แชร์

ตอนที่ 28 อ.อ้อย 2

ผู้เขียน: สล็อคโก้
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-07 10:52:11

ราตรีในค่ำคืนแห่งความปริ่มใจปนห่วงใยของแม่ เคลื่อนผ่านย้ายนำแสงจ้าส่องหน้าในยามเช้า

“ป๊อบตื่นได้แล้วลูก” แม่ตะโกนปลุกเรียกสาวน้อยเหมือนทุก ๆ วัน

สาวน้อยเดินงัวเงียทำกิจกรรมตามปกติที่ทำอยู่ทุกเช้า จนได้เวลาอาหารเช้า

“กินหน่อยลูก เดี๋ยวไม่มีแรงเรียน” แม่วางถ้วยข้าวต้มร้อน ๆ ลงตรงหน้า

“ฟีลไหนแม่” สาวน้อยมองด้วยถ้วยแล้วแหงนมองหน้าแม่

“ก็จะได้มีแรงเรียน” แม่พูดย้ำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ทำให้เธอขนลุกสะบั้น

“เรียนเรินอะไร … วันนี้แม่มาแปลกแหะ” สาวน้อยบ่นเบาพึมพำกับตัวเอง แต่มันดังพอที่แม่จะได้ยิน

“ก็เรียนพิเศษไง … ไม่เรียนเรอะ” แม่พูดแทรกขึ้นขณะที่เธอกำลังจะลุกจากถ้วยข้าวต้มไปแบบไม่ไยดี

“เรียนพิเศษ ? … หมายความว่ายังไงแม่” สาวน้อยถามกลับ เหมือนจะหลงลืมเรื่องเมื่อวานไปชั่วครู่

“อ.อ้อยไง”

“อ้อ ~หนูได้เรียนใช่ไหมแม่” สาวน้อยเบิกตาโพลง เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นดีใจ

“แม่คุยให้แล้ว เริ่มเรียนวันนี้ได้” สาวน้อยลุกขึ้นสวมกอดแม่ เขย่าตัวแม่ด้วยความแรง

“อย่าดีใจขนาดนั้น เดี๋ยวก็ไม่สบายอีกหรอก” แม่พยายามจับตัวเธอให้นิ่ง

“ก็หนูดีใจอ่ะแม่ ขอบคุณนะคะ” แม่ค่อย ๆ จับสาวน้อยจนนิ่ง สาวน้อยไหว้ขอบคุณแม่ ทำเอาผู้เป็นแม่น้ำตารื้นปริ่ม

“แต่ … แม่มีข้อแม้ หนูต้องกินข้าวต้มให้หมด” แม่ทำเสียงแข็ง พร้อมชี้ไปที่ถ้วยข้าวต้มที่ประณีตทำมาเพื่อลูกสาว

“ได้ค่ะแม่ หนูจะซัดให้เรียบเลยค่ะ” ว่าแล้วสาวน้อยก็นั่งลงก้มหน้าก้มตาซดซู้ดอย่างเอร็ดอร่อย จนไม่นานนักก็เกลี้ยงถ้วย เหลือแต่ลาย

“หนูไปก่อนนะแม่” สาวน้อยเคี้ยวคำสุดท้ายพร้อมรีบวิ่งแจ้นออกจากบ้านไป

“ตอนเย็นให้แม่ไปรับไหม …” แม่ตะโกนถามตามหลัง

“ไม่ค่ะ เดี๋ยวหนูกลับเอง” สาวน้อยหันมายิ้มร่าตาตี่ ตะโกนตอบกลับ แล้วหันกลับไปวิ่งต่อ

“ยัยป๊อบเอ้ย” แม่มองตามสุดสายตา ยิ้มอิ่มใจ ส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู ถึงแม้ร่างกายเธอจะส่งสัญญาณถึงความเป็นสาว แต่สำหรับแม่ เธอก็ยังเป็นเด็กน้อยตัวเล็กตัวจิ๋วของแม่อยู่เสมอ

.

.

