LOGIN“ส่งของ ของคุณอัยยรินทร์ครับ มีคนอยู่มั้ยครับ” หลังจากที่แชตคุยกับอัยย์เมื่อเช้า ผมก็รีบจัดการตัวเอง ก่อนมาผมแวะซื้อชุดบำรุงออแกนิคสำหรับภูมิแพ้ผิวหนัง ยังไม่พอ ยังมีผลไม้พวกเบอร์รี่ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แล้วยังมีน้ำแร่อีกแพคใหญ่ ซื้อของเสร็จแล้วก็รีบมาที่บ้านอัยย์ทันที
ผมไม่ต้องแวะเข้าไปที่โรงพยาบาลเพื่อเปลี่ยนชุดแล้ว เพราะผมสั่งชุดใหม่มาให้ตัวเองเลย พร้อมกับมอเตอร์ไซค์อีกคัน ติดกระเป๋าใส่ของด้านหลังที่มีตราโรงพยาบาลแบบถูกระเบียบทุกอย่าง เพื่อความสะดวกของผมเอง และไม่ต้องเป็นเป้าสายตาเวลาผมต้องเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดที่ห้องพนักงานส่งของ “เอ่อ รอสักครู่นะคะ” คนส่งของมาแล้ว ฉันก็ยังอยู่คนเดียวที่บ้าน เมื่อไม่มีใครช่วยได้ ก็คงต้องช่วยตัวเองแล้วล่ะ ฉันรีบหาผ้าคลุมปิดหน้าเหลือแค่ดวงตาให้มองเห็นทางเดินได้ แล้วค่อยๆ เดินออกไปรับของจากพนักงานที่ยืนเรียกอยู่ที่ประตูรั้ว “สวัสดีค่ะ ของฉันมีเยอะมั้ยคะ” ฉันมองออกไปที่รถนั้น เห็นว่าของมีเยอะจนล้นกระเป๋าด้านหลังแต่ก็คิดไปว่าคงเป็นของคนอื่นด้วยรวมๆ กันมา เลยลองเอ่ยถามไป “ของคุณอัยยรินทร์ทั้งหมดเลยครับ” ผมตอบเธอ และยื่นถุงชุดบำรุงพร้อมกับถุงผลไม้ให้เธอก่อน พยายามบังคับให้มือไม่สั่น หลังจากนั้นก็หันไปยกน้ำแร่แพคใหญ่ที่วางอยู่ในกระเป๋าบนเบาะรถ “อันนี้ค่อนข้างหนักนะครับ คงยกขึ้นข้ามรั้วไม่ได้ครับ” ได้ยินดังนั้น ผมเห็นเธอมีทีท่าลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วค่อยเดินมาไข้กุญแจเพื่อเปิดประตูเล็กให้ผม ก่อนที่จะเดินถอยห่างออกไปอย่างเว้นระยะ “วางตรงนั้นก็ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจัดการเอง ขอบคุณมากนะคะ” พูดจบเธอก็ส่งสายตาเหมือนจะให้ผมรีบออกไปจากบ้านเธอ พอผมหันหลังก้าวเดินออกจากประตูแค่ก้าวเดียวเท่านั้น เธอรีบปิดล็อกกุญแจ และหันหลังถือของทั้งหมดเข้าบ้านไปทันที แต่ยังคงทิ้งน้ำแร่แพคใหญ่ไว้อยู่ที่เดิม ผมเสียดายนะที่ไม่ได้เห็นเธอชัดๆ แต่ก็ดีใจมากที่ได้เจอเธอ และก็รู้สึกดีที่เธอรู้จักระมัดระวังตัว น้ำเสียงเธอยังคงเป็นอัยย์คนเดิม ผมออกมาจากหน้าบ้านเธอ แต่ก็ยังคงยืนอยู่ที่เสาไฟต้นเดิม ยังอยากอยู่ตรงนี้มองดูเธออีกซักพักแค่เห็นเงาเธอในห้องก็พอใจแล้ว ‘อาการหนักนะ ไอ้ภีม’ฉันรีบจนถือของทั้งหมดขึ้นมาบนห้องด้วย พอเปิดดูถึงได้เห็นว่ามีผลไม้สด พวกเบอร์รี่เยอะมาก ‘นี่เค้าส่งผิดหรือเปล่าเนี่ย คุณหมอไม่น่าจะสั่งผลไม้ให้คนไข้นะ’ ได้เพียงนึกสงสัยในใจ
แต่นอกจากผลไม้พวกนี้แล้ว ก็มีเรื่องน่าสงสัยอีกอย่างที่ฉันพยายามนึก นึกยังไงก็นึกไม่ออก เมื่อกี้ที่ได้คุยกับพนักงานส่งของ ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจ แต่พอได้ยินเสียงที่เค้าพูดใกล้ๆ ตอนรับของ ฉันว่าเสียงคุ้นหูมากเลย แต่นึกไม่ออกเลยว่าได้ยินจากที่ไหน ฉันพยายามนึกอยู่ไม่นานก็ได้รับเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้า Doctors Online Chat Doctor VP1 : “ได้รับของแล้วใช่มั้ยครับ ผลไม้เบอร์รี่ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แบ่งทานระหว่างวันนะครับ” ผมนึกได้ว่าต้องบอกเธอ ว่าผมซื้อผลไม้ให้เธอด้วย กลัวเธอจะไม่กล้ากินเพราะมันก็ไม่ค่อยใช่หน้าที่หมอเท่าไหร่ที่จะซื้อของแบบนี้ให้คนไข้ ก็ผมไม่ได้อยากเป็นแค่หมอเจ้าของไข้ Aiyarin : “คุณหมอซื้อมาให้อัยย์เหรอคะ ขอบคุณนะคะ จริงๆ บอกอัยย์ก็ได้ค่ะว่าต้องทานอะไรบ้าง อัยย์ให้คุณแม่หาให้ได้ค่ะ เกรงใจคุณหมอค่ะ” หมอดีขนาดนี้เลยเหรอ เกรงใจจัง แต่ผลไม้พวกนี้ก็สดและอร่อยมากเลยนะเนี่ย ^^ Doctor VP1 : “ไม่เป็นไรครับ ผมเต็มใจ อยากให้คนไข้อาการดีขึ้นและหายเร็วๆ นะครับ” Aiyarin : “ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ คุณหมอใจดีจัง ผลไม้สดและอร่อยมากค่ะ” Doctor VP1 : “อย่าเพิ่งทานเยอะนะครับ เผื่อท้องไว้ทานมื้อกลางวันและทานโปรตีนกับวิตามินด้วยนะครับ” Aiyarin : “ทราบแล้วค่า คุณหมอ ทำเหมือนอัยย์เป็นเด็กเลย” พอเจอคนใจดีด้วยมากๆ ฉันก็เริ่มไว้วางใจและให้ความสนิทสนมอีกแล้ว นิสัยนี้ของฉันยังไงก็ไม่หายไปสินะ เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่มีใครที่จะได้ทำความรู้จักได้คุยกันแบบนี้ ก็ฉันระแวงที่จะคุยกับคนแปลกหน้ามาตลอดเลยนี่ Doctor VP1 : “^^ งั้นก็เป็นเด็กดี เชื่อฟังหมอนะครับ”หลายปีแล้วนะที่ผมไม่ได้เมาหัวราน้ำขนาดนี้ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ ตอนแรกคิดว่าจะมาผ่อนคลายนิดหน่อยเท่านั้น“เฮ้ย ไอ้ภีม อย่าเศร้าใจไปเลยวะ ผู้หญิงรอต่อคิวเข้าหามึงอยู่ตั้งเยอะ” ไอ้วัตคงเริ่มจะเมาแล้ว มันเข้ามาตบบ่าผม คงคิดว่าผมเสียใจ ที่เพิ่งรู้ความจริงว่า มินท์นอกใจผมไปคบกับรุ่นน้องคณะวิศว