แชร์

บทที่ 11

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-09 19:00:14

เมื่อทุกคนได้รู้กันหมดแล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้มานั่งปรึกษากันว่าควรจะทำอย่างไร

“เราไปปล่อยข่าวลือกันดีไหมลูกแต่เราต้องทำอย่างแนบ เนียนโดยอาศัยกันบอกปากต่อปากว่าจะมีพายุหิมะเกิดขึ้น แล้วเราก็นำสิ่งของที่จำเป็นมาขายในตลาดที่ถูกลงเล็กน้อย ถ้าขายถูกมากเกินไปเราอาจจะเป็นที่สงสัยได้” จินเป่าพูดขึ้นมาในสิ่งที่เขาคิดได้

“พ่อจ๋าเยี่ยมไปเลยใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ขึ้นอยู่กับโชค ชะตาของเขาเอง เรื่องปล่อยข่าวลือให้หนูจัดการเองจ้ะ รับรองว่าไม่มีใครรู้แน่ว่ามาจากไหน” ซินซินยืดอกน้อย ๆ ของตนขึ้นพร้อมตบอย่างมั่นใจ

ผู้ใหญ่ทุกคนเมื่อได้เห็นภาพนี้ต่างก็หัวเราะชอบใจกันยกใหญ่ ยกเว้นเจ้าจิวจิวที่เอามือปิดหน้าเพราะอับอายในตัวเพื่อนรักของตน

เมื่อได้บทสรุปแล้วช่วงสาย ๆ หลังจากที่หมอกจางลงแล้ว จินเป่า ซินซิน ฮัวเหมย และจางหยางก็พากันไปที่ตัวอำเภอด้วยกัน ซินซินต้องนำสบู่ออกมาให้อาฮัวเหมยรวมทั้งข้าว ธัญพืชชนิดต่าง ๆ เสื้อกันหนาวผ้าห่ม มาเตรียมเอาไว้ให้อาขายด้วย

ดังนั้นสิ่งของจึงมีมากมายหลายอย่างกองพะเนินเป็นภูเขาย่อม ๆ เลยทีเดียว ทุกคนต่างก็แปลกใจว่าทำไมสิ่งของที่ ซินซินนำออกมาถึงยังไม่หมดเพราะที่เอาออกมานี้ก็มากขึ้นทุกวัน

ซินซินไม่ได้รับรู้ความคิดนี้ของทุกคนแต่ถ้าเธอรู้เธอก็คงจะตอบกลับไปว่าเอาไว้สักวันทุกคนก็จะรู้เองตอนนี้ก็ขอเก็บเป็นความลับไปก่อน เมื่อซินซินได้นำสิ่งของที่คิดว่าจำเป็นออกมาหมดแล้วเจ้าตัวน้อยก็ต้องเข้าไปในตลาดมืดเพื่อทำการปล่อยข่าว

ทางด้านฮัวเหมยและจางหยางก็พากันไปที่โรงงานเหมืองแร่ ที่ฮัวเหมยทำงานอยู่เพื่อไปทำเรื่องให้ฮัวเหมยลาออก และทำการนัดแนะกับลูกค้าของตนว่าต่อไปนี้ต้องไปรับสินค้าที่บ้านแทน หากมีใครถามก็บอกว่ามาเยี่ยมเพื่อนเก่า

“เถ้าแก่จางวันนี้ผมเห็นว่าใกล้หน้าหนาวแล้วผมจึงมีเสื้อกันหนาวมาให้ดูเผื่อเถ้าแก่จะสนใจ” จินเป่าพูดกับเถ้าแก่จางเมื่อมาถึงร้าน

“เข้ามาด้านในกันก่อนอากาศหนาวขนาดนี้ลื้อก็ยังพาลูกมาด้วยนะ มาตัวเล็กเข้ามานั่งในร้านของลุงก่อนลุงมีขนมและน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ ให้กิน” เถ้าแก่จางบอกกับเจ้าตัวเล็กที่แกเอ็นดูในความฉลาดและรู้ความของเด็กน้อยตั้งแต่ที่จินเป่าพามาขายของด้วยเมื่อปีก่อน

“ไหนเอาเสื้อมาให้อั๊วดูสิ” เถ้าแก่จางพูดพร้อมกับหยิบเสื้อที่จินเป่าส่งมาให้ดู เถ้าแก่จางจับเนื้อผ้าและพลิกซ้ายขวากลับด้านนอกด้านในอยู่อย่างนั้นสักพักแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความชอบใจ ซินซินน้อยคิดว่าเธอตกเถ้าแก่ใหญ่รายนี้ได้แล้วเป็นแน่แท้จึงได้นั่งอมยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“โอ๊ะเจ้าตัวน้อยลูกของลื้อนี่น่ารักดีแท้ เมื่อไหร่อั๊วจะมีลูกกับเขาบ้างก็ไม่รู้แต่งงานกันมาก็ตั้งหลายปีแล้วจนลื้อมีลูกไปสองคนแล้ว อั๊วเองก็สามสิบห้าแล้วด้วย” เถ้าแก่จางก็พูดขึ้นมาอย่างเศร้าสร้อย

“หนูให้ค่ะคุณลุง” ซินซินเกิดความสงสารคุณลุงเถ้าแก่ผู้ใจดีนี้จึงได้มอบรูปเด็กผู้ชายรูปร่างอวบอ้วนผิวขาวให้กับเถ้า แก่จาง เมื่อเถ้าแก่จางรับไปดูก็รู้สึกถูกใจเป็นอย่างมาก แต่ตัวเขาเองก็แปลกใจว่าเจ้าตัวน้อยนี้เอารูปเด็กหน้าตาน่ารักนี้มาให้กับเขาทำไม

“หนูน้อยให้ลุงทำไมเหรอลูก” เถ้าแก่จางถามเจ้าตัวน้อยด้วยความสงสัย

“ให้คุณป้ามองเช้าและเย็นทุกวัน น้องจะมาเกิดค่ะ” ซินซินตัวน้อยตอบพร้อมกับรอยยิ้มอย่างไร้เดียงสา ด้านเถ้าแก่เมื่อได้ยินคำตอบแบบนี้เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพราะอาจจะเป็นความคิดแบบเด็ก ๆ ก็ได้

“ขอบใจหนูนะลูก เป็นเด็กดีจริง ๆ รู้จักปลอบใจคน” เถ้าแก่จางพูดพร้อมกับนำมือที่ใกล้จะอวบอ้วนนั้นมาลูบหัวเจ้าตัวน้อย

“เถ้าแก่เคยได้ยินข่าวหรือเปล่าว่าบ้านเมืองของเราจะเกิดพายุหิมะ ความรุนแรงยังไม่รู้แน่ชัดแต่ผมคิดว่าเราควรเตรียมตัวตุนเสบียงเอาไว้ก็ดี โดยเฉพาะร้านเถ้าแก่ที่เป็นร้านอาหารด้วย” จินเป่าได้เริ่มแผนการตามที่ลูกสาวตัวน้อยบอกเอาไว้

“ลื้อคิดว่ามันจะมีพายุหิมะจริงเหรอ แต่ตั้งแต่ที่เรารู้จักกันมานาน อั๊วสั่งของตุนไว้ก็ได้แล้วลื้อจะขายแพงขึ้นไหม” เถ้าแก่จางถาม เขาถือคติที่ว่าเหลือดีกว่าขาด

“ไม่แพงหรอกครับเถ้าแก่ อีกสักอาทิตย์หากหิมะเริ่มตกเถ้าแก่ค่อยมาสั่งกับผมก็ได้” จินเป่าพูดขึ้นเพื่อให้เถ้าแก่ได้เห็นเองกับตาว่าหิมะจะเริ่มตกลงมา

ในขณะที่คนทั้งสองกำลังพูดกันอยู่นั้นลูกค้าที่มากินข้าวเถ้าแก่ก็ได้ยินข่าวเรื่องพายุหิมะไปด้วย และเมื่อเขาออกจากร้านไปเขาก็ไปเจอคนที่รู้จักและก็ได้พูดถึงเรื่องพายุขึ้นมา จนตอนนี้ต่างก็ได้มีข่าวเรื่องพายุหิมะกระจายเข้าไปทั่วทั้งอำเภอแล้ว

“จางหยางคุณได้ยินข่าวถึงเรื่องพายุหิมะนี้หรือเปล่าตอนนี้ประชาชนต่างก็พากันแตกตื่นตกใจกันมากขึ้น เราในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐคงต้องให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่าหากมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจริงเราจะสามารถให้การช่วยเหลือได้” รองนายกประจำมณฑลด้านการปกครองหัวหน้าของจางหยางพูดขึ้น

“แหมท่านลู่ ผมว่าท่านน่าจะกังวลเกินเหตุไปก็ได้นะครับ ผมยังไม่เห็นว่าจะมีหิมะตกลงมาเลยด้วยซ้ำ ชาวบ้านเหล่านั้นก็อาจจะได้ยินข่าวโคมลอยที่ไหนมาก็ได้” จงเจิง รองนายกประจำมณฑลฝ่ายบรรเทาสาธารณภัยพูดแย้งออกมา

เลขาของทั้งสองอย่างจางหยางและอี้ฝานก็ได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับส่ายหัวให้กับหัวหน้าของตนที่ชอบทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ทั้ง ๆ ที่ทั้งสองต่างก็เป็นเพื่อนรักกันแต่ที่มักจะชอบทำตัวเป็นศัตรูกันแม้จะมีสาเหตุก็ตาม

แต่ความเล่นใหญ่นี้ต่างหากที่เลขาทั้งสองต้องส่ายหน้าจึงเป็นเหตุให้คนภายนอกเข้าใจผิดอยู่เสมอว่าถ้ารองลู่และรองหมิงอยู่ด้วยกันทุกคนต้องรีบหลีกหนีกันให้ไกล ด้วยเกรงว่าอาจจะเกิดลูกหลงจากการปะทะกันของทั้งสองได้

“ท่านรองหมิงดูท่านพูดเข้าเพราะถ้าเกิดภัยพิบัติจากพายุหิมะขึ้นมาจริง ๆ ผมว่าทางฝ่ายบรรเทาสาธารณภัยของท่านน่าจะเดือดร้อนที่สุดนะท่าน หากท่านไม่เตรียมการรับมือไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เมื่อเกิดเหตุขึ้นมาจริง ๆ ท่านก็อย่ามาร้องไห้ให้ฝ่ายปกครองของผมช่วยนะครับ” รองลู่พูดขึ้นอย่างคิดว่าตนเหนือกว่า ทั้งสองต่างก็โต้แย้งกันไปมาและไม่มีใครยอมใคร จนเดินเข้ามาในห้องของรองนายกลู่จิวซือ ทางด้านเลขาของทั้งสองก็ต้องเดินตามเข้ามาด้วย

เมื่อทั้งหมดเข้ามาในห้องและปิดประตูเรียบร้อยหมดแล้ว ท่านรองหมิงจงเจิงก็เดินเข้าไปกอดคอของท่านรองลู่จิวซืออย่างที่เคยทำเป็นประจำยามที่อยู่ด้วยกัน ภาพนี้ก็ไม่ได้ทำให้เลขาทั้งสองแปลกใจนักเพราะได้เห็นจนชินตาแล้ว

“จิวซือเอ็งว่าจะเกิดภัยพิบัติจากพายุหิมะจริงเหรอ กันเองจะได้หาเตรียมเสบียงรอไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ แล้วเราจะแอบเตรียมไว้ที่ไหนดี” รองหมิงถามเพื่อนของตน

“เอ็งก็หาเช่าโกดังว่าง ๆ ไว้สิ หาคนที่ไว้ใจได้มารับหน้าที่นี้ เอ็งปล่อยคอข้าได้แล้วและก็ไปนั่งให้เรียบร้อยด้วย” รองลู่กล่าวกับเพื่อนของตน

“เมื่อไหร่เราจะไม่ต้องทำเป็นทะเลาะกันสักทีวะข้าล่ะเบื่อ จะแย่ ต้องปั้นหน้าว่าไม่ชอบหน้าเอ็งจนหน้าข้าเมื่อยไปหมด แล้วว่ะ”

“เอ็งก็ทนเอาหน่อย ข้าเองก็เหนื่อยพอกับเอ็งนั่นแหละแต่จะให้ทำยังไงวะเบื้องบนเขาสั่งมาแบบนี้นี่หว่า ข้ากับเอ็งก็ต้องมาช่วยกันเป็นหูเป็นตากันแล้วล่ะว่าใครที่มันทำการขายพรรคให้กับคนอื่น” รองลู่พูดตอบโต้เพื่อนของตนพร้อมกับถอนหายใจไปด้วย

“แล้วข้าจะไปหาเสบียงได้จากไหนวะเอ็งก็รู้ว่ายุคนี้มันขาดแคลนขนาดไหน พวกเรานี่ยังโชคดีที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐยังมีให้กินไม่อดอยาก แต่เรื่องเสบียงชาวบ้านที่ไหนจะมีมาขายให้กัน” รองหมิงเองก็พูดขึ้นมาด้วยความหนักใจ

“ผมขออนุญาตท่านทั้งสองครับ” จางหยางที่ได้ยินรองนายกทั้งสองพูดกันถึงเรื่องเสบียงเขาก็ได้ตัดสินใจที่จะเป็นคนอาสาหามาให้เอง รองทั้งสองเมื่อได้ยินเสียงของจาง หยางพวกเขาก็หันมามองเลขาหนุ่มมากความสามารถตรง หน้านี้พร้อมกัน

“อนุญาต มีอะไรเหรอจางหยางลองว่ามา” ท่านรองลู่เป็นฝ่ายอนุญาตเลขาของตน

“กระผมมีแหล่งเสบียงที่เชื่อถือได้ครับ ผมอยากจะอาสารับหน้าที่ซื้อเสบียงเองครับรับรองได้ของคุณภาพดีและราคาก็ถูกกว่าท้องตลาดแน่นอน” จางหยางพูดขึ้นพร้อมกับมองหน้าเจ้านายทั้งสองไปด้วย

“ถ้าเป็นอย่างที่คุณพูดผมอนุญาตให้คุณจัดซื้อได้เลย แต่กว่าจะได้งบประมาณมาผมว่าคงต้องรอให้หิมะตกก่อนเป็นแน่เพราะคุณเองก็รู้ว่ารองนายกฝ่ายงบประมาณคือใคร” รองลู่ก็พูดด้วยความหนักใจขึ้นมาอีกเช่นกัน

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกันเดี๋ยวผมจะให้เงินส่วนตัวของผมกับคุณไปก่อน แต่คุณก็ช่วยเก็บหลักฐานการซื้อเอาไว้ด้วย เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นจริง ๆ ก็ค่อยนำมาเบิกเพื่อเอาเงินมาคืนผม แต่ถ้ามันไม่เกิดอะไรเราก็แค่นำมาสำรองไว้ในหน่วยก่อนแล้วก็เบิกงบมาคืนทีหลังก็ได้ ผมรวยผมไม่รีบฮ่า ๆ” รองนายกหมิงพูดติดตลกออกมาเพื่อให้ทุกคนไม่เคร่งเครียด

“เอาอย่างนี้ก็แล้วกันข้าเองก็จะช่วยเอ็งออกด้วยครึ่งหนึ่ง เรามาซื้อเสบียงเก็บไว้สักห้าหมื่นก่อนก็แล้วกัน ออกกันคนละสองหมื่นห้าข้าเองก็พอมีเงินอยู่บ้างถึงไม่รวยเท่ากับเอ็งก็เถอะ” รองนายกลู่ก็พูดขึ้นแต่ก็ยังไม่วายกัดเพื่อนของตนไปเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้

“รับทราบครับ ผมจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดท่านทั้งสองไม่ต้องกังวลครับ” จางหยางรับปากขึ้นมาอย่างแข็งขัน

“ท่านครับถ้าอย่างนั้นผมก็ขอไปช่วยหยางหยางด้วยนะครับ เพราะผมพอจะรู้จักคนที่มีโกดังใหญ่ที่พอจะไม่เป็นที่จับตามองของใครได้” อี้ฝานก็เสนอตัวเองออกมาบ้างเขาก็อยาก จะช่วยเพื่อนเช่นกัน

“ตกลงเรื่องเสบียงผมทั้งสองคนยกให้เป็นความรับผิดชอบของพวกคุณ ขอให้พวกคุณจงทำงานรับใช้ประชาชนให้เต็มที่ตามคติพรรคของพวกเรา

ตกเย็นของวันนั้นจางหยางก็ได้ขี่จักรยานของตนมายังบ้านพี่เมียของตนตามลำพังโดยเขาไม่ได้ให้ฮัวเหมยมาด้วยเพราะเป็นห่วงทั้งตัวภรรยาและลูกที่อยู่ในท้อง

เมื่อมาถึงร้องเรียกคนในบ้านอยู่สักพักก็เห็นพี่เมียของตนเป็นคนมาเปิดประตูู เขาทักทายตามมารยาทแล้วก็รีบเดินเข้าไปในบ้าน

“พี่ครับ หลานชายหลานสาวไปไหนกันเหรอครับ” เมื่อเข้ามาในบ้านได้เขาก็รีบถามหาหลาน ๆ ของภรรยาทันที เขารักเด็กสองคนนี้มากโดยเฉพาะเจ้าตัวน้อยเขาอยากมีลูกชายมีเหตุผลเหมือนซานซานและลูกสาวขี้อ้อนเหมือนซินซิน

“อยู่ในครัวกันนะ เจ้าตัวน้อยอยากกินบัวลอยน้ำขิงก็เลยไปอ้อนให้ย่าและแม่ทำให้กิน ส่วนซานซานกำลังทำการบ้านอยู่ในห้องว่าแต่มานี่เกี่ยวกับเรื่องเสบียงหรือเปล่า” จินเป่าถามน้องเขยของตน

“ใช่ครับพี่ ผมจึงรีบมาบอกหลานสาวตัวน้อยว่าตอนนี้ผมได้เป็นผู้รับผิดชอบหน้าที่ในการหาเสบียงเตรียมพร้อมไว้ก่อนครับ”

เมื่อจินเป่าได้ยินสิ่งที่น้องเขยพูดออกมาเขาเองก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งเพราะแผนการช่วยเหลือผู้คนของลูกสาวสำเร็จมาหนึ่งขั้นแล้ว
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 166

    “มีงานด่วนนะ พวกเรากลับบ้านกันเถอะ น้องสาวน้องเขยเหนื่อยหรือเปล่าการเดินทางค่อนข้างไกล” ชุนตอบคำถามหลานสาวก่อนหันไปถามน้องสาวและน้องเขยอย่างเป็นห่วง“ไม่เหนื่อยค่ะ พวกเราไม่ได้นั่งอยู่ข้างนอก” ซูเหมยสำรวจพี่ชายในขณะตอบเมื่อเห็นว่าเขาสุขสบายดีเธอก็วางใจ“เด็ก ๆ เป็นอย่างไรบ้างคะพี่” ซูเหมยถามถึงลูกชา

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 165

    หลังจากซินซินกับมู่หลงเฉินเดินทางกลับมายังมณฑลของตัวเอง เด็กน้อยไท่ไท่ผู้ฉลาดแสนซนก็ได้เข้าโรงเรียนระดับประถมซึ่งเป็นการเข้าเรียนทั้งที่อายุยังน้อยทำให้ครูในโรงเรียนได้ให้เขาทำแบบทดสอบมากมายเด็กชายก็ทำทุกวิชาได้เป็นอย่างดี ที่เป็นอย่างนี้ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับจิวจิวผู้ที่คอยสอนสั่งเด็กน้อยในเร

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 164

    “ครับ” เด็กหนุ่มรับคำอย่างมุ่งมั่น“ส่วนของที่อยู่ในซองนี้ พี่จะเก็บรักษาเอาไว้ให้ก่อน เมื่อไหร่ที่นายเติบโตพี่จะมอบมันให้อย่าบอกแม่ของนายล่ะ” มู่หลงเฉินกล่าวกำชับน้องชายพร้อมกับเก็บสิ่งที่อยู่ในซองลงในลิ้นชักตามเดิม“ผมเข้าใจครับ” เด็กหนุ่มรับคำอย่างเชื่อฟังในจดหมายของคุณปู่ได้ระบุไว้ทั้งหมดอย่างล

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 163

    “ซินซินลูกเป็นอะไรครับ ทำไมร้องไห้ไม่หยุดเลย” มู่หลงเฉินพยายามกล่อมบุตรชายเท่าไหร่ เขาก็ไม่ยอมเงียบ ชายหนุ่มจึงได้ถามภรรยาสาวอย่างจนใจ“ส่งลูกมาให้ซินซินเถอะค่ะ แล้วพวกเราไปห้องคุณปู่กัน” ซินซินกล่าวออกมาอย่างยากลำบากเพราะรู้ว่าสามีรักผู้เป็นปู่มากขนาดไหน“หมายความว่า” มู่หลงเฉินกล่าวเพียงแค่นั้น หล

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 162

    ทำให้เจ้าหน้าที่ สามสี่คนต้องตกใจตื่น พวกเขามองกันเหลอหลาว่าใครที่มาเรียก แต่ทว่าก็ไม่เห็นตัวคนจึงทำให้พวกเขาพากันขนลุกซู่พร้อมทั้งคิดเหมือนกันว่าพวกเขาน่าจะเจอดีเข้าแล้วและก่อนที่พวกเขาคิดฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ พวกเขาก็เห็นรถของมู่หลงเฉินที่จอดอยู่หน้าประตูโรงพยาบาลทำให้พวกเขารีบออกมาดู และก็ต้องขนต

  • 1969 ซินซินไม่ใช่ดาวหายนะ   บทที่ 161

    “ซินซินขอโทษนะคะ ที่ทำให้พี่ลำบาก” หญิงสาวกอดชายหนุ่มพร้อมพูดจาออดอ้อนอย่างอ่อนหวาน“พี่เข้าใจน้องครับ” ชายหนุ่มเอามือลูบผมภรรยากล่าวตามจริง แม้ว่าในบ้างครั้งเขาจะรู้สึกเหนื่อยก็ตาม แต่หลังจากคิดได้ว่าการที่ภรรยากำลังอุ้มท้องบุตรของตนนั้นลำบากกว่าเขาตั้งหลายเท่าก็ทำให้เขากลับรู้สึกสงสารหญิงสาวเป็นอย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status