แชร์

ใต้เงามืดของเขา บนเตียงของเขา
ใต้เงามืดของเขา บนเตียงของเขา
ผู้แต่ง: สโนว์

ตอนที่ 1

ผู้เขียน: สโนว์
ตลอดแปดปี ฉันเป็นเพียงเงาที่ไร้ตัวตนในอาณาจักรของ ลอเรนโซ่ วาเลนติ ในตอนกลางวัน ฉันคือผู้ช่วยคนสำคัญ เป็นกลไกลสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจมืดของเขา แต่ในตอนกลางคืน ฉันเป็นเพียงนกที่เชื่องที่สุดในกรงทองของเขา และเป็นร่างไร้ชื่อที่อยู่ใต้เงาของเขา… บนเตียงของเขา

ฉันรักเขาด้วยความทุ่มเทที่ใกล้เคียงกับความบ้าคลั่ง เป็นเปลวไฟโง่ ๆ ที่ฉันเฝ้าทะนุถนอมตั้งแต่วันที่ฉันเป็นแค่นักเรียนทุนที่ถูกดึงเข้าสู่วังวนของเขา ฉันเคยเชื่อว่าความรักที่เงียบงันของฉันจะสามารถละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจเขาได้สักวันหนึ่ง... แต่ฉันคิดผิด

วันที่อิซาเบลล่า รักแรกที่เขาไม่มีวันลืมกลับมา ชายที่ฉันรู้จักก็หายไป รอยยิ้มแสนหายากที่เคยมีให้ฉัน กลายเป็นของเธอทั้งหมด การมีตัวตนของฉันข้างกายก็ถูกลบเลือน ถูกแทนที่ด้วยเธอ แม้กระทั่งตอนที่เธอใส่ร้ายฉัน เขาก็ยังเลือกที่จะเชื่อเธออย่างไม่ลังเล

เขาเลือกเธอ... ครั้งแล้วครั้งเล่า

ฉันยื่นใบลาออก และเขาเซ็นมันโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง

เขาคิดว่าฉันจะต้องคลานกลับมา โดยที่แตกสลาย และอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา

เขาคิดผิด

ในขณะที่เขามัวแต่เล่นบทครอบครัวแสนหวานกับ "ที่รัก" ของเขา ฉันก็ค่อย ๆ เก็บชีวิตที่เคยมีไว้ข้างกายเขาใส่กล่องทีละชิ้น เตรียมที่จะหายตัวไปจากโลกของเขาตลอดกาล

(มุมมองของเอมีเลีย)

"คุณอีแวนส์ครับ เอกสารการลาออกของคุณได้รับการลงนามจากคุณวาเลนติแล้ว" เสียงของผู้อำนวยการฝ่ายบุคคลดังซ่า ๆ ผ่านโทรศัพท์ เจือด้วยความลังเลอย่างไม่คุ้นเคย "แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ทันสังเกตว่าแฟ้มของคุณคือแฟ้มที่เขากำลังอนุมัติ มันอยู่ในกองรวมกับแฟ้มอื่น ๆ เอ่อ... ผมควรจะนำเรื่องนี้เรียนให้เขาทราบเป็นพิเศษดีไหมครับ?"

"ไม่ค่ะ" ฉันตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งจนผิดปกติ ซึ่งขัดแย้งกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวอย่างบ้าคลั่งอยู่ในอก "ไม่ต้องพูดถึงมัน ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นไป"

"แต่คุณอีแวนส์ครับ" ผู้อำนวยการพยายามต่อรอง น้ำเสียงของเขาลดต่ำลงจนเกือบจะเป็นความสงสาร "คุณเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของคุณวาเลนติมาสี่ปีแล้ว เขาไม่เคยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านี้มาก่อน เขาพึ่งพาคุณในทุกเรื่อง คุณแน่ใจแล้วจริง ๆ เหรอครับเรื่องการลาออกนี้?"

