LOGIN"เอาแบบนี้เลย ใช่ไหมแซม ได้เลย ! เก็บเงินของคุณซะแล้วเรื่องระหว่างเราเก็บมันไว้เพียงความทรงจำ"
View More旧華族の血を引く音楽一家・神澤家の一人娘。父は国際的に名を知られたバイオリニスト、母は声楽家として将来を嘱望された女性だった。詩乃自身も幼い頃からヴァイオリンを学び、繊細で品のある所作を身につけて育った。
しかし、神澤家は何者かの策略によって巨額の負債を背負わされる。父は名誉と家族を守ろうとして追い詰められ、憤死。母は心中を図ったが一命を取り留め、現在も病院で意識不明に近い状態が続いている。詩乃は家族に残された最後の「価値ある資産」として、借金返済のため鷹宮家へ差し出された。
怜司との結婚は愛ではなく契約だった。だが詩乃は、冷えた婚姻の中でも怜司を愛そうとした。彼の胃の弱さ、機嫌の悪い日の食事、出張帰りの疲れ、好む香り、避ける食材、頭痛の兆候まで七年間かけて覚え、黙って尽くし続けてきた。
五年前、怜司の子を妊娠する。だが当時の怜司に拒まれ、橘家――新設定では鷹宮家――に子を奪われる恐怖から、親友の兄・水無瀬旭の協力で娘・奏音の存在を隠してきた。
性格は、控えめで自己犠牲的。理不尽な扱いを受けても「自分が至らないから」と考えてしまう癖がある。だが、娘を守ることに関してだけは驚くほど強い。
外見は、黒髪のロングヘア。肌は白く、顔立ちは派手ではないが、育ちの良さがにじむ静かな美しさがある。痩せ気味で、疲労が重なると儚さが増す。普段は淡い色のワンピースやカーディガンを好むが、鷹宮家では地味で従順な装いを強いられている。
詩乃が密かに産み、守り続けてきた娘。心臓に重い病を抱えており、幼いながらも入退院を繰り返している。詩乃にとって唯一の光であり、生きる理由。
名前の「奏音」は、音楽一家だった神澤家の名残。亡き祖父が大切にしていた音と、詩乃が母として奏音に願った「この子の人生には、苦しみだけでなく音楽のような優しさが響いてほしい」という祈りが込められている。
性格は、病弱だが芯がある。母の顔色をよく見る子で、幼いながら詩乃が傷ついていることに敏感。
父親の存在を知らされておらず、最近になって「パパは、ママのこと好き?」と尋ねるようになった。
朔弥に対しては、最初から不思議な距離感で接する。「ママを泣かせない人かどうか」で判断する。
不動産、金融、医療テック、海外投資を支配する巨大財閥・鷹宮家の長男。幼少期から後継者として育てられ、感情よりも結果、愛情よりも秩序、家族よりも家名を優先するよう教育されてきた。
詩乃との結婚は、父親と鷹宮家が決めた政略結婚だった。そのため、怜司は最初から詩乃を妻として見ていない。「鷹宮夫人」という立場を与え、衣食住を保証している以上、夫としての義務は果たしていると思い込んでいる。
非常に傲慢で、他人を自分の管理下に置くことを当然と考える。詩乃が黙って尽くすことにも慣れきっており、その献身を愛情として認識していない。失って初めて、彼女が自分の生活と精神をどれほど支えていたかを知る。
外見は、黒髪、長身、冷えた美貌。常に高級なスーツを着こなし、隙がない。表情は乏しく、怒りも喜びも抑えた声で表す。だが、詩乃が離れ、奏音の存在を知ったあたりから、冷静さが崩れていく。
白川芽衣に対しては、かつての恋人への未練と庇護欲を持っている。芽衣の妊娠を自分の子だと思い込み、彼女を守ろうとするが、それは愛というより「自分が選んだ女を守っている」という自己陶酔に近い。
鷹宮家の次男。腹違いの私生子として生まれ、正式に鷹宮姓を与えられたものの、家の中では常に異物として扱われてきた。怜司とは兄弟でありながら、立場も扱われ方もまるで違う。
世間では、派手な女性関係と軽薄な態度から「無能な私生子」「継承権のない遊び人」と蔑まれている。
怜司の幼馴染であり、かつての恋人。裕福な家庭で甘やかされて育ち、容姿端麗で、周囲から守られることに慣れている。表向きは控えめで清楚、体が弱く、誰かに寄り添われなければ壊れてしまうような女性を演じる。
外見は、白い肌、柔らかな栗色の髪、華奢な体つき。淡いワンピースやカーディガンが似合う。守られる女を演じるための見せ方を熟知している。
水無瀬美琴の兄。海外資本、財閥間紛争、国際相続、企業買収に強い弁護士。冷静沈着で、感情的に怒鳴ることはないが、必要な時には容赦なく相手の急所を突く。
五年前、詩乃の妊娠を知り、奏音が鷹宮家の跡目争いに巻き込まれることを危惧して、法的に守る道を用意した。戸籍上も、鷹宮家から容易に手出しできない形に整えている。
詩乃に恋愛感情はない。美琴の親友であり、保護すべき依頼者であり、何より奏音を守るべき子供として見ている。
物語上の役割は、法の盾。
詩乃とは少女時代からの親友。神澤家が没落した後も離れず、詩乃と奏音を支え続けてきた。裏表がなく、怒る時は真っ直ぐ怒る。鷹宮家を心底嫌悪しており、詩乃が怜司に尽くし続けていた七年間も、ずっと歯がゆく見守っていた。
演奏家として活動しながら、奏音の世話、詩乃の母の医療費の一部援助、病院への付き添いなどを担っている。詩乃が弱音を吐ける数少ない相手。
物語上の役割は、詩乃の人間らしさを守る親友。
鷹宮家の現当主夫人。夫は表向き当主として存在しているが、実権の多くは瑛子が握っている。名門出身で、所作、言葉遣い、装い、すべてが完璧。外では慈善活動にも熱心な上流夫人として知られている。
だが内側では、家名と血筋を守るためなら人の尊厳を平然と踏みにじる女。詩乃を「借金の代償として差し出された女」としか見ておらず、妻としても人間としても認めていない。子を産めない女には価値がないと考えているため、詩乃を長年侮蔑してきた。
怜司には異常なほど期待をかけている。怜司を完璧な後継者として育て、彼の感情を削ぎ落としてきた張本人。怜司が他人を所有物のように扱う価値観は、瑛子の教育によるところが大きい。
朔弥に対しては、夫の裏切りの証として憎悪している。家に迎え入れはしたが、決して息子とは認めていない。朔弥が怜司を憎む土壌を作ったのも瑛子である。
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องของแซมอาจเพราะด้วยความกดดันของทั้งสองที่ต้องการเพียงระยะห่างเท่านั้นและอีฟก็แค่ตั้งใจจะไปปรึกษาเรื่องงานของเธอกับแซม ยังไม่ทันได้ปริปากพูดถึงมันเลยกลับต้องจบลงแบบนี้จะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างแต่บทสุดท้ายคือตอนนี้เธอเศร้าใจนัก และคำปลอบใจที่พูดกับตัวเองก็มีเพียงอย่างเดียวคือ ต้องมูฟออน เมื่อถึงห้องเธอก็ไม่รอช้าคว้าโน้ตบุ๊กขึ้นมาเปิดแล้วตอบกลับอีเมลงานที่รอคำตอบจากเธอมาหลายวันแล้วด้วยใจที่แน่วแน่มั่นใจและพร้อมเดินทางในวันถัดไปโดยไม่จำเป็นต้องรีรอ วันต่อมา… บางครั้งโชคชะตาก็พลิกผันรวดเร็วเกินตั้งตัวให้เราเดินตามทางที่ถูกกำหนดมาตามเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้เธอได้เก็บข้าวของเครื่องใช้ต่างๆแพ็กลงกล่องเพื่อจัดการส่งให้กับบริษัทขนส่งที่กำลังจะมารับ หนังสือที่ตั้งวางอยู่ด้านหน้ามือหยิบลงใส่กล่องกระดาษสี่เหลี่ยมที่เตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับหนังสือเล่มโปรดของเธอแต่แล้วดวงตาต้องสะดุดกับสมุดบันทึกรักที่เคยจดบันทึกไว้เธอหยิบขึ้นมาแล้วเพ่งมองชวนให้นึกถึงและคิดว่าจะเปิดดูและอ่านอีกรอบแต่แล้วทันใดนั้นเสียงประตูหน้าห้องก็ดังแทรก ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ใครคะ?” “แม่บ้านจ้า” เธอตั
