LOGINการต่อสู้กับตำราแห่งความตายด้วยพลังปีศาจเต็มกาย ผลออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจ ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วปีกอันงดงามเหลือสภาพเป็นสีดำกระง่อนกระแง่น ด้วยฝีมือผู้พิทักษ์ที่หน้าตาเหมือนปีศาจงู
เจ้าตำราแสบสร้างกำแพงสูงเทียมฟ้า แถมเก่งฉกาจเรื่องเพลิงกัลป์ ปีศาจสาวในอาภรณ์สีขาวสะอาดกลิ้งหลุน ๆ จากตำรา ก้นกระแทกพื้นเรือน นางร้องไห้คร่ำครวญอย่างเจ็บปวด “ฮืออ.... ปีกแสนสวยของข้าา หนวดข้า... ข้าเหลือแต่หนวด...”
“เจ้าทำได้ดี... ปีศาจผีเสื้อ”
“ข้าทำงานให้ท่านมาตั้งนาน ไยท่านไม่เรียกชื่อข้าเจ้าคะ? ข้า...”
“ถิงถิง ข้ารู้ชื่อเจ้า เพียงพลั้งปากไปประสาข้า ขอเจ้าอย่าถือสา ข้าไม่เคยพูดจาเอาอกเอาใจใคร”
“เจ้าค่ะนายท่าน เทพมรณาผู้ยิ่งใหญ่ เกลียดชังความชั่วร้าย ท่านก็เลยจะพิพากษาข้า... ถิงถิงไร้ความผิด... ข้ามาช่วยงานท่าน แลกกับการมีชีวิต...”
นางตัดพ้อบุรุษเทพ การบำเพ็ญเพียรเป็นเทพมิใช่เรื่องง่าย จำต้องมีจิตใจที่เสียสละเมตตาเป็นอย่างมาก เหตุใดจึงใช้งานนางเยี่ยงทาสในเรือนใต้ เหมือนท่านปู่ปฏิบัติอย่างร้ายกาจกับพวกเขา เมื่อไร้ประโยชน์ก็ฆ่าทิ้งเสีย
นีเทียนต้าเซินผ่อนลมหายใจ เขารู้สึกไม่ชอบใจเมื่อเห็นน้ำตาของนาง พักหลังมานี้เขาแวะเวียนมาดูอาการบาดเจ็บนาง นำชาและอาหารมาให้นางก่อนเอ่ยขอให้นางทำงานอย่างสุภาพชน เขาก้มหน้าเล็กน้อย เรียกนางด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง “ถิงถิง... ข้าจะพาเจ้าไปชิมผลสุกวิญญาณดีไหม? เจ้าคิดว่ายังไง ที่จริงแล้วต้นไม้วิญญาณก็มีตั้งหลายแห่ง”
“ข้าไป ข้าอยากไป!”
“เจ้าเคยไปเทวโลกไหม?”
“ข้าเคยไปเทวโลกชั้นดินครั้งหนึ่ง เทวโลกชั้นน้ำชั้นฟ้าข้ายังไม่เคยไป ท่านแม่กำชับข้าไม่ให้ข้าไปเทวโลกอีก ข้าเคยไปสร้างเรื่องเอาไว้...”
