LOGINDi kehidupan pertamanya, Anindya baru menyadari ketulusan suami dan anaknya setelah mereka tewas dalam kecelakaan pesawat. Saat membuka mata, ia kembali ke masa SMA—hari pertama bertemu Arkana Pratama. Kali ini, ia tak akan memilih pria yang salah. Ia akan mengejar Arkana, memperbaiki takdir, dan merebut kembali keluarga yang pernah ia sia-siakan.
View Moreขนตาหนาเป็นแพขยับอย่างหงุดหงิด เมื่อได้ยินเสียงวุ่นวายที่อยู่ด้านนอกสิ่งแรกที่ปรากฏคือแสงสว่างของอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องนอน
คิ้วงามขมวดอย่างมึนงง ก่อนจะเริ่มขยี้ตาเพื่อปรับให้เห็นภาพตรงหน้าชัดเจนขึ้น พอข้าวของเครื่องใช้ สิ่งต่างๆ ที่เริ่มคุ้นเคยปรากฏขึ้นในสายตา ชุยจินหว่าน ก็เกือบจะกรีดร้องออกมา
เป็นไปได้อย่างไร!!! ยามนี้นางอยู่ภายในห้องนอนของตนเอง เมื่อยกมือขึ้นมาสำรวจก็พบว่ามือของตนเองช่างเล็กและบอบบางนัก
สาวใช้ด้านนอกเหมือนจะได้ยินเสียงของคุณหนูเคลื่อนไหวจึงได้เดินเข้ามาดูอย่างรีบร้อน
“โถ่ คุณหนูของบ่าว สวรรค์เมตตาแล้ว ดีเพียงใดที่ท่านฟื้นขึ้นมา” เสียงสะอื้นของเสี่ยวผิง สาวใช้ข้างกายของจินหว่านร้องอย่างดีใจอยู่ข้างเตียงของนาง
“เกิดอันใดขึ้น” เสียงเล็กแหลมทั้งยังแหบพร่า ทำให้จินหว่านนิ่งอึ้งชะงักไปทันที
“คุณหนูจำมิได้หรือเจ้าคะ คุณหนูกับคุณหนูรองทะเลาะกันแล้วตกลงไปในสระน้ำกันทั้งคู่ แต่คุณหนูรองได้สติตั้งแต่เมื่อสองวันก่อนแล้ว เหลือเพียงแค่คุณหนูของบ่าวที่ยังมิได้สติจนมาถึงวันนี้”
พอเสี่ยวผิงอ้าปากเล่าออกมา ความโกรธแค้นของนางที่ไม่อาจจะเข้าช่วยคุณหนูของตนไว้ได้ก็ออกมาด้วย
จินหว่าน หวนคิดย้อนกลับไปก็ดูเหมือนจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นจริงๆ แต่เมื่อตอนนั้นนางเพิ่งจะอายุได้เพียงสิบหนาวเท่านั้น
คุณหนูรองที่เสี่ยวผิงพูดถึงคงไม่แคล้ว ชุยจินหร่วน บุตรีของท่านอารองของนาง ชุยหมิ่นอารองของนางเพิ่งจะเดินทางกลับมารับตำแหน่งในเมืองหลวงเมื่อสองเดือนก่อนที่จะเกิดเรื่อง ตอนนั้นนางกับจินหร่วนกำลังแย่งดอกไม้ผ้าไหมที่ใช้ประดับผมกันอยู่
เดิมทีก็เป็นของนางแท้ๆ แต่จินหร่วนกลับเป็นฝ่ายที่อยากได้ หากขอดีๆ มีหรือที่ญาติผู้พี่อย่างนางที่มีเครื่องประดับหลายหีบจะไม่ให้นาง แต่ด้วยนางต้องการจะแย่งชิงไปจากมือ นั่นคือสิ่งที่จินหว่านรับไม่ได้
ทั้งสองยื้อแย่งกันจนพลัดตกลงไปในน้ำ สาวใช้ที่อยู่รอบตัวต่างก็ว่ายน้ำกันไม่เป็น ทำให้เสียเวลาวิ่งไปตามคนมาช่วยอยู่นาน นางจะไม่เป็นอันใดมากเลยหากไม่ใช่ว่าจินหร่วนกดหัวนางลงน้ำอยู่หลายหน