.

กริ๊งงงงงง ~ กริ๊งงงงงง ~ เสียงสัญญาณดังยาวยืดดังขึ้น บ่งบอกถึงวันธรรมดา ๆ อีกวันได้สิ้นสุดลง นักเรียนแต่ละคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองหลังเลิกเรียนที่ในทุก ๆ วันต้องพบเจอเป็นธรรมดา

แต่สำหรับสาวน้อยที่วันนี้ไม่ใช่ธรรมดา วันทั้งวันเธอเฝ้ารอช่วงเวลานี้อย่างใจจดใจจ่อ ช่วงเวลาที่เธอจะได้ไปเรียนพิเศษกับคนที่เธออยากเจอแทบจะทุกวินาที

“กลับแล้วนะ เจอกันวันสอบนะแก อ่านหนังสือด้วยล่ะ บายยย” เพื่อนสาวโบกมือพร้อมเอ่ยบอกลา ก่อนที่จะเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์

“เจอกันแก” สาวน้อยโบกมือลากลับ

ไม่นานหลังจากที่เพื่อนสาวของเธอขึ้นรถเบิ่งหายไปจากป้ายหน้าโรงเรียน ขณะที่เธอกำลังเดินไปยังที่เรียนพิเศษ ก็ได้เจอเข้ากับพี่กล้าที่บิดมอเตอร์ไซด์มาจอดขวางหน้าเธอเอาไว้

“กลับบ้านเหรอครับน้องปานใจ ให้พี่ไปส่งไหม” พี่กล้าเปิดกระจกหมวกกันนอค เอ่ยชวนเธอ

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูต้องไปเรียนพิเศษ” สาวน้อยเบี่ยงทางเดินหลบ แต่พี่กล้าก็เคลื่อนรถตามขวาง

“เรียนไหน พี่ไปส่งได้นะ” พี่กล้ายื่นหมวกกันนอคสีชมพูหวานในมือให้เธอ

“ไม่เป็นไรค่ะ” สาวน้อยยิ้มเจื่อนส่งให้ พร้อมพยายามเดินหลบอีกครั้ง แต่ก็เหมือนเดิมพี่กล้ายังคงเคลื่อนรถตามมาขวาง

สาวน้อยเม้มปากด้วยความหงุดหงิด ที่วันนี้มันแทบจะเป็นวันที่ดีอยู่แล้ว ทั้งวันหลบอีตาบ้านี่ได้ แต่กลับมาเจอตอนเลิกเรียน

“อะ ๆ ไม่ไปส่งก็ได้ แต่บอกชื่อที่เรียนพิเศษมา พี่จะได้ไปแอบดู” พี่กล้ายิ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ถามไซร้เธออีกครั้ง

“อ.อ้อยค่ะ … พอใจแล้วใช่ไหมคะ หนูไปได้แล้วใช่ไหมคะ” สาวน้อยบอกชื่อที่เรียนพิเศษไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

“นั่น …” เสียงลังเลเอ่ยออกมาจากคนตรงข้าม

“แม่พี่เอง” พี่กล้าบอกตามหลังเธอที่เพิ่งเดินพ้นได้ไม่ถึงก้าว

“แม่พี่ ?” สาวน้อยลั่นเสียงสงสัย

“ใช่ … แม่พี่” พี่กล้าพยักหน้าตอบ ด้วยสีหน้าที่จริงจัง คงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่ ๆ

“นั่นแหละค่ะ หนูเรียนที่นั่น … เอิ่ม … หนูขอตัวนะคะ” สาวน้อยพูดด้วยความประหม่าขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าครูที่กำลังไปเรียนด้วย เป็นแม่ของคนที่ไม่ชอบเอามาก ๆ และสิ่งโผล่ให้คิดขึ้นมาในหัวคือ ถ้านั่้นเป็นที่สอนพิเศษของแม่พี่ “ก็คงหนีไม่พ้นอีพี่บ้านี่แหง ๆ” พูดเสร็จสาวน้อยก็เดินหงอย ๆ ห่างออกไป ค่อย ๆ ไกลออกไป ไกลออกไป จนสุดสายตา

