เข้าสู่ระบบ“แล้วยังไงวะ ได้คุยกันยัง กูเห็นมึงวิ่งตามไปนี่”“ยังหว่ะ เค้าไม่ยอมคุยกับกู เหมือนเค้ายังโกรธกูอยู่เลยหว่ะ”“อ่าว แบบนี้ก็งานยากแล้วดิเพื่อน”“ก็แบบนี้ไงวะ กูเลยอยากให้มึงช่วยกูหน่อย”“ช่วย!!! กูจะช่วยอะไรมึงได้วะ”“ก็คนไข้ของมึงไง คุณนิต้าอะ ช่วงนี้เค้าต้องมาล้างแผลกับมึงทุกวันไม่ใช่เหรอวะ”“เออ แล้วทำไม มึงอย่าบอกนะ ว่าจะเข้าทางยัยนิต้านั่นอะ ไม่ง่ายหรอกนะเห็นอย่างนั้น แสบชิบ”“อะ อะ อะไรมึงเนี่ย ไปรู้จักสนิทสนมกับเค้าตอนไหนวะ แค่ทำแผล ล้างแผล แป๊บๆ รู้จักเค้าซะขนาดนั้น”“เออๆ เรื่องของกูน่า เอาเรื่องมึงก่อนเถอะ มึงจะให้กูช่วยยังไงแน่”“ไม่มีไรมาก เวลานิต้ามาทำแผลกับมึง มึงก็เรียกกูไปด้วยก็แค่นั้น”“แค่เนี้ย..”“เออ แค่นั้นแหละ ยังไงอัยย์เค้าก็ต้องเป็นคนพาเพื่อนเค้ามาทำแผลอยู่แล้วใช่ป่ะล่ะ กูก็จะได้เจอเค้าไง”“แหม มั่นใจเชียวนะมึง แล้วทำไมวันนี้ มึงถ
“อ้าว ไอ้ภีมกลับมาแล้วเหรอ เป็นไงบ้างวะ”พอผมกลับมาถึงค่าย ก็เจอไอ้วัตยืนรออยู่แล้ว มันเอ่ยถามผมทันที“ครรภ์เป็นพิษหว่ะ ติดต่อทางโรงพยาบาลให้ส่งคนกับรถมารับแล้ว ต้องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลข้างล่าง”“โชคดีนะเนี่ย ที่แพทย์อาสาอยู่กัน ไม่งั้นทำกันเองคงแย่”“เออ แล้วผู้หญิงคนนั้นมาทำแผลยังวะ”“ทำเสร็จแล้ว เมื่อกี้เลย นั่นไงเดินกลับไปละนั่นอ่าวเฮ้ย รีบไปไหนวะ”ผมไม่รอฟังมันพูดจบ รีบหันหลังกลับไปมองตามทางที่ไอ้วัตชี้มือไปทันที พอเห็นไกลๆ ว่าผู้หญิงที่ขาเจ็บเดินโดยมีเด็กหนุ่ม 2 คนช่วยพยุงแขนทั้งสองข้าง ส่วนด้านหลัง มีผู้หญิงอีกคนเดินตามไปติดๆ ต้องเป็นอัยย์แน่ๆ ผมเชื่อว่าแบบนั้น ผมรีบวิ่งไปอย่างไม่รีรอ และไม่รอตอบคำถามไอ้วัต ที่ตะโกนถามไล่หลังมาด้วย“คุณครับ คุณ…” เมื่อคิดว่าถ้าไม่ทำอะไรซักอย่าง ผมอาจจะคลาดกับเธออีก จึงตัดสินใจ ตะโกนเรียกเธอไว้ก่อน ในตอนที่ผมเพิ่งวิ่งมาได้ครึ่งทาง“คุณครับ คุณ…”ฉันได้ยินเสียงใครคนหนึ่งตะโกนเรียกมาจากด
