเป็นปกติแม้นว่าคุณหมอจะบอกว่าเปอร์เซ็นต์ที่จะกลับมาได้เพียงแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่มันก็คือความหวังของทุกคนในบ้าน“เราไปกินข้าวเถอะ
ปานดาวกำลังนั่งเหม่ออยู่ในสวนของโรงพยาบาล หลังจากที่พารรินดามาที่นี่แลรอฟังคุณหมอว่าพี่สาวของเธอเป็นอะไร และสามารถเข้ารักษาให้หายได้ไหม“คนไข้เสพยาจนเกินขนาด ทำให้ระบบประสาทถูกทำลายไปส่วนหนึ่งครับ”คำตอบของคุณหมอวัยกลางคนพูดอธิบาย ภาวิณีย์ที่ตามมาสมทบเพราะไม่อาจอยู่บ้านรอนั่งฟังอาการของลูกสาวคนโตของเธอได้เอามือทาบอก บาปกรรมอะไรกันที่ทำให้ลูกสาวคนโตเป็นเช่นนี้ เสียงร้องไห้ของคนเป็นแม่ดังลั่นปานขาดใจ ปานดาวเข้าไปสวมกอดปลอบผู้เป็นแม่ปลอบจนเธอทุเลา“แล้วพี่รินจะหายไหมคะหมอ เราพอมีวิธีไหนบ้างที่จะทำให้พี่รินกลับมาปกติได้บ้างคะ”ปานดาวรวบรวมสติถามคุณหมอกลับ“ไม่หายขาดครับ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่อาจจะใช้เวลาหน่อยก็เท่านั้นเอง”คุณหมอเริ่มอธิบายถึงวิธีการดูแลคนไข้อย่างละเอียด ซึ่งปานดาวตั้งใจฟังทุกคำพูด และพร้อมจะเข้าใจอาการที่รรินดาเป็นอยู่ตอนนี้“มาอยู่ที่นี่เอง พี่หาเราตั้งนาน”พิรัฐพูดบอกหลังจากที่เขาไปส่งภาวิณีย์กลับบ้านก่อนก็กลับมาหาภรรยาที่ห้องของรรินดา แต่กลับไม่พบว่าหญิงสาวอยู่ที่นั่น เขาจึงเดินตามหาปานดาว และพบว่าเธอนั่งอยู่เงียบๆ เพียงลำพังตรงม้านั่งหินอ่อนในสวนหย่อมเล็กๆ“แม่
ภายในห้องของคอนโดหรู ร่างของหญิงสาวกำลังนั่งกอดเข่าอยู่ตรงพื้นด้วยอาการหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ใบหน้าที่ปกติจะแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอาง บัดนี้กลับซีดเผือด ผมเผ้ารุงรัง ไม่หลงเหลือความงามในอดีตที่ครั้งหนึ่งมีคนเคยเปรียบว่าเธอสวยกว่าดาราบางช่องเสียอีกรรินดาโยกตัวไปมา ปากพึมพำอะไรอยู่คนเดียวอย่างคนเสียสติ บ้างก็หัวเราะ บ้างก็ร้องไห้ พร่ำเพ้อขอโทษถึงอดีตคนรักที่ไม่มีวันหวนกลับเสียงพังประตูทำให้หญิงสาวกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนที่เธอจะวิ่งไปหลบที่โต๊ะทานข้าวในห้องครัว ซึ่งมีข้าวของกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น ไม่ว่าจะเศษขวดเหล้าตกแตกหรือเศษอาหารที่เน่าจนหนอนขึ้น ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งจนคนที่เข้ามาต้องยกมือขึ้นมาปิดจมูกสองขาเรียวก้าวเข้ามาอย่างไม่นึกรังเกียจ ห้องนี้ไม่ได้ใหญ่มากมีเพียงหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องรับแขก และมีห้องครัว สายตากวาดมองรอบห้องที่ปิดมืดแต่ก็ยังมีแสงอาทิตย์จากด้านนอกลอดออกมาจากผ้าม่านให้เห็นอยู่ สะดุดกับเงาตะคุ่มๆ มีอะไรบางอย่างที่อยู่ด้านใต้โต๊ะใจของปานดาวตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่คิดเลยว่าพี่ของเธอจะอยู่ในสถานที่แบบนี้ ทั้งสกปรกมีทั้งหนอน แมลงหวี่ แมลงวันเต็มไปหมด เธ
