บททั้งหมดของ บ่วงเสน่หา... ประธานบำบัดรัก: บทที่ 131 - บทที่ 140

192

บทที่ 131

หากเรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงหูตระกูลเวิน ย่อมส่งผลร้ายต่อเวินฉีและหากตระกูลฟู่ล่วงรู้เข้า ตัวเขาเองก็คงไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบที่ตามมาได้เช่นกันในยามที่เขาต้องคอยปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง กลับยังไม่ลืมที่จะเผื่อแผ่ความคุ้มครองนั้นไปถึงเวินฉีด้วยช่างเป็นคนที่รักใคร่ลึกซึ้งจริง ๆ เวินหร่านนึกสมเพชอยู่ในใจทว่าเธอกลับไม่ได้ปฏิเสธ“อืม ฉันเข้าใจแล้ว!”ด้วยยึดถือคติที่ว่าตัดไฟแต่ต้นลมดีกว่าหาเรื่องใส่ตัว จึงไม่ได้คิดจะปากสว่างนำเรื่องนี้ไปแพร่งพรายที่ไหนอีกอย่าง ในเมื่อเธอได้ประกาศตัดขาดกับตระกูลเวินไปแล้ว ส่วนฝั่งตระกูลฟู่นั้น รอเพียงแค่เขายอมจรดปากกาลงบนหนังสือหย่า ทุกอย่างระหว่างเขากับเธอก็จะถือเป็นอันสิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ฟู่จิ่งเฉิงจ้องมองเธอเขม็ง “โกรธเหรอ?”เวินหร่านยังคงสีหน้าเรียบเฉย “เปล่า”เมื่อเห็นว่าบนใบหน้าของเธอไร้ซึ่งร่องรอยของความขุ่นเคืองใด ๆ ฟู่จิ่งเฉิงจึงผ่อนคลายความกังวลลง“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่บ้านเอง!”“ไม่จำเป็น ฉันขับรถมาเอง!” เวินหร่านตอบปฏิเสธเสียงเรียบเย็นสิ้นคำเธอก็หยิบกุญแจรถขึ้นมาปลดล็อกเดินตรงไปยังรถของตนแล้วเปิดประตูฝั่งค
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 132

ซางเลี่ยรุ่ยหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องประธานทันทีเวินหร่านอดไม่ได้ที่จะไอออกมาสองครั้ง“ผู้ช่วยเวิน สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ ไม่สบายหรือเปล่า?” เจียงฮ่าวเดินเข้ามาถามด้วยความห่วงใย“นิดหน่อยค่ะ แต่ไม่ได้เป็นไรมาก” เวินหร่านส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มเจียงฮ่าวอดไม่ได้ที่จะเปรยด้วยความเห็นใจ “คุณนี่ก็เหมือนกับประธานซางเลยนะครับ ทุ่มเทชีวิตให้กับงานมากเกินไปแล้ว!”เขากล่าวพลางยื่นยามาให้เธอหลายกล่อง “แผลของประธานซางยังไม่หายดีก็รีบกลับมาทำงานซะแล้ว! ผมคงต้องรบกวนคุณช่วยคอยเตือนให้ประธานทานยาตามเวลาด้วยนะครับ”“ฉันเหรอคะ? เรื่องนี้ฉันเกรงว่า...” ใบหน้าสวยชะงักไปครู่หนึ่งด้วยความลำบากใจเจียงฮ่าวไม่รู้หรอกว่าเมื่อคืนนี้เธอเพิ่งจะทำเรื่องล่วงเกินซางเลี่ยรุ่ยไปการที่ถูกเรียกตัวไปห้องประธานในเวลานี้ ก็น่าจะเป็นการไปรับโทษเสียมากกว่าแล้วจะให้เธอไปพูดจาโน้มน้าวให้เขาทานยาเนี่ยนะ ภารกิจนี้เธอจะไปทำสำเร็จได้ยังไงกัน?“ผู้ช่วยเวิน ผมฝากด้วยนะครับ!” เจียงฮ่าวจ้องมองเธอด้วยสายตาเว้าวอนที่ผ่านมานอกจากเธอแล้ว ก็ยังไม่มีใครสามารถเกลี้ยกล่อมให้ท่านประธานยอมทานยาได้สำเร็จมาก่อนดังนั้นเรื่องนี
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 133

เธอก็ไม่ใช่คนสำคัญอะไรของเขา เธอไม่มีสิทธิ์นั้นจริง ๆ นั่นแหละแต่เขากลับเข้าใจผิดไปว่าเธอเป็นฝ่ายเสนอหน้าอยากจะเตือนเขา ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเพียงเพราะเจียงฮ่าวคะยั้นคะยอให้เธอทำต่างหาก“คนหวังดีกลับถูกมองว่ามีเจตนาร้าย”เธอเบะริมฝีปากสีแดงระเรื่อพลางพึมพำออกมาแผ่วเบา“คุณว่าอะไรนะ?” นัยน์ตาของซางเลี่ยรุ่ยคมกริบทันควัน สีหน้าของเขาเย็นเยียบลงทันทีเวินหร่านกัดฟันแน่น ตัดสินใจสลัดความหวาดกลัวทิ้งไปแล้วโพล่งออกไปว่า “ฉันบอกว่าถ้าคุณจะโกรธเรื่องเมื่อคืน ก็มาตบฉันคืนให้มันจบ ๆ ไปเลยสิคะ! จะมามองความหวังดีของคนอื่นให้เป็นเรื่องไร้ค่าทำไมกัน?”ซางเลี่ยรุ่ยจ้องเธอเขม็งด้วยแววตาลุ่มลึกเวินหร่านรู้สึกได้ว่าสายตาที่เขามองมาในตอนนี้คมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลึกเข้ามาในใจเธอเริ่มนึกเสียใจที่ตัดสินใจแข็งข้อกับเขาเมื่อครู่เพราะอย่างไรเขาก็คือเจ้านาย การล่วงเกินเขาย่อมไม่มีผลดีต่อตัวเธอเลยแม้แต่น้อยขณะที่เวินหร่านกำลังมองหาช่องทางเพื่อจะถอยหนีไปให้พ้นจากสถานการณ์กดดันนี้ซางเลี่ยรุ่ยกลับไวกว่า เขาเอื้อมมือมาคว้าเอวบางของเธอไว้มั่นยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งตัว ร่างของเธอก็ถลาเข้าไปอยู่
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 134

“อารุ่ย!”ฟู่ตานฉิงเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มและเอ่ยทักทายซางเลี่ยรุ่ยทว่าจู่ ๆ ฝีเท้าของเธอก็หยุดชะงักลง เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเวินหร่านเข้า เธอจึงถามด้วยความประหลาดใจ “เอ๊ะ เวินหร่าน เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”เวินหร่านตอบกลับไปอย่างจริงจังตามเนื้อผ้า “ประธานซางเรียกฉันเข้ามาสั่งงานค่ะ!”ฟู่ตานฉิงไม่ได้นึกสงสัยอะไร ซ้ำยังดูเกรงใจขึ้นมาเสียดื้อ ๆ “งั้นฉันมารบกวนเวลาทำงานของพวกคุณหรือเปล่า?”“ไม่ได้รบกวนค่ะ!” เวินหร่านรีบส่ายหน้าปฏิเสธ “ประธานซางสั่งงานเสร็จพอดี ฉันขอตัวก่อนนะคะ”เธอกำลังหาจังหวะที่จะชิ่งหนีอยู่พอดีในเสี้ยววินาทีที่ประตูห้องทำงานปิดลง ใบหน้าหล่อเหลาของซางเลี่ยรุ่ยก็หมองลงทันทีผู้หญิงคนนี้ หาทางชิ่งหนีได้ไวเสียจริง!“มาทำไม?” เขาหันไปถามฟู่ตานฉิงด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่าไม่ค่อยต้อนรับเท่าไรนัก“ฉันมานัดคุณไปทานมื้อเย็นด้วยกันค่ะ คุณป้าบอกว่าคืนนี้คุณว่าง” ฟู่ตานฉิงเอ่ยบอกเขาพร้อมรอยยิ้มหวานเพราะกลัวว่าซางเลี่ยรุ่ยจะปฏิเสธ เธอจึงยกเอาเรื่องแม่ของเขาขึ้นมาอ้างแต่ใครจะไปรู้ว่าการทำแบบนั้นกลับยิ่งทำให้ซางเลี่ยรุ่ยรู้สึกรำคาญใจมากขึ้นไปอีก“แม่จำผิดแล้ว คืนนี้ฉัน
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 135

เธอคาดไม่ถึงเลยว่าฟู่ตานฉิงนัดเธอออกมาในคืนนี้ จะมีจุดประสงค์เช่นนี้!“เรื่องนี้... ฉันเองก็ไม่มีประสบการณ์การจีบผู้ชายหรอกค่ะ เกรงว่าจะช่วยอะไรคุณไม่ได้” เวินหร่านกล่าวด้วยความลำบากใจฟู่ตานฉิง “ก็ไม่ได้ให้เธอช่วยอะไรมากมายหรอกค่ะ แค่ให้เธอช่วยแอบบอกตารางงานของประธานซางให้ฉันรู้สักนิดสักหน่อยก็พอ ให้ฉันมีโอกาสได้ไปบังเอิญเจอเขาบ่อย ๆ เท่านั้นเอง”เวินหร่านปฏิเสธทันควัน “เรื่องนี้คุณควรไปคุยกับไป๋หลินนะคะ เธอเป็นเลขาส่วนตัวของซางเลี่ยรุ่ย ตารางงานทั้งหมดของประธานซางเธอเป็นคนดูแลค่ะ”ฟู่ตานฉิงทำสีหน้าเศร้าสร้อย “ใช่ว่าฉันไม่อยากไปหาไป๋หลินเมื่อไหร่กันล่ะ? แต่ยัยนั่นเป็นคนสนิทของซางเลี่ยรุ่ย ติดตามมาตั้งแต่สมัยอยู่ต่างประเทศเหมือนกับเจียงฮ่าวเลยนี่สิ! ฉันเช็กดูแล้ว คนรอบข้างซางเลี่ยรุ่ยในตอนนี้ มีแค่คุณคนเดียวที่เป็นคนเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่...”เส้นเลือดบนหน้าผากของเวินหร่านปูดขึ้นมาทันทีที่แท้ที่อีกฝ่ายก็เล็งเธอไว้เพราะมองว่าเธอมีโอกาสที่จะหักหลังซางเลี่ยรุ่ยได้ง่ายที่สุดนี่เอง“เพราะว่าฉันเพิ่งย้ายเข้ามาใหม่นี่แหละค่ะ หลายเรื่องของประธานซาง... ฉันเองก็ไม่ค่อยจะทราบอะไรเลย...”“งั
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 136

ซางเลี่ยรุ่ยสูดลมหายใจเข้าลึกเขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านอยู่ภายในใจ“ไม่มีอะไรครับ แม่พักผ่อนเถอะครับ ไว้วันหลังผมจะมาเยี่ยมใหม่!”พูดจบเขาก็หันหลังก้าวยาว ๆ ออกจากห้องพักฟื้นของแม่ไปทันทีทว่าในจังหวะนั้นเอง เขากลับเดินปะทะเข้ากับซางหยวน พี่สาวที่กำลังเดินสวนเข้ามาพอดีซางหยวนมองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าน้องชายกำลังมีท่าทีผิดปกติ“เป็นอะไรไป? ใครทำอะไรแก?” เธอรีบเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงซางเลี่ยรุ่ยยกมือขึ้นนวดขมับด้วยความกลัดกลุ้มเขารีบก้าวนำพี่สาวออกไปยังบริเวณระเบียงริมราวกันตกก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวที่แม่เพิ่งพูดเมื่อครู่ออกมาทั้งหมดให้พี่สาวฟังสีหน้าของซางหยวนเคร่งขรึมลงถนัดตา “ดูเหมือนว่าลับหลังเราอาสองจะสวมบทบาทคนดีต่อหน้าแม่ได้อย่างแนบเนียนเลยสินะ”ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ตกลงอาการป่วยของแม่เป็นอย่างไรบ้างครับ?”ซางหยวนส่ายหน้าพลางถอนหายใจยาว “นับวันยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ ช่วงก่อนหน้านี้ฉันเพิ่งพาแม่ไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยามา ผลตรวจพบว่าสมองของแม่เริ่มมีสัญญาณของการฝ่อตัวลงอย่างน่ากังวล...”ซางเลี่ยรุ่ยกำหมัดแน่น ในแววตาที่ดำ
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 137

ใช่ว่าเขาจะไม่รู้เส้นทางเสียเมื่อไรทว่าหลังจากสั่งให้จอดรถ ซางเลี่ยรุ่ยกลับนิ่งเงียบไปอย่างไร้สุ้มเสียงคนขับรถเหลือบมองผ่านกระจกหลังด้วยความระมัดระวังไปแวบหนึ่งซางเลี่ยรุ่ยในยามนี้กำลังพิงกายทอดร่างอยู่บนเบาะหลัง ปกคอเสื้อที่เคยเนี้ยบกลับหลวมโพรกและยุ่งเหยิง ไม่หลงเหลือมาดผู้สูงศักดิ์ที่ทั้งเย็นชาและเย่อหยิ่ง อีกทั้งเขายังขมวดคิ้วแน่นราวกับกำลังจมดิ่งอยู่กับความเจ็บปวดดูเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา ซางเลี่ยรุ่ยจึงเอ่ยสั่งทันที “ลงจากรถไป แล้วกลับบ้านไปเถอะ?”คนขับรถมีท่าทีลังเลด้วยความเป็นห่วง “แต่ประธานซางครับ...”ซางเลี่ยรุ่ย“กลับไปเถอะ ฉันแค่อยากอยู่คนเดียวสักพัก!”คนขับรถไม่กล้าเอ่ยคัดค้านอะไรอีก จึงจำต้องลงจากรถและปลีกตัวออกไป...คืนนั้น หลังมื้อค่ำของเวินหร่านกับฟู่ตานฉิงสิ้นสุดลง เธอได้ปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำทว่าเมื่อเดินกลับออกมากลับต้องมาเผชิญหน้ากับฟู่จิ่งเฉิงสามีของเธอ และเวินฉีพี่สาวเข้าอย่างจังเวินฉีอยู่ในสภาพมึนเมา ใบหน้าของเธอแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จนแทบจะทรงตัวไม่อยู่โดยมีฟู่จิ่งเฉิงประคองร่างเธอไว้ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใย“ฉีฉี ทำไม
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 138

“กรี๊ด!”เสียงร้องอุทานของเวินฉีดังลั่นร่างของเธอกลิ้งหลุน ๆ ลงไปจนสุดท้ายก็หยุดนิ่งอยู่ที่ขั้นล่างสุดของบันได แล้วขดตัวงอด้วยท่าทางเจ็บปวดความจริงแล้วบันไดช่วงนั้นไม่ได้สูงชันมากนักท่าทางโอดครวญของเวินฉีจึงดูไม่ต่างอะไรกับการแสดงละครฉากหนึ่งเท่านั้นเวินหร่านยืนมองภาพนั้นด้วยสายตาเย็นชาจากมุมสูง“ฉีฉี!”เสียงร้องเรียกด้วยความร้อนรนของฟู่จิ่งเฉิงดังขึ้นจากทางด้านหลังของเธอก่อนที่ร่างของเขาจะพุ่งผ่านตัวเธอลงไปประคองเวินฉีที่ฟุบอยู่กับพื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว“ฉีฉี เป็นอะไรไหม?”“ฉัน...” ความโกรธแค้นสุมทรวงอยู่ในใจของเวินฉีเดิมทีเธอตั้งใจจะสะบัดตัวฟู่จิ่งเฉิงออกแต่จังหวะที่หางตาเหลือบไปเห็นเวินหร่านยืนจ้องมองลงมาจากบันไดเธอจึงเปลี่ยนใจฉับพลัน ปล่อยโฮออกมาดังลั่นพร้อมกับมุดตัวเข้าไปในอ้อมกอดของฟู่จิ่งเฉิง“จิ่งเฉิง ฮือ ๆ ฉันเหมือนจะขยับตัวไม่ไหวเลย...”นี่เป็นครั้งแรกที่ฟู่จิ่งเฉิงถูกเวินฉีโผเข้าหาและสวมกอดด้วยความสมัครใจในขณะที่เขากำลังยืนอึ้งด้วยความงุนงง ในส่วนลึกของหัวใจกลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจมือของเขาค่อย ๆ ยกขึ้น ก่อนจะลูบแผ่นหลังของเวินฉีเป็นการปล
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 139

คงจะเป็นแค่ภาพหลอนของเธอเองสินะ?รถของบอสใหญ่จะมาปรากฏตัวในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ได้อย่างไรกัน?สายตาของเวินหร่านคลาดไปเพียงชั่วพริบตา รถคันนั้นก็ค่อย ๆ ลับหายไปเธอจึงหันหลังเดินกลับเข้าสู่ห้องนอนเมื่อล้มตัวลงนอนบนเตียง ความคิดในหัวก็อดไม่ได้ที่จะย้อนกลับไปถึงเรื่องของซางเลี่ยรุ่ยเหตุการณ์ในห้องส่วนตัวคืนนี้ที่ฟู่ตานฉิงกลับเอ่ยปากขอให้เธอช่วยจีบซางเลี่ยรุ่ย!นี่ไม่ใช่เพียงภารกิจที่ยากลำบากธรรมดาหากเธอทำพลาดจนผลลัพธ์ออกมาตรงกันข้าม แทนที่จะสำเร็จเธอกลับอาจจะต้องกลายเป็นคนตกงานเสียเอง...เช้าวันรุ่งขึ้นเวินหร่านเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าสู่บริษัท ข้อความแจ้งเตือนจากฟู่ตานฉิงก็เด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ในนั้นระบุทั้งเวลานัดหมายและสถานที่ที่เธอจะต้องไปทานอาหารกับซางเลี่ยรุ่ยในคืนนี้ดูท่าแล้ว ฟู่ตานฉิงคงตั้งใจจะให้เธอเป็นคนเดินเกมนี้สินะนัดก็นัดวะเวินหร่านกัดฟันแน่นถือว่าช่วยเธอสักครั้งเพื่อเป็นการตอบแทนบุญคุณก็แล้วกันอย่างไรเสียซางเลี่ยรุ่ยกับฟู่ตานฉิงก็ดูเหมาะสมกัน ทั้งหน้าตาและฐานะทางครอบครัวบางทีครอบครัวของทั้งสองฝ่ายอาจจะต้องการให้แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กันอยู่แล้วก็
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 140

ซางเลี่ยรุ่ยคาดไม่ถึงเลยว่าเวินหร่านจะทำแก้วน้ำหกใส่จนช่วงล่างของเขาเปียกโชกไปแถบหนึ่งใบหน้าหล่อเหลาของเขาถมึงทึงลงทันทีเขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำรามใส่เธอ ทว่าเวินหร่านกลับยื่นมือเข้ามาเช็ดบริเวณเป้ากางเกงของเขาเสียอย่างนั้น...“แกทำอะไรน่ะ?”ดวงตาของซางเลี่ยรุ่ยดูลึกล้ำ เขาจ้องมองเธอด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาผู้หญิงคนนี้กลางวันแสก ๆ กล้าดีอย่างไรถึงได้ลวนลามเขาถึงในห้องทำงาน?เขาเค้นเสียงดุออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าดูเหมือนเวินหร่านจะไม่ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ในหัวของเธอมีเพียงความคิดเดียวคือพร่ำกล่าวขอโทษ“ขอโทษนะคะ ประธานซาง... ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ...”เธอใจจดใจจ่ออยู่กับการดับไฟโทสะของซางเลี่ยรุ่ย เพื่อที่เธอจะได้มีช่องทางเปิดประเด็นเรื่องนัดตอนเย็นกับเขาเธอทำได้เพียงก้มหน้าก้มตาเช็ดอย่างขยันขันแข็ง...ทว่าในจังหวะนั้นเอง เหตุการณ์ที่น่ากระอักกระอ่วนใจที่สุดก็เกิดขึ้นเวินหร่านถึงกับเบิกตากว้าง สายตายังคงเพ่งจ้องจุดนั้นของเขา...สมองของเวินหร่านพลันขาวโพลนขะ เขา เขา...ซางเลี่ยรุ่ยเองก็ร่างแข็งทื่อไปในฉับพลันนัยน์ตาของเขาทอประกายลึกล้ำขึ้นอย่างเห็นได
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1
...
1213141516
...
20
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status