“ไงล่ะมึง แผนมึงมันเห่ยสุด ๆ และไม่ได้ผลสุด ๆ” พี่จิ๋วเดินมาจากที่แอบดูหลังป้าย พูดด้วยเสียงเย้ยหยัน

“แต่ก็ดีนะที่แผนล่ม เพราะน้องเรียนพิเศษกับแม่กู ขืนกูไปส่ง ก็โป๊ะพอดี” พี่กล้ายกมุมปากยิ้ม เป็นรอยยิ้มเต็มไปด้วยกลิ่นไอของความเจ้าเล่ห์

“จากวิกฤตกลายเป็นโอกาสสุด ๆ ยินดีด้วยไอ้เพื่อนรัก” เพื่อนสาวเดินเข้าแนบชิด สาวโอบใหล่ยินดี

“ขอบคุณนะแจ๋วเพื่อนรัก” พี่กล้าโอบกอดคืนแบบกอดทั้งตัว จนเพื่อนสาวดีดตัวออกจากอ้อมกอดในทันที

“ไอ้เหี้ย … กูชื่อจิ๋ว ช่วยเรียกกูจิ๋วด้วย” เพื่อนสาวตะคอกด่า พร้อมเตะเข้าที่หน้าขาหนึ่งที

“โอ้ย !” พี่กล้าร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บ พร้อมก้มลงลูบขึ้นลงเพื่อผ่อนความเจ็บ

“เอาหมวกกูมา … หลังจากนี้ไม่ให้ยืมแล้วนะเว้ย” พี่จิ๋วคว้าหมวกจากมือ แล้วเดินหันหนี

“แล้วมึงจะเดินทำเพื่อ โรงรถอยู่ตั้งไกล … ขึ้นมา กูไปส่ง” พี่กล้าเรียกตามหลัง

“เออ ๆ ขับดี ๆ นะมึง กูยังไม่อยากตาย ยังอยากมีผัวอยู่” พี่จิ๋วเดินกลับมา คาบขาก้าวขึ้นรถ

“กอดเอวพี่ไว้นะน้องปานใจ ไม่ถึงสามวิ พี่พาถึงที่หมาย” พูดเสร็จพี่กล้าก็เร่งเครื่อง จากพี่จิ๋วที่นั่งปลายเบาะต้องรีบคว้ากอดเอวไว้อย่างเร็ว พร้อมเคาะหมวกกันนอคไปหนึ่งที

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 52 ภารกิจ ... 2

    1 เดือนผ่านไป ถึงช่วงเวลาที่เหล่านักเรียนรอคอยที่สุดของปี การฝึกซ้อมที่แสนหนักเพื่อให้เป็นหนึ่ง การต่อสู้ฟาดฟันด้วยศักดิ์ศรีจากรุ่นสู่รุ่น การปะทะคารมของคนที่เคยรักกันกลมเกลียวในห้องเดียวกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด การแบ่งสันปันส่วนงบประมาณที่แย่งกันปานจะตัดขาดเผาผี รวมไปถึง การเก็บความลับต่าง ๆ ให้มิดชิดที่สุด และป้องกันการสืบข่าวจากคู่แข่ง แม้ว่าจะสนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม ความลับนั้นจะถูกปิดผนึกไว้อย่างดี นั่นคือกลิ่นอายของมหกรรมกีฬาภายในโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “กีฬาสี” “พร้อมกันยัง ต่อไปคู่เราแล้วนะ” เสียงทุ้มหนาเอ่ยขึ้นพร้อมกางระเบียบโปรแกรมขึ้นดู กลางวงล้อมของนักกีฬาที่กำลังนั่งยืดวอร์มร่างกาย “พร้อมครับพี่ฟ้า” “ขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้เลยนะ พี่ต้องดูแลนักกีฬาเต็มที่อยู่แล้ว” ร่างสูงบางยิ้มส่งกำลังใจ ก่อนจะหันมาถามหนุ่มน้อยที่ตั้งใจยืดอยู่ด้านข้าง “ไงน้องกานต์ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ” “ก็เพราะพี่นั่นแหละที่ให้ผมลงชื่อในวันนั้น” “ฮ่า ๆ พี่ขอ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 51 ภารกิจ ...