“หึหึ งั้นวันนี้คุณพยาบาลช่วยดูให้พี่หน่อยสิคะ ตรงนี้ของพี่มันบวม ไม่รู้เป็นอะไร”เขาพูดพร้อมกับงัดท่อนเอ็นที่กำลังปูดโปนเต็มที่ออกมาจากกางเกงนอนผ้าแพรสีกรม หญิงสาวมองมันอย่างไม่ชินเสียที ทั้งที่มันก็เข้าไปในตัวเธอแทบทุกคืน เธอกลืนน้ำลายดังอึก รู้หน้าที่ว่าเธอต้องทำอะไรปานดาวนั่งคุกเข่าอยู่ตรงวางขาของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะจับท่อนอุ่นรูดรั้งไปมาเบาๆ จนชายหนุ่มตาขวากระตุกด้วยความกระสันเสียว เธอค่อยๆ แลบลิ้นออกมาก่อนจะเริ่มวนที่ปลายหัวเห็ดสีชมพูและส่งมันเข้าไปในปากเล็กเข้าออกจนมันแข็งอย่างกับหินตากลมช้อนตามองสีหน้าของสามี พร้อมกับรูดรั้งท่อนเอ็นไปด้วย เธอรู้สึกสะใจทุกครั้งที่สามารถทำให้พิรัฐต้องร้องซีดออกมาจนชายหนุ่มต้องจับศีรษะเธอพร้อมกับส่งเอวหนาเข้าออกปากเล็กของหญิงสาว“แค่กๆๆ”เสียงไอดังขึ้นเมื่อท่อนแข็งเข้าไปลึกจนเกินไปจนเธอหายใจไม่ออก ชายหนุ่มที่เห็นภรรยาตัวเริ่มแดงก็รู้สึกพึงพอใจอยู่ไม่น้อย เขาจับร่างเล็กนอนหงายกับเตียงแล้วรั้งชั้นในเผยให้เห็นกลีบดอกบัวอันแสนฉ่ำหวาน พิรัฐไม่รีรอก่อนจะเอาลิ้นไปที่ตุ่มสวาททำให้หญิงสาวต้องบิดตัวไปมาด้วยความเสียววูบที่บริเวณท้องน้อย ความเสียวสร้างน้ำ
ข่าวการถูกจับของเสี่ยปราโมทย์เป็นข่าวใหญ่ของวัน ปานดาวที่ได้ข่าวตอนนี้หญิงสาวกับไม่สามารถที่จะอยู่เฉยได้อีกต่อไป เพราะเธอเป็นห่วงพี่สาวของเธอจะอยู่อย่างไร ตอนนี้เธอแต่งงานมาได้เกือบสามเดือน ตั้งแต่ที่ปานดาวเจอกับรรินดาที่ร้านตัดชุดเจ้าสาว เธอก็ไม่ได้เจอพี่สาวของเธออีกเลย เธอรู้สึกเป็นห่วงแต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามที่ไหน ที่พึ่งของเธอตอนนี้ก็คงเป็นสามีของเธอ เธอจะไปขอร้องเขายังไงดีให้ช่วยตามหารรินดา หญิงสาวลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน“ขอโทษนะคะที่รบกวน”ปานดาวเอ่ยขอโทษสามีที่เธอเข้ามาในห้องทำงานของเขาโดยพลการ ชายหนุ่มละสายตาจากคอมพิวเตอร์ก่อนที่เขาจะหันมามองภรรยาคนสวยที่ตอนนี้ผมของหญิงสาวเริ่มยาวประบ่า อีกทั้งผิวพรรณยังผุดผ่องกว่าแต่ก่อน ตั้งแต่แต่งงานมา เขาเองก็มีความคิดที่เปลี่ยนไป จากคนที่เป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ตอนนี้ชายหนุ่มกลับเย็นราวกับสายน้ำ เหมือนว่าปานดาวนั้นเป็นคนที่ทำให้เขาจิตใจสงบลง และรู้คำว่าครอบครัวที่แท้จริงเป็นเช่นไร“หนูยังไม่นอนอีกเหรอคะ”ชายหนุ่มเอ่ยถามภรรยาตัวเล็กพร้อมส่งยิ้มหล่อให้หญิงสาว เขาพอจะรู้สาเหตุที่ปานดาวยังไม่นอน ทั้งที่ปกติเวลานี้





![ภรรยา[ไม่]ร้ายของนักแข่ง](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

