Masukสะโพกสอบถาโถมเข้ามาอย่างหนักหน่วง ฉันเจ็บปวดไปทั้งตัว รวมถึงหัวใจที่ใกล้จะขาด น้ำตาไหลออกจากตาหยดลงที่พื้นจนเปียก
ไคหยุดแล้วถอดท่อนเอ็นแล้วจัดแจงให้ฉันในท่าคลานเข่า
"โอ๊ยยย ..ฉะ ฉันเจ็บ"ฉันร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ เพราะที่เข่าฉันนั้นเป็นแผล
"แปบเดียว.."ไคไม่สนใจเลยว่าฉันจะเจ็บแค่ไหน เขาจับท่อนเอ็นสอดใส่เข้าไปในร่องแคบอีกครั้ง แล้วกระแทกเข้ามาอย่างรุนแรง ฉันกำมือแน่น มันปากจนมันห่อเลือด ปึก ปึก
"อ่า...ซี๊ดดด"ความทรมานฉันได้สิ้นสุดลงเมื่อรู้สึกมีน้ำอุ่น ๆ พ่นเข้ามาในกายของฉัน
"ไปบนเตียง"ไคถอนท่อนเอ็นออกแล้วเอ่ยปากสั่งฉัน
"พอเถอะนะ..ฉันไม่ไหวแล้ว"ไคกระตุกยกยิ้มชั่วร้าย ก่อนที่จะอุ้มฉันในท่าเจ้าสาวเข้าไปในห้องนอน
"ฉันยังอยากอีกว่ะ"ว่าจบ เขาถอดกางเกงออกจนเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า แล้วคลานขึ้นมาบนเตียง ไคมาหยุดที่ตรงระหว่างขาจากนั้นก็ยกขาฉันขึ้นพาดบ่า แล้วจับท่อนเอ็นขนาดใหญ่ที่ยังคงเปียกแฉะไปด้วยน้ำรักของเขา เสียบเข้าที่ร่องแคบอีกครั้ง. ปึก ปึก
เนินนานแค่ไหนไม่รู้กว่าเขาจะหยุด ฉันสลบไปโดยไม่รู้เรื่อง ตื่นขึ้นมาอีกที่ ก็ไม่เห็นไคแล้ว ฉันหยัดกายลุกขึ้นอย่างลำบาก เพราะร่างกายของฉันเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ฉันแทบจะยืนไม่ไหว เดินจับตู้ โต๊ะ ไปหยิบผ้าเช็ดตัวในร่างที่เปลือยเปล่า แล้วมาพันตัว ก่อนที่จะไปที่ห้องน้ำ มันแสบไปทั้งตัวเมื่อสายน้ำได้กระทบร่างกายฉันโดยเฉพาะที่หัวเข่า
"โอ๊ยยย.."ฉันกัดฟัน อดทนจนอาบน้ำเสร็จ แล้วค่อย ๆ เดินออกมา โดยการเอามือยันกับผนังห้อง มันแทบจะเดินไม่ไหวจริง ๆ
พอแต่งตัวเรียบร้อย ฉันจึงเดินออกมาจากห้อง ซึ่งมันเงียบและว่างเปล่า เพราะไม่มีไคอยู่ ฉันเดินไปหยิบกล่องยาเพื่อจะเอามาทำแผล ระหว่างที่กำลังเช็ดแผลที่เข่า เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ฉันรีบหยิบขึ้นมาดู มันโชว์ชื่อไคขึ้นที่หน้าจอ ฉันพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ ก่อนที่จะกดรับสาย
"...."ฉันไม่พูดอะไร จะรอให้เขาเป็นคนพูดก่อน
(ยังไม่ตายหนิ)เป็นคำแรกที่ไคพูดออกมา
"นายคิดจะฟังฉันบ้างไหม"
(ฟังเธอแก้ตัว?)
"ฉันไม่ได้จะแก้ตัว..ฉันแค่อยากจะอธิบายนายกำลังเข้าใจฉันผิด..ฉันไม่ได้..."
(วันนี้ฉันอาจจะกลับดึกหน่อยนะ.)ฉันยังพูดไปจบประโยค ไคก็แทรกพูดขึ้นแล้วกดวางสายไปทันที ฉันเอาโทรศัพท์ออกจากข้างหู แล้วจ้องมองมันพร้อมกับถอนหายใจออกมา
ฉันวางโทรศัพท์ลง แล้วทำแผลต่อ ในหัวก็นึกถึงเรื่องที่ไคทำกับฉันอย่างป่าเถื่อน แต่ทำไมฉันไม่โกรธเขาเลย ไม่เข้าใจว่าทำไมฉันยังต้องทน ฉันรู้สึกเกลียดตัวเองจริง ๆ ทำไมถึงได้โง่แบบนี้ เนี้ยนะหรือที่เขาเรียกว่ารัก มันช่างเจ็บปวดดีจัง.
หลังจากทำแผลเสร็จ ฉันค่อย ๆ พยุงตัวเองไปที่ครัว หาอะไรรองท้อง ดีนะที่วันนี้เป็นวันหยุดฉันจึงไม่ต้องเข้าบริษัท ถ้าแม่เห็นคงจะเป็นเรื่องแน่ ๆ นี้ฉันยังจะปกป้องเขาอีกเหรอ หึ ตลกตัวเองชะมัด
ไม่ว่ายังไงฉันจะอธิบายทุกอย่างให้ไคได้ฟัง.
หลังจากหาอะไรรองท้องแล้วฉันก็กลับเข้ามาในห้อง ด้วยความเพลียจึงเผลอหลับไป
ฉันสะดุ้งลืมตาขึ้น เมื่อได้ยินเสียงแปลก ๆ อยู่ข้างนอก จึงลงจากเตียงแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง พอเดินออกมาฉันต้องหยุดชะงักเบิกตากว้าง พร้อมยกมือปิดปาก เมื่อเห็นผู้หญิงนั้นคุกเข่าเธอกำลังใช้ปากครอบไปที่ท่อนเอ็นไคแล้วรูดขึ้นลง ส่วนตัวไคก็นั่งอ้าขาโดยที่กางเกงของเขาปลดลงมาที่ปลายเท้า
"อ่า.."เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานแล้วคำรามออกมาเบา ๆ พอที่จะได้ยิน
"ว้าย.."ผู้หญิงคนนั้นเหลือบเห็นฉันเธอจึงตกใจถอนปากออกจากท่อนเอ็นทันทีแล้วส่งเสียงร้องออกมา ไคก็หันมาที่ฉันก่อนที่จะลุกขึ้นดึงกางเกงขึ้นมาใส่
"ออกมาทำไมวะ.."ไคพูดด้วยสีหน้าหงุดหงิด ผู้หญิงที่เขาพามายืนขึ้นแล้วยกมือจัดแต่งทรงผม
"ไปที่ผับดีกว่า..พี่มีอะไรจะให้"ไคเดินไปเอาแขนโอบเอวเธอ ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะหันไปหยิบกระเป๋าตัวเอง..ซึ่งฉันสังเกตว่ากระเป๋าใบนั้นราวกับเพิ่งซื้อมาใหม่
"พี่ไคจะให้อะไรกิ๊ฟอีกคะ แค่กระเป๋าใบนี้กิ๊ฟก็รักพี่ที่สุดแล้ว ขอบคุณนะคะที่ซื้อให้กิ๊ฟ"ไคเป็นคนซื้อกระเป๋าใบนั้นให้กับเธอ ฉันได้แต่ยืนนิ่งราวกับหิน มองที่สองที่พูดหยอกล้อ หอมแก้มฉัน พวกเขาทำกับไม่มีฉันอยู่ในห้องนี้ ราวกับว่าฉันเป็นอากาศ เจ็บนะ มันเจ็บ แต่จะโทษใครได้ ก็ฉันไม่ไปจากเขาเอง
พอสองคนนั้นออกไป ฉันก็กลับเข้ามาในห้อง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และกดหาเอม
(ว่าไงแก..)
"แก..ฮึอ..ฮึก.."จู่ ๆ ฉันก็ร้องไห้ใส่เพื่อนซะงั้น
(เฮ้ย..เป็นอะไรใครทำอะไร..ไค?)
"ฮือ..มะ มาหาฉันหน่อยได้ไหม"
(ได้ ๆ ฉันจะไป..)เอมพูดจบ ก็กดวางสาย ฉันวางโทรศัพท์บนเตียงแล้วฟุบตัวนั่งกอดขาอยู่ข้าง ๆ เตียงนอน แล้วร้องไห้โฮออกมา ฮึก..ฮือ
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงเอม เพื่อนของฉันก็มาถึง ฉันเข้าไปกอดเธอแล้วร้องไห้
"แก..ฮึก..ฮือ"
"เกิดอะไรขึ้น"ฉันสูดลมหายใจเข้าแล้วผละจากกอด เอมจึงพาฉันไปนั่งที่โซฟา
"ไอ้เด็กนั้นมันทำอะไรแก..อย่าบอกนะว่าเกิดแค้นขึ้นมาอีก"เอมเอ่ยถามพลางหยิบทิชชูมาให้ฉันเช็ดน้ำตา
"ใช่ เขาแค้นฉันขึ้นมาอีกแล้ว"
.
"อะไรของมันว่ะ..ก็เห็นดี ๆ อยู่ใครไปสะกิดต่อมแค้นมันขึ้นมาอีก"เอมบ่นพึมพำแล้วยกมือเกาหัว.
จากนั้นฉันก็เล่าทุกอย่างให้เอมฟัง.
"มันทำแกเกินไปแล้วนะ..เลิกกับมันเถอะ"
"...."ฉันได้แต่นั่งก้มหน้าเม้มปากทั้งสองแน่น
"ถ้าคิดว่าทนได้ก็ตามใจ..เฮ้อ"ฉันเงยหน้ามองเพื่อนที่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
"ถ้าวันไหนที่ฉันรู้สึกเย็นชากับความรู้สึกได้..วันนั้นฉันจะไปจากเขาโดยไม่มีน้ำตาให้เห็นสักหยด..ให้เวลาฉันหน่อยนะ"ฉันเอือมมือไปลูบแขนเพื่อน
"อืม ๆ ไอ้เด็กบ้ามันมีดีอะไรว่ะ ถึงทำให้คนอย่างแกหลงมันได้ขนาดนี้ เฮ้อ.."เอมพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ
"...."
"ว่าแต่ข้อความที่แกเขียนวันนั้น...ฉันจำได้ว่าแกทิ้งไปแล้วนี้"เอมหันมาพูดกับฉันแล้วขมวดคิ้วทั้งสอง
"ใช่..ฉันทิ้งไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไฟฟ์ได้ยังไง"
"...."เอมนั่งนิ่งสีหน้าราวกับคิดอะไรบางอย่าง.
"ไคบอกกับฉันว่า เพราะข้อความนั้นไฟฟ์จึง...ฆ่าตัวตาย"ประโยคสุดท้ายฉันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเทา มันบีบหัวใจอีกแล้วที่ต้องพูดเรื่องการตายของไฟฟ์
"ใบการสั่งจ่ายเงินการซื้อรถเป็นชื่อไฟฟ์?"ฉันผงกหัวให้กับเพื่อน เพราะฉันเห็นใบสั่งซื้อรถคันนั้น เป็นชื่อไฟฟ์ที่เป็นคนจ่าย
"ไฟฟ์น่าจะซื้อรถก่อนที่เขาจะ..."
"อีเชอรี่..ต้องเป็นมัน!"จู่ ๆ เอมก็พูดขึ้นพร้อมกับกัดฟันแน่นสีหน้าดูโกรธมาก
"เชอรี่?"
"ฉันว่ามันนั้นแหละ เป็นคนเอาข้อความนั้นไปให้ไฟฟ์ และหลอกให้ไฟฟ์ซื้อรถให้แก แล้วมันก็สวมรอยว่าเป็นมันเองที่ซื้อ"เอมคิดเหมือนอย่างที่ฉันคิด แต่ที่ฉันไม่ได้พูดออกไปเพราะกลัวจะคิดว่าปักปำเพื่อน
.
"....."ฉันพยักหน้าให้เอม ในเชิงเห็นด้วยกับความคิดของเธอ
"ฉันได้ข่าวมาว่า มันจะกลับมาที่ไทยอีก และคาดว่าจะอยู่ถาวรด้วย.."ฉันหันไปมองหน้าเอม
"ถึงวันนั้น ฉันจะคาดคั้นเอาความจริงจากมันให้ได้"เอมว่าต่อ
"คนอย่างเชอรี่ ไม่ยอมรับอะไรง่าย ๆ หรอก เราต้องมีแผน"ฉันพูดพร้อมกระตุกยิ้มร้ายที่จำมาจากไค รอยยิ้มที่ฉันเกลียด! แต่กลับจำมาทำ
"แกมีแผน?"