ได้หลายเดือนแล้ว“เศร้าห่าอะไร ก็แค่อยากผ่อนคลายเว้ย เรียนหนักมาตั้งหลายปี แล้วนี่ยังต้องมาค่ายอาสาอะไรอีกตั้งไกล อยู่บนดอยขนาดนี้”“เอ้า เมิงไม่ได้เศร้าที่ยัยมินท์นอกใจไปครบไอ้รุ่นน้องเดือนคณะวิศวนั่นเหรอวะ สวมเขาให้เพื่อนกูตั้งหลายเดือน นี่ถ้าไม่ได้มาบนดอยแบบนี้ มึงคงยังไม่รู้เรื่องอะ”“เรื่องมินท์ ชั่งเธอเถอะ กูไม่ได้เสียใจขนาดนั้น ดีเหมือนกันถ้าเธอเจอคนที่รักเธอจริงๆ”“เอ้า มึงไม่ร้ากจริงหรือไงวะ กูเห็นคบกันมาได้ตั้งหลายปี นี่กูยังคิดว่าปีหน้าเรียนจบ พวกมึงได้แจกการ์ดแล้วนะเนี่ย”“กูก็รักจริงในแบบของกู ถ้ามินท์เค้าอยู่กับกู ดีกับกู กูก็ซื่อสัตย์กับเค้าก็แค่นั้น แต่ยังไม่เคยคิดเรื่องแต่งงงแต่งงานหรอกหว่ะ”“ยังไงของมึงวะ หรือว่ามึงยังลืมผู้หญิงคนเก่าของมึงไม่ได้”“ไม่รู้หว่ะ…” ผมตอบไอ้วัตได้แค่นั
ปัจจุบัน“เฮ้ออ…เสร็จซักที” ในที่สุดฉันก็เขียนบทละครให้พ่อเสร็จแล้ว อีกไม่นานคงได้ฤกษ์เปิดกล้องแล้วล่ะ ค่อยสบายใจหน่อย“เขียนบทเรื่องใหม่เสร็จแล้วเหรอ ไหนๆ ดูหน่อยสิ” ช่วงนี้ นิต้า มาอยู่เป็นเพื่อนฉันแทบทุกวัน คงกลัวฉันจะเหงาแล้วคิดมากเรื่องอาการประหลาดบนหน้าแต่ความเป็นจริงแล้ว ฉันยุ่งหัวหมุนกับการเขียนบท จนแทบจะไม่ได้สนใจจะมองกระจกเลย ดีนะที่มีคุณหมอคอยเตือนให้ทานอาหารและอาหารเสริมทุกวันตรงเวลา ไม่งั้นฉันคงไม่ได้ลุกไปไหนเลย“โห อัยย์ เรื่องนี้เขียนดีสุดๆ แล้วได้นักแสดงหรือยังอะ ชั้นอยากทำงานแล้ว พ่อจะนัดให้คุยเรื่องฟิตติงเมื่อไหร่น้า จะให้ชั้นทำอีกมั้ยอ่า”“วันนี้พ่อน่าจะกลับเร็วนะ เดี๋ยวเราเอาบทให้พ่อดูตอนมื้อเย็น นิต้าลองถามพ่อดูสิ”“โอเค ดีเลย ชั้นได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนเปิดกล้อง”“เฮ้ย อัยย์ เรื่องนี้มีถ่ายทำบนดอยด้วยเหรอ คิดถึงดอยที่เราเจอกันเลยอะ นี่เลือกโลเคชันไปยัง อัยย์เสนอให้พ่อไปถ่ายที่ดอยนั้นสิ เผื่อเราได้ไประลึกความหลังกันดีมะ”“แต่ถึงไปถ่ายที่นั่น เราก็ไม่ได้ไปอยู่ดีนะ” ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับอาการตอนนี้หรอกนะ แต่ก็บอกนิต้าไปตามที่มันควรจะเป็น เพราะสภาพแบบนี้ ฉันคงไปไหนไ
ฉันเข้าหอพักล่วงหน้าก่อนเปิดภาคเรียนปีหนึ่งก่อนหนึ่งเดือนได้ สัปดาห์เดียวก็จัดข้าวของทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ฉันคิดใช้เวลาว่างที่เหลือเขียนนิยายต่อให้จบ เพราะคิดว่าเปิดเทอมคงไม่มีเวลาแน่ๆฉันนั่งอยู่เฉยๆ ที่หน้าจอโน้ตบุ๊กมาสามวันแล้วนะ แต่สุดท้ายก็เขียนไม่ออกเลย คงต้องออกไปหาแรงบันดานใจที่อื่นแล้วล่ะ เหมือนที่นักเขียนหลายๆ คนทำกัน คือ ออกไปท่องเที่ยว ไปหาบรรยากาศใหม่ๆสุดท้ายฉันเลือกไปบนดอยที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ฉันอยากไปสัมผัสธรรมชาติ ไปเห็นวิถีชีวิตคนบนดอยดูบ้าง บางทีอาจจะได้พล๊อตนิยายเรื่องใหม่แถมมาด้วยก็ได้คนที่นี่เรียบง่ายมากๆ ฉันรู้สึกชอบนะ อยู่แล้วใจสงบดี ระหว่างที่อยู่ในหมู่บ้านบนดอย ฉันสบายใจสุดๆ เช้าได้ตื่นมาใส่บาตร นั่งกินอาหารเช้าง่ายๆ เขียนนิยายที่ร้านอาหารเช้าจนสายๆ ค่อยออกไปเดินเที่ยวริมธารบ้าง บางวันก็ไปปางช้างด้วยพอช่วงเย็นก็จะกลับมาทานข้าวร้านระแวกใกล้ที่พัก เพราะจะได้กลับสะดวก ถึงอย่างไรช่วงค่ำฉันก็ยังกลัวอันตรายอยู่ดี อยากระวังตัวเองไว้ก่อน ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น จนใกล้วันที่จะกลับหอมหาวิทยาลัย“อย่ามายุ่งกับชั้น ไปนะ ไปให้พ้น” ระหว่างทางจะเข้าที่พัก
ผมมายืนรออัยย์ที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนตามปกติ ผมต้องปรับความเข้าใจกับเธอ ‘หวังว่าเธอจะเข้าใจเรานะอัยย์’เย็นมากแล้ว ผมยืนมองหาเธอจนกระทั่งเหมือนจะไม่มีนักเรียนจากโรงเรียนฝั่งหญิงออกมาอีกแล้ว ‘ทำไมอัยย์ยังไม่ออกมานะ’ผมเลือกที่จะเดินไปดูที่ประตูทางเข้าโรงเรียน ลุงภารโรงกำลังจะปิดประตูรั้วแล้ว “ลุงครับลุง เพื่อนผมยังไม่ออกมาเลยนะครับ”“โอ้ย ไม่มีใครอยู่แล้วพ่อหนุ่ม กลับไปหมดแล้ว หนุ่มก็กลับบ้านเถอะ ไป๊”“ผมรออยู่ที่ป้ายรถ ยังไม่มีเพื่อนผมออกมาเลยครับลุง”ลุงยังคงปิดประตูรั้วโรงเรียนโดยไม่ฟังเสียงผม แม้ผมจะพยายามบอกลุงเท่าไหร่ก็ตาม ‘หรืออัยย์จะไปแล้วจริงๆ แล้วเธอไปทางไหนล่ะ’เช้าวันรุ่งขึ้น ผมมารออัยย์ที่ป้ายรถหน้าบ้านเธอเหมือนเคย จนสายแล้วก็ไม่เห็นเธอมา ตอนเย็นก็ยังยืนรอที่ป้ายรถหน้าโรงเรียนก็ไม่เจอเธอผมเฝ้ารอเธออยู่หลายวัน จนในที่สุด ก็ตัดสินใจลองถามนักเรียนหญิงที่เคยเห็นเดินกับเธอ “เราก็เห็นอัยย์มาเรียนตามปกตินะ แต่พอเวลาเลิกเรียนเธอก็รีบกลับบ้านเลย แต่เราไม่รู้ว่าเธอกลับยังไงหรอกนะ ช่วงหลังนี้เธอไม่สุงสิงกับใครเลย”เพื่อนเธอบอกอย่างนั้น แล้วผมจะทำยังไงดี นี่ก็ใกล้จะปิดเทอมเข้าไปทุก
Doctors Online ChatDoctor VP1 : “สวัสดีตอนบ่ายครับ ทานมื้อกลางวันและอาหารเสริมแล้วหรือยังครับ” ผมรีบทักหาเธอทันที ที่กลับมาถึงห้องทำงาน หลังจากรับผลตรวจ DNA และฟังคำอธิบายอย่างละเอียดจากอาจารย์ที่ห้องแล็บแล้วAiyarin : “สวัสดีตอนบ่ายค่ะคุณหมอ อัยย์ทานข้าว ทานอาหารเสริมเรียบร้อยค่า บอกแล้วไงคะ จะเชื่อฟังทำตามอย่างดีค่ะ ^^”Doctor VP1 : “ดีมากเลยครับ อาการเป็นยังไงบ้างครับ”Aiyarin : “เดี๋ยวนะคะ อัยย์ยังไม่ได้ดูกระจกเลย อัยย์รีบเขียนบทให้พ่ออยู่ค่ะ”Doctor VP1 : “ถ้าสะดวกคุณอัยย์ถ่ายรูปส่งให้ผมช่วยดูด้วยดีมั้ยครับ ผมจะเทียบกับครั้งแรกด้วยครับ”Aiyarin : “…..”ผมใจเสียไปชั่วขณะ เมื่อขอให้เธอส่งรูปให้แต่เธอตอบกลับมาแบบนั้น ผมต้องรีบส่งข้อความไปอีก กลัวเธอจะหายไปอีกDoctor VP1 : “ถ้ายังไม่สะดวกไม่เป็นไรครับ..”Aiyarin : Picture Sentหัวใจผมเต้นแรงขึ้น จนแทบจะทะลุออกมาจากกลางอก ผมดีใจมากที่เธอส่งรูปถ่ายล่าสุดมาให้ แสดงว่าเธอคงเริ่มไว้วางใจผมแล้ว ‘แต่ผมคนนี้คือ หมอเจ้าของเคสเธอ ที่ไม่ใช่เพื่อนชายคนนั้นของเธอ’ แต่ก็ยังดี ที่ผมยังได้เห็นหน้าเธออีกครั้งDoctor VP1 : “ขอบคุณครับ ^^ ดูสดใสขึ้นน
ปัจจุบัน“ยัยอัยย์ ชั้นขอโทษน้า เมื่อวานชั้นติดลูกค้าสำคัญจริงๆ แล้วเป็นไงบ้าง โอ้ย…ดูตาเธอสิ แค่เจอพนักงานส่งของก็นอนไม่หลับเลยเหรอ” นิต้ามาหาฉันที่บ้านด้วยความเป็นห่วงเรื่องเมื่อวานที่ไม่มีใครรับของแทนฉัน“อืม จริงๆ ตอนเจอก็ไม่เป็นไรนะ แต่ที่เรานอนไม่หลับ เพราะเราเอาแต่นึกถึงเสียงของพนักงานส่งของ เสียงเค้าคุ้นมากเลยนิต้า เหมือนคนนั้น”“ฮะ เสียงเหมือนใคร อย่าบอกนะว่า…”“ใช่ เสียงเหมือนผู้ชายคนนั้น เราเลยนอนคิดถึงเรื่องเมื่อก่อนทั้งคืนเลยนิต้า”“โอ๋ๆๆ ยัยอัยย์ ไม่เอาน้า มันผ่านไปแล้วนะ ไม่เอา ไม่คิดถึงมันอีก” นิต้า เข้ามากอดปลอบฉัน“เราโอเคแล้วล่ะนิต้า เรารู้ว่ามันผ่านไปแล้ว” น้ำเสียงฉันยังคงสั่นเครือเล็กน้อย แต่ฉันจะผ่านมันไปได้“ไม่เอาละ เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า ไม่พูดเรื่องพนักงานส่งของละ แต่ชั้นอยากรู้เรื่องคุณหมอมากกว่า ยังไงยะ ส่งของมาแทบจะทุกวันเลย ยังไงกันแน่”“ก็…หมอเค้าทำตามหน้าที่แหละ ถ้าเค้ารักษาคนไข้หาย ก็เป็นผลงานเค้าไง แถมเคสแปลกๆ อย่างเราด้วย”“ชั้นว่ามันต้องมีอะไรนะ ดูของพวกนี้สิ มีแต่ของแพงๆ นี่ยังไม่ต้องนึกถึงผลไม้อะไรพวกนั้นอีก” นิต้า ยังคงตั้งข้อสงสัยกับของที่ได้รับ