พอมาคิดดูตอนนี้แล้ว ไม่รู้ว่าจะต้องขอบคุณจินหร่วนที่ทำให้นางได้ย้อนเวลากลับมาดีหรือไม่ เมื่อภพที่แล้วชีวิตนางช่างเลวร้ายนัก นางต้องยกเลิกสัญญาหมั้นหมายกับโซ่วอ๋อง หลี่หรงหาน พระโอรสองค์รองของฮ่องเต้ ที่เกิดจากซ่งเสียนเฟย หลังจากที่ถูกจ้าวตงหยุนช่วยชีวิตเอาไว้ไม่ให้นางถูกโจรชั่วย่ำยี ชื่อเสียงของนางไม่หลงเหลือแล้วจำต้องแต่งให้จ้าวตงหยุนอย่างเลี่ยงไม่ได้ อีกอย่างหลี่หรงหานถูกทำลายเส้นเอ็นที่ขาทั้งสองข้างจนกลายเป็นผู้พิการเดินไม่ได้ไปแล้วเขาจึงยอมถอนหมั้นให้นางแต่โดยดี
จ้าวตงหยุนสอบได้จอหงวนในปีนั้น แต่บัณฑิตที่ยากไร้จะได้แต่งให้นางได้อย่างไรหากไม่ใช่ว่าชื่อเสียงของนางไม่ดี แต่ถึงอย่างนั้นบิดามารดาก็ไม่ได้ยินยอมตั้งแต่แรก แต่นางดื้อรั้นเห็นเขาเป็นผู้มีพระคุณของนางจึงอยากจะแต่งให้เขา
แต่ไม่คิดว่า จ้าวตงหยุนจะต้องการบ้านเดิมของนางเพื่อหนุนให้อนาคตในราชสำนักของเขารุ่งเรืองขึ้น ในภายหลังนางยังไม่ได้รู้เขาและจินหร่วนร่วมมือกันทำให้นางต้องตกอยู่ในวงล้อมของโจรชั่ว แล้วทำทีเป็นบุรุษขี่ม้าขาวมาช่วยหญิงงาม
ความรักในช่วงแรกที่จ้าวตงหยุนมอบให้นางเป็นเรื่องจริง อย่างไรนางก็ได้ชื่อว่าสาวงามล่มเมือง ต่อให้จุดโคมหาทั่วทั้งเมืองหลวงจะพบสาวงามเช่นนางหรือไม่ก็ยังไม่รู้ แต่สัญญาและข้อตกลงที่เขาทำไว้กับจินหร่วนก็ไม่อาจปฏิเสธนางได้ มิเช่นนั้นนางจะเปิดเผยแผนการที่เขาวางเอาไว้ออกมา
ยิ่งได้มาเจอกับหลี่หรงฝู ที่หมายตานางเข้าด้วยแล้ว เพื่อแลกกับอำนาจที่หอมหวาน จ้าวตงหยุนจึงยอมตัดใจยกภรรยาของตนให้เขาในทันทีและได้ทำตามสัญญาที่มอบให้จินหร่วนอีกด้วย
บิดาที่เป็นเสนาบดีกรมคลัง กับมารดาที่เป็นฮูหยินตราตั้งชั้นหนึ่ง ถึงกลับโกรธนางจนไม่ยอมติดต่อหลังจากที่ออกเรือนไป มีเพียงพี่ชายที่ยังติดต่อดูแลอยู่ไม่ห่าง แต่เมื่อตำแหน่งของจ้าวตงหยุนในราชสำนักดีขึ้น บิดากับมารดาก็ยอมใจอ่อนให้นางได้กลับบ้านเดิม แต่นางได้กลับไปแสดงความกตัญญูกับบิดามารดาได้เพียงแค่ครั้งเดียว ก็ถูกส่งตัวให้หลี่หรงฝูเสียแล้ว
เมื่อคิดถึงความรักใคร่ที่หลี่หรงฝูมอบให้ จินหว่านก็อดที่จะสั่นสะท้านออกมาไม่ได้ นางเป็นสตรีที่ได้ชื่อว่าสองสามี จึงไม่อาจได้รับฐานะใดในวังหลัง ทั้งยังถูกกักขังเอาไว้ในกรงทองที่ไม่อาจออกมามองภายนอกได้
หลี่หรงฝู แม้จะรักนางจากใจยิ่ง ทั้งยังมอบสิ่งที่ดีที่สุดในวังหลวงเท่าที่เขาจะมีให้นางจนสิ้น แต่กลายเป็นสร้างความอิจฉาให้ฮองเฮาและสนมนับพันของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ถึงจะซ่อนนางให้พ้นจากสายตาของผู้คนแล้ว แต่ผู้ใดจะคิด ฮองเฮายังสามารถหาโอกาสเล่นงานนางได้
“ข้าก็นึกว่าสตรีใดที่ฝ่าบาทหวงแหนจนต้องสร้างเรือนทองคำเพื่อซ่อนสาวงาม อาหว่าน...เจ้านั้นเอง หากฝ่าบาทบอกกล่าวข้าสักคำ ข้าจะใจดำไม่ให้รับเจ้าที่แปดเปื้อนแล้วเข้าวังหลังได้อย่างไร ทั้งข้า...ยังจะมอบตำแหน่งให้เจ้าอีกด้วย” สายตาของมู่ฮองเฮาที่จ้องมองมายังใบหน้าของจินหว่าน มีทั้งแววรังเกียจที่ปิดไม่มิด ทั้งความอิจฉาที่สวรรค์ช่างลำเอียงมอบความงามทั้งหมดให้นางอย่างไม่มีสตรีใดในแคว้นจะเทียบได้
จินหว่านได้แต่ก้มหน้านิ่งไม่เอ่ยสิ่งใด นางรู้ดีว่าวันหนึ่งมู่ฮองเฮาจะต้องรู้ถึงการมีอยู่ของนาง แต่ไม่คิดว่าจะล่วงมานานถึงห้าปี ที่นางจะต้องคอยมองท้องฟ้า สวนดอกไม้ที่งดงาม อยู่แต่ภายในห้องเท่านั้น
ตำหนักทองคำแล้วอย่างไร สวนดอกเหมยแดงที่นางชื่นชอบ หรือแม้แต่ดอกโบตั๋นที่งดงามเป็นหนึ่งนับร้อยกระถาง ในเมื่อนางไม่อาจออกไปไปชื่นชมได้แม้แต่เพียงอึดใจ อยากชื่นชมก็ทำได้เพียงให้นางกำนัลยกเข้ามาภายในห้องของนางแทน
ชุดผ้าไหมเนื้องามที่เป็นเครื่องบรรณาการ สิ่งของล้ำค่าที่วางประดับจนแทบไม่เหลือช่องว่างให้นางได้ชื่นชม แต่ทุกสิ่งที่เห็นนางไม่ต้องการ นางอยากออกไปจากกรงขังทองคำนี้ใจแทบขาด ภายนอกรู้เพียงว่านางหนีหายไปหลังจากที่จ้าวตงหยุนรับญาติผู้น้องของนางเข้าจวน แต่ใครจะคิดว่านางจะถูกซ่อนเอาไว้ในวังหลวงเช่นนี้
มู่ฮองเฮามีเวลาไม่มาก นางส่งสายตาให้นางกำนัลและขันทีข้างกาย จับยึดร่างของจินหว่านเอาไว้ ยารสขมที่มองก็รู้ว่าไม่ใช่ยาบำรุงร่างกายถูกกรอกลงลำคอระหงอย่างเลี่ยงไม่ได้
ถึงจะต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดเพียงใด แต่ยาพิษที่ถูกกรอกใส่ปากถึงสองชามก็ทำให้จินหว่านไม่อาจหนีไปจากความตายได้ ร่างของนางค่อยๆ ทรุดตัวลงกับพื้นดิ้นทุรนทุรายอย่างทรมาน
“หึหึ หวังว่าฝ่าบาทจะมาช่วยเจ้าหรือ พระองค์เดินทางออกไปจัดการกบฏโซ่วอ๋องที่นอกเมือง ยามนี้จะมีกระจิตกระใจเป็นห่วงเจ้าได้อย่างไร ไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดการเก็บกวาดเรื่องของเจ้าให้เอง”
จินหว่านขมวดคิ้วอย่างมึนงง นางไม่มีเวลาคิดเรื่องที่มู่ฮองเฮาพูด ด้วยไม่อยากเชื่อว่าโซ่วอ๋องที่พิการไปแล้วจะก่อกบฏได้อย่างไร ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้สติของนางเริ่มจะขาดๆ หายๆ
Pagi itu, Anindya sedang duduk di kursi di samping ranjang Arkana ketika pintu kamar terbuka. Ia menoleh dan mendapati Tuan Ranaditya masuk dengan seorang staf yang membawa nampan makanan.Anindya segera berdiri. "Kakek."Ranaditya mengangguk singkat. "Duduk saja."Anindya kembali duduk, meskipun matanya mengikuti staf yang meletakkan nampan di meja kecil dekat jendela. Setelah staf itu keluar, Ranaditya menunjuk makanan yang baru saja dibawanya. "Makanlah."Anindya sedikit terkejut. "Saya sudah sarapan tadi, Kek."Ranaditya menatapnya. "Jam berapa?"Anindya terdiam sejenak. "Tadi pagi.""Itu bukan jawaban."Anindya akhirnya menunduk sedikit. "Belum sempat, Kek."Ranaditya menarik napas perlahan. Ia tidak langsung menegurnya, tetapi mendorong piring yang tersedia agar lebih mudah dijangkau Anindya. "Kalau begitu, makan sekarang.""Tapi, saya masih ingin menemani Arkana.""Dia tidak akan ke mana-mana."Anindya terdiam.Ranaditya melanjutkan dengan nada tenang, "Kamu bisa makan di sini.
