ANMELDENเช้าวันนี้คริมาก็ทำหน้าที่ของตัวเองเหมือนทุกวัน พิเศษตรงที่วันนี้เธอบอกกับป้านาว่าเธอจะลงมือทำอาหารเช้าเอง เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเดรสสีดำแบบเรียบร้อย เพราะเธอกำลังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ให้กับบิดาเลี้ยงและมารดา
เธอรวบผมอย่างเรียบร้อย แต่งหน้า มองดูตัวเองในกระจกแล้วยิ้มให้กับตัวเอง พร้อมกับทำมินิฮาร์ทส่งให้กับตัวเองในกระจก
“สู้นะ วีวี่เธอมันแน่ เธอจะต้องไม่แพ้กับคำพูดร้ายๆ สายตาเย็นชาของอากริช”
ขยิบตาให้กับตัวเองที่สะท้อนมองกลับมา สูดลมหายใจลึกๆ ก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายใบโปรดที่ใช้ประจำ และเคาะประตูห้องของกริชดนัย เธอมีประสบการณ์แล้ว ฉะนั้นเธอจึงเลือกที่จะไม่เข้าไปปลุกเขาโดยเด็ดขาด
“อากริชคะ วันนี้วี่จะไปทำงานที่บริษัท อากริชจะไปด้วยกันไหมคะ”
ประตูห้องของเขาเปิดออก พร้อมกับร่างสูงของกริชดนัยที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น เขาไม่สวมเสื้อ...สวมเพียงกางเกงนอนตัวเดียว ผมของเขายุ่งนิดๆ ไม่เป็นทรง นัยน์ตาคมกริบนั้นยามมองเธอยังคงแฝงแววงัวเงีย คริมารีบมองเมินทางอื่นที่ไม่ใช่ตัวเขา...
หน้าของเธอแดงจัดขึ้นในทันที
กริชดนัยกอดอก มองกวาดไปทั่ววงหน้างดงามของคริมา มองแบบหัวจรดเท้า เธอคือคริมาที่โตขึ้น ดูสวยสง่ามากขึ้น ยามแต่งตัวแบบนี้เธอดูโตเกินวัยของเธอ เธออายุเพียงยี่สิบแต่ไปช่วยงานได้ที่บริษัทของพี่ชายเขา ก็แสดงว่าเธอนั้นไม่ใช่คนเหยาะแหยะหรอก เพราะกับเรื่องงานพี่ชายเขาจะให้เฉพาะคนที่ฉลาด และทำงานได้มาทำ ดูจากที่เขาไม่ให้พัดชาแตะต้องเรื่องงานใดๆ ของตนเองเลย....
แม่ก็คงจะส่งลูกไปเป็นหนอนบ่อนไส้ไว้ รอวันจะฮุบทุกอย่างจากพี่ชายเขานั่นแหละ
นังผู้หญิงไม่รู้จักพอ ละโมบ...
พี่ชายของเขาชีวิตตกต่ำลงตั้งแต่รับหล่อนเข้ามาเป็นภรรยา
ชีวิตของเขาเองก็เปลี่ยนไปตั้งแต่เจอลูกของหล่อน...คนตรงหน้าตอนนี้
นัยน์ตานั้นจึงแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา...ยามมองจ้องคริมา
“ไปสิ จะได้รู้ว่าบริษัทเป็นยังไงบ้าง เพราะยังไงอาก็จะต้องสานต่อทุกอย่างจากพี่กานต์”
“ค่ะ ถ้าอย่างนั้นวี่รอข้างล่างนะคะ วี่ทำอาหารเช้าไว้ให้แล้ว เป็นข้าวผัดต้มยำกุ้งนะคะ”
“อืม...”
จริงๆ แล้วอยากจะพูดว่า เขาไม่ชอบกินอาหารเช้า แต่ฟังจากชื่ออาหารแล้ว กริชดนัยก็ยั้งปากไว้ทัน อาหารเย็นเมื่อวาน ฝีมือของคริมา...มันอร่อยมาก เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อสำหรับเขาว่าเธอจะทำได้ เพราะตอนที่พัดชายังอยู่ เธอแทบไม่กระดิกตัวทำอะไรเลย และเขาเคยได้ยินว่าพัดชาสอนลูกสาวตัวเองว่ายังไง
นั่นแหละเลยทำให้เขามองว่า...ลูกไม้มันหล่นไม่ไกลต้นของมันหรอก
เธออาจจะเป็นหมาป่าที่เอาขนแกะมาสวมอยู่ก็ได้ตอนนี้
เขาเบ้ปากเมื่อนึกถึงตรงนี้ มารยาหญิง...เขาเคยเจอมาแล้ว จนพังไปแล้วหนึ่งรอบ รอบนี้เธอจะต้องเจอมารยาชายเข้าบ้างล่ะ
กริชดนัยยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อนึกมาถึงตรงนี้
คริมา...