    “ไม่ใช่ใช่ไหม”เธอทำหน้าเหยเก แล้วจู่ ๆ สิ่งที่เธอเกลียดที่สุด คือการที่สมองบ้า ๆ ของเธออยากจะรู้อยากเห็นขึ้นมา ทั้งที่เธอไม่อยากจะทำแบบนั้นเลยสักนิด เธอค่อย ๆ หันกลับหลังตามที่สมองของเธอสั่ง เธอมองแผงหน้าท้องตรงหน้า แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมองหน้า สิ่งที่เธอเห็นทำเธอพูดไม่ออก ใบหน้าขาวโพลน ที่มีไฟส่องเสยคาง เห็นเงาตกกระทบใบหน้า ภาพที่เธอเห็นทำเธอนิ่งช็อกอีกครั้ง ก่อนจะกรีดร้องดังลั่นตึก“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ~”ร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียง ทรุดตัวนั่งยองก้มหัวกอดเข่า มือเล็กยกพนมมือไหว้ ร่างกายสั่นไปทั้งตัวพร้อมเสียงสวดมนต์ที่ไม่เป็นคำมือใหญ่เย็นยะเยือก วางทาบหัวไหล่สั่นเทาของเธอ “นักเรียน ๆ นี่ครูเอง” เสียงทุ้มหนาที่เธอเอะ เหมือนจะคุ้นเคย เรียกสติของเธอกลับมาได้นิดหนึ่ง เธอหยุดสวดมนต์ภาษาต่างดาว แล้วค่อย ๆ เงยหน้ามองไฟที่ส่องมาที่เธอ “ครูเอง” “ครูวิท” สาวน้อยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่โล่งใจ “ลุกขึ้นก่อน ๆ” ครูหนุ่มค่อย ๆ ประคองร่างสั่นเบาของเธอ พาเธอเดินลงมาหน้าตึกที่มีไฟส่องสว่าง “ไปอยู่อะไรตรงนั้นดึก ๆ ดื่น ๆ” ทันทีท

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 50 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ 2

    หนุ่มน้อยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ กลับบ้านอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีคนที่กำลังหลับใหลท่องนิทราอย่างไม่รู้ตัวอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว ลำพัง ท่ามกลางความมืดมิด และเงียบสงัด จนเวลาล่วงมาถึงสองทุ่ม แม่ที่นั่งรอสาวน้อยกลับบ้าน หยิบโทรศัพท์โทรหา แต่ก็ไม่ติด นั่นเป็นเรื่องปกติของเธอที่มักจะปล่อยให้โทรศัพท์แบตเตอรี่หมดอยู่บ่อย ๆ กระนั้นแม่ก็ไม่เคยจะคุ้นชินได้เลย ใจแม่เริ่มหวิวกังวลนิด ๆ ด้วยที่สาวน้อยเริ่มที่จะเป็นสาว อะไรที่ไม่เคยได้ห่วง ก็พลันห่วงขึ้นมาอย่างผลักออกไปไม่ได้ แม่นั่งครุ่นคิดตัดสินใจอยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบกุญแจรถ มุ่งไปยังบ้านของหนุ่มน้อย ที่เธอบอกว่าเธอจะรอกลับพร้อมเขา “หนูกานต์ ๆ” เสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน พลางเสียงกริ่งแทรกซ้อนไม่หยุด จนเจ้าของบ้านต้องรีบเดินออกมาดู“ว่าไงยัยแก้ว แกมีอะไร … ทำไมทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้น”“หนูกานต์อยู่ในบ้านไหม ?”“อยู่ --- กำลังอาบน้ำน่ะ แกมีไร”“แล้วหนูป๊อบล่ะ” แม่ของสาวน้อยพยายามชะโงกหน้า มองหาลูกสาวในบ้านผ่านกระจกใสบ้านใหญ่“ไม่เห็นหนูป๊อบนะ” แม่หนุ่มน้อยตอบกลับด้วยเสียงเรียบ“ก็ยัยป

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 49 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ

    “กูไปรอซ้อมก่อนนะมึง” ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำหญิง ที่มีเพื่อนสาวยืนรออยู่ข้างหน้า มากับชุดที่พร้อมจะลงสนาม กางเกงขาสั้น และเสื้อกีฬาผ้ามันรัดรูป เผยร่างเล็กที่เห็นกล้ามเนื้อแน่น ๆ “เออ ๆ ตั้งใจซ้อมล่ะ” “มึงไม่ไปนั่งรอข้างสนามกับกูเหรอ” “ไม่อะ กูจะไปแอบดูบนตึก 3 ไปข้างขนามไก่ก็ตื่นดิ”“มึงหลบดี ๆ นะ อย่าให้พี่สแตนด์ตามหามึงเจอล่ะ” เพื่อนสาวเดินแยก โบกมือไปมาสองสาวเดินแยกออกจากกัน เธอแยกเดินอ้อมไปหลังตึก 3 ส่วนเพื่อนสาวของเธอแยกไปยังสนาม เธอนั่งรอเฝ้ามองดูผู้คนที่ค่อย ๆ มายังสนามทีละคน ๆ รวมไปถึงพี่กล้าที่ก็มาซ้อมเหมือนกัน เธอได้แต่อมยิ้มเบา ๆ ความในใจที่เคยหนักอึ้ง มันได้สะสาง จากแต่ก่อนที่ไม่อยากแม้จะเห็นหน้า แต่ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายนั่งมองอย่างไม่รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด “มันก็ไม่แย่นะ” เธอเอ่ยเบากับตัวเอง จนหนุ่มน้อยย่างเข้าสนามพร้อมกระเป๋าประจำตัว วางบนไม้หินอ่อนข้าง ๆ สายตาของเธอจ้องมองเขม็ง ราวกับเสือโหยที่จ้องจะเข้าขย้ำเหยื่อพร้อมกัดกินเหยื่อนั้นในคำเดียว “ใครที่มันบังอาจมายุ่งกั

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 48 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ 2

    เธอครุ่นคิดอยู่นาน จนเสียงเดินรอบข้างเงียบสงบลงเพราะเริ่มเรียนในคาบสุดท้ายแล้ว เธอได้แต่คิดอยู่คนเดียวอย่างลำพัง โดยไม่สนใจที่จะเข้าเรียนคาบสุดท้าย สาวน้อยตัดสินใจลุกพรวดขึ้น ในหัวของเธอตอนนี้คือต้องการพูดคุยกับพี่เขา ถึงจะยังไง ก็ต้องได้อธิบาย ก่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีก เธอไม่รู้ว่าชั่วโมงนี้เขาเรียนวิชาอะไร แต่สิ่งที่นึกขึ้นได้คือห้องชมรม ด้วยสิ่งที่เธอรู้คือ พวกพี่ ๆ กลุ่มพี่กล้ารวมถึงพี่กล้า มักจะเอากระเป๋าเรียน หรือของสำคัญไว้ในตู้ล็อกเกอร์ในห้องชมรม เธอคิดได้แค่ว่า เขียนข้อความขอโทษและอธิบายหยอดเข้าไว้ในล็อกเกอร์ก็ดี เพราะตั้งแต่วันนั้นช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ที่เคยคุยกัน พี่เขาลบออกจนหมดเกลี้ยง รวมถึงถ้าจะให้พูดต่อหน้ามันก็คงพูดอะไรได้ไม่ดีเท่ากับการที่เธอจะเขียนเธอค่อย ๆ เดินหลบตามกำแพงตึกต่าง ๆ จากตึกสังคม ลอดