LOGINสถานที่จัดงานเลี้ยงสังสรรค์คือ คลับจินไห่หวาน เอนเตอร์เทนเมนต์ไป๋หลินได้ทำการจองห้องส่วนตัวเอาไว้ล่วงหน้าแล้วตอนที่เวินหร่านกับเพื่อนร่วมงานอีกหลายคนในสำนักงานเลขาฯ เดินเข้ามา บังเอิญชนเข้ากับฟู่ตานฉิงพอดีคืนนี้เธอก็พาทีมเพื่อนมาทานอาหารสังสรรค์ที่นี่เช่นกัน ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับของโรงแรมกำลังเดินตามหลังเธอด้วยท่าทางนอบน้อมถ่อมตน“คุณหนูฟู่ ทำไมเวลาจะมาถึงไม่แจ้งล่วงหน้าสักหน่อยล่ะครับ?”ฟู่ตานฉิงโบกมือเล็กน้อย “ก็แค่รวมตัวสังสรรค์กับเพื่อนฝูงไม่กี่คนเท่านั้นแหละ ไม่ต้องลำบากเตรียมการเป็นพิเศษหรอก”ขณะที่พูดนั้น สายตาเหลือบไปเห็นเวินหร่านที่เดินเข้ามาพร้อมกับกลุ่มของไป๋หลินเข้าพอดี“เวินหร่าน!”ฟู่ตานฉิงรีบกวักมือเรียกแล้วเดินตรงเข้ามาหาทันที“คุณหนูฟู่!”เวินหร่านพยักหน้ารับทักทายเธอบรรดาเพื่อนร่วมงานจากสำนักงานเลขาฯ ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างก็พากันกล่าวทักทายและทำความเคารพฟู่ตานฉิงเช่นกันมีใครบ้างจะไม่รู้ว่าเธอคือคุณหนูใหญ่ตระกูลฟู่ สถานะสูงส่งจนคนธรรมดาไม่มีทางล่วงเกินได้“พวกเธอก็มาสังสรรค์กันที่นี่เหมือนกันเหรอ?” ฟู่ตานฉิงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม“ใช่ค่ะ”ฟู่ตานฉิงหันไปอ
ในตระกูลเวิน คนที่ไม่ยอมรับเธอมากที่สุดก็คือเสิ่นอ้าวหลันเวินฉีคอยกลั่นแกล้งเธอมาตลอด ก็อาศัยแค่บารมีของเสิ่นอ้าวหลันหนุนหลังเท่านั้นทว่าเธอกลับคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีวันที่เธอจะช่วยชีวิตเสิ่นอ้าวหลันไว้แถมยังต้องมาบริจาคเลือดให้อีกที่คาดไม่ถึงยิ่งกว่าคือ เสิ่นอ้าวหลันดันมีกรุ๊ปเลือด RH-A เหมือนกับเธอเสียได้ช่างบังเอิญอะไรปานนี้!แม้ว่าเลือดกรุ๊ป RH-A จะไม่ได้หายากเทียบเท่ากับเลือดกรุ๊ป RH-neg แต่ในฝูงชนก็จัดว่าหาได้ยากยิ่งตั้งแต่เด็กจนโต บรรดาครูและเพื่อนร่วมชั้นของเวินหร่าน มีเพียงเธอคนเดียวที่มีเลือดกรุ๊ป RH-Aไม่นึกเลยว่าแม่ใหญ่อย่างเสิ่นอ้าวหลันจะมีกรุ๊ปเลือดเดียวกันด้วยเธอยังจำได้ว่าสมัยเด็กเคยเอ่ยปากถามแม่อย่างเฉิงหว่านอี๋ แต่เฉิงหว่านอี๋ไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าแม่ใหญ่มีกรุ๊ปเลือดเดียวกับเธอหรือว่าเฉิงหว่านอี๋จะโกหกเธอ?แต่การโกหกเรื่องแบบนี้จะมีประโยชน์อะไรกันเล่า?...เมื่อกลับมาถึงบ้าน เวินหร่านล้มตัวลงนอนบนเตียง รู้สึกอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงไปทั่วทั้งร่างเรี่ยวแรงที่เธออุตส่าห์นอนหลับพักผ่อนจนฟื้นคืนกลับมา ถูกการบริจาคเลือดเมื่อครู่สูบออกไปจนหมดเกลี้ยงตอนนี้ใ
แม่ใหญ่เสิ่นอ้าวหลันรู้สึกราวกับถูกตบหน้าจนชาหนึบ เธอถลึงตาใส่เวินหร่านด้วยความโกรธเกรี้ยว“แกมาทำอะไรที่นี่?”ยังไม่ทันที่เวินหร่านจะได้เอ่ยตอบ อวี้หย่งหงพลันแทรกขึ้นมาเสียก่อน “ผู้หญิงคนหนึ่งโผล่มาอยู่ในโรงแรมได้ จะมีสาเหตุอื่นไปได้อีกล่ะ?”น้ำเสียงเหน็บแนมของเธอชัดเจนเสียจนสื่อไปในทางดูถูกว่าเวินหร่านมาทำเรื่องน่าอับอายขายหน้าสายตาของคนอื่น ๆ ต่างพากันหันมาจับจ้องที่เวินหร่านเป็นตาเดียว สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย“พวกคุณมาทำอะไรที่นี่ ฉันก็มาทำอย่างนั้นแหละค่ะ”เวินหร่านปรายตามองอวี้หย่งหงแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับอย่างไม่รีบร้อนย้อนกลับไปเมื่อก่อน เป็นอวี้หย่งหงไม่ใช่หรือไงที่ยุยงให้แม่ใหญ่ของเธอยัดเยียดเธอให้แต่งงานกับฟู่จิ่งเฉิงเหตุผลหลักก็เพราะเหอหลิงหลิง ลูกสาวแก้วตาดวงใจของอวี้หย่งหงหลงรักฟู่จิ่งเฉิงเข้าแต่อวี้หย่งหงกลับรังเกียจที่ฟู่จิ่งเฉิงเป็นเพียงลูกนอกสมรส กลัวว่าอนาคตลูกสาวของตนจะพลอยลำบากไม่มีอนาคตไปด้วยเธอจึงยุให้แม่ใหญ่จับเธอแต่งงานแทน พร้อมกับเอ่ยคำดูถูกถากถางว่า ลูกนอกสมรสแต่งกับลูกนอกสมรสช่างเหมาะสมกันเสียจริง ๆ ทว่าอวี้หย่งหงกลับค
เขายื่นมือออกไปบีบคอเวินฉีไว้แน่น เอ่ยเค้นถามด้วยความดุดันเวินฉียังคงทำสีหน้ามึนงงและว่างเปล่าผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ไม่ใช่ของเธอเสียหน่อยแล้วมันจะไปอยู่ในมือของเธอได้อย่างไร?“นายจำผิดไปหรือเปล่า? ฉันไม่เคยเห็นผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เลยด้วยซ้ำ?”เธอเค้นเสียงเอื้อนเอ่ยออกมาจากซอกฟันทีละคำรู้สึกเพียงว่าฟู่จิ่งเฉิงคงจะบ้าไปแล้วเป็นแน่ ถึงได้กล้าทำกิริยาเช่นนี้ใส่เธอ?ในอดีตเขาเคยเป็นแค่หมาคอยประคบประหงมเลียแข้งเลียขาเธอแท้ ๆ ผู้ชายพอเริ่มมีเงินมีทองขึ้นมาก็เปลี่ยนไปจริง ๆ ใช่ไหม?ฟู่จิ่งเฉิงในตอนนี้ก้าวขึ้นเป็นทายาทตระกูลฟู่ มีทั้งเงินและอำนาจอยู่ในมือ ถึงได้กล้าคุกคามเธอถึงขนาดนี้?แววตาของฟู่จิ่งเฉิงฉายพาดรังสีอำมหิตดุดันทั่วทั้งเรือนร่างปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความอันตรายเขาเคียดแค้นเหลือเกิน เจ็บใจที่ตัวเองถูกเวินฉีปั่นหัวและหลอกลวงเข้าให้อย่างจังเขาไม่เคยโดนใครต้มจนเปื่อยและมองเป็นตัวตลกขนาดนี้มาก่อนในชีวิตหลงคิดไปว่าในที่สุดตนเองก็ได้พบเจอกับหญิงสาวในดวงใจผู้นั้นเสียทีที่แท้เรื่องราวทั้งหมดกลับเป็นเพียงเรื่องลวงโลกเวินฉีไม่ใช่เด็กหญิงคนนั้นเลยแม้แต่น้อยทว่าเขากลับถ
ณ คฤหาสน์ตระกูลเวินภายในห้องนอนส่วนตัวของเวินฉี“อาเฉิง ฉันอยากมอบเรือนร่างของฉันให้คุณค่ะ!”พึ่งพาฟู่จิ่งเฉิงเข้ามาในห้องได้ไม่ทันไร เธอก็เริ่มลงมือถอดเสื้อผ้าของตนเองออกทันทีเรือนร่างอันเย้ายวนผุดผ่องขาวนวลราวกับหิมะของหญิงสาว เผยสู่สายตาของชายหนุ่มอย่างหมดเปลือกส่วนโค้งส่วนเว้าทรวดทรงองค์เอวล้วนเด่นชัดและนูนโค้งในจุดที่ควรจะเป็นนับเป็นการยั่วยวนอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมานี่คือเรือนร่างที่ฟู่จิ่งเฉิงเคยเฝ้าฝันและหมายปองมาเป็นเวลานานแสนนานความปรารถนาในอดีตของเขาคือการได้ครอบครองเวินฉีมาโดยตลอดเพียรพยายามเพื่อให้เธอมาเป็นหญิงสาวของเขาทว่าในเวลานี้ยามที่ได้เห็นเรือนร่างเปลือยกายล่อนจ้อนของเธอเผยโฉมอยู่ตรงหน้าของตนเองเขากลับไม่รู้สึกมีอารมณ์ร่วมเลยแม้แต่นิดเดียวในหัวของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความคิดเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นนั่นคือการพิสูจน์ให้แน่ชัดว่า ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเป็นของเวินฉีจริงหรือไม่และนี่ก็คือเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้เขาเดินทางมายังบ้านตระกูลเวินในคืนนี้การมาส่งเวินหร่านเป็นเพียงข้ออ้างบังหน้าเท่านั้นเป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่าคือการได้ยินจากปากของเวินฉี
“หยุดค่ะ!”ซางเลี่ยรุ่ยฉายสีหน้าไม่เข้าใจไม่ใช่ว่าเมื่อครู่นี้เธอเป็นฝ่ายส่งสัญญาณใบ้ให้เขาจัดอีกรอบหรอกหรือ?ดวงตาของเวินหร่านสั่นไหวหลุบต่ำ เอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “คือว่า... ฉันปวดเข้าห้องน้ำน่ะค่ะ! ถ้าคุณยังมีแรงเหลืออยู่ ช่วยอุ้มฉันไปห้องน้ำหน่อยได้ไหม”ซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอด้วยสายตาล้ำลึก “คุณไม่มีแรงเดินไปเองเหรอ?”เวินหร่านกลอกตาขึ้นฟ้ารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้กำลังถามทั้ง ๆ ที่รู้อยู่เต็มอก“แล้วคุณคิดว่าไงล่ะคะ?”เธอค้อนขวับส่งตาค้อนให้เขาไปทีหนึ่งรู้อย่างนี้ไม่เอ่ยปากขอร้องเขาเสียยังดีกว่าเธอเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ตั้งท่าเตรียมจะอาศัยกำลังของตัวเองค่อย ๆ ขยับก้าวทีละน้อยเพื่อไปยังห้องน้ำทว่ายังไม่ทันจะได้ลุกลงจากเตียง ร่างกายทั้งร่างของเธอกลับถูกซางเลี่ยรุ่ยช้อนอุ้มขึ้นมาเสียก่อน“คุณ...”ซางเลี่ยรุ่ยอุ้มพาเธอตรงไปยังห้องน้ำ ก่อนจะวางเรือนร่างของเธอลงบนโถชักโครกอย่างเบามือ“อยากให้ผมช่วยถอดกางเกงให้ด้วยไหม?”เขาเอ่ยถามพลางจุดรอยยิ้มหยอกเย้าขึ้นในดวงตาศีรษะของเวินหร่านพลันส่ายระรัวราวกับกลองป๋องแป๋งทันที“ไม่ต้องค่ะ! คุณออกไปรอข้างนอกก่อนเลย เดี๋ยวฉันเสร็จแล้
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ







