แชร์

บทที่ 3

last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-18 13:43:54

            หลังจากได้สติในวันนั้น ผมต้องทำการฟื้นฟูร่างกายพร้อมไปกับการทำกายภาพบำบัด พ่อกับแม่บอกเล่าเรื่องราวอุบัติเหตุในครั้งนั้นให้ผมฟัง มีคนเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุหลายคน แต่ส่วนใหญ่จะได้รับบาดเจ็บสาหัส ผมเป็นหนึ่งในคนที่รอดชีวิต

            “ผมอยากกลับบ้าน” กรกวินท์เอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาเดินได้เกือบเป็นปกติ

            “แต่หมอยังไม่อนุญาตเลยนะลูก”

            “ผมหายดีแล้วครับแม่และเบื่อที่จะต้องนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในโรงพยาบาลแบบนี้”

            “พ่อจะคุยกับหมอเรื่องนี้เอง”

            วันต่อมาผมได้ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านตามต้องการ โดยมีแม่คอยอยู่ดูแล

            “แม่ไม่ต้องไปดูแลร้านดอกไม้ของแม่เหรอครับ ทิ้งมานานระวังจะเจ๊งนะ”

            “แม่อยากอยู่เป็นเพื่อนกร หรือว่ากรเบื่อหน้าแม่แล้ว”

            กรกวินท์เดินเข้าไปกอดกวินตา “พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับแม่ ใครจะกล้าเบื่อหน้าดาราสาวแสนสวยอย่างคุณกวินตาได้ล่ะครับจริงไหม”

            พูดจบก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ “ผมรักแม่นะครับ”

            “แม่ก็รักกร ว่าแต่กรกำลังจะออกไปไหน”

            “ว่าจะไปมหาลัยครับแม่ นัดกับเพื่อน ๆ เอาไว้ เย็นนี้พ่อกับแม่ไม่ต้องรอกินข้าวนะครับ ผมไปนะ”

            “อย่ากลับให้มันดึกนักนะกร”

            “ครับแม่”

            ผมสวมหมวกกันน็อกก่อนจะขี่มอเตอร์ไซด์คันโปรดไปที่มหาวิทยาลัย

            ผมถึงคณะ แล้วนั่งรออยู่พักใหญ่ก็เห็นเพื่อนรักเดินตรงมาหา

            “มารอนานหรือยัง” ธนาธิปเอ่ยถาม

            “เพิ่งมาถึง”

            “ยินดีต้อนรับการกลับมานะเว้ย” พฤกษ์กล่าวด้วยสีหน้าทะเล้น

            “เออ ขอบใจนะที่นายสองคนไปเยี่ยมฉันที่โรงพยาบาลเสมอ”

            “ขอบใจทำไมวะ เรื่องจิ๊บ ๆ”

            “แล้วนี่หายดีแล้วเหรอถึงได้ออกมาซ่าได้”

            “หายแล้วเว้ย ขืนให้นอนนานกว่านี้ได้เป็นง่อยกันพอดี มีใครติดต่อรุ้งได้บ้างหรือเปล่า ฉันพยายามโทรหารุ้งหลายครั้งแต่ก็ติดต่อไม่ได้เลย สงสัยจะเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์”

            ธนาธิปหันไปสบตาพฤกษ์เมื่อได้ยินคำถามนั้น

            “มีอะไรหรือเปล่าวะ ทำไมทำท่าแปลก ๆ แบบนั้น”

            “ไม่มีอะไร คงจะเรียนหนักล่ะมั้งรุ้งก็เลยไม่ได้ติดต่อนาย น่าจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านายหายดีแล้ว”

            “บอกความจริงไอ้กรมันไปเถอะวะพฤกษ์”

            “ความจริงอะไร!”

            “ก็ความจริงที่ว่าทอรุ้งมีแฟนใหม่แล้วน่ะสิ” ธนาธิปตัดสินใจบอกในสิ่งที่เพื่อนควรต้องรู้

            “ล้อเล่นแบบนี้ไม่ขำนะเว้ย”

            “ธนามันพูดเรื่องจริง ทอรุ้งทิ้งนายไปคบคนอื่นตั้งแต่รู้ว่านายนอนเป็นเจ้าชายนิทรา”

            ผมถึงกับอึ้งไปเมื่อได้รับรู้เรื่องนี้ ผมกับทอรุ้งคบกันตั้งแต่ม. ปลาย จนย้ายมาเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน เพียงแต่คนละคณะ ไม่น่าเชื่อเลยว่าความสัมพันธ์ของเราต้องมาจบลงง่าย ๆ แบบนี้ เพื่อนรักทั้งสองตบบ่าเบา ๆ แทนการปลอบใจ

            “ตัดใจเสียเถอะวะไอ้กร เขาเป็นของคนอื่นไปแล้ว”

            “พวกนายรู้ไหมว่าแฟนใหม่ของรุ้งเป็นใคร”

            “รุ่นพี่คณะวิศวะ ได้ข่าวมาว่าเป็นลูกท่านทูตเชียวนะเว้ย”

            “ฉันอยากเจอรุ้ง”

            “เจอทำไมให้เจ็บปวดวะ ไม่มีทางที่นายกับรุ้งจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้หรอก”

            “อย่างน้อยก็ควรจะได้พูดกันให้รู้เรื่อง”

            “งั้นก็ไป”

            ทั้งสามคนเดินไปดักรอทอรุ้งที่ตึกเรียนของเธอ  รออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก็เห็นหญิงสาวเดินมาพร้อมกับกลุ่มเพื่อน

            “รุ้ง”

            “กร”

            “คุยกันหน่อยได้ไหม”

            ผมกับรุ้งแยกตัวเดินมานั่งคุยกันที่ม้าหินริมทะเลสาบ ซึ่งเป็นที่นัดพบประจำของเราตามลำพัง

            “กรหายดีแล้วเหรอ”

            “ดีขึ้นมากแล้ว ทำไมกรติดต่อรุ้งไม่ได้เลย”

            “รุ้งเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่น่ะกร”

            “ทำไมต้องเปลี่ยน”

            “ก็แค่อยากเปลี่ยน”

            “รุ้งมีอะไรอยากจะพูดกับกรหรือเปล่า มีอะไรที่กรควรรู้และยังไม่รู้บ้างไหม”

            “ตอนนี้รุ้งมีคนใหม่แล้ว เขาเป็นรุ่นพี่คณะวิศวะ”

            “นี่ใช่ไหมเหตุผลที่ทำให้รุ้งเปลี่ยนเบอร์มือถือ”

            “ใช่”

            “มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร”

            “ตั้งแต่ช่วงที่กรนอนเป็นเจ้าชายนิทรา รุ้งขอโทษนะที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้กรรู้ รุ้งไม่ได้รู้สึกกับกรเหมือนเดิมแล้ว รุ้งรักพี่อาท กรอย่าโกรธรุ้งเลยนะ”

            มันเจ็บนะที่จู่ ๆ ก็ถูกคนรักหักหลัง หันไปคบกับชายอื่นทันทีที่รู้ว่าผมกลายเป็นเจ้าชายนิทรา และคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าทำใจ

            “กรคงไม่ได้หวังว่าจะให้รุ้งรอกรหรอกใช่ไหม รุ้งไม่อยากรอด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ”

            ‘ก็เลยรีบเปลี่ยนใจไปคบคนอื่นสินะ’ กรคิด

            “กรขออวยพรให้รุ้งมีความสุขกับรักที่รุ้งเลือก”

            “ขอบใจนะกรที่เข้าใจรุ้ง มีอะไรจะพูดกับรุ้งอีกไหม ถ้าไม่มีรุ้งขอตัวก่อนนะ พี่อาทเขารออยู่รุ้งไม่อยากให้เขารอนาน”

            “ไม่มี ไปเถอะ โชคดีนะรุ้ง”

            ทั้งที่จริงแล้วมีเรื่องมากมายที่ผมอยากจะพูดกับเธอ อยากที่จะรั้งเธอเอาไว้ แต่คงไม่มีประโยชน์อะไร เพราะใจของเธอไม่ได้อยู่ที่ผมอีกแล้ว แต่เป็นของคนอื่น จึงทำได้เพียงปล่อยเธอไปตามทางที่เธอเลือกเดิน

            “อืม เช่นกันนะกร”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ไม่ได้ขอให้รักแต่ไม่อยากให้ลืม   บทที่ 5