วันนี้ ผมยุ่งกับคนไข้ตั้งแต่เช้าเหมือนกับวันที่ผ่านๆ มา แต่ผมแทบจะไม่มีสมาธิกับคนไข้ตรงหน้าเลย โชคดีที่วันนี้ไม่ค่อยมีเคสหนักๆ แล้ว ตลอดทั้งช่วงเช้า ผมคอยชะเง้อมองหา คนที่จะมาล้างแผล แต่ก็ยังไม่มีวี่แวว จนกระทั่งตกบ่าย ก็มีเสียงโวยวายดังมา“หมอครับ หมอ ช่วยหน่อยครับ เมียผมมันเป็นผื่นเต็มไปหมดเลยครับ ไม่รู้ไปโดนอะไรมา”“ไหนครับคนไข้อยู่ที่ไหนครับ พามาเลย”“ผมพามาไม่ไหวครับ หมอช่วยทีได้มั้ยครับ มันท้องแก่แล้ว เดินมาก็ลำบากแล้วครับ จะอุ้มมาผมก็ไม่ไหวครับ”“อ่าว งั้นคุณพยาบาลขอกระเป๋าให้ผมที แล้วไปกับผมด้วยคนหนึ่ง ไปครับคุณนำผมไปเลย”เมื่อรับกระเป๋าเครื่องมือแพทย์จากพยาบาลมาสะพายแล้ว ก็รีบตามญาติคนไข้ไปทันที“ยัยอัยย์ เธอจะไปจริงๆ เหรอ แน่ใจนะ”นิต้า ถามย้ำฉันเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ ฉันรู้หรอกว่าเพื่อนเป็นห่วง กลัวอาการของฉันจะกำเริบขึ้นมาอีก ทั้งๆ ที่มันเริ่มดีขึ้นมากจนเกือบจะไม่มีรอยแดงที่หน้าแล้วแต่ฉันก็ห่วงเพื่อนคนเดียวของฉันเหมือนกันนี่ เพื่อนเจ็บขนาดนี้ จะให้ฉันทำใจนั่งอยู่เฉยๆ รอเพื่อนไปล้างแผลเองไม่ได้หรอก ถึงแม้ว่าจะมีเด็กหนุ่มที่กองถ่ายมาช่วยพาไปก็เถอะ“ไม่เป็นไรน่า เราไปไ
วันนี้เป็นอีกวัน ที่ฉันได้แต่นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือนิยายเรื่องใหม่ที่เอาติดมือมาจากบ้านด้วย ตลอดช่วงบ่ายนี้ ฉันไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไหร่ เพราะเสียงเอฟเฟ็กต์ที่ดังมาเป็นระยะๆ ดีนะที่นิต้าบอกเอาไว้ก่อน ไม่งั้นฉันคงตกใจมากกว่านี้แต่ถึงอย่างนั้น เสียงที่ดังมาเป็นระยะนั้น ก็ทำให้ฉันไม่มีสมาธิอยู่ดี ไม่ว่าจะแก้บทที่เหลือ หรือจะแต่งนิยายที่ยังแต่งค้างอยู่ก็ตาม หลังจากกินข้าวกลางวันด้วยกันเสร็จ นิต้าก็หายไปเลย ปกติช่วงบ่ายแก่ๆ จะแวะเอาของว่างมาให้บ้าง ‘สงสัยวันนี้งานจะยุ่งหรือไงนะ’ฉันที่ได้แต่นั่งๆ นอนๆ อ่านนิยาย ก็ชักจะเริ่มเบื่อแล้ว เพราะไม่มีคนมาคอยคุยด้วยเหมือนทุกที จะให้ออกไปหาก็ยังไม่วางใจกับอาการที่เป็นอยู่ถึงการมาอยู่ที่นี่ 2-3 วันนี้ อาการของฉันเริ่มดีขึ้นมาอีกเรื่อยๆ แล้ว คงเพราะอากาศดี และบรรยากาศดีๆ ที่ทำให้ฉันสบายใจ แต่ก็แอบจะนึกถึงคุณหมอไม่ได้ฉันเห็นอาการที่ดีขึ้นเมื่อเช้า ก็อยากจะทักไปอวดคุณหมอซะหน่อย แต่กลับไม่มีสัญญาณทั้งมือถือและอินเทอร์เน็ตน่ะสิ จะทำยังไงดี แค่คิดก็ยิ่งรู้สึกเหงาๆ ขึ้นมา ทำไมนะ“อัยย์ หิวหรือยังลูก แม่เอามื้อเย็นมาให้ค่ะ” แม่เคาะประตูเรียกก่อนที่จะเปิดประต
“โอ้ย คุณหมอ เบาๆ หน่อยสิ ชั้นเจ็บนะ นี่เป็นหมอจริงหรือเปล่าเนี่ย ชั้นขอคนอื่นมาทำให้ได้มั้ย โอ้ยย”“นี่คุณ นิ่งๆ สิครับ เดี๋ยวเย็บผิดไปเป็นรอยแผลเป็นจะมาว่าผมไม่ได้นะครับ”“โอ้ยย…ก็เบาๆ หน่อยสิ มันเจ็บนะ”ผมได้ยินเสียงเอะอะโวย ออกมาจากเต็นท์ระหว่างที่ผมกำลังจะเดินเข้าไปดู ไอ้วัตน่าจะกำลังเย็บแผลให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ ‘ท่าจะแสบใช่เล่นหว่ะผู้หญิงคนนี้’ ผมคิดในใจ หลังจากนั้นก็เปิดม่านเข้าไปในเต็นท์ เพื่อดูว่าทำแผลกันท่าไหน ทำไมโวยวายกันเสียงดังลั่นออกไปข้างนอก“ให้ผมช่วยอะไรมั้ยครับ หมอวัต” อยู่ต่อหน้าคนไข้ที่ยังไม่รู้จัก พวกผมก็รู้จักสงวนท่าที พูดจากันดีหน่อย“อ่าว หมอภีม ไม่เป็นไรครับ ผมจัดการได้ อีกนิดเดียวก็จะเสร็จแล้ว ถ้าคนไข้ให้ความร่วมมือกว่านี้หน่อย คงเสร็จนานแล้ว”“นี่ คุณหมอคะ ใครว่าชั้นไม่ร่วมมือ ก็คุณน่ะ ทำเบาๆ หน่อยไม่ได้เหรอคะ”“เอ่อ ผมว่า คุณหมอวัต มือเบาที่สุดแล้วนะครับ ถ้าเทียบกับหมอที่มาค่ายอาสาทั้งหมดที่นี่”&ld
ฉันอยู่บนดอยมา 2 วันแล้ว ทุกอย่างยังคงปกติดี ฉันยังคงใช้และกินทุกอย่างตามที่คุณหมอเคยบอกไว้ และก็ยังไม่ได้ออกไปเจอใครมากมายด้วย ต้องบอกว่า ทั้ง 2 วันที่ผ่านมา ฉันอยู่แต่ในที่พัก จะออกไปบ้างก็เพียงบางเวลาที่ต้องไปดูสถานที่ถ่ายทำเพื่อช่วยในการเขียนบทละครเท่านั้นถ้าอยู่แบบนี้ต่อไปได้จนจบ 2 สัปดาห์ ฉันคิดว่าไม่น่ามีอะไรน่าเป็นห่วงเลย ถามว่าฉันเบื่อมั้ย ตอบได้เลยว่า ไม่เบื่อนะ เพราะปกติฉันก็อยู่แต่ที่บ้าน และอยู่ในห้องเป็นส่วนใหญ่อยู่แล้วกลับกันเลยล่ะ มาที่นี่ อากาศดีมาก ก.ไก่ล้านตัวเลย แถมที่พักก็อยู่ใกล้ลำธาร วันทั้งวันได้นั่งฟังเสียงน้ำไหล เปิดหน้าต่างออกไปนั่งมองธรรมชาติสีเขียวๆ สบายตา สบายใจที่สุด“ยัยอัยย์ ชั้นมาแล้ว วันนี้เป็นไงบ้าง” ถ้าได้ยินเสียงนิต้าช่วงนี้ แสดงว่า ได้เวลามื้อกลางวันแล้วสินะนิต้า ไม่ได้อยู่ในห้องกับฉันตลอดเวลา เพราะเธอต้องไปช่วยจัดการเรื่องเสื้อผ้า อุปกรณ์ต่างๆ ของนักแสดง จะมาหาฉันก็ช่วงพักกองบ้าง หรือไม่ก็ช่วงนี้แหละ เวลาทานข้าวนิต้า รับอาสาจัดข้าวมาให้ฉันทุกวัน ทั้ง 3 มื้อเลย และก็จะมานั่งกินเป็นเพื่อนฉันด้วย







