تسجيل الدخولอีกฟากหนึ่งของสมรภูมิ
เหล่าปีศาจที่ได้รับพิษบุปผาแห่งแดนปรโลกต่างคลุ้มคลั่งจนเสียสติ ต่างไ
เฟิ่งม่านจูที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่เบื้องหน้าเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงฉานจับจ้องบุรุษตรงหน้าทว่าเมื่อเห็นท่วงท่าที่เขายกกระบี่ขึ้น บางสิ่งในใจของนางกลับสั่นสะเทือนภาพต่าง ๆ ผุดขึ้นในความทรงจำ บุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางหิมะ เขายื่นมือให้นางในวันที่นางได้รับบาดเจ็บสาหัส“ไม่ต้องกลัว ข้าจะช่วยเจ้า”อีกภาพหนึ่ง บุรุษคนเดิมกำลังถือกระบี่ ยืนขวางหน้าศัตรูเพื่อปกป้องนาง และภาพสุดท้ายริมฝีปากของเขาเอ่ยถ้อยคำที่นางไม่เคยลืม“หากเจ้ามีชีวิตอยู่ได้ ก็จงมีชีวิตต่อไป”เฟิ่งม่านจูเบิกตากว้าง“หลิน... หลินเซียว...” น้ำเสียงนางสั่นเครือ สติที่เคยถูกพิษและภาพหลอนบดบัง พลันฉีกกระชากม่านหมอกออกนางจำได้แล้ว จำได้ว่าตนเองตกหลุมรักบุรุษผู้นี้เพราะเหตุใด จำได้ว่าเขาเคยช่วยชีวิตนางจำได้ว่าเขาเคยเป็นแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตอันมืดมนของนางและจำได้ ว่านางเป็นคนทำลายทุกสิ่งด้วยมือของตนเอง“ไม่...” เฟิ่งม่านจูถอยหลังไปหนึ่งก้าว“เป็นข้า... ข้าเป็นคนทำร้ายท่าน...”หลินเซีย
เพียงพริบตาเดียวปีศาจงูขาวขนาดยักษ์ ก็ปรากฏขึ้นกลางท้องฟ้า ลำตัวของมันยาวหลายร้อยจั้ง เกล็ดสีขาวสะท้อนสายฟ้าสีเลือด เขี้ยวสองข้างยาวราวกระบี่ พ่นลมหายใจเพียงครั้งเดียวก็ทำให้หินผาเบื้องล่างแตกร้าวเฟิ่งอวี้ในร่างปีศาจอสรพิษแผดเสียงคำราม"วันนี้ข้าจะส่งเจ้ากลับไปตายอีกครั้ง!"โฮก! ราชันจิ้งจอกคำรามตอบ หางทั้งเก้าสะบัดพร้อมกัน ภูเขาลูกหนึ่งถูกแรงลมปราณบดขยี้จนถล่มครืนงูยักษ์พุ่งเข้าหา เขี้ยวขนาดมหึมากัดลงกลางอากาศ เซี่ยเว่ยกระโจนหลบตูม!เขี้ยวงูฝังลงในภูเขา ภูเขาทั้งลูกสั่นสะเทือน เซี่ยเว่ยหมุนตัวกลางอากาศ เก้าหางฟาดลงพร้อมกัน ร่างงูขาวถูกซัดกระเด็นทะลุหน้าผาไปสามลูก แต่เพียงชั่วพริบตา เฟิ่งอวี้ก็ทะยานออกมาจากซากก้อนหิน เกล็ดหลายแห่งแตกออก เลือดสีดำไหลซึมทว่ารอยยิ้มบนใบหน้ากลับยิ่งน่าสะพรึงกลัว"ดี!" เขาคำราม "แบบนี้สิ ถึงจะสาสมกับที่ข้ารอคอย!"ทั้งสองพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง ทุกครั้งที่ปะทะกัน ท้องฟ้าราวกับถูกฉีกออก คลื่นพลังสีทองกับสีดำกวาดผ่านเทือกเขา แม่น้ำสีเลือดถูกแรงปราณยกตัวขึ้นจากพื้น สัตว์อสูรนับร้อยพากัน
อีกฟากหนึ่งของสมรภูมิเหล่าปีศาจที่ได้รับพิษบุปผาแห่งแดนปรโลกต่างคลุ้มคลั่งจนเสียสติ ต่างไม่สามารถแยกแยะพรรคพวกได้อีกต่อไป ในดวงตาของพวกมัน ทุกสิ่งกลับกลายเป็นภาพมายาอันบิดเบี้ยวเสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวดังระงม เหล่าสตรีที่เคยเป็นนางรำและนางบำเรอต่างพากันวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ปีศาจหลายตนไล่ตามพวกนางราวกับสัตว์ร้ายที่หลุดจากกรงขังทันใดนั้นตูม! แสงกระบี่สีเงินสายหนึ่งผ่าลงมาจากฟากฟ้า ปีศาจตนหนึ่งถูกซัดกระเด็นไปกระแทกเสาหินจนแตกละเอียด ชายหนุ่มในอาภรณ์สีครามยืนอยู่กลางอากาศ ชายเสื้อพลิ้วไหวท่ามกลางพายุปราณ นัยน์ตาเย็นสงบดุจสายน้ำจินฝาน "พวกเจ้าหนีไปทางตะวันออก"เสียงของชายหนุ่มราบเรียบ ทว่าแฝงพลังกดดันจนสตรีนับร้อยไม่กล้าขัดขืน"ตรงนั้นมีค่ายกลคุ้มกัน""แล้วท่านล่ะเจ้าคะ?" สตรีคนหนึ่งถามทั้งน้ำตาจินฝานเหลือบมองกองทัพปีศาจเบื้องหน้า"ข้าจะซื้อเวลาให้"อีกด้านหนึ่ง เสียงหัวเราะดังขึ้น"เหอะ! ดูเหมือนคืนนี้จะได้ออกแรงเสียที!"เปลวเพลิงสีทองพวยพุ่งขึ้นจากพื้น สือถงทะยานขึ้นเหนือผืนดิน แซ่เหล็กใ
เสียงกรีดร้องของเฟิ่งม่านจู ฉีกกระชากความเงียบของพิธีวิวาห์จนขาดสะบั้น“เฟิ่งเทียน! เจ้ายังไม่ตาย!”เสียงคำรามนั้นไม่ใช่เสียงของราชินีแห่งมรรคามารผู้สง่างามอีกต่อไป หากเป็นเสียงของสตรีผู้ถูกอดีตตามหลอกหลอนจนสติแตกสลาย นางพุ่งเข้าใส่หลินเซียวราวกับสัตว์ร้ายคลุ้มคลั่งปลายเล็บสีดำวาววับกางออก หมายจะฉีกกระชากลำคอของชายตรงหน้าให้ขาดสะบั้น ทว่าในวินาทีที่กรงเล็บกำลังจะสัมผัสกายครืน!เสียงระเบิดของพลังปราณพลันดังสนั่น ร่างของหลินเซียวสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนกระแสปราณสีทองเข้มสายหนึ่งจะระเบิดออกจากร่าง คลื่นพลังแผ่กวาดไปทั่วแท่นพิธีจนโต๊ะหยกและเครื่องบูชาปลิวกระจัดกระจายเฟิ่งม่านจูถูกซัดถอยหลังไปหลายก้าว“เป็นไปไม่ได้!”นางเบิกตากว้าง หลินเซียวค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น นัยน์ตาที่เคยว่างเปล่าดุจคนตาย บัดนี้กลับมีประกายคมกล้าปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกเขาหอบหายใจหนัก“ม่าน... ม่านจู...”เพียงสองคำ แต่เสียงนั้นกลับทำให้หญิงที่กำลังคลุ้มคลั่งชะงักงัน“เจ้า... จ
เบื้องล่างแท่นพิธี เหล่านางบำเรอนับร้อยต่างยืนเรียงราย ทอดสายตามองคู่บ่าวสาวด้วยความริษยาและอาฆาต โดยเฉพาะ ร่านร่านนางกำชายเสื้อแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเคียดแค้นเมื่อเห็นสตรีผู้หนึ่งกำลังจะได้รับการยกย่องขึ้นเป็น พระชายาเอกของไท่จื่อเฟิ่งอวี้ ตำแหน่งที่สตรีนับร้อยนับพันใฝ่ฝัน กลับกำลังตกเป็นของสตรีเพียงคนเดียวเสียงดนตรีดังขึ้นอีกครั้งเฟิ่งอวี้ปรากฏกายในชุดวิวาห์สีชาดปักลวดลายมังกรดำ อาภรณ์ตัดเย็บอย่างประณีตขับให้เรือนร่างสูงสง่าดูน่าเกรงขาม เขาเดินเคียงข้างกับหลินโม่ ซึ่งอยู่ในอาภรณ์หงส์แดงลายกัลปพฤกษ์เบื้องหน้าแท่นประธาน เฟิ่งม่านจูนั่งเอนกายในอาภรณ์ราชินีปีศาจสีแดงเพลิง ความสง่างามและอำนาจแผ่กำจายออกจากร่างโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยวาจาแม้สักคำข้างกายนางคือ หลินเซียว เขาสวมอาภรณ์ภูมิฐานสมกับฐานะบิดาของเจ้าสาว ทว่าร่างกายกลับตึงเกร็ง ราวกับหุ่นไม้ที่ถูกชักเชิดด้วยเส้นด้ายนัยน์ตาคู่คมลึกโหล ว่างเปล่า ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ แต่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นว่าภายใต้ความนิ่งงันนั้นกระแสปราณในกายของเขากำลังเปลี่ยนแปลงทีละน้อยเสียงปร
เฟิ่งอวี้วางจอกสุราลงบนโต๊ะ ก่อนยันกายลุกจากตั่งเขาเยื้องกายเข้าหานางจากด้านหลัง น้ำเสียงเจือแววหยอกเย้าทว่าความโอหังยังคงเต็มเปี่ยม“เป็นอย่างไร... ในที่สุดสตรีสกุลหลินผู้สูงส่ง ก็ยอมออกจากห้องหอมาเปิดหูเปิดตา ชื่นชมความยิ่งใหญ่ในวิมานของข้าแล้วหรือ?”หลินโม่ช้อนสายตาขึ้นมองเขา นัยน์ตากลมโตฉายแววเหยียดหยามเพียงเล็กน้อย ก่อนปรายไปยังเหล่านางบำเรอซึ่งกำลังร่ายรำอยู่เบื้องหน้า“ความยิ่งใหญ่อันใดกัน?” น้ำเสียงของนางเรียบเย็น หากแฝงความจองหองอย่างเป็นธรรมชาติ“ข้าเห็นเพียงวิมานลวงที่เต็มไปด้วยสตรีมากหน้าหลายตาเท่านั้น”นางหยุดเล็กน้อย ก่อนหันกลับมาสบตาเขาโดยตรง“หากท่านเอ่ยว่าจริงใจต่อข้า แต่กลับวางข้าไว้ในระดับเดียวกับสตรีเหล่านี้... ไม่คิดว่ามันน่าขบขันไปหน่อยหรือ?”คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้เฟิ่งอวี้ขุ่นเคือง แต่ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งปลุกความปรารถนาที่จะเอาชนะขึ้นในใจเขายิ่งนางถือดี ยิ่งนางดูแคลนสตรีเหล่านั้น ก็ยิ่งทำให้เขาเชื่อว่านางแตกต่าง และยิ่งแตกต่าง เขาก็ยิ่งต้องการครอบคร
“ยังมีหน้ามาแก้ตัว หากเจ้าไม่ก่อไฟ จะมีควันได้อย่างไร !”หลินเทียนซือมือไม้สั่นระริก ปลายไม้เท้าชี้หน้าหลานสาวด้วยความขุ่นเคือง"ท่านประมุขหลิน..."สุ้มเสียงนุ่มลึกแต่เปี่ยมด้วยอำนาจดังแทรกขึ้นอย่างถูกจังหวะจินฝานในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสงบเยือกเย็น ราวกับไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ก่อเหตุ
หลินโม่ในวัยเด็กก้าวออกมาจากกลุ่มหมอกเย็นชื้น มือเล็กถือตะกร้าสมุนไพรที่เพิ่งเก็บได้ นางชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นก้อนขนสีขาวปุกปุยที่ขยับเขยื้อนอยู่เบื้องหน้า เมื่อนางสืบเท้าเข้าไปใกล้ จิ้งจอกน้อยก็ขู่ฟ่อในลำคอ ดวงตาสีชาดที่พร่าเลือนจ้องมองนางด้วยความหวาดระแวง และพร้อมจะกัดทุกคนที่เข้าใกล้"เจ้าจิ้งจอกน
“ข้าเป็นมารแล้วอย่างไร เจ้าไม่มีสิทธิ์รังเกียจสามีที่แท้จริง และโดยชอบธรรมของเจ้า หลินโม่” ท่ามกลางความมืดมน รอยแยกของผืนดินเริ่มแคบลงทุกขณะ แต่เสียงตะโกนด้วยความเดือดดาลของบุรุษทั้งสามจากด้านบนยังคงดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ“หลินโม่ ! เจ้าอยู่ที่ไหน?” เสียงของสือถงเต็มไปด้วยความร้อนรน ในยามนี้เขาไม่
หลินโม่กัดริมฝีปากจนเจ็บ นางรู้ดีว่าถูกเขาฉวยโอกาสอยู่บ่อยครั้ง ทว่าในยามที่เขาโอบรัดและไล้สัมผัสผ่านอาภรณ์นั้น ความรู้สึกรัญจวนกลับแล่นปราดเข้าสู่หัวใจอย่างหยุดไม่อยู่ไอ้คนหน้าหนา เจ้าตั้งใจจะทำให้ข้าหวั่นไหวจนเสียสมาธิใช่หรือไม่... นางคิดอย่างเจ็บใจปนหมั่นไส้ แต่ในขณะเดียวกัน นางก็มิอาจปฏิเสธได้




![ขย่มรัก ขย่มบัลลังก์ [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