รอยยิ้มเจื่อน ๆ ที่ขมขื่นผุดขึ้นที่ริมฝีปากฉัน ในตระกูลวาเลนติ ความจงรักภักดีคือสกุลเงินที่มูลค่าตกฮวบในชั่วข้ามคืน

"ไม่มีใครที่ขาดไม่ได้หรอกค่ะ" ฉันท่องประโยคที่เตรียมไว้ คำโกหกที่ถูกฝึกฝนมาอย่างเรียบเนียน

"ฉันเรียนจบปริญญาโทแล้ว และครอบครัวของฉันต้องการให้ฉันกลับบ้าน มี... ธุระที่ต้องไปจัดการ เมื่อคุณวาเลนติอนุมัติแล้ว ฉันก็จะทำตามขั้นตอน คือส่งมอบงานเป็นเวลาหนึ่งเดือน แค่นั้นค่ะ"

ฉันรีบวางสายก่อนที่ความจงรักภักดีที่ผิดที่ผิดทางของเขาจะทำให้ความตั้งใจของฉันสั่นคลอน

เจ็ดปีก่อน ฉัน เอมีเลีย อีแวนส์ นักเรียนทุนจากเมืองเล็ก ๆ ที่ซบเซา สอบเข้าได้ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง ที่นั่น ฉันได้พบกับโซเฟีย วาเลนติ ผู้มาพร้อมกับความมั่นใจและความกล้าบ้าบิ่น เป็นลูกสาวสุดที่รักของตระกูลอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง

แม้พื้นเพจะต่างกันสุดขั้ว แต่เรากลายเป็นเพื่อนรักที่แยกจากกันไม่ได้ โลกของฉันมีแต่ตำราเรียน พาร์ทไทม์งานเสิร์ฟ และหนี้เงินกู้เพื่อการศึกษา ส่วนโลกของเธอมีแต่บอดี้การ์ดลับ บัตรเครดิตสีดำ และอำนาจเงียบอันที่น่ากลัว

แต่เราก็หาจุดที่อยู่ร่วมกันได้ ผ่านการอ่านหนังสือยามดึก การแบ่งพิซซ่าเลี่ยน ๆ กันกิน และความฝันที่ดูเหมือนจะอยู่คนละโลก

ค่อย ๆ อย่างระมัดระวัง เธอดึงฉันเข้าสู่วังวนของเธอ ฉันได้พบพ่อของเธอ ชายผู้มีอำนาจที่เย็นชาและน่าขนลุก สายตาของเขาเป็นสายตาที่แบกรับชีวิตในโลกใต้ดินมาตลอด ฉันได้พบแม่ของเธอ หญิงผู้สง่างามแต่ห่างเหินเหมือนพระจันทร์ในฤดูหนาว และฉันก็ได้พบพี่ชายของเธอ... ลอเรนโซ่

ลอเรนโซ่ วาเลนติ เขาค่อนข้างเป็นคนที่หล่อ และดูอันตราย มันทำให้คนอื่นค่อนข้างกลัวเขา แต่สำหรับฉัน เขากลับอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ หัวใจใสซื่อที่มาจากบ้านนอกของฉัน ไม่เคยเตรียมใจจะรับมือกับพายุลูกนี้มาก่อน แต่มันก็ตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์

ฉันเก็บความรู้สึกนั้นไว้ลึกที่สุดในใจ เหมือนเป็นสมบัติที่น่าอาย ฉันได้ไม่บอกใครเลย แม้กระทั่งโซเฟีย

หลังจากเรียนจบ โซเฟียก็ถูกส่งตัวไปเรียนต่อที่ยุโรปตามธรรมเนียมของตระกูลวาเลนติ ส่วนฉันยังคงอยู่ในเมือง ส่งใบสมัครงาน และด้วยความสามารถของฉันเองบวกกับการช่วยเหลือเงียบ ๆ ของโซเฟีย ฉันก็ได้รับตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัวของผู้บริหารลอเรนโซ่ วาเลนติ ภาพลักษณ์ภายนอก มันคือโอกาสที่จะได้สร้างอาชีพให้ก้าวหน้า แต่ในใจของฉัน มันคือโอกาสที่จะได้อยู่ใกล้เขา ได้สูดอากาศเดียวกันกับเขา

"เหตุการณ์" นั้นเกิดขึ้นหลังจากฉันเริ่มงานได้หกเดือน การเจรจากับฝ่ายคู่แข่งกลายบานปลายกลายเป็นความรุนแรง ลอเรนโซ่ถูกซุ่มโจมตีและถูกวางยาจนเสียการควบคุม ฉันพบเขาในห้องทำงานส่วนตัว เหงื่อท่วม รูม่านตาขยาย ความเย็นชาที่เป็นตำนานของเขาพังทลายอย่างสิ้นเชิง ฉันคว้าโทรศัพท์เพื่อโทรหาหมอประจำตระกูล มือของฉันสั่นไม่หยุด