เงาปีกหงิกงอลีบลงไปกับแผ่นหลัง ใบหน้าหวานงามเปรอะเปื้อนคราบเขม่าควันและคราบน้ำตา อาภรณ์สีสันสดใสของนางขาดวิ่น เนื้อตัวนางมีแต่กลิ่นไหม้ นางทำหน้าตาน่าสงสารเหลือบมองบุรุษเทพ ในที่สุดเขาก็รับปากนาง
“เจ้าหยุดร้องไห้ ลุกขึ้นมา ข้าจะพาเจ้าไปหาผลไม้วิญญาณ”
อุ้งเท้าเล็กจิ๋วของผีเสื้อวางพักบนอาภรณ์ลายเมฆา รอบกายนางปรากฏละอองน้ำไหลเวียนเป็นสาย ทอประกายอร่ามดั่งดวงดารา นางแสนดีใจ เมื่อเขาสั่งให้นางเข้ากรงเหล็กที่เหน็บไว้เหนือผ้าคาดเอว เทพมรณาควบขี่อาชาแห่งความมืดไปเทวโลก
เทวโลกแบ่งแยกย่อยเป็นชั้นฟ้า ชั้นดิน ชั้นน้ำ ยิ่งสูงเท่าไรยิ่งงดงาม เงียบสงบมากขึ้นเท่านั้น
เทวโลกชั้นน้ำอยู่ใกล้กับโลกมนุษย์มากที่สุด ในภพภูมิบาดาลมีทั้งพื้นดินและผืนน้ำ ท้องฟ้าแจ่มใส มีช่วงราตรียาวนานกว่า แสงจันทร์สีเหลืองนวล แม้กระทั่งแสงตะวันก็ทอประกายอร่ามงามราวสีของทองคำ
มาถึงที่นี่แล้วนางอดคิดถึงมิตรสหายเทพผู้เฒ่าแม่เฒ่าไม่ได้เลย พวกเขาเป็นผู้เสียสละตนเช่นนีเทียนต้าเซินเสียสละให้เหล่าดวงวิญญาณ นางก้มมองใบหน้าหล่อเหลาสะท้อนแสงนวลอ่อน ครู่หนึ่งร่างกระดูกห้อมล้อมด้วยเพลิงกัลป์ ฉีกยิ้มสยดสยอง นางคงปรารถนาให้เขาเป็นบุรุษเทพรูปงามซะมากกว่า
“ข้าพอเข้าใจว่าเมื่อใดที่ยมทูตไม่เพียงพอ วิญญาณหลงทางทั้งหลายไม่อาจไปเวียนว่ายตายเกิด พวกเขาจะถูกปีศาจกลืนกิน ตกหล่นในต้นไม้วิญญาณ วิญญาณส่วนหนึ่งพยายามหลบหนีการจับกุม เป็นเรื่องยุ่งยากในภายหลัง”
“อื้ม... เจ้ารู้ก็ดี จะได้ตั้งใจทำงาน”
นี่คงเป็นหนทางให้เขาไม่รู้สึกผิดที่ไปลักพาตัวนางมา บังคับให้นางเปลี่ยนวันหมดอายุขัยของยมทูตด้วยการยื่นข้อเสนอเป็นความตายของตัวนางเอง
นีเทียนต้าเซินเงยหน้าขึ้นมองผีเสื้อบนต้นไม้สูงตระหง่าน ปีศาจสาวร้องไห้คร่ำครวญ เนื้อตัวมอมแมมบาดเจ็บ หนวดผีเสื้อของนางไม่รับรู้กลิ่น เขาจึงให้เวลานางดื่มด่ำพลังวิญญาณโดยไม่เร่งเร้าเหมือนครั้งก่อน ๆ
นึกย้อนกลับไปตอนสามพี่น้องผีเสื้อตัวน้อยติดกับดักอสูรในภพภูมิลับแล เกือบได้เป็นอาหารของปีศาจตะขาบพันปี พี่สาวคนโตเล่าว่าปีศาจตนนี้มีเรือนผมสีเงิน รูปโฉมงดงาม แต่เหยื่ออย่างไรก็คืออาหารรองท้อง การหลบหนีจากโพรงหลุมขนาดใหญ่จำต้องมีพลังที่มากกว่า
เมื่ออดทนรอความช่วยเหลือของท่านปู่ต่อไปไม่ไหว เจ้าถิงถิงถูกฉีกปีกไปจนไม่เหลือแม้เส้นปีก พี่สาวทั้งสองยังเกือบจะฉีกแขนและขาของนางเพื่อสูบพลังเวทให้ตนมีชีวิตรอด กว่านางจะผลัดปีกผีเสื้อให้งอกออกมาใหม่ได้ครบทั้งสามคู่ ใช้เวลาร่วมสามร้อยปี
“ข้ามองเห็นเจ้าเคยติดกับดักอสูรในภพภูมิลับแล...”