Kemudian, senyum tipis muncul di wajah Tuan Adipati. "Aku sudah bilang kepadamu bahwa Anindya bukan perempuan yang hanya memikirkan dirinya sendiri," kata Tuan AdipatiTuan Ranaditya meliriknya. "Jangan terburu-buru merasa menang. Aku tidak sedang mengatakan bahwa penilaianmu sejak awal sepenuhnya benar."Tuan Adipati terkekeh kecil. "Baiklah. Kalau begitu, katakan saja apa yang sebenarnya ingin kau katakan."Ranaditya tidak langsung menjawab. Ia memandang ke arah lorong yang mengarah ke kamar Arkana.Selama ini, ia ingin memastikan bahwa Anindya mampu memahami tanggung jawab yang menyertai hubungannya dengan Arkana. Ia ingin melihat apakah perempuan itu akan tetap bertahan ketika keadaan menjadi sulit, bukan sekadar ketika semuanya berjalan sesuai keinginannya. Kini, ia telah melihat jawabannya."Setelah Arkana sadar nanti," kata Tuan Ranaditya akhirnya, "aku tidak akan lagi menentang apa yang diinginkannya mengenai Anindya."Tuan Adipati menoleh dengan cepat. "Kau serius?""Aku seri
Ranaditya tidak tahu apakah Anindya menyadari bahwa seseorang telah mendengar pertengkaran mereka. Ia juga tidak berniat memberitahunya bahwa dirinya berada di luar selama percakapan itu berlangsung.Namun, satu hal sudah jelas bagi Ranaditya. Ia telah mendengar cukup banyak untuk memahami sesuatu yang selama ini ingin ia pastikan. Dan kali ini, ia tidak membutuhkan penjelasan siapa pun untuk mengambil keputusan.Ranaditya masih diam di luar, ketika mendengar kata-kata Anindya pada Arkana yang masih belum sadar. Permohonan dari Anindya agar Arkana segera sadar. Suara Anindya yang bergetar membuat Ranaditya memutuskan untuk menunggu sejenak, memberi waktu sampai Anindya kembali stabil. ***Anindya sedang duduk kembali di sisi ranjang Arkana ketika Ranaditya akhirnya memutuskan masuk. Perempuan itu mengusap tangan cucunya dengan gerakan perlahan. Matanya merah. Ia jelas baru saja menangis.Namun, ketika menyadari kedatangan Ranaditya, Anindya segera menyeka pipinya dan berusaha menegak
Seolah tak cukup, Anindya kembali menambahkan. "Kamu tahu apa yang paling menyedihkan dari semua ini, Rafael? Kamu bahkan tidak menyadari bahwa selama ini kamu lebih sibuk memperjuangkan keinginanmu sendiri daripada memahami orang yang katanya kamu cintai."Ranaditya memejamkan mata sesaat. Ia pernah mempertanyakan apakah Anindya benar-benar memahami Arkana. Apakah