LOGINหลังจากที่พายุและเพื่อน ๆ ได้รับคำท้ากันแล้ว ทุกคนก็ต่างแยกย้ายไปทางใครทางมัน พายุเองไม่ได้สนใจเรื่องเกมนั้นอยู่แล้ว แม้ว่าตัวเองจะเป็นคนยกเกมนั้นขึ้นมาเล่นก็ตาม ร่างสูงเดินลงมาที่ชั้นล่าง ก่อนจะเดินไปยังลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ และเตรียมเดินไปทางรถของตัวเองด้วยท่าทางสบายใจ
“พี่พายุ” เสียงที่คุ้นหูดังขึ้น ขาแกร่งหยุดชะงักและหันมามองทางเสียงนั้นเรียบนิ่ง ต้นข้าวที่ยืนอยู่มองมาทางเขาด้วยท่าทางไม่พอใจ
“ทำไมปล่อยให้ข้าวรอนานขนาดนี้คะ เกือบสามชั่วโมงเลยนะที่ข้าวรอพี่”
“แล้วพี่บอกให้เธอรอหรือไงต้นข้าว?”
“ความจำพี่สั้นหรือไง? ไหนบอกจะพาข้าวไปนอนที่ห้อง”
พายุถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่และพูดออกไปด้วยท่าทางรำคาญเล็กน้อย “อยากให้น้าภามาด่าพี่หรือไงข้าว ที่พาลูกสาวเขาไปนอนห้องตัวเอง”
“แม่ข้าวเขาไม่รู้หรอก แม่กำลังวุ่นวายเรื่องของพี่ขวัญอยู่”
ต้นข้าวกำลังพูดถึงแม่ของเธอและพี่สาวแท้ ๆ อย่าง ‘ขวัญข้าว’ ที่ตอนนี้กำลังจะหมั้นกับแฟนที่คบกันมาได้สักพัก ถึงแม้ว่าพี่สาวของเธอจะยังอยู่แค่ปีสี่ก็ตาม แต่แฟนของพี่เธอก็เข้ามาขอขวัญข้าวไว้ และดูท่าว่าแฟนพี่สาวของเธอจะรวยและมีพร้อมทุกอย่างแล้ว
พายุนิ่งชะงักไปทันทีที่ได้ยินเรื่องของขวัญข้าว ต้นข้าวที่รู้ทันว่าพายุกำลังคิดอะไรอยู่ เลยพูดออกไป
“เจ็บเลยใช่ไหมคะ? ที่รู้ว่าคนที่ตัวเองแอบชอบเขารักคนอื่น” ต้นข้าวเดินเข้ามาใกล้พายุหนึ่งก้าวและพูดต่อ “เหมือนข้าวตอนนี้เลย ที่แอบชอบพี่มานาน แต่พี่ดันรักแต่พี่ขวัญ”
ทั้งสองคนยืนมองหน้ากันนิ่ง พายุเบือนหน้าหนีไปทางอื่น เพราะรู้ดีว่าต้นข้าวกำลังจี้จุดอ่อนตัวเองอยู่ เขาหลงรักขวัญข้าวมานานไม่ต่างจากที่ต้นข้าวหลงรักเขา แต่เรื่องของความรักมันคงบังคับให้ชอบกันไม่ได้ ต่อให้ทั้งสองคนจะมีหน้าตาที่คล้ายกันมากขนาดไหน แต่ยังไงพวกเธอก็มีนิสัยที่ต่างกันสุดขั้วอยู่ดี
ขวัญข้าวเป็นคนที่มีนิสัยบอบบาง น่ารัก น่าทะนุถนอมไปหมด ซึ่งแตกต่างจากต้นข้าวโดยสิ้นเชิง เพราะต้นข้าวทั้งแก่น แสบ และแก่แดดเกินวัย เธออ่อยเขาตั้งแต่ยังไม่เข้ามหาวิทยาลัย และยิ่งตอนนี้โตเป็นสาวแล้ว ต้นข้าวก็ยิ่งทำมากกว่าเดิม
“อยากนอนกับพี่มากเลยหรือไงข้าว?” เสียงทุ้มของพายุพูดถามออกไป
“ทำไมข้าวจะไม่อยากนอนกับพี่ พี่ทั้งหล่อ ทั้งหุ่นดี สเปกข้าวสุด ๆ เลย”
พายุหลุดหัวเราะออกมาที่เธอมักพูดตรงไปตรงมาแบบนี้ ร่างสูงยืนมองหน้าร่างเล็กนิ่งครู่หนึ่ง จากนั้นภาพซ้อนของขวัญข้าวก็ซ้อนทับมาบนใบหน้าต้นข้าว พายุแววตาสั่นไหววูบหนึ่ง เขาพูดขึ้นกับเธออีกครั้ง
“งั้นอยากลองไหม?”
“พี่พูดจริงหรอ?”
“อืม...” พายุค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก และพูดต่อ “...อยากเห็นหัวพี่มากใช่ไหม?”
“...หัวใจใช่ไหม? อยากเห็นสิ” ร่างเล็กพูดตอบกลับไปด้วยท่าทางใสซื่อ พายุหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง เพราะเขารู้ดีว่าต่อให้ต้นข้าวมีนิสัยแบบนี้ แต่เธอมันยังเป็นแค่เด็กน้อยคนหนึ่งที่ไม่เคยผ่านอะไรพวกนี้มา
เขารู้จักกับเธอและพี่สาวมาตั้งแต่เด็ก ๆ ทำไมจะไม่รู้ว่าต้นข้าวไม่เคยมีแฟนหรือใครมาก่อนเลย พายุเดินเข้ามาใกล้คนตัวเล็กกว่าเดิม แขนแกร่งเอื้อมไปโอบเอวบางและดึงเข้าหาตัว ต้นข้าวเงยหน้ามองเขานิ่งเพราะไม่เคยใกล้กับพายุมากขนาดนี้มาก่อน เสียงแหบพร่าพูดขึ้นพร้อมแววตาเจ้าเล่ห์
“เดี๋ยวพี่ให้ดูว่าหัวอะไร”
“อื้อ! เอาสิ”
“ไปขึ้นรถ”
“พี่ให้ข้าวขึ้นจริงหรอ?” ต้นข้าวถามย้ำกลับไป เพราะเธอเคยตื้อเขาหลายครั้งว่าอยากนั่งรถคันนี้ แต่พายุที่หวงรถคันนี้มาก เขาไม่เคยให้ใครมานั่งมั่วซั่ว
“อืม แต่ถ้าถามมากก็ไม่ต้องไป”
“ไป ไป ข้าวไป” ร่างเล็กแกะแขนเขาออกจากเอวตัวเอง และเดินไปทางรถที่จอดอยู่ พายุหมุนตัวกลับมามองเธอ และเดินไปคว้าหมวกกันน็อกของตัวเองมาใส่ไว้
“พี่มีหมวกใบเดียวหรอ ของข้าวล่ะ?”
“ปกติไม่มีใครนั่งคันนี้ หัวเธอแข็งไม่เป็นอะไรหรอก”
ต้นข้าวยู่ปากใส่เขาด้วยท่าทางไม่พอใจเล็กน้อย พายุไม่ได้สนใจเธอมากนัก เขาขึ้นมาคร่อมนั่งบนรถเอาไว้ ส่วนต้นข้าวที่ไม่เคยนั่งรถแบบนี้ ก็ได้แต่ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่ข้างรถ
“ขึ้นมาสักที” เสียงพูดขึ้นอีกครั้ง
“ขอจับไหล่หน่อยได้ไหมคะ?”
“ปกติเธอเคยขออนุญาตพี่ด้วยเหรอต้นข้าว เธอจับมันแทบทุกส่วนแล้วนิ วันนี้อาจจะได้จับส่วนอื่นเพิ่มก็ได้” พายุหันมายักคิ้วใส่ร่างเล็ก แต่ต้นข้าวไม่ได้ยินที่เขาพูดตั้งแต่ประโยคแรกด้วยซ้ำ เพราะเธอมัวแต่ก้มจัดการกระโปรงตัวเองอยู่
ร่างสูงเห็นแบบนั้นก็กรอกตามองบน ต้นข้าวเงยหน้ามามองเขาและคว้าจับที่ไหล่กว้างให้มั่น จากนั้นเธอก็ก้าวขาขึ้นมานั่งคร่อมบนรถได้สำเร็จ
“อ๊ะ!” ต้นข้าวที่ก้นยังไม่ถึงเบาะด้วยซ้ำ เธอเซไปด้านหน้าเล็กน้อย ทำให้หน้าอกตัวเองไปแนบชิดกับหัวของพายุเต็ม ๆ ร่างสูงหันมามองเธอช้า ๆ และพูดขึ้น
“นิ่มดีนะ เธอซ้อนรูปหรือเปล่าต้นข้าว”
“ข้าวโตเป็นสาวแล้ว พี่จะมาพูดเล่นแบบนั้นได้ยังไง น่าเกลียด”
“เหอะ!” พายุหลุดพูดออกมาในลำคอ และหันกลับมาบ่นพึมพำกับตัวเอง “ทีอ่อยกูทุกวัน ไม่น่าเกลียดกว่าหรือไงวะ”
“พี่พูดอะไรนะ?”
“เปล่า”
“ด่าข้าวหรือเปล่า?”
“เฮ้อ~” พายุถอนหายใจออกมาแทนคำตอบ เขาหันไปสตาร์ทรถ และเมื่อคนด้านหลังจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว รถก็ขับออกไปจากที่นี่ทันที
# หอพักของพายุ
เมื่อรถขับเข้ามาจอดหน้าหอพักแห่งหนึ่ง ต้นข้าวที่ลงมาจากรถแล้ว เธอเงยหน้ามองไปทางตึกตรงหน้านิ่งค้างในท่านั้น เพราะเธอไม่เคยคิดว่าสภาพของมันจะแย่ขนาดนี้
“ไง? ยังอยากเข้าไปอยู่หรือเปล่า” เสียงทุ้มของพายุพูดขึ้นด้านหลัง ต้นข้าวสะดุ้งเล็กน้อย และพูดกับเขาไป
“ทำไมพี่อยู่หอสภาพนี้เนี่ย! ข้าวรู้นะว่าพี่มีเงินพอสมควร จะประหยัดทำไมนัก”
“บ้านพี่ไม่ได้รวยเหมือนบ้านเธอ จะใช้จ่ายอะไรก็ต้องประหยัด มันถูกต้องแล้ว”
“แต่สมบัติที่พ่อแม่พี่ทิ้งไว้ให้ ไหนจะที่ดินที่ต่างจังหวัดอีก ทำไมชอบทำเหมือนคนไม่มีจะกินอยู่เรื่อย” ต้นข้าวยืนกอดอกและพูดออกไปด้วยท่าทางหงุดหงิด
“ถ้าไม่พอใจก็กลับไป พี่ไม่ได้บังคับให้เธอมานะต้นข้าว”
ต้นข้าวที่ยืนหงุดหงิดอยู่ พอเห็นว่าพายุเริ่มหงุดหงิดบ้างแล้ว เธอเลยรีบปรับอารมณ์ตัวเองทันที ร่างเล็กเดินเข้ามาเกาะแขนเขา เธอเอาหน้ามาซบที่แขนแกร่งและพูดต่อ
“ข้าวขอโทษนะ ข้าวแค่คิดว่าพี่อยู่ที่นี้มันดูไม่ปลอดภัย แล้วถ้าข้าวย้ายมาอยู่กับพี่ มันก็ไม่ปลอดภัยสำหรับข้าวด้วยเหมือนกัน”
คิ้วหนาของพายุขมวดกันเป็นปม เสียงเข้มพูดตอบกลับไป “ใครจะให้เธอมาอยู่ด้วยไม่ทราบ?”
“อ่าว! ทำไมพี่พูดแบบนี้” ร่างเล็กผละหน้าออกมาและพูดตอกหน้าเขาไป “วันนี้พี่จะได้ข้าวแล้ว ต้องรับผิดชอบเป็นเมียสิ”
พายุยกนิ้วขึ้นมาดีดไปที่หน้าผากของคนตัวเล็กแรง ๆ หนึ่งที และดันเธอให้ออกห่างจากตัวเอง เขาส่ายหน้ามาทางเธอที่ยังแก่แดดไม่เลิก ร่างสูงเดินถือหมวกกันน็อกและเดินไปทางลิฟต์ทันที
ต้นข้าวยกมือขึ้นมาถู ๆ หน้าผากตัวเองเพราะรู้สึกแสบ เธอเงยหน้ามามองเขาและเห็นว่าพายุเดินไปทางด้านในแล้ว ร่างเล็กรีบคว้ากระเป๋าราคาแพงของตัวเองมากอดไว้และวิ่งหน้าตั้งตามเขาไปติด ๆ
ติ๊ง! เสียงประตูลิฟต์ดังขึ้น ร่างสูงของพายุเดินแทรกตัวเข้าไปทันที ต้นข้าวที่วิ่งมาทันเธอรีบเอามือมาคั้นเอาไว้
“ไอ้พี่บ้า! ไม่รอกันเลยนะ!” ร่างเล็กรีบแทรกตัวเข้ามาด้านในตัวลิฟต์ แต่ประตูลิฟต์ยังไม่ทันจะปิดลง ผู้ชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาใหม่ ก็เดินมายืนข้าง ๆ ต้นข้าวที่เธอยืนอยู่ตรงกลาง ร่างเล็กทำตัวไม่ถูก เพราะผู้ชายคนนั้นเอาแขนเขามาโดนตัวเธอเมื่อกี้
ต้นข้าวหันไปทางพายุและส่งสายตาขอความช่วยเหลือ พายุหลุบมองคนที่ตัวเล็กกว่า แต่แทนที่เขาจะช่วย เขากลับยืนนิ่งเหมือนไม่ได้สนใจอะไร
ร่างเล็กมองตาขวางใส่เขาไปและยอมยืนนิ่ง ๆ เธอทำตัวให้เล็กที่สุด แต่ผู้ชายคนนั้นยังไม่หยุด ต้นข้าวสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ลูบอยู่ตรงต้นขาตัวเอง เธอหลุบมองและเห็นว่าหลังมือของชายคนนั้นกำลังลูบที่ขาเธออยู่ เสียงหวานพูดดังลั่นออกไป
“ทำบ้าอะไร....”
“…. มึงทำอะไรเมียกู” ยังไม่ทันที่ต้นข้าวจะพูดจบ เสียงเข้มของพายุก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน และนั้นมันทำให้หัวใจดวงน้อยของต้นข้าวเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมา
ปัจจุบัน (หลายเดือนผ่านไป)ร่างเล็กของต้นข้าวกำลังวุ่นวายอยู่กับเอกสารบนโต๊ะ เธอนั่งไล่เช็กรายการสินค้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแกรก~ เสียงประตูห้องทำงานภายในโกดังเก็บของถูกเปิดเข้ามา ร่างสูงของพายุเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย“เป็นยังไงบ้างคะ?” ร่างเล็กลุกขึ้นและเดินไปหาคนรัก ต้นข้าวเข้าไปกอดเอวหนาไว้แน่นและถามเขาเสียงเบา“เสียหายเท่าไรคะ?”พายุส่ายหน้าช้า ๆ และเอาหน้ามาซบที่ไหล่เล็ก ต้นข้าวลูบที่หลังเขาเบา ๆ และพูดออกไป“ไม่เป็นไรนะ ของรอบหน้าเราเช็กกันละเอียดกว่านี้นะคะ ครั้งนี้ถือว่าเป็นบทเรียนไป” พายุโอบเอวบางและดึงเข้าหาตัว เขาผละหน้าออกและกดจูบขมับเธอไป“เราจะรวยกันแล้วนะข้าว”“หืม? ยังไงคะ” ร่างเล็กรีบผละหน้าออกมาถามเขา พายุเอาหน้าผากตัวเองมาแนบชิดกับหน้าผากเธอเอาไว้และพูดออกไปด้วยรอยยิ้ม“ของที่ส่งไปผิดก็จริง แต่ทางฝั่งนั้นเขาชอบกว่าของที่เขาสั่ง แถมยังสั่งเพิ่มล็อตใหญ่กว่าเดิม รอบนี้พี่ได้เกือบยี่สิบล้านเลย”“จริงเหรอคะ?” ต้นข้าวเบิกกว้างถามออกไป พายุหยักหน้ารัว ๆ ต้นข้าวเขาไปกอดเขาไว้แน่น ทั้งสองคนกอดกันกลมด้วยความดีใจ“แฟนของข้าวเก่งที่สุด เห็นไหมคะ ข้าวบอกแล้วว่าถ้าพี่คิ
หลายวันผ่านไปร่างเล็กของต้นข้าวกำลังจะเดินไปตลาดแถวบ้าน เธอเดินออกมาอย่างคนเหม่อลอย เพราะตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา เธอไม่ได้ไปไหนเลย แถมช่วงนี้ยังเป็นช่วงปิดเทอมและมีเรื่องมากมายเข้ามาอีกบรื้น บรื้น~ เสียงท่อรถมอเตอร์ไซค์ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ต้นข้าวไม่ได้สนใจมันมากนัก เธอเดินต่อไปเรื่อย ๆ แต่รถคันนั้นมาหยุดจอดตรงหน้าเธอ ต้นข้าวยืนมองนิ่ง ๆ และเห็นว่าเป็นพายุที่เปิดหมวกกันน็อกออกมา“ไง?” เสียงทุ้มพูดขึ้น แต่ต้นข้าวเลือกจะเมินและกำลังจะเบี่ยงตัวเดินไปอีกทาง ร่างสูงก้าวลงมาและวิ่งมาขวางทางเธอเอาไว้“อะไร?” ร่างเล็กพูดถามออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ร่างสูงตรงหน้าถอดหมวกกันน็อกออกและถอดเสื้อคลุมโยนไปไว้ตรงรถตัวเอง ต้นข้าวมองสำรวจคนตรงหน้าที่ร่างกายเขาเปลี่ยนไป จากเด็กหนุ่มที่ไม่มีรอยสัก ตอนนี้เขาก็เริ่มมีรอยสักขึ้นมา แถมพายุยังไปเจาะหูมาใหม่และดูดีกว่าเดิมเยอะ“มองอะไรขนาดนั้นคนสวย” เสียงทุ้มพูดถามออกไป ต้นข้าวเงยหน้าสบตาเขาและพูดตอบไป“จำข้าวไม่ได้เหรอ?”“ทำไมจะจำไม่ได้”“ก็นี่ไง พี่จะเข้ามาจีบข้าว”“เหอะ!” เสียงทุ้มหลุดพูดออกไป เขาเดินมาใกล้เธอเล็กน้อยและพูดต่อ “อะไรที่ทำให้คิดว่าฉันจีบเธอ”“พี่
ย้อนกลับไปตอนต้นข้าวอยู่มัธยมร่างเล็กของต้นข้าวในชุดนักเรียนมัธยมต้น วันนี้เธอสอบวันสุดท้ายและพรุ่งนี้จะได้ปิดเทอมสักที ต้นข้าวเดินมาตามซอยทางเข้าบ้านครืน ครืน~ เสียงฟ้าร้องอยู่ ๆ ก็ดังขึ้นมา และแค่เสี้ยววินาทีเม็ดฝนก็ตกลงมา ต้นข้าวบีบเอาเสื้อคลุมที่เธอพกไปโรงเรียนด้วยอยู่แล้วมาคลุมหน้าจนเหลือแค่ตาของเธอ ร่างเล็กรีบวิ่งไปข้างหน้าเพราะอีกไม่นานก็จะถึงบ้านเธอแล้ว“เฮ้ย! หลบดิวะ!” เสียงของใครบางคนพูดขึ้นทางด้านหลังเธอต้นข้าวหันขวับไปมองและเห็นว่าเป็นพี่ชายที่อยู่ข้างบ้าน และเธอจำเขาได้ว่าเขาคือ ‘พายุ’ ร่างเล็กมองคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไม่สนใจใคร“เชี้ย!!” เสียงของพายุหลุดออกมา ต้นข้าวหยุดวิ่งและยืนมองว่าเขาตอนนี้พายุขาติดอยู่ท่อน้ำที่ปิดไม่สนิท ยังโชคดีที่ท่อนั้นไม่ได้ลึกอะไร แต่ดูจากตรงนี้แผลของเขาก็น่าจะใหญ่พอตัว“แม่ง! อะไรวะเนี่ย” เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลายร้องโวยวายออกมา ต้นข้าวที่ยืนเปียกฝนอยู่ เธอจะเดินเขาไปเลยก็ยังไงอยู่ ร่างเล็กเดินไปใกล้เขาและพูดขึ้น“พายุใช่ไหม?” พายุหันมามองคนด้านหลัง และพยายามมองให้ชัด ๆ ว่าเธอคือใคร เพราะต้นข้าวเอาเสื้อปิดหน้าและหัวจนมองไม่ชัด
ดวงตากลมของต้นข้าวหันมาสนใจสิ่งตรงหน้าอีกครั้ง เธอใช้สองฝ่ามือกำรูดแท่งเนื้อร้อนในจังหวะเนิบนาบ ร่างเล็กขยับหน้าเข้าไปกดจูบมันตั้งแต่ส่วนหัวไปจนถึงส่วนโคน พายุขบกรามแน่นอีกครั้ง ฝ่ามือแกร่งลูบที่หัวคนรักไปมาด้วยความเอ็นดูต้นข้าวใช้ลิ้นตวัดเลียส่วนหัวบวมเปล่งและลากเลียลงไปเรื่อย ๆ อย่างชำนาญ เพราะเธอทำให้เขาแทบทุกครั้งที่มีอะไรกัน เธอเริ่มดูดและเอามันเข้าไปในโพรงปากนุ่มของตัวเอง และขยับหัวเข้าออกไปมา พายุหายใจถี่จนหน้าอกแกร่งสั่นกระเพื่อม“อ่อก อ่อก” เสียงลามกจากสิ่งที่ต้นข้าวทำดังออกมา จนพายุต้องพูดห้ามเธอไปเบา ๆ ว่าอย่าส่งเสียดังมากยิ่งเขาทำแบบนั้นต้นข้าวยิ่งรู้สึกตื่นเต้นไปหมด เธอเร่งจังหวะรัวเร็วและอยากให้เขาเสร็จรอบแรกแล้ว พายุฝืนตัวเองไม่ให้ส่งเสียงอะไรออกไป เขาเชิดหน้าขึ้นหลับตาพริ้มรับความเสียวซ่านที่คนรักมอบให้ ต้นข้าวขยับหัวเร็วกว่าเดิม พร้อมใช้มือทั้งสองข้างช่วยเร่งจังหวะไปด้วย“ซี้ด~” เสียงทุ้มกระเส่าดังเบา ๆ เพราะเริ่มทนไม่ไหวต้นข้าวผละหน้าออกมาสลับโลมเลียและเอามันเข้าปากซ้ำแล้วซ้ำเล่า พายุหลุบมองเธออีกครั้ง เพราะตอนนี้ความสุขของเขาอยู่ที่ส่วนปลายและพร้อมปลดปล่อยออกมาแล
# ลานแคมป์ปิ้งพายุแบกของมาวางไว้ตรงลานกว้างริมน้ำตก เขาเลือกมุมที่ไม่ค่อยมีคนมากางเต็นท์ตรงนี้มากนัก แม้วันนี้จะมีคนมาบ้างเพราะเป็นวันหยุด แต่ก็ไม่ได้เยอะจนแออัดเกินไป“พี่ยุ อันนี้คืออะไรคะ ข้าวต้องเอาไปไว้ตรงไหน?” ร่างเล็กยกอุปกรณ์ขึ้นมาชูให้เขาดู พายุเดินไปหาคนตัวเล็กและหยิบแผ่นวิธีการกางเต็นท์และอุปกรณ์ต่าง ๆ มาสอนเธอ เขาเองไม่ค่อยได้มาเที่ยวแบบนี้มากนัก แต่เพราะรู้ว่าจะได้มาเที่ยวกับคนรัก พายุก็ศึกษาข้อมูลและวิธีการทุกอย่างไว้หมดแล้ว“ที่รักจับตรงนี้ เดี๋ยวพี่ทำตรงนี้เอง”“โอเคค่ะ”ทั้งสองคนช่วยกันกางเต็นท์กันวุ่นวายเล็กน้อย แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี เพราะพายุเขาจัดการเองแทบจะทั้งหมด ต้นข้าวได้แต่ทำในสิ่งที่เขาสั่งออกมาพายุเข้าไปในเต็นท์เพราะจะจัดการที่นอนและทำความสะอาดข้างในให้ ต้นข้าวเห็นเขาเข้าไป เธอรีบพุ่งตัวตามเข้าไปทันทีร่างเล็กคลานและแทรกตัวเข้ามานอนราบไปกับผ้าใบที่ยังไม่มีที่นอนปู พายุหลุบมองคนใต้ร่างและถามออกไป“ทำอะไรข้าว พี่ยังไม่ได้เช็ดเลย”“ไม่เปื้อนหรอกค่ะ ของใหม่นะ กลิ่นยังใหม่อยู่เลย ไม่เชื่อพี่ลองดม” ต้นข้าวเอื้อมแขนไปคล้องลำคอหนาและดึงเขาลงมาใกล้หน้าตัวเอง พา
หลายวันผ่านไปร่างเล็กของต้นข้าวกำลังเตรียมเสื้อผ้า เพราะวันพรุ่งนี้พายุจะพาเธอไปเที่ยวต่างจังหวัด"ที่รักเสร็จหรือยัง พี่เหงา” เสียงทุ้มพูดขึ้นด้านหลัง ต้นข้าวที่นั่งอยู่ตรงพื้นหันไปมองเขาและพูดตอบกลับไป“ใกล้เสร็จแล้วค่ะ ของพี่ ข้าวเอาชุดนอนไปสองตัวนะ”พายุย่อตัวลงและเข้ามากอดคนรักจากทางด้านหลัง พร้อมกับพรมจูบแก้มเธอรัว ๆ ต้นข้าวหัวเราะออกมา เพราะหนวดเขามันทิ่มแก้มเธอจนจั๊กจี้ไปหมด“อื้อ! อย่ามากวน ข้าวเก็บเสื้อผ้าอยู่นะ”คนตัวสูงไม่ฟังคำห้ามของเธอ พายุเลื่อนมือมาบีบหน้าอกทั้งสองข้างของเธอเล่นไปมา และเริ่มใช้ปากดูดเบา ๆ ตรงซอกคอขาว“อื้อ~ ข้าวบอกว่าอย่ากวนไง”“ห้ามพี่แต่ก็ไม่ผลักเลยนะ เคลิ้มเชียว”ต้นข้าวหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เธอหันหน้าไปหาเขาและนั่งคร่อมตักแกร่งเอาไว้ แขนเรียวคล้องลำคอหนาเอาไว้แน่น พายุนั่งลงไปนั่งกับพื้นห้องและเอามือบีบก้นกลมเล่น“พี่ยุรักน้องข้าวไหมคะ?”“พี่ยุรักน้องข้าวที่สุดครับ”ร่างเล็กยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และกดจูบปากเขารัว ๆ “พูดแบบนี้ข้าวก็เขินนะ”“นี่ขนาดเขินนะ”ทั้งสองคนยิ้มหวานให้กัน บ่งบอกว่าตอนนี้กำลังคลั่งรักกันขนาดไหน ดวงตากลมของต้นข้าวมองสำรวจกล้ามหน้าแ