ที่ร้านอาหารตามสั่งของเจ๊แตงอีฟและแนนซี่ได้ทยอยขนของลงมาไว้บ้างแล้วเพื่อรอครอบครัวของแนนซี่จะมารับในไม่ช้า บนโต๊ะอาหารทุกคนนั่งรับประทานอาหารพร้อมสนทนากันไปพลางๆพลันสายตาหลายคู่ต้องหันมองไปทางเดียวกันเพราะรถเบนซ์คันหรูที่ดูคุ้นตาและนานๆจะมีเข้ามาที่อะพาร์ตเมนต์ราคาประหยัดเช่นนี้ซึ่งดูคลับคล้ายคลับคลาว่าเมื่อหลายเดือนก่อนนั้นน่าจะเป็นคันเดียวกันที่เคลื่อนเข้าเมื่ออีฟและแนนซี่จ้องมองไปยังแผ่นป้ายทะเบียนนั้นแล้วก็ตรงเป๊ะและคิดว่า “ต้องใช่!หล่อนแน่ๆ”แต่วันนี้กลับมีสาวสวยสวมแว่นดำเดินออกมาจากรถมันเงาเพียงลำพังไร้เงาชายหนุ่มข้างกาย ลิซซี่ยืนบนรองรองเท้าส้นแหลม คอหันซ้ายหันขวาแล้วสายตาสะดุดเห็นอีฟและแนนซี่นั่งอยู่ที่ร้านอาหารข้างๆหอหล่อนจึงรีบเดินดุ่มๆมาแล้วเอ่ยถาม “อีฟเจอไอวาไหมฉันตามหาเขาอยู่เขาพยายามหลบหน้าหลบตาฉัน”เธอพูดด้วยเสียงที่กระซิกๆคล้ายกับจะร้องไห้ใต้แว่นดำแต่ไร้ซึ่งหยดน้ำตาต่อให้ลิซซี่จะสวยเพอร์เฟกต์แค่ไหนแต่หล่อนก็เป็นคนเอาแต่ใจให้ได้มาซึ่งทุกอย่างตามประสาลูกคนรวยที่ถูกสปอยล์แต่ตอนนี้เสียงของหล่อนที่พูดกับอีฟได้อ่อนปวกเปียกต่างจากเมื่อก่อนเพียงเพื่อต้องการให้ได้สิ่งที่หล่อนต
ในห้องสี่เหลี่ยมที่บรรยากาศอึมครึมเพราะชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นและจริงจังตอนนี้เขาได้เก็บตัวปิดประตูสังคมนั่งหน้าดำคร่ำเครียดปล่อยหนวดเครายาวสมองหมกมุ่นหนักกับงานที่ไม่ลงตัว แม้แต่อีฟคนที่กำลังคบหาเขาก็ไม่ได้สนใจตอบข้อความของเธออย่างเช่นเคยเพราะตอนนี้เขาแทบจะถวายชีวิตให้กับงานเลยก็ว่าได้ สามารถยอมแลกได้ทุกอย่างให้ได้มาซึ่งความสำเร็จแต่เขาอยากระบายออกมาบ้างในบางครั้งแล้วเสียงของชายหนุ่มได้ตะโกนลั่นปลดปล่อยอารมณ์ความเครียดจากสมองพลางมือขยำกระดาษเป็นก้อนแล้วปามันติดกำแพงผนัง..ที่อะพาร์ตเมนต์ในที่พักอาศัยของอีฟและแนนซี่ ตอนนี้ทั้งสองกำลังยุ่งกับการเก็บข้าวของ แนนซี่มองดูรูปถ่ายที่ถืออยู่ในมือเป็นภาพของเธอกับอีฟในชุดนักศึกษาสมัยปีหนึ่งที่ถ่ายคู่กันด้วยความสนิทสนมด้วยความปลาบปลื้มที่มีเพื่อนดีๆเช่น อีฟ แล้วเก็บใส่กล่องสี่เหลี่ยมส่วนตัวของเธอ ข้าวของเครื่องใช้ที่แพ็กไว้เรียบร้อยพร้อมขนย้ายเพื่อเตรียมกลับบ้านที่ต่างจังหวัดอย่างถาวร ในขณะที่อีฟมือแพ็กกล่องสลับหยิบมือถือขึ้นมาดูเป็นระยะๆเพื่อเช็กข้อความแซมที่จะตอบกลับเธอ“มีอะไรหรือเปล่าอีฟ เช็กมือถือตลอดเลย”แนนซี่เอ่ยถามเมื่อสังเกตว่าอีฟพะวงดูมื