perempuan itu mengerti bahwa hidup bersama cucunya tidak akan selalu mudah? Apakah ia sanggup menghadapi ketidakpastian, perbedaan pendapat, dan kesulitan yang mungkin muncul dalam pernikahan mereka kelak?Ranaditya tidak ingin Arkana menikah hanya karena sedang jatuh cinta. Ia ingin cucunya memiliki pasangan yang mampu berdiri di sisinya, bukan seseorang yang akan pergi ketika keadaan menjadi sulit. Namun, Anindya sekarang sedang menunjukkan sesuatu yang selama ini ingin ia lihat.Arkana belum sadar. Tidak ada jaminan bahwa laki-laki itu akan segera membuka mata. Tidak ada kepastian kapan kondisinya akan membaik. Bahkan pa
Perubahan sikap Anindya Wijaya menjadi bahan pembicaraan paling panas di Nusantara Academy selama seminggu terakhir. Dulu, semua orang tahu siapa yang selalu mengelilingi Rafael Mahendra.Anindya, wanita kaya yang keras kepala itu akan datang membawa kopi saat Rafael begadang mengerjakan tugas, men
Sudah tiga hari sejak Arkana pindah ke Nusantara Academy. Tiga hari pula nama Anindya Wijaya dan Arkana Pratama menjadi topik utama seluruh sekolah. Ada yang bilang Anindya sedang mencari perhatian. Ada yang bilang Arkana hanya terlalu sopan untuk menolak. Ada juga yang yakin hubungan mereka diam-d
Kabar tentang senyum tipis Arkana Pratama menyebar lebih cepat daripada gosip apa pun di Nusantara Academy. Bukan karena senyumnya luar biasa manis, justru sebaliknya. Karena hampir tak seorang pun percaya pria sedingin itu bisa tersenyum. Sepanjang pagi, bisik-bisik terdengar di setiap sudut korid
Sejak istirahat siang berakhir, suasana kelas XI-A tidak pernah benar-benar tenang. Tatapan siswa terus berpindah antara Anindya Wijaya dan Arkana Pratama. Namun, tidak ada yang bisa menyalahkan mereka.Pagi tadi Anindya mendorong kursi roda siswa pindahan itu masuk kelas seolah hal paling normal d






Selamat datang di dunia fiksi kami - Goodnovel. Jika Anda menyukai novel ini untuk menjelajahi dunia, menjadi penulis novel asli online untuk menambah penghasilan, bergabung dengan kami. Anda dapat membaca atau membuat berbagai jenis buku, seperti novel roman, bacaan epik, novel manusia serigala, novel fantasi, novel sejarah dan sebagainya yang berkualitas tinggi. Jika Anda seorang penulis, maka akan memperoleh banyak inspirasi untuk membuat karya yang lebih baik. Terlebih lagi, karya Anda menjadi lebih menarik dan disukai pembaca.
reviewsMore