“ท่านเห็นหรือเจ้าคะ?”
“อื้ม... เจ้าเป็นผู้มีเมตตา เสียสละ ข้าคงต้องตกรางวัลให้เจ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ไม่พูดเปล่า นัยน์ตาสีชาดหลุบมองแววตาหวาดหวั่นของนาง โฉบปีกบินลงมาทำหน้าฉงน สักพักหนึ่งนางก็ร้องไห้อีก “ข้าไม่เคยพบปีศาจที่ไหนจะเสียน้ำตา เรื่องความคิดชั่วร้ายก็มีเพียงเล็กน้อย”
“นับเป็นวาสนา หากท่านเมตตาผีเสื้อน้อย... ฮึก... ขอท่านอย่าได้ขังข้าไว้ในกรง ข้าทำงานให้ท่านแล้ว ได้โปรดรักษาข้า... นีเทียนต้าเซินเมตตาข้า เป็นหนี้บุญคุณท่านแล้ว”
“ไม่ถือเป็นบุญคุณติดค้างกัน เจ้าทำงานให้ข้า พาเจ้ามาดื่มด่ำพลังวิญญาณ...” เขาชื่นชมนางแต่ก็ดุนาง “เลิกร้องไห้เสียที ถิงถิง เจ้าลุกขึ้นมา”
“ข้าลุกไม่ไหว ฮือ... ข้าเป็นผีเสื้อ... ไม่ได้...”
“ถิงถิง เจ้าเงียบเสีย... ปีศาจล้วนมีกายทิพย์แข็งแกร่งกว่ามนุษย์หลายเท่า อาการบาดเจ็บของเจ้าไม่ช้านานก็หาย”
นีเทียนต้าเซินเอามือไพล่หลังมองนาง เศร้าโศกเสียใจไม่เลิกรา ริมฝีปากสีชาดพร่ำบ่นว่านางบาดเจ็บได้ สูญสลายได้ จะตายวันตายพรุ่งก็หาได้รู้ไม่ กระนั้นนางยังเต็มใจยินดีกับการเสียสละเพื่อผู้อื่น แต่ปีศาจอายุขัยน้อยนิดอย่างนางควรออกไปเที่ยว...
กระดิ่งลางร้ายในเรือนใต้ที่สั่นดังทำให้มิอาจชะล่าใจ หลี่หวังหยางนัดแนะบรรดาปีศาจให้เล่นละครไปตามน้ำ ตบตากลุ่มควันหยินหยางซึ่งอาจปรากฏตัวอีกเมื่อใดก็ได้ ตามคาดการณ์ว่ายมทูตอาจกลับมา เมื่อศัตรูตายใจ จะได้ไม่เสียการใหญ่ ค่อยส่งสารแจ้งฝั่งจิ้งจอกเงินให้สลักอักษรไว้บนฝ่ามือว่า ‘忘’ ลืม หมายถึงเวทลบเลือนความจำของยมทูต“ที่ใดมีความตาย ที่นั่นมียมทูต พวกนั้นรวบรวมดวงวิญญาณมากมายไปเพื่ออะไร?”สีหน้าสงสัยแกมเจ้าเล่ห์ของปีศาจเฒ่าในร่างบุรุษรูปงามซักไซ้เอาความจริงจากร่างไร้สติสตรีในอาภรณ์สีชาดอยู่ในเงื้อมมือ เวทหยินห้อมล้อมรอบลำคอ ยามนี้จะบีบคั้นนางก็ตายเปล่า นางสูญสลายเป็นเถ้าควันได้ในพริบตาข้างกันนั้นเป็นพี่สาวทั้งสองนอนฟุบบนพื้นหญ้า ญาติผู้พี่อีกสาม บุรุษจิ้งจอกผู้ติดตามฮู่โหมวยังคงไม่ฟื้นจากแรงปะทะของเวทปีศาจราตรี การสะบัดพิษจากปีกของหลี่หวังหยางทำลายเวทหยินหยางใต้อักษร 忘 กลางหน้าผากจนแตกเป็นเสี่ยง ดวงตาสีอำพันเปิดเผยบนปีกสีนิลทั้งแปดคู่ หลังจากนั้นเรือนไม้ในงานวิวาห์กลายเป็นพื้นที่โล่งเปล่าเยียบเย็น“พวกมันใช้เวทลบเลือนความทรงจำ ส่งตัวเจ้าสาวกลับคืนสู่งานวิวาห์เช่นคืนที่ลักพาตัวเจ้าไป อื้ม.