หนึ่งเดือนผ่านไปเช้าของวันที่อากาศสดใสปลอดโปร่งในรั้วมหาวิทยาลัยที่ สองสาวใช้เวลาหลายปีในการร่ำเรียนและมีความผูกพันกับสถานที่เรียนแห่งนี้ก็มาถึงช่วงท้ายสุดของชีวิตนักศึกษา นักศึกษามากมายหลายคนต่างยื่นหน้าจ้องบนกระดาษที่แปะไว้ที่บอร์ดของคณะพลางนิ้วไล่เช็กรหัสของตัวเอง “อีฟฉันผ่านแล้ว”แนนซี่กระโดดกอดอีฟด้วยความดีใจเมื่อเห็นรหัสประจำตัวและชื่อของตัวเองติดอยู่ว่าสอบได้และอีฟยิ้มอย่างภูมิใจที่ทำสำเร็จเมื่อเห็นชื่อของเธอว่าสอบผ่านด้วยเช่นกันและตัวเธอเองจะไม่โอเคแน่ๆถ้าต้องเสียเวลาสอบใหม่อีกรอบเพราะฐานะการเงินที่ฝืดเคืองไม่สามารถประคองชีวิตต่อไปได้อีกหลายเดือนหากยังไม่มีงานประจำทำแล้ววันนี้เธอก็ทำสำเร็จซึ่งเธอก็ภูมิใจกับตัวเองอยู่ไม่น้อย สองสาวที่แพลนเอาไว้เป็นเดือนแล้วว่าจะรวบรวมเงินกันจัดงานฉลองเล็กๆกันที่ร้านข้างหอถ้าสอบผ่านและสำเร็จทั้งสองคน “แนนซี่ เดี๋ยวเจอกันที่ร้านเจ๊แตงนะเราต้องเฉลิมฉลองกันตามที่เราได้สัญญากันไว้แต่ตอนนี้ฉันต้องรีบไปก่อนนะเพื่อนมีนัดกับแซมไว้เจอกันเย็นนี้นะ ” อีฟพูดพลางก้าวถอยหลังเดินออกไปด้วยใบหน้าที่แจ่มใสและเธอก็ยิ้มไม่หุบระหว่างการเดินทางไปหาชายหนุ่มที่คบแล
หลังจากเจ๊แตงได้จัดการติดต่อหางานพาร์ตไทม์ช่วยอีฟให้ได้ทำงานแล้ว วันนี้ก็เป็นวันแรกของการทำงานพาร์ตไทม์ในร้านขนมหวานซึ่งใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน ผมยาวถักเปียเรียงซ้อนงามเป็นระเบียบ สาวหุ่นเพรียวในเสื้อยืดสีดำชายเสื้อเข้าในกระโปรงยีนสั้นบนรองเท้าผ้าใบสีขาวคลุมด้วยผ้ากันเปื้อนเดินจัดเสิร์ฟขนมหวานแ
“Sam,Can you stop the car for a moment?” (แซมหยุดรถสักครู่ได้ไหม)อีฟพูดขึ้นในขณะที่แซมกำลังขับรถตรงไปยังจุดอื่นระหว่างทางหลังจากที่ได้รับประทานอาหารเช้าเสร็จแล้วเพราะเธอได้ มองเห็นกลุ่มช้างที่น่ารักซึ่งเป็นสัตว์ที่เธอชอบเป็นพิเศษและขวานช้างรอให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสและใกล้ชิดที่หน้ารีสอร์ต แซมชำเล
11.00am ณ ที่สถานีขนส่งแห่งหนึ่งซึ่งเป็นประตูสู่ภาคอีสาน มีผู้คนพลุกพล่านเข้าออกขึ้นลง อีฟและแซมก้าวลงจากรถทัวร์สะพายเป้ใบตุง เดินมองหาผู้ให้บริการรถเช่าที่แซมได้จองไว้ทางอินเทอร์เน็ต“Sam I think that man” (แซม ฉันคิดว่าผู้ชายคนนั้นนะ) เธอพูดพลางนิ้วชี้ให้เขาดูชายวัยกลางคนยืนยิ้มกว้างหน้ารถออฟโรดส
เสียงนกเจื้อยแจ้วบ่งบอกว่าเป็นรุ่งอรุณของวันใหม่คู่หนุ่มสาวที่ผ่านศึกรักที่หนักหน่วง ฝูงนกได้ปลุกให้แซมตื่น เขาขยับร่างมือค่อยเลื่อนสัมผัสร่างสาวเจ้าเสน่ห์เข้ามาชิดแล้วลูบไล้ทั่วร่างเนียน อีฟขยับเปลือกตาด้วยความเคลิ้มรู้สึกได้ถึงมือที่ซุกซนสอดแทรกไปทุกจุดที่ไวต่อการสัมผัสพลันท่อนรักผ่าเข้าร่องสาวที