เขาเคลื่อนตัวเร็วจนน่าตกใจ จับฉันตรึงไว้กับผนังกำแพงที่เย็นเฉียบ จูบของเขาเร่าร้อนแทบจะกลืนกินฉัน เขาเอามือกระชากเสื้อผ้าของฉันออกด้วยความหิวกระหายที่ควบคุมไม่อยู่

ค่ำคืนหนึ่งที่เต็มไปด้วยแขนขาที่พันกัน ผิวกายที่ร้อนระอุ และเสียงกระซิบที่สับสน—ค่ำคืนที่ทำลายโลกอันเงียบสงบของฉันแตกสลาย

ฉันตื่นขึ้นมาในตอนรุ่งสาง พบว่าเขาตื่นอยู่ก่อนแล้ว เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างหน้าต่าง คีบบุหรี่อยู่ระหว่างนิ้ว เมื่อฉันขยับตัว เขาก็หันมามอง สายตาของเขากลับมาเย็นชาเหมือนเดิม ไม่มีความรู้สึกจากเมื่อคืนหลงเหลืออยู่

คำถามแรกของเขาที่ถามออกมาด้วยความชัดเจนที่โหดร้ายและเฉียบคมราวกับมีดผ่าตัดคือ "เธอรักฉันเหรอ?"

ฉันอ้าปากค้าง คำปฏิเสธจ่ออยู่ที่ปลายลิ้น แก้มของฉันร้อนผ่าวด้วยความอายที่แทบแทรกแผ่นดินหนี แต่เขาตัดบทฉัน น้ำเสียงของเขาเย็นเรียบและเด็ดขาด "เธอหน้าแดงทุกครั้งเวลาที่ฉันเดินเข้าห้อง เธอจำออเดอร์กาแฟ ตารางงาน รวมถึงสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ฉันไม่ชอบได้หมด โดยที่ฉันไม่เคยต้องบอก เธอตั้งใจสมัครงานนี้ ตำแหน่งนี้ ‘โดยเฉพาะ’ ทันทีที่เธอเรียนจบ..." เขาโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย จ้องฉันแบบตาไม่กระพริบ ราวกับมองทุกอย่างออกอย่างทะลุปรุโปร่ง "อย่าดูถูกสติปัญญาของฉันด้วยการเสแสร้งว่าทั้งหมดนี้เป็นแค่เรื่องบังเอิญ"

เขาได้ผ่าแยกความหลงใหลที่น่าสมเพชของฉันออกทีละชิ้น เปิดโปงหลักฐานแต่ละชิ้นจนหน้าฉันร้อนเป็นไฟ ถูกเผาด้วยความอับอาย และความหวังที่พังทลายไปพร้อมกัน

ท่ามกลางความเงียบที่อึดอัดและเต็มไปด้วยการตัดสิน เขาไม่ได้เอื้อมมือไปหยิบเสื้อแจ็กเก็ต แต่กลับเอื้อมไปหยิบกระเป๋าสตางค์ เขาเลื่อนบัตรใบสีดำข้ามโต๊ะที่ถูกขัดจนเงาระหว่างเรา

"เมื่อคืนมันเป็นความผิดพลาด เป็นผลจากยา ฉันมีคนของฉันอยู่แล้ว ฉันตอบรับความรู้สึกของเธอไม่ได้ และฉันจะไม่ให้คำมั่นสัญญาใด ๆ ให้เธอ" เขาพูดประโยคนั้นราวกับเป็นความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยน เป็นคำตัดสิน "โซเฟียเคยพูดถึง... สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวเธอ เงินในบัญชีนี้มากพอที่จะทำให้เธอไม่ต้องกังวลอีก รับมันไปซะ ถือว่าเรื่องเมื่อคืนไม่เคยเกิดขึ้น"

ฉันช็อกจนพูดไม่ออก หัวฉันหมุนเหมือนลูกข่าง จากนั้นฉันก็นึกขึ้นได้—ในช่วงเวลาที่เร่าร้อนเมื่อคืน ตอนที่เกราะป้องกันของเขาพังทลายลง เขากระซิบชื่อหนึ่งซ้ำไปซ้ำมาแบบแนบชิดผิวกายฉัน "อิซาเบลล่า"

จากคำบ่นของโซเฟียตอนเธอเมาไวน์ ฉันรู้มาว่าอิซาเบลล่าคือรักแรกที่ลอเรนโซ่ไม่มีวันลืม เป็นเหมือนดอกบัวสีขาวที่เขาไม่ให้ใครแตะต้อง เขารักเธอจนถึงขั้นแทบบ้า

แม้เธอจะไปต่างประเทศเพื่อ "เรียนศิลปะ" แม้ว่าจะมีข่าวลือที่ฉาวโฉ่เกี่ยวกับความสัมพันธ์กับหนุ่มไฮโซทั่วยุโรป เขาก็ยังสาบานว่าจะรอเธอกลับมา เขาคืออนุสรณ์ของความรักที่ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้

โซเฟียเคยถอนหายใจพลางซดไวน์ราคาถูกในห้องพักแคบ ๆ ของฉันแล้วบ่นว่า "ครอบครัวฉันขึ้นชื่อเรื่องจิตใจที่เย็นชา นี่คือวิธีที่เราอยู่รอดมาได้หลายชั่วรุ่น แต่ทำไมพี่ชายฉันถึงกลายเป็นไอ้บ้าแสนโรแมนติกนี่ได้นะ? เขารอเธอมาหลายปี เคยบอกว่าถ้าคบกับผู้หญิงคนอื่นก็เหมือนการลดมาตรฐาน และเขาไม่ยอมลดตัวไปอยู่จุดนั้น"

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นก้องอยู่ในหัว ขณะที่ฉันยืนเปลือยเปล่าต่อหน้าเขา ความกล้าบ้าบิ่นประหลาดก็พุ่งเข้ามาในตัวฉัน ในจังหวะที่เขาหันหลังเตรียมจะเดินออกไป ฉันก็หาเสียงของตัวเองเจอ

"ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ" คำพูดนั้นสั่นจนฟังแทบไม่ออก ฉันกลืนน้ำลาย ฝืนให้ตัวเองพูดด้วยความหนักแน่น "ฉันอยากให้คุณให้โอกาสฉัน คุณวาเลนติ ได้โปรด อยู่กับฉัน ลองดูสักครั้ง หรือถ้าเธอกลับมา พบว่าความรู้สึกของคุณที่มีต่อเธอมันเปลี่ยนไป…วันนั้นฉันจะไป ฉันสัญญา ฉันจะเดินจากไปและไม่หันกลับมาอีกเลย”

เขาหยุดชะงัก มือวางอยู่บนลูกบิดประตู เขาหันกลับมามองฉัน และเพียงเสี้ยววินาที สายตาของเขาก็อ่อนลง มีบางสิ่งที่อ่านไม่ออก คล้ายความหวั่นไหวที่โผล่ให้เห็นบนใบหน้าของเขา แล้วมันก็หายไป ถูกปิดกั้นไว้หลังกำแพงน้ำแข็งที่ไม่มีวันเจาะทะลุได้ เขาพูดเพียงสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเฉยชาเกือบจะเบื่อหน่ายว่า “ตามใจ” แล้วเดินออกไป ทิ้งให้ฉันยืนอยู่ตรงนั้นกับบัตรสีดำของเขา และเศษเสี้ยวของศักดิ์ศรีที่แตกสลาย

และด้วยเหตุนี้ ชีวิตของฉันก็กลายเป็นคำโกหกที่ถูกแบ่งแยกอย่างเป็นระเบียบ ตอนกลางวัน ฉันคือผู้ช่วยส่วนตัวที่ไร้ที่ติของเขา พอกลางคืน ฉันคือคนรักลับ ๆ ที่ไม่มีใครรู้จักของเขา บนโต๊ะทำงานของเขา ภายในรถเบนซ์มายบัคกันกระสุนสุดหรู หรือแม้ตรงริมหน้าต่างบานนี้ที่มองเห็นเมืองทั้งเมืองอยู่แทบเท้า... เราทิ้งร่องรอยความบุ่มบ่ามไร้สติของเราไว้ทุกที่

เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องความรักสักครั้ง แต่ฉันคือผู้หญิงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเขาในทุกงานเลี้ยง เมื่อผู้หญิงคนอื่นพยายามจะดึงดูดสายตาเขา เขาก็ปล่อยให้ฉันจัดการ ของใช้หรูหราราคาแพงถูกมอบให้ฉันโดยที่เขาไม่ต้องคิดซ้ำสอง ทุกคนต่างคิดว่าฉันจะเป็นภรรยาในอนาคตของเขา และในช่วงเวลาที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความเร่าร้อน เวลาที่เขาครางชื่อฉันออกมา แม้แต่ฉันเองก็เริ่มเชื่อว่าสักวันหนึ่งเขาจะประกาศว่าฉันเป็นของเขา