    ขณะที่ผมกำลังชื่นชมรอยสักของเขาอยู่นั้น ผมก็ต้องตกอยู่ในอาการตกตะลึงพร้อมกับดวงตาเบิกโพลงอีกครั้ง เมื่อจู่ ๆ เขาก็ถอดผ้าเช็ดตัวที่พันเอวอยู่เพียงผืนเดียวนั้นออก แถมยังแก้ผ้าเดินไปเดินมาโดยไม่อายฟ้าดินอีกด้วย นับเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นสรีระของผู้ชายอื่นแบบเต็มตาในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน กรกวินท์หยิบกางเกงขายาวสีเทาจากตู้เสื้อผ้ามาสวมใส่ ก่อนจะบิดตัวไปมาเพื่อสลัดความปวดเมื่อย ฉับพลันสายตาก็ไปปะทะเข้ากับสายตาของใครบางคนที่กำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความสนใจ “เฮ้ย! นายเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง” “ก็เดินเข้ามา” “แล้วเข้ามานานหรือยัง” “นานพอที่จะเห็นใครบางคนแก้ผ้าเดินไปเดินมาโดยไม่อายฟ้าดิน” “อย่าบอกนะว่านายเห็น...” กรกวินท์ละไว้ในฐานที่เข้าใจ “หนอนน้อยของคุณน่ะเหรอ” “ไอ้บ้า ใครบอกว่าหนอนน้อย เขาเรียกอนาคอนด้าต่างหาก นายเข้ามาทำไมออกไปเลยนะ รีบออกไปเดี๋ยวนี้” กรกวินท์เดินไปเปิดประตูห้องที่ติดกับระเบียงพร้อมกับออกคำสั่ง “ออกไป” “จะให้ผ

  • ไม่ได้ขอให้รักแต่ไม่อยากให้ลืม   บทที่ 4

    ผมได้แต่มองตามหลังทอรุ้งไปจนเธอเดินลับสายตา จากนั้นก็เดินกลับไปหาเพื่อน ๆ “เป็นไงวะ คุยกับรุ้งรู้เรื่องแล้วใช่ไหม” พฤกษ์เอ่ยถามด้วยความอยากรู้ ธนาธิปเองก็เช่นกัน “นั่นดิ รุ้งว่าไงบ้าง” “ก็จากกันด้วยดี” “ดีแล้ว ผู้หญิงไม่รักก็อย่าไปรั้งไว้ให้เสียเวลา หาใหม่ดีกว่า” “หาได้ง่ายแบบนั้นก็ดีสิ” “หน้าตาหล่อคมเข้มอดีตเดือนคณะอย่างนาย ถ้าจะหาแฟนใหม่สักคนคงไม่ยากหรอก อยู่ที่นายจะทำหรือเปล่าเท่านั้น” “ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกัน ฉลองที่จู่ ๆ ก็โสดโดยไม่ได้ตั้งใจกันดีกว่า” กรกวินท์เอ่ยชวน “คนชวนต้องเป็นคนจ่ายนะ” พฤกษ์ตอบ “ตกลง” ผมและเพื่อน ๆ พากันไปกินอาหารร้านดังที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ซึ่งเป็นร้านที่พวกผมมักจะมากินด้วยกันอยู่เป็นประจำ หลังจากกินเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ ระหว่างที่ขี่รถกลับผมต้องผ่านหน้าโรงพยาบาลที่เคยนอนพักรักษาตัว ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมจอดรถที่หน้าโรงพยาบาลแห่งนั้น ที่นี่ถือเป็นสถานที่ ๆ ทำให้ผมกลายเป็นคนอกหักไปโดยไม่รู้ตั

  • ไม่ได้ขอให้รักแต่ไม่อยากให้ลืม   บทที่ 3

    หลังจากได้สติในวันนั้น ผมต้องทำการฟื้นฟูร่างกายพร้อมไปกับการทำกายภาพบำบัด พ่อกับแม่บอกเล่าเรื่องราวอุบัติเหตุในครั้งนั้นให้ผมฟัง มีคนเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุหลายคน แต่ส่วนใหญ่จะได้รับบาดเจ็บสาหัส ผมเป็นหนึ่งในคนที่รอดชีวิต “ผมอยากกลับบ้าน” กรกวินท์เอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาเดินได้เกือบเป็นปกติ “แต่หมอยังไม่อนุญาตเลยนะลูก” “ผมหายดีแล้วครับแม่และเบื่อที่จะต้องนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ในโรงพยาบาลแบบนี้” “พ่อจะคุยกับหมอเรื่องนี้เอง” วันต่อมาผมได้ออกจากโรงพยาบาลมาพักฟื้นอยู่ที่บ้านตามต้องการ โดยมีแม่คอยอยู่ดูแล “แม่ไม่ต้องไปดูแลร้านดอกไม้ของแม่เหรอครับ ทิ้งมานานระวังจะเจ๊งนะ” “แม่อยากอยู่เป็นเพื่อนกร หรือว่ากรเบื่อหน้าแม่แล้ว” กรกวินท์เดินเข้าไปกอดกวินตา “พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับแม่ ใครจะกล้าเบื่อหน้าดาราสาวแสนสวยอย่างคุณกวินตาได้ล่ะครับจริงไหม” พูดจบก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ “ผมรักแม่นะครับ” “แม่ก็รักกร ว่าแต่กรกำลังจะออกไปไหน” “ว่าจะไปมหาลัยครับแม่ นัดกับเพื่อน ๆ เ

  • ไม่ได้ขอให้รักแต่ไม่อยากให้ลืม   บทที่ 2

    เรื่องของผมควรเริ่มต้นอย่างไรให้น่าสนใจ ที่จริงก็ไม่มีอะไรที่น่าตื่นเต้น...จนกระทั่งผมได้รับอุบัติเหตุครั้งใหญ่ในชีวิต และในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายทำให้ชีวิตของผมเปลี่ยนไปจากเดิม เปลี่ยนไปมาก...จนน่าตกใจ ใครล่ะจะคาดคิดว่าหลังจากอุบัติเหตุในครั้งนั้น จะทำให้คนที่ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย และไม่ได้คิดอยากจะญาติดีกันสักเท่าไรต้องมาพานพบกัน ยัง...เท่านั้นยังไม่พอ ชะตาชีวิตได้ชักพาให้เราทั้งสองคนต้องกลายมาเป็น ‘คู่หูจำเป็น’ ในสภาพ ‘หนึ่งคนหนึ่งผี’ หรือจะเรียกวิญญาณเร่ร่อนก็คงจะไม่ผิดนัก ฉิบหายละ! อยู่ดี ๆ ผีก็วานให้คนช่วย งานนี้ต้องวายป่วงแน่ นี่เป็นความบังเอิญหรือเป็นความตั้งใจของโชคชะตา ที่ทำให้ผมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ถ้าเป็นโชคชะตาล่ะก็ต้องเป็นโชคชะตาที่เลวร้ายมาก ๆ เลย “คนเจ็บไปโดนอะไรมาคะ!” “อุบัติเหตุรถบัสชนประสานงากับรถพ่วงสิบแปดล้อครับ” เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่นำตัวคนเจ็บมาส่งที่โรงพยาบาลแจ้งอาการกับพยาบาลที่มายืนรุมล้อม เธอตรวจสัญญ

  • ไม่ได้ขอให้รักแต่ไม่อยากให้ลืม   บทที่ 1

    สำหรับทุกสิ่งของมนุษย์ ครั้งแรกมักจะยากเสมอ แต่ครั้งต่อ ๆ ไปจะง่ายขึ้น อย่างเรื่องของผมที่จู่ ๆ ก็หลุดออกจากร่าง กลายมาเป็นวิญญาณเร่ร่อนโดยไม่รู้ตัว เพียงเพราะความผิดพลาดของ “ยมทูต” ภาพตรงหน้าที่ผมเห็นคือภาพของอุบัติเหตุครั้งใหญ่ รถชนกันแบบวินาศสันตะโรกว่าสิบคัน บางคันก็เสียหายยับเยินจากการถูกอัดก็อปปี้ เสียงไซเรนรถของโรงพยาบาลดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง รถตำรวจและรถดับเพลิงก็มากันอย่างพร้อมเพรียง เพราะหนึ่งในนั้นเป็นรถบรรทุกน้ำมันที่บรรทุกน้ำมันมาเต็มเปี่ยม ผมเห็นเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต่าง ๆ กำลังให้ความช่วยเหลือผู้คนในอุบัติเหตุดังกล่าวอย่างเร่งด่วน มีทั้งคนที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บ้างก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส บ้างก็บาดเจ็บเล็กน้อยก็ว่ากันไป ผมรีบสำรวจร่างกายของตัวเอง ไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ โชคดีไป ยัง...ยังไม่รู้ตัวอีก ผมรีบตรงเข้าไปดูคนเจ็บที่อยู่ใกล้ตัวที่สุด ตามประสาคนที่ไม่นิ่งดูดาย เขานอนร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดอยู่บนถนน และยังไม่ได้รับการดูแล “เป็นยังไงบ้างครับคุณ เจ็บตรงไหนครับ”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status