ถิงถิงพร่ำพรอดกอดเทพมรณาหลังจากที่เขาไม่ขัดขืนนางอีก ฝ่ามือเย็นเฉียบของนางลูบไล้ผิวกายอุ่น ได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจครืดคราดผ่านใบหูไปไว ๆ เขาปิดตาลงบ่อยครั้งจนนางขมวดคิ้วสงสัย กว่าที่นางจะรับรู้ได้อีกคราจากสัมผัสของมืออุ่นร้อน กำลังลูบผ่านแผ่นหลังบางเนื้อกายของนางและเขาแนบชิดสนิทสนม ไอปีศาจห้อมล้อมทั้งสองเรือนกาย นางสารภาพต่อเขาว่านางมีความสุขมากมายเท่าไร“ความสุขอะไรของเจ้า ร่วมแรมปีในนครมรณา ใต้ต้นไม้วิญญาณ ในเรือนไม้ที่ข้ามานั่งทำงานเคียงข้างเจ้า ข้าเฝ้ามองเจ้า วัน ๆ เจ้าเอาแต่นอนเกียจคร้าน”“นานขนาดนั้นเชียวหรือ?”“อื้ม... ตอนข้าไม่อยู่ เจ้าไปเที่ยวเล่น ข้ามเทือกเขาไปก่อกวนยมทูตในหลายเขตแดน เจ้าทักทายพวกเขาทุกรุ่งอรุณ ยมทูตกลับมาจากการรวบรวมดวงวิญญาณ ไยเจ้ายืนกรานว่ามีความมืดมิดเป็นสหาย?”ปีศาจน้อยคลี่ยิ้ม กลอกแววตาซุกซน ยามหวนคิดถึงท่านลุงทั้งหลายท่ามกลางราตรีมืดมิดของเมืองมรณา กลุ่มเมฆาสีขาวสลับดำเป็นดวงกลมนับหลายหมื่นลอยละล่องในเวหา ไม่ไกลจากตัวนางซึ่งเป็นผีเสื้อตัวน้อยในวงยมทูตยมทูตมักปิดวาจา ไม่ใคร่สนทนา นอกเสียจากกับยมทูตด้วยกัน ท่านลุงค่อนข้างรำคาญนางเอามาก ๆ หากเห็นนางเดิ
“ว่าง… อย่าเสียเวลาข้า ดวงวิญญาณมากมายเฝ้ารอเทพมรณา ข้าจำต้องออกไปรับดวงวิญญาณ นำทัพยมทูต…” นางพูดแทนเขา ขยับปลายนิ้วเรียวยาวหยิกจมูกโด่งเป็นสันคม เขาย่นจมูก พ่นลมหายใจสีชาดแลดูน่าสะพรึงกลัว นางมิได้หวั่นเกรงแม้แต่น้อย แถมยังต่อว่า “ข้าได้ยินจนเบื่อ เชื่อข้าเถอะ ถึงท่านไม่ทำงาน ยังมีเทพมรณาอีกตั้งสอง”“ทำงานได้เรื่องที่ไหน...”“ท่านไม่ควรดูแคลนผู้ใดในแดนมรณา แดนปีศาจ แดนเทพ แม้แต่มนุษย์ผู้ไร้ซึ่งพลัง พวกเขามีความคิดยิ่งใหญ่เกรียงไกร มีหัวใจกล้าหาญเสียสละ นีเทียนต้าเซิน ท่านรู้ไหม? ราชาแห่งสวรรค์ปกครองแดนเทพด้วยเมตตาธรรม ท่านอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ดูแคลนแม้กระทั่งปีศาจ”“เจ้าเคยพบเขาผู้นั้นหรือ? ข้าว่าเจ้าเพียงได้ยินมา ส่งสารผ่านปากต่อปาก เจ้ารู้จักคน แต่หารู้จักใจเขาไม่”ถิงถิงส่ายหน้า ค่อนขอดเทพผู้ผยองตน เขาหลุบตามองนาง หัวเราะชั่วร้าย นางกล่าวว่าแม่เฒ่าเล่าให้นางฟัง นางอดไม่ไหวต้องสั่งสอนเทพซะบ้าง“ท่านเงียบเสีย... จูบข้า”“เจ้า... อยากตายรึ?” เขาเข่นเขี้ยวขู่นาง ออกแรงขัดขืนการบังคับจากลมพัดไหวข้างใบหู ทว่าในห้วงนิทรานี้ไม่ว่านางสั่งอะไรก็จำต้องทำตาม“จูบข้า ที่หน้าผาก แก้ม ริมฝีปาก”นี
นัยน์ตาเยียบเย็นสีชาดไม่ไหวติง แม้ปีศาจสาวจะพลิกฝ่ามือดึงเทพมรณาให้มานั่งจิบชาในฝั่งตรงกันข้าม บังคับเขาไปเสียทุกอย่างดั่งใจนาง เสกถ้วยชาและขนมหน้าตาน่ารับประทาน แป้งปั้นเป็นรูปดอกไม้ รูปภูตแมลงผีเสื้อ เต่าทอง วางเรียงรายในจานดินเผาบนโต๊ะเตี้ย ๆเมื่อตรึกตรองดูแล้วนีเทียนต้าเซินใช้พลังมากมหาศาลในการผนึกตำราสีชาด มันเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ตามคำตักเตือนของยมทูตอาวุโส ตอนนี้เขาไม่น่ามีพลังมากพอทำลายห้วงนิทราผีเสื้อใช่แล้วล่ะ... นอกเสียจากผนึกตำราไม่ได้ ร่างปลอมมาพบนางอย่างลับ ๆ ชั่วพริบตาเดียวก็หายไป กระจกเวทแปดเหลี่ยมนี้นางได้มาจากเขา เรียกของวิเศษมาให้นางเหมือนกระบี่ปีศาจเพียงนางเอ่ยขอ“ข้าเดาว่าท่านกำลังใช้ความคิด ไม่รู้ว่าในนิทราผีเสื้อสามารถทำงานของท่านได้หรือไม่?”“...”นีเทียนต้าเซินนั่งนิ่งขรึม มองนางรินชาอย่างกุลสตรีก่อนหน้านี้นางเปลี่ยนอาภรณ์เทพมรณาเป็นสีฟ้าคราม สีเขียวมรกต ปักปิ่นงดงามอย่างคุณชายในเมืองมนุษย์ เป็นสีขาวอย่างบุรุษเทพในเทวโลก เป็นสีนิลสนิทมีกรงเล็บปีศาจประหนึ่งจอมมาร นางเรียกเขาท่านจอมมารแล้วหัวเราะ นางเล่นสนุกกับการเปลี่ยนอาภรณ์ของเขาไปมาจนพลังหยินลอยละล่องเต็
ฝันไปเถอะ!นีเทียนต้าเซินหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน แทนที่จะลั่นวาจาเด็ดขาด ไม่มีทางรับดวงวิญญาณนางมาเป็นยมทูต ในเมื่อมันเป็นไปไม่ได้ลิขิตชะตา เป็นเรื่องเหนืออำนาจการควบคุม ภพชาติหน้าของนางจะเกิดเป็นอะไรก็หาได้รู้ไม่ขณะนัยน์ตาสีชาดยังคงเพ่งมองท่าทีโอหัง หวังให้นางศิโรราบ เขายืนเอามือไพล่หลังข้างฟูกนาง“ลุกขึ้นมาทำงานของเจ้า ไหวหรือไม่?”“ข้าไม่ทำงานให้ท่านแล้ว ข้าจะไป... จากที่นี่”“เจ้าแน่ใจ?”“เจ้าค่ะ ท่านและข้า ขออย่าได้พบกันอีกเลย หากมิใช่ในปรภูมิ หวังว่าท่านจะไม่ลืมที่ลั่นวาจาเอาไว้ว่าข้าเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ”สีหน้าของผู้ขลาดกลัวบัดนี้เป็นคนละคน นางไม่อ่อนน้อมยอมตามอีกต่อไปนีเทียนต้าเซินเบิกเนตรสีชาด ด้วยความรู้สึกเจ็บปวดประหลาดในอก ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เมื่อยมทูตตัดขาดจากห้วงความรู้สึกสิ้น อีกใจหนึ่งก็หวังให้นางเปลี่ยนคำพูดของนาง กลับพบเพียงลูกแก้วอำพันเปี่ยมล้นหยดน้ำตา นางยืนกรานว่าจะกลับเรือนใต้ เขากลั้นใจตอบนาง“ได้ ในเมื่อเจ้าตัดสินใจดีแล้ว ข้าจะไปส่งเจ้า”-----------หัวใจปีศาจเคยสงบราวสายน้ำนิ่ง บัดนี้ไม่ต่างจากกระแสน้ำวน นางทั้งสับสน เสียใจ ไยเทพมรณาช่างไร้เย
ระหว่างที่นางลุกขึ้นไปเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ เจ้าร่างปลอมไม่เลิกตามนาง แถมทำหน้าตาขึงขังเจ้าเล่ห์ นางเกือบจะควักกระบี่ปีศาจออกมาฟาดฟันการต่อสู้อันไร้ประโยชน์หยุดลงในหัว เมื่อสิ่งของสำคัญอยู่ในเรือนใต้ทั้งหมด นางนั่งถอนหายใจบนฟูก ก่อนจะเบิกตากว้างมองกระบี่สีนิลปรากฏในมือเทพ ไม่รู้ว่าร่างปลอมเสกมันขึ้นมาได้อย่างไร เขาขยับฝีเท้าเข้ามาหานาง ส่งกระบี่สลักลายบุปผาให้นางกับมือ นางลุกขึ้นยิ้มดีใจ“กระบี่ปีศาจข้า... ท่านได้มายังไง?”ร่างปลอมยิ้มให้นางแทนคำตอบ นางพยายามถามเขาเท่าไรก็ยอมบอกนาง“ก็ได้ ข้าจะยอมตามใจท่านสักวัน ท่านตัวปลอม ขอโทษที่ข้าเสียมารยาท”ใบหน้าหล่อเหลาแลดูอ่อนโยนแม้กระทั่งในแววตา เขาชื่นชมนางพลางว่า ‘ดีแล้ว ดีมาก’ โน้มลงแตะริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียน นางสะดุ้ง ยกมือแปะหน้าผากเหมือนถูกของร้อน แก้มแดงระเรื่อไปถึงใบหู“ท่านทำอะไรน่ะ!?”“เจ้าชอบ”“ทะ... ท่านเป็นเพียงภาพลวงตา”“เหลวไหล เบื้องหน้าสายตาเจ้าเป็นเรื่องจริง มีอยู่จริง เจ้าเชื่อข้า”“ท่าน... เหมือนเขามาก ทั้งกายทิพย์... วิญญาณ ทั้งกลิ่นดอกปี่อั้น...”“เมื่อคืนข้านอนข้างหลังเจ้า... ใส่ยาบนปีกเจ้า...”ถิงถิงกลอกตาใช้ความคิด ตั้