สี่ปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครในตระกูลหรือในธุรกิจเอะใจเลย ในสายตาพวกเขาเห็นฉันเป็นผู้ช่วยที่ภักดีและมีความสามารถสูง และฉันเป็นคนโง่ที่สุดในบรรดาคนทั้งหมด กลับหาทางหลอกตัวเองว่าช่วงเวลาลับ ๆ เหล่านั้น สายตาเข้มข้นที่เขามองฉันในความมืดนั้น มันต้องมีความหมาย ว่าฉันกำลังค่อย ๆ ละลายน้ำแข็งในใจเขา

จนกระทั่งวันเกิดของเขา เมื่อสัปดาห์ก่อน ฉันวางแผนดินเนอร์เล็ก ๆ ที่เป็นส่วนตัว ไวน์โปรดสุดหายากของเขา นาฬิการาคาแพงแบบไร้เหตุผลที่ฉันเก็บเงินซื้อมานานหลายเดือน ฉันแค่อยากสร้างค่ำคืนที่สมบูรณ์แบบ คืนที่เราจะแกล้งทำเป็นคู่รักธรรมดาแค่ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ว่าฉันเป็นมากกว่าความลับของเขา

ฉันรอจนกระทั่งเทียนไหม้จนเหลือแต่ตอ อาหารบนจานเย็นชืดจนแข็ง แชมเปญในแก้วก็หมดฟองไปนานแล้ว เขาไม่มา และเมื่อเข็มนาฬิกาเลยผ่านเที่ยงคืน เสียงแจ้งเตือนหนึ่งก็ดังขึ้นจากโทรศัพท์—เป็นโพสต์จากลอเรนโซ่ วาเลนติ ชายที่เคยมองว่าโซเชียลมีเดียเป็นความอ่อนแอไร้สาระ

เพียงประโยคเดียวที่ทำลายล้างฉันทั้งคน: "ของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดคือโอกาสครั้งที่สอง"

ใต้ประโยคนั้นนั้นคือภาพถ่าย ลอเรนโซ่กับอิซาเบลล่า กอดกันอย่างแนบแน่น มือของเขาปัดผมของเธอออกเบา ๆ ขณะที่ทั้งคู่สบตากันท่ามกลางแสงพลุสีสันเจิดจ้า ที่ต้องใช้เงินมหาศาล เธอกลับมาแล้ว

เลือดไหลออกจากหน้าฉันอย่างรวดเร็วจนโลกหมุน ความหนักอึ้งถาโถมทับลงบนอก ราวกับถูกคีมเหล็กรัดแน่น เป็นความเจ็บปวดที่ทำให้ฉันแทบหายใจไม่ออก

ฉันยึดมั่นในเศษความหวังสุดท้ายอันน่าสมเพช—ว่ามันอาจเป็นความผิดพลาด เป็นภาพที่ถูกตัดต่อ หรืออะไรก็ตาม—นิ้วมือฉันที่สั่นระริกก็กดโทรออกหาเขา

อิซาเบลล่าเป็นคนรับสาย เสียงของเธอใส นุ่มนวล และหวานอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ หวานจนรู้สึกเหมือนถูกฟาดเข้าที่หน้า “ฮัลโหล?” เธอเว้นจังหวะ “ฮัลโหล? ใครคะ?” เมื่อคอของฉันยังแน่นจนพูดไม่ออก เธอก็เรียกออกไป น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาปลอม ๆ “ลอเรนโซ่ ที่รักคะ? โทรศัพท์คุณดังค่ะ เป็นใครสักคนชื่อ… เอมีเลีย? แต่เธอไม่ยอมพูดอะไรเลยค่ะ”

ครู่หนึ่งต่อมา เสียงที่ทุ้มต่ำของเขาก็ดังขึ้น เย็นชา ไม่แยแส และถูกเสียงลำโพงกลบจนฟังได้ยินแบบไกล ๆ สลักฝังลงในความทรงจำของฉัน “ไม่ใช่คนสำคัญ ไม่ต้องสนใจนะ 'ที่รักของผม' นอนต่อเถอะ”

ไม่ใช่คนสำคัญ

โทรศัพท์หลุดออกจากมือที่ชาไร้ความรู้สึกของฉัน และตกลงกระทบพื้นหินอ่อนเสียงดัง และในวินาทีนั้นเอง… ฉันก็รู้แล้ว

ม่านได้ปิดลง สัญญาเช่าจบลง บทบาทของฉันในชีวิตเขาสิ้นสุดแล้ว ถึงเวลาเดินออกจากเวที
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ใต้เงามืดของเขา บนเตียงของเขา   ตอนที่ 20

    (มุมมองของเอมีเลีย)เสียงรถของตระกูลวาเลนติที่ค่อย ๆ เลือนหายไปในความมืด นั่นคือคำไว้อาลัยเพียงหนึ่งเดียวที่โลกใบเก่าจะได้รับ ฉันยืนอยู่ในโรงงานกว้างใหญ่ที่เงียบงัน กลิ่นดินปืนและเลือดติดค้างอยู่ในลำคอ กระดาษใบลาออกที่พับไว้ในมือหนักราวกับเหล็ก“ถือซะว่าเป็นใบลาออกของฉันจากชีวิตของเธอ”คำพูดของเขาดังก้องอยู่ในความว่างเปล่าที่เขาทิ้งไว้ ไม่มีการอ้อนวอนในแววตา ไม่มีความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะครอบครอง มีเพียงความสิ้นสุดอันเหนื่อยล้า เขามองฉัน และเป็นครั้งแรกที่เขา เห็น ฉันจริง ๆ—ไม่ใช่เอมีเลียของเขา ไม่ใช่ผีของเขา ไม่ใช่แม้แต่ศัตรู แต่เป็นตัวตนที่แยกขาด เป็นอิสระ และเขาก็ปล่อยฉันไปชัยชนะนั้นว่างเปล่า มาเตโอถูกยิงและถูกจับ ความทะเยอทะยานของเขาถูกทำลาย ชายที่ฉันเคยรัก เพิ่งยอมทิ้งโลกทั้งใบของตัวเองและเดินจากไป โซเฟียจากไปแล้ว กลับไปหาพี่ชายที่เธอยังคงรัก แม้จะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ฉันยืนอยู่เพียงลำพัง บนยอดพีระมิดแห่งเถ้าถ่านในวันต่อมา ตระกูลรอสซี่ก็จมดิ่งสู่ความโกลาหล เมื่อมาเตโอถูกโค่น และลอเรนโซ่จากไป เหล่าหัวหน้าที่เหลือก็หันมาเข่นฆ่ากันเองราวกับสุนัขอดอยาก ฉันใช้ทั้งอำนาจที่ลอเรนโซ่

  • ใต้เงามืดของเขา บนเตียงของเขา   ตอนที่ 19

    (มุมมองของลอเรนโซ่)คำสัญญาของคมมีดที่แนบอยู่กับผิวกายคือจุดเปลี่ยนสำคัญ มันตัดขาดเส้นด้ายแห่งการปฏิเสธที่หลงเหลืออยู่เป็นเส้นสุดท้าย ตลอดหนึ่งสัปดาห์ ฉันหลบอยู่ในเพนต์เฮาส์ ไม่ใช่ในฐานะกษัตริย์กลับสู่บัลลังก์ แต่เป็นสัตว์บาดเจ็บที่กลับเข้ารังของตัวเอง ความเงียบไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป มันอัดแน่นไปด้วยเสียงสะท้อนของความล้มเหลวของฉันเอง ฉันยืนอยู่ริมหน้าต่างเป็นชั่วโมง ๆ ไล่สายตามองไฟหน้ารถที่เคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่าง แต่ละดวงคือเครื่องเตือนใจว่าเมืองทั้งเมืองกำลังก้าวต่อไปโดยไม่มีฉันฉันไม่แตะต้องรายงานการเงินหรือแฟ้มข่าวกรองเลย ภาษาที่เต็มไปด้วยข้อเท็จจริงเหล่านั้นไม่อาจถ่ายทอดความจริงที่ฉันถูกบังคับให้เผชิญในที่สุดได้—ฉันสูญเสียเธอไปแล้ว ไม่ใช่เพราะความตาย แต่เพราะความมืดบอดอันใหญ่หลวงของตัวฉันเอง ความหมกมุ่นที่ขับเคลื่อนฉันมาหลายเดือนกลับให้ความรู้สึกเหมือนโรคร้าย และวิธีรักษาเพียงอย่างเดียวคือการยอมแพ้อย่างสิ้นเชิง เจ็บปวดราวกับต้องตัดอวัยวะทิ้งในสภาพของการยอมจำนนที่กลวงนี้เอง มาร์โกพบฉัน เขาไม่เคาะประตู เพียงแค่เดินเข้ามา สีหน้าตึงเครียด “ดอนวาเลนติ” เขากล่าว น้ำเสียงตัดผ่านอากา