เราสองคนจะอยู่ด้วยกัน ในแบบที่เขาต้องการ เธอจะต้องถูกใช้...จนกว่าเขาจะพอใจ
ชายร่างสูงสมาร์ท หน้าตาหล่อเหลา ในชุดสูทผ้าเนื้อบางสบายเข้ากับอากาศร้อนของเมืองไทย ที่ปรากฎตัวขึ้นกับคริมา ทำให้เหล่าพนักงานต่างพากันเฝ้าจับตาดูเขา โดยเฉพาะเหล่าหัวหน้าแผนก ที่พากันตั้งกลุ่มไลน์คุยกันเลยทีเดียว เกี่ยวกับเรื่องของกริชดนัยว่าที่ผู้บริหารคนใหม่ของบริษัท
คริมานั้นพอจะจับสังเกตความผิดปรกตินี้ได้...เธอจึงนัดคุยกับเหล่าหัวหน้าแผนกและฝากข้อความไปถึงเหล่าพนักงานเกี่ยวกับนโยบายการทำงานของกริชดนัย เธอรับรองว่าทุกอย่างจะก้าวหน้าและดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน
กริชดนัยนั้นนัดประชุมบอร์ดบริหาร โดยผ่านคริมา ในเมื่อทนายจารึกบอกว่าเธอเก่ง เป็นผู้ช่วยพ่อของเขาได้ดี เขาก็อยากเห็นฝีมือของเธอ กลายเป็นว่าเธอทำได้นอกเหนือจากที่เขาคาดไว้มากนัก...เขาได้ความรู้ใหม่มาอีกหนึ่งอย่าง จากการทำงานกับเธอหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ ว่ารอยยิ้ม ความสดใส ความน่ารักของคริมา เหมือนใบเบิกทางให้ทุกคนที่นี่นึกรักและเอ็นดูเธอ ในฐานะสื่อกลางระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน คริมามักจะมีปัญหาของพนักงานไปให้พี่ชายของเขาช่วยเหลือ และได้เกื้อกูลกันในเคสที่หนักหนาสาหัส มันเรียกกำลังใจให้กับเหล่าพนักงาน ว่าผู้บริหารไม่เคยคิดจะทิ้งกัน มันทำให้กานต์เอกได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าซื้อใจเหล่าพนักงานได้เลยทีเดียว
สิ่งที่คริมาทำ ส่งผลดีกับองค์กร ว่าการทำงานหนัก ทุ่มเท ไม่ได้เสียเปล่า ถ้าทำงานให้กับบริษัทนี้ มันยิ่งทำให้คนตั้งใจทำงาน ส่งผลคือยอดขาย และกำไรที่มากยิ่งขึ้นจนเห็นได้ชัด
เอาล่ะ...เขาจะให้คะแนนบวกกับเธอสิบแต้มเลยก็ได้ ในด้านการทำงาน แถมอีกห้าแต้มเรื่องการทำอาหาร รวมๆ เธอมีคะแนนแล้วสิบห้าแต้ม คริมา
อาทิตย์หนึ่งผ่านไปจากการได้คลุกคลีใกล้ชิดและทำงานกับเธอ ใจของเขาก็เกือบอ่อนลง คริมาไม่เหมือนแม่เธอเลยสักนิด
ก็แค่เกือบ...
ใช่ แค่นั้นแหละ เขาไม่ใจบางง่ายดายกับผู้หญิงจอมมารยาที่เคยทำลายชีวิตเขามาแล้วหนหนึ่งอย่างเธอเด็ดขาด
ความที่ไว้ใจมากเกินไปอาจจะทำให้เขาโดนทำลายอีกหนก็เป็นได้
กริชดนัยคิด...มองคริมาในแง่ลบ เพราะโทษที่เธอได้ก่อกับเขา มันยากเกินที่จะอภัยจริงๆ แน่นอนว่าแผนของเขาก็ยังไม่เลิกล้ม...เขาจะกระชากขนแกะที่เธอสวมออก และตอนนั้นเธอจะได้รับโทษของตนเองอย่างสาสม
“เรื่องอะไร แอบมีอะไรโกหกอาไม่สารภาพอีกหรือเปล่า? วี่แอบไปรักใคร”เขาแกล้งว่า คริมาย่นจมูกน้อย แล้วเอ่ยพึมพำเบาๆ “วี่จะไปรักใครได้อีกล่ะคะ นอกจาก...”“นอกจากอาหรือเปล่าครับ”คริมามองสบตาเขา แล้วก็หน้าแดงก่ำ เธอไม่พูดตอบ แต่ซุกหน้ากับอกเขา ทำท่าจะไม่พูดต่อเอาเสียดื้อๆ กริชดนัยหัวเราะหึๆ น้องปากแข็ง...ทั้งที่ถ้าเกิดว่าอ้อนเขาบ่อยๆ บอกรักเขาบ่อยๆ คนมีใจอยู่แล้วอย่างกริชดนัยคงไม่วายบอกรักตอบไปหรอก แต่นี่...ไม่ใช่เลยถ้าเกิดว่าคริมาเหมือนแม่จริงๆ เธอคงไม่เป็นแบบนี้ลูกไม้ไกลต้น...อาจจะเพราะการถูกหล่อหลอมมากระมัง อาจจะเพราะความคิดอ่านไม่ได้ถูกมารดาครอบงำ ทำให้คริมาเป็นลูกไม้ ที่ถูกลมแห่งความดีพัดไปไกลต้นไม้อย่างพัดชา“อื้อ...ทำไมเงียบล่ะ ไหนบอกว่ามีเรื่องอะไรจะคุยด้วย ตกลงว่าจะสารภาพอะไร”“มันไม่ใช่สารภาพ มันเป็นเรื่องที่วี่ไม่เคยพูดกับอากริชมากกว่า เป็นเรื่องที่วี่ไม่มีโอกาสได้พูด...ไม่รู้ว่าอากริชจะมองว่าวี่แก้ตัวไหม แต่...วี่รู้ว่าอากริชโกรธเกลียดวี่เพราะเรื่องนี้ เรื่องเมื่อหกปีที่แล้ว”“ไหนพูดสิ” เขาจะให้เธอพูดให้ฟังให้หมด ก่อนจะบอกว่าจริงๆ แล้วเขาไม่เหลือความโกรธและเกลียด
คริมาหันมามองเพื่อน สีหน้าของเธอไม่สู้ดีเลย ฟ้ารุ้งถอนใจเฮือกก่อนจะแตะแขนเพื่อนรักอย่างให้กำลังใจ“เติมสักสามขวดไหมล่ะยัยวี่จะได้กล้าเข้าบ้าน”“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก...หรือ...ก็ดีนะ เราควรย้อมใจ...”“ยัยวี่เอ๊ย!” ฟ้ารุ้งจับหน้าเพื่อนแล้วตบแก้มเพื่อนรักเบาๆ ตอนนี้คริมาเหมือนกำลังจะร้องไห้อยู่แล้ว“ทั้งรักทั้งกลัวเค้าสินะ เราน่ะ”“อากริชเสียงดุมากเลย ตอนเราโทรบอกว่าจะให้ฟ้ามาส่ง...แล้วก็บอกว่าให้เรารีบกลับมา มีเรื่องจะต้องคุยกัน”“นี่...ยัยวี่ฉันจะแนะนำอะไรเธอ แบบที่ทำให้อีตาอากริชนั่นหายเคือง ทำตามเรานะรับรองว่าหายชัวร์”“ทำยังไง” คริมาทำตาปริบๆ ฟ้ารุ้งยิ้มทะเล้นก่อนจะกระซิบเสียงพร่าข้างหูเพื่อน“ก็จับอากริชของเธอขึงพืด จัดหนักเสียเลยไง ใช้เซ็กซ์ละลายพฤติกรรมสิยัยวี่”“โอ๊ย...” คริมาผลักเพื่อน ฟ้ารุ้งหัวเราะชอบใจ แล้วเอื้อมไปหยิบเอาถุงขนมที่แวะซื้อก่อนเข้าบ้าน ยัดใส่มือเพื่อน พร้อมกับเอ่ยสำทับ“เอ้า...เอาของหวานให้ตาอากริชนั่นกิน ของหวานจะทำให้อารมณ์ดี เสร็จแล้วก็...” ว่าแล้วก็หัวเราะคิกคัก คริมาสั่นหน้า หน้าของเธอแดงก่ำ “อื้อ...ไม่เอา”“เอาเหอะ...อิอิอิ เราไปก่อนล่ะย