"ยัง..ยังไม่ได้คิด"ฉันยิ้มให้เพื่อนเจื่อน ๆ อยู่กับเพื่อนก็พอคลายความทุกข์ลงได้บ้าง มันดีกว่าที่ฉันต้องอยู่คนเดียว
เอมมองดูสภาพฉันที่ร่างกายฟกซ้ำไปหมด และที่เข่ายังมีแผล เธอแค้นใจมากจึงต่อว่า ด่าทอไคไม่หยุด
"ไอ้เด็กเถื่อน ไอ้เด็กเลว ระยำ..ไอ้เด็ก...อะไรดีว่ะแก"เอมหันมาถามฉัน
"เด็กเปรต!"
"เออ..ใช่ ๆ มันตัวสูงอย่างกับเปรต"ฉันกับเอมก็นั่งหัวเราะกันอย่างสนุกสนานทำให้ฉันลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ไปเลย
พอเริ่มดึก เอมก็ขอตัวกลับ ส่วนฉันก็อาบน้ำเตรียมตัวนอน ฉันพยายามจะข่มตาหลับ แต่ในหัวก็คิดอะไรไปเรื่อยเปือย จึงทำให้นอนไม่หลับ จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูที่หน้าห้องนอน ซึ่งฉันได้ล็อกห้องไว้ ปัง ปัง ปัง เสียงดังมาก ไม่ควรจะเรียกว่าเคาะ ต้องใช้ตำว่าพังประตูมากกว่า ฉันลงจากเตียง แล้วเดินไปเปิด เพราะเดาได้เลยว่าต้องเป็นไค พอประตูเปิดเข้ามา
"ฉันคิดว่าเธอจะไปซะแล้ว..เห็นขนาดนั้นยังทนได้อีก หึ"ไคมีอาการเมาเดินเซ ๆ เข้ามาด้านในแล้วพูดขึ้น เขาเอื้อมมือมาลูบที่คางฉัน แต่ฉันก็สะบัดหน้าหนีพร้อมกับก้าวถอยออกมา
"เพราะเธอรักฉัน..เธอถึงไม่ไปจากฉัน..จริงไหม"ไคก้าวขาเข้ามาดึงแขนฉันไปใกล้ ๆ ตัวพร้อมกับโอบเอวฉันเข้าไปชิดที่หน้าอกเขา
"ปล่อย!"ฉันพยายามขยับตัวหนี แต่ไคก็โอบเอวฉันไว้แน่นจนทำให้ขยับไปไหนไม่ได้
"รักฉันมากเลยเหรอ"เขากระซิบข้าง ๆ หูเบา ๆ มีกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อน ๆ ปะทะจมูกฉัน
"ฉันโง่..ฉันมันเป็นคนโง่ที่รักคนอย่างนาย"
"หึ"ไคหัวเราะในลำคอก่อนที่จะปล่อยฉันเป็นอิสระ แล้วเดินไปนั่งที่ปลายเตียง
"เธอไม่ได้โง่หรอกไอ...เธอมันเป็นผู้หญิงใจร้าย ที่เพื่อนฉันต้องตายก็เพราะเธอ เธอมันฆาตกร!"ไคย้ำคำสุดท้ายเสียงแข็ง
🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥
งานแต่งของฉันมันค่อนข้างหรูหรามาก คือคุณนายแม่ไคทุ่มทุนสร้างมากค่ะ คงอยากได้ฉันเป็นสะใภ้มาก ใช่สิ ฉันทั้งสวย รวย เก่งและฉลาด เอ่อ..ฉลาดมั้ง ฉลาดแหละฉันมือไม้เย็นไปหมดในขณะที่แม่อุ่นพาฉันลงไปหาว่าที่สามีเด็กของฉัน พอถึงบันไดขั้นสุดท้าย ฉันก็ได้เห็นเจ้าบ่าวสุดหล่อของฉันยืนรออยู่ หัวใจฉันแทบจะละลาย เด็กน้อยฉันที่ไอ้นั้นไม่น้อย คือเขามันบอกว่าของเขาไม่น้อย เขาหล่อมากค่ะ แล้วเมื่อเขายิ้มโชว์ลักยิ้มเจ้าเสน่ห์ให้ฉันนะ ฉันจะวูบ มันน่ารักมากแม่อุ่นส่งมือฉันให้กับไค"ฝากดูแลลูกสาวน้าด้วยนะตาไค ไม่ใช่สิ ลูกสาวแม่สินะ"แม่พูดจบแล้วหันมายิ้มให้ฉัน"ครับแม่"ไคตอบกลับแล้วจับมือฉันไปคล้องแขนแกร่งเขาก่อนที่จะพาฉันขึ้นไปบนเวทีตอนนี้เป็นพิธีฉลอง ซึ่งเรามีพิธีในช่วงเช้าไปแล้วแหละ พอไคพาฉันขึ้นมาที่บนเวที หัวใจฉันก็เต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากอก ตื่นเต้นมาก ๆ แขกผู้มีเกียรติก็มากมายซะเหลือเกิน"ช่วยปรบมือให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วยค่ะ"พิธีกรสาวเอ่ยขึ้น ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน นั้นก็คือเพื่อนของฉันเอง ฉันขอให้เธอมาเป็นพิธีกรเฉพาะกิจให้ หลังจากที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวแล้ว จริง ๆ แล้วฉันก็เกรงใจเพื่อนนะ เพราะเพื่อ
ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในรถของไค ซึ่งแน่นอนว่าเขากำลังขับพาฉันไปที่คอนโด ระหว่างนี้เขาจับมือฉันไปหอมราวกับคนโรคจิต"จะหอมอะไรนักหนาเนี่ย"ฉันทักท้วงเพราะรู้สึกว่ามือฉันจะติดจมูกเขาไปแล้ว"ก็ผมรักพี่อ่ะ"เดี๋ยวนี้ฉันได้ยินคำว่ารักจากเขาบ่อยมาก มันชื่นชุ่มหัวใจดีจัง"แล้วทำไมไม่รักตั้งแต่ตอนแรก"ฉันแสร้งถาม"นั้นสินะ...ป่านนี้เราคงมีความสุขกันไปตั้งนานแล้ว"ไคพูดพลางยกมือลูบครางตัวเองสีหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง"...."ฉันรู้ว่าเพราะอะไร"ความแค้น!"สุดท้ายแล้วไคก็พูดขึ้นมาเอง"...."ฉันจึงได้หันขวับไปที่เขา"พี่รู้ไหมทำไมผมถึงแค้นพี่มาก..ที่ทำให้ไอ้ไฟฟ์ต้องฆ่าตัวตาย""....""ไอ้ไฟฟ์มันไม่ใช่แค่เพื่อน..มันเป็นเหมือนพี่ เหมือนน้องของผม ผมกับมันสนิทกันตั้งแต่เด็ก ๆ ผมมีพี่คีย์เป็นพี่ชาย และมีมันนี้แหละที่ผมนับว่ามันเป็นน้องชายผมอีกคน..เพราะแบบนี้ผมถึงได้แค้นพี่ไงที่ทำให้มันต้องคิดสั้น"ไคพูดจบแล้วหันหน้ามาที่ฉันเขาคลี่ยิ้มออกมา แล้วจับมือฉันกุมไว้"จะโทษพี่ฝ่ายเดียวก็ไม่ได้..มันเองก็อ่อนแอเกินไป..อีกอย่างมันควรจะนึกถึงคนที่รักมันบ้าง..ไม่ควรที่จะนึกถึงแต่ตัวเองตัดช่องน้อยแต่พอตัว...ทำให้คนที่ยังอยู่ต้อง.
ทุกคนตามแม่ไปที่ห้องพักฟื้น..แต่น้องยังไม่ออกมาจากห้องเด็กแรกเกิดเพราะคุณหมอต้องตรวจเช็คร่างกายอีกหลายอย่าง ลุงไทน์ขอบอกขอบใจไคยกใหญ่ ที่ช่วยให้ลูกของเขาปลอดภัย รวมถึงแม่ของฉันด้วยที่ไม่ลืมขอบใจไค ท่านพูดกับไคดีกว่าเดิม ดูเป็นมิตรมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แม่จะคอยไล่เขาและพูดจาเสียงแข็ง. ฉันคิดว่าแม่คงจะเริ่มใจอ่อนแล้วล่ะสักพักใหญ่คุณพยาบาลก็พาน้องชายฉันเข้ามาพอได้เห็น 'ออสติน'ฉันตื่นเต้นมาก ใช่แล้วน้องชายฉันชื่อ ออสติน ไคจ้องมองน้องชายด้วยแววตาที่ดูปลื้มปริม และเอ็นดู เขาดูอบอุ่นมาก เมื่อแม่ให้เขาอุ้มน้อง อาจจะดูเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บ้าง เขาหอมน้องชายด้วยความรักใคร่ แล้วยิ้มไม่หุบเลย ฉันกับแม่หันมายิ้มให้กันเมื่อเห็นท่าทางไคที่ดูรักเด็กมากถ้าลูกฉันยังอยู่ก็คง...เฮ้อจะว่าไปฉันเองก็ไม่ได้อยากจะมีลูกหรอก พอมารู้อีกทีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์แต่ลูกก็ไม่อยู่แล้ว มันน่าเศร้าที่สุด"แล้ววันนี้ไม่ไปเรียนเหรอไค"ลุงไทน์เอ่ยถามไค"เอ่อ...""จริง ๆ แล้ว ไคต้องไปสอบแต่.."ฉันยังพูดไม่จบไคก็เข้าสะกิดฉัน"ตายจริง..ยังงี้ก็ไปสอบไม่ทันแล้วนะสิ""ครับ..แต่ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวค่อยไปสอบใหม่ได้"แม่ผงกหัวรับแล้
ไคจับมือฉันเดินออกมาจากห้อง ก็เห็นหวานที่ยืนโวยวายอยู่ที่หน้าห้อง พอเธอเห็นไคก็รีบปรี่เข้ามา"มาทำไม.."ไคเอ่ยน้ำเสียงแข็ง มือหนาของเขายังจับมือฉันแน่น"หวานมาหาไค"เธอพูดเสียงอ่อย ๆ ทำน่าสงสาร"ที่พูดไปวันนั้นยังไม่เข้าใจ?"ไคพูดพร้อมกับขบกรามแน่น"หวาน..""กลับไปซะ!"หวานยังพูดไม่จบประโยคไคก็ตวาดไส่เธอซะก่อน"ไค..ทำไมทำกับหวานแบบนี้..หวานรักไคนะ""แต่ฉันไม่ได้รักเธอ..เลิกยุ่งกับฉันสักที"ไคกดน้ำเสียงทุ้มต่ำ ท่าทางเขาดูรำคาญผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่น้อย"ไค.."เธอเอ่ยน้ำเสียงสั่นเทา"กลับไป...อย่าให้ฉันต้องหมดความอดทน"น้ำเสียงของไคที่พูดกับหญิงสาวช่างดูดุดันและจริงจังมาก ฉันเห็นสีหน้าหวานรู้สึกกลัวไคมาก"หวาน..กลับก็ได้"สุดท้ายเธอก็ต้องยอมแพ้ไปเมื่อเห็นสีหน้าแววตาไคที่ดูน่ากลัว ว่าจบหวานก็เดินออกไปโดยง่ายดาย เวลาไคมันดุ มันก็น่ากลัวเหมือนกันนะ ฉันเจอมาแล้วหลังจากหวานกลับไป และคิดว่าคงไม่มีใครมาวุ่นวาย และทำให้รำคาญใจ ไคพาฉันกลับเข้ามาในห้อง ที่พี่นัสนั่งอยู่"เรียบร้อยแล้วใช่ไหม"พี่นัสเอ่ยถามแล้วยกแก้วไวน์กระดกลงคอ"ครับ"ไคตอบกลับแล้วจับฉันนั่งลงข้าง ๆ เขา"แล้วเรื่องน้าอุ่น ..แม่ไอนายจะทำยังไ
ฉันขึ้นมาบนห้อง นั่งรอแม่ด้วยจิตใจที่กระวนกระวายไปหมด สงสารไคจัง ท่าทางเขาดูเสียใจมาก รู้งี้ห้ามไม่ให้เขาบอกแม่ซะก็ดี ยอมรับนะว่าฉันตกหลุมรักเขาอีกครั้งเข้าแล้ว ใจง่ายเสียจริงฉัน ก็ไคน่ารักอ่ะ ยิ่งตอนนี้เขาคำพูดคำจา ท่าทางดูน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด ฉันนั่งนึกไปก็อมยิ้มอยู่คนเดียว จนแม่เปิดประตูเข้ามา ฉันจึงรีบลุกขึ้นไปประคองแม่ เพราะลุงไทน์ไม่ได้เข้ามาด้วยฉันพาแม่ไปนั่งที่โซฟา แล้วพาตัวเองไปนั่งฝั่งตรงกันข้าม."แม่ เรื่องไอกับไค.."ฉันเริ่มเปิดประเด็นก่อนทันที แต่ยังไม่ได้จะพูดอะไรแม่ก็เบรคฉันแทบหัวทิ่ม"ไม่ต้องมาพูดเลย..เกิดเรื่องขนาดนี้แกไม่คิดจะบอกแม่เลยเหรอ ยอมให้เขาทำร้ายอยู่ได้ แกโง่เกินไปไหมยัยไอ""แม่..""ยังไงฉันก็ไม่ให้แกคบกับตาไคเด็ดขาด"แม่พูดพร้อมกับทำสีหน้าจริงจังเอามาก ๆ ไม่เคยเห็นแม่จริงจังอะไรเบอร์นี้เลย"แต่ไอรักไคนะคะแม่..""รักได้ก็ต้องเลิกรักได้ ..ลืมไปแล้วหรือไงว่าเขาทำอะไรกับแกบ้าง แม่นั่งฟังไปกัดฟันไป ไม่คิดว่าตาไคจะทำร้ายลูกฉันขนาดนี้""เรื่องที่เกิดขึ้นไอก็มีส่วนผิดเหมือนกันนะแม่ ..""เฮ้อ..."แม่พ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ แล้วส่ายหน้า"เรื่องทุกอย่างมันจบแล้ว..เราสองคน
ไคขับรถพาฉันมาถึงที่คอนโดของเขา พอฉันก้าวขาเข้าไปด้านใน ไคก็ดึงมือฉันเข้าไปในห้องนอนของเขาทันที และเป็นอย่างที่เขาพูด บราเซียร์ของฉันได้ถูกวางไว้อยู่บนเตียงใกล้ ๆ กับหมอน ไคนั่งลงที่บนปลายเตียงแล้วดึงฉันไปตักแกร่งของเขาฉันก็หลวมตัวมากับเขาเฉย ฉันแพ้เด็กบ้านี้อีกแล้ว ไคกอดรัดฉันแล้วเอียงคอมาหอมที่แก้มฉันทั้งซ้ายและขวา"พอแล้ว.."ฉันพูดปรามเมื่อเขายังหอมฉันไม่หยุด"จะพอได้ไง..ก็ผมคิดถึงพี่นี้ครับ"เวลาไคพูดจาสุภาพแบบนี้ มันทำให้มีผลต่อหัวใจของฉันมาก เพราะมันสั่นระริก ๆ อยู่ตลอดไม่แค่หอม ไคล้วงมือเข้าไปในสาปเสื้อแล้วบีบเค้นหน้าอกฉันด้วย ทำให้ขนฉันลุกไปทั้งตัว"ไค..อย่า"ฉันพยายามดึงมือเขาออกมา แต่ก็ไม่เป็นผล มากกว่านั้นเขาได้ปลดตะขอบราเซียร์ฉันออกไปแล้ว"ผมอยากทำกับพี่ให้ผมทำนะ"ไคพูดด้วยน้ำเสียงแหบเพร่าก็ที่จะยกตัวฉันลงจากตักเขาแล้วผลักฉันนอนราบลง เขายกขามาคร่อมร่างฉัน ก่อนที่จะเอามือเขามาประสานกับมือฉันทั้งสองข้าง"ผมสัญญาว่าผมจะเป็นสามี และพ่อของลูกพี่ที่ดี""ดะ เดี๋ยวนะ...ฉันยังไม่บอกเลยว่าฉันจะแต่งงานกับนาย.."ฉันพูดแย้งขึ้นทันที ในขณะที่ไคคร่อมร่างฉันอยู่"ผมว่ายังไงพี่ก็ต้องแต่งงาน..