  • ใต้เงามืดของเขา บนเตียงของเขา   ตอนที่ 18

    (มุมมองของลอเรนโซ่)ความอัปยศในคืนนั้นที่ตรอกซอยแผดเผารุนแรงยิ่งกว่าความโกรธใดที่ฉันเคยรู้จัก นอนอยู่บนพื้นเปียกชื้น ลิ้มรสเลือดและความพ่ายแพ้ในปาก ขณะที่เอมีเลีย—เอวา—ยืนค้ำฉันด้วยปืน มันคือจุดต่ำสุดที่ฉันไม่เคยคิดว่าจะมาถึงได้เธอไม่ได้แค่ปฏิเสธฉัน เธอเอาชนะฉันทางร่างกาย ปลดอาวุธฉัน และทิ้งฉันไว้บนพื้นอย่างพังพินาศ ความทรงจำนั้นเป็นตราประทับบนศักดิ์ศรี เป็นแผลเป็นที่เต้นระบมไปพร้อมทุกจังหวะหัวใจหลายวันต่อมา ฉันคือพายุที่ถูกกักขังอยู่ในเพนต์เฮาส์ของตัวเอง ฉันทุบทำลายทุกอย่าง—แจกันล้ำค่าที่เธอเคยชื่นชม แก้วคริสตัลที่เราเคยชนฉลอง จอมอนิเตอร์ที่แสดงรายงานการเงินซึ่งยืนยันความสำเร็จของเธอที่ยังคงเดินหน้าต่อไปฉันตะคอกใส่เงามืด ใส่มาร์โกที่ยืนอย่างระแวง ใส่กำแพงเงียบงันที่เหมือนตัดสินฉัน และสะท้อนคำพูดสุดท้ายของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ครั้งหน้าที่คุณมาหาฉัน ฉันจะไม่พลาด”ดอนผู้เยือกเย็นและรอบคอบหายไป ถูกแทนที่ด้วยสัตว์ที่บาดเจ็บ มาร์โกรู้ดีพอจะเข้าหาฉันเฉพาะเรื่องจำเป็นที่สุด ส่วนโซเฟีย… โซเฟียหายตัวไปไม่ต้องเดาเลยว่าเธออยู่กับใคร คงหัวเราะเยาะฉัน ร่วมฉลองว่าลอเรนโซ่ วาเลนติผู้ยิ่งใหญ่ถ

  • ใต้เงามืดของเขา บนเตียงของเขา   ตอนที่ 17

    (มุมมองของลอเรนโซ่)การตระหนักว่าฉันกำลังถูกชักใย—ว่าการจดจ่อกับเอมีเลียเพียงคนเดียวทำให้ฉันมองไม่เห็นการขยายอำนาจในวงกว้างของมาเตโอ—เป็นความอัปยศที่บาดลึกยิ่งกว่าคมมีด ฉันกลายเป็นสิ่งรบกวนเอง ลอเรนโซ่ วาเลนติ ถูกลดสถานะเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งในสงครามของตัวเอง ถูกผู้หญิงที่ฉันพยายามต้อนให้จนมุมจูงจมูกไปมาความโกรธที่ตามมานั้นเย็นและคมเฉียบ เป็นเครื่องมือให้ใช้งาน ไม่ใช่ไฟให้ระเบิด ฉันเรียกมาร์โกเข้ามาในห้องทำงาน แผนที่เมืองถูกกางอยู่ตรงหน้า ราวกับร่างผู้ป่วยที่ถูกวางยาชาอยู่บนโต๊ะผ่าตัด“พอแล้ว” ฉันพูด เสียงราบเรียบ ปราศจากไฟคลั่งที่หล่อเลี้ยงฉันมาหลายสัปดาห์ “การโจมตีส่วนตัวต่อเอวา รอสซี่ หยุดทั้งหมด มีผลทันที”มาร์โกมองฉันอย่างประหลาดใจ “ดอนวาเลนติ?”“เธอคือเสียงไซเรน มาร์โก และฉันกำลังบังคับเรือพุ่งชนโขดหิน” ฉันชี้ไปยังดินแดนที่เรายึดมาจากลอมบาร์ดิ ซึ่งตอนนี้เริ่มถูกแทรกด้วยอิทธิพลของรอสซี่ “นี่แหละคือสนามรบที่แท้จริง ไม่ใช่ฝ่ายการขนส่งของเธอ ไม่ใช่เกมกฎหมายของเธอ แต่คือผืนดิน เราจะหยุดมองเธอ แล้วหันไปมองเขา มาเตโอกำลังได้ใจ ถึงเวลาต้องเตือนว่าทำไมชื่อวาเลนติถึงยังทำให้คนหวาดกลัว

  • ใต้เงามืดของเขา บนเตียงของเขา   ตอนที่ 16

    (มุมมองของลอเรนโซ่)การเดินทางกลับจากงานกาล่านั้นเลือนราง เต็มไปด้วยความโกรธและความว่างเปล่าในอก ภาพของเอมีเลีย—เอวา—ฝังแน่นอยู่ในหัวฉัน เดรสสีเขียวมรกต ทรงผมที่เกล้าขึ้นอย่างสง่างาม และสายตาเย็นชาที่ปราศจากความอบอุ่นใดๆ ที่ฉันเคยโศกเศร้าคร่ำครวญถึงมาหลายเดือน เธอไม่ได้แค่มีชีวิตอยู่—เธอกำลังรุ่งเรือง และเธอมองฉันราวกับเป็นคนแปลหน้า คนที่น่ารำคาญด้วยซ้ำโซเฟียไม่พูดแม้แต่คำเดียวตลอดทางกลับ ความตึงเครียดระหว่างเราหนักหน่วงจนแทบจับต้องได้ในเบาะหลังรถมายบัค อึดอัดจนหายใจไม่ออก เมื่อรถเข้ามาถึงคฤหาสน์ เธอก็ลงจากรถและเดินเข้าไปโดยไม่หันกลับมามอง ความแตกแยกได้กลายเป็นเหวลึก และฉันรู้ด้วยความแน่ชัดว่า น้องสาวของฉันได้เลือกข้างแล้ว น้องฉันเลือกเธอฉันตรงไปที่ห้องทำงานทันที ความเงียบของห้องเป็นสิ่งต้อนรับเมื่อเทียบกับความโกลาหลในหัว ฉันรินวิสกี้ ของเหลวสีอำพันนั้นไม่ช่วยบรรเทาความรู้สึกเย็นยะเยือกในท้องของฉันเลย เธอเรียกอดีตของเราว่า “ดินแดนที่ไม่คิดจะหวนกลับไป” และเธอเรียกฉันว่า… สิ่งรบกวนสิ่งรบกวนคำนั้นคือการดูถูก เป็นคำหยาบคาย ฉัน ลอเรนโซ่ วาเลนติ เคยเป็นศูนย์กลางจักรวาลของเธอมานานแปด

  • ใต้เงามืดของเขา บนเตียงของเขา   ตอนที่ 15

    (มุมมองของลอเรนโซ่)สิ่งนี้เปลี่ยนทุกอย่าง สงครามไม่ใช่การบุกโจมตีตระกูลรอสซี่แบบตรงไปตรงมาอีกต่อไป มันกลายเป็นใยแมงมุมซับซ้อน และน้องสาวของฉันเอง—คือเส้นด้ายที่ถูกถักลึกอยู่ในนั้น ฉันไม่อาจบุกฐานที่มั่นของรอสซี่ได้ โดยไม่เสี่ยงให้เธอตกอยู่ในอันตราย และก็ไม่อาจเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ โดยไม่ยืนยันความสงสัยของตัวเอง และผลักให้เธอหนีไปอยู่ข้างเอมีเลียอย่างสมบูรณ์ฉันต้องการแผนใหม่ ฉันต้องเห็นเอมีเลียคนใหม่นี้ด้วยตาตัวเอง “เอวา รอสซี่”โอกาสมาถึงในไม่กี่วันถัดมา งานกาล่าการกุศลระดับไฮเอนด์ จัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะกลางเมือง งานประเภทที่มาเตโอ รอสซี่ใช้ฟอกภาพลักษณ์ และอวด “ความชอบธรรม” ที่เพิ่งได้มาข่าวกรองระบุชัด คนวงในของเขา รวมถึงที่ปรึกษายุทธศาสตร์คนใหม่ จะมาปรากฏตัวฉันจะไป ไม่ใช่ในฐานะนักล่าที่พังประตูบุกเข้าไป แต่ในฐานะ “ผีจากอดีต” ที่ก้าวกลับเข้าสู่ปัจจุบันของเธอค่ำคืนนั้นมาถึง ฉันยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในเพนต์เฮาส์ จัดข้อมือที่ชุดทักซิโด้อย่างเป็นระเบียบ ภาพที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่ฉันคนเดิม เฉียบคม เย็นชา ความอ่อนแอจากความโศกเศร้าถูกเผาด้วยไฟใหม่ที่ไม่หยุดยั้งภายนอกฉันคือดอนผู้ทรงอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status