ปาร์ตี้ละลายพฤติกรรมของสองสาว คือเครื่องดื่มค็อกเทลสีสวย แอลกอฮอล์ 5% และผัดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ คริมาที่เหมือนคนหนีแบบเร่งด่วนมา เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย นอกจากกระเป๋าสะพายใบที่เธอใช้ไปมหาวิทยาลัยประจำ โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าอะไรก็ลืมหอบหิ้วมา ตอบไลน์กริชดนัยแล้วเธอก็ปิดโทรศัพท์ เพราะฟ้ารุ้งสั่งให้ปิด ทางนั้นจะได้คิดว่าเธอนอนแล้ว เดี๋ยวตามเช็คอีกแล้วก็จะเห็นว่าฟ้ารุ้งชวนคริมาปาร์ตี้ จะพากันเดือดร้อนเอา“ปิดแหละดี เดี๋ยวอากริชของเธอจะเช็ค เห็นเราปาร์ตี้กินค็อกเทลกัน หนหน้าจะไม่ให้เธอมาอีก จริงสิไหนๆ ก็ไหนๆ ถ้าเหล้าหมด ไปร้านแถวนี้ไหมอะยัยวี่”“ไม่สิ...อะไรกันน่ะยัยฟ้า มาชวนเที่ยวเสียอย่างนั้นแหละ รู้นี่ว่าเราไม่ชอบเที่ยว”“ไปเสียหน่อยจะเป็นอะไร เราจะได้นัดพ่อออกมาด้วย”ฟ้ารุ้งยังไม่ลืมหรอกเรื่องสนับสนุนพ่อให้กับเพื่อน “หืม? คุณวีน่ะเหรอ”“ก็เออสิยะ พ่อเราน่ะยังเฟียสอยู่นะยัยวี่ เธอเห็นว่าพ่อเราแก่เหรอ”ลองถามแบบเลียบๆ เคียงๆ ดู เพื่อนรักเพียงแค่หัวเราะ...เอาเหอะ โอกาสยังมีอีกมาก ค่อยๆ เขยิบเอาก็ได้ เดี๋ยวเพื่อนรักจะตกใจ“ไม่แก่หรอก พ่อของฟ้าอะยังหนุ่ม ยังหล่ออยู่เลย”“
ทนายจารึกสังเกตเห็นสิ่งผิดปรกติระหว่างสองหนุ่มสาวมากมายระหว่างมื้ออาหารเย็นและการสนทนา อาชีพทนายทำให้เขาได้คลุกคลีกับคนหลายประเภท และมีจิตวิทยาในการสังเกตคน ฉะนั้นพิรุธของสองหนุ่มสาวที่แสดงออก ก็ทำให้เขารู้แจ่มชัดว่าสิ่งที่เขาสังหรณ์ไว้เกี่ยวกับกริชดนัยและคริมา คงจะเป็นความจริงเป็นแน่แท้ด้วยอายุอานามก็...ถือว่าเหมาะสมแม้ฝ่ายหญิงจะยังอายุน้อย และเขาก็อยากให้คริมาเรียนให้จบก่อน เขากำลังคิดหาข้อแก้ตัวสวยๆ ไว้ให้กับคนทั้งสอง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีงานวิวาห์เกิดขึ้นมา“หนูวี่...ขอบใจมากนะสำหรับอาหารอร่อยๆ มื้อนี้ แล้ว...ยังไงก็เอาสิ่งที่ลุงพูดบอก ไปทำดูล่ะ” ทนายจารึกเอ่ยย้ำก่อนจะขึ้นรถ คริมาพึมพำรับคำ แล้วก้มหน้า...กริชดนัยยืนอยู่ข้างๆ เธอ นึกสงสัยว่าทนายจารึกพูดอะไรกับคริมา “กลับก่อนนะครับคุณกริช ฝากดูแลหนูวี่ด้วย ป้องกันด้วยก็ดีนะครับ ผมอยากจะให้หนูวี่เรียนให้จบก่อน”ประโยคหลังเอ่ย พร้อมกับขยิบตาให้ เล่นเอากริชดนัยและคริมาสะดุ้ง แล้วพากันเสมองไปทางอื่น ทนายจารึกหัวเราะขึ้นเบาๆ แล้วปิดประตูรถ ก่อนจะขับรถออกไปจากบ้านคืนนั้น...คริมานั้นว้าวุ่นเรื่องที่แหวนของขวัญจากเขา ไม่ได้อยู่บนนิ
วันนี้คริมา มาทำงานกับกริชดนัยเพราะเขาลากเธอมาด้วย เนื่องจากที่มหาวิทยาลัยของเธอหยุด เขาบอกว่าขืนไม่พามา เดี๋ยวเพื่อนซี้ของเธอก็จะมาพรากเธอไปจากเขาอีกดูใช้คำเข้า แล้วไหนจะการถูกเอาอกเอาใจอย่างคาดไม่ถึงจากเขา ของขวัญจากเขา...คริมากรีดนิ้วประกายเพชรส่องแสงวูบวาบบนนิ้วนางด้านซ้ายของเธอคนส่วนมากมักจะใส่แหวนแต่งงานหรือแหวนแทนใจจากคนรักไว้ที่นิ้วนี้เขา...คิดอย่างไรถึงได้สวมให้กับเธอที่นิ้วนี้คำถาม...ที่มีคำตอบในใจคนถามอยู่สองอย่าง“น้องวี่คะ เที่ยงนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ บอสน่าจะกลับมาบ่ายบอกว่ายังไม่เสร็จธุระน่ะค่ะ” เสียงทักทำให้หญิงสาวที่กำลังจมกับภวังค์ของตนเองสะดุ้งเล็กน้อย แล้วหันไปยิ้มให้กับต้นเสียง เลขานุการสาวของกริชดนัยนั่นเองเธอขานรับ รัชนีจึงมาทรุดนั่งข้างๆ อยากจะชวนหญิงสาวคุย ตาสะดุดเห็นตรงแหวนวงสวย ก็อุทานออกมา“แหวนสวยจังนะคะน้องวี่ ซื้อใหม่หรือคะ”“เอ่อ...” คริมาหน้าแดงนิดๆ จะอย่างไรเธอก็ยังรักษาคำสัญญาที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้อย่างจริงจัง แม้ว่าตอนนี้พอจะมีคนระแคะระคายแล้ว ว่าเธอกับกริชดนัยไม่ใช่แค่อาเลี้ยงกับหลานสาวปรกติแน่นอน คนในบ้านแหละที่สังเกตเห็น และเพื่
กริชดนัยสังเกตได้ถึงความแปลกบางอย่าง คือทุกครั้งที่เขาไปรับคริมาในตอนเย็นเพื่อกลับบ้าน ฟ้ารุ้งกับบิดาของหล่อนก็จะรออยู่ด้วย และมักจะชักชวนพวกเขาไปรับประทานอาหารเย็นด้วยกันเกือบทุกวัน บางวันขนาดว่าเขาปฏิเสธ สองพ่อลูกนั่นก็จะยังตามมาที่บ้านของพวกเขาวีรพลดูสนิทสนมกับคริมามาก มากจนชักจะเกินไปในสายตาของเขาไอ้จะห้ามโต้งๆ ว่าไม่ต้องมาวุ่นวายกับเธอ เขาจะห้ามได้ที่ไหนกัน เพราะลูกสาวของวีรพลเป็นเพื่อนรักกับคริมา สองคนเรียนด้วยกันก็ต้องเจอกันเป็นปรกติ แต่ที่เริ่มไม่ปรกติ คือในวันหยุดสองพ่อลูกนั่นก็มารับคริมาของเขาออกไปข้างนอกเรื่อยยามสนทนากัน บางทีเขาลองเปรยถาม คริมาก็จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดปรกติไอ้หมอนั่นคิดอะไรกับคริมาของเขาแน่นอน แถมเด็กฟ้ารุ้งดูจะสนับสนุนพ่อสุดตัวเสียด้วย“นั่นสร้อยอะไรหรือวี่” เขาทักขณะที่นอนกอดเธอ...ปรกติแล้วคริมาไม่ค่อยใส่เครื่องประดับ มีแค่แหวนที่นิ้วกลางวงเดียวและสร้อยแขนที่เป็นสร้อยทองเส้นเล็กติดตัวที่เขาเห็นตลอด วันนี้เธอมีสร้อยคอสีเงินและห้อยจี้เพชรเม็ดเล็กเป็นรูปหัวใจ ดูแล้วน่าจะเป็นของแท้อยู่บนลำคอขาวผ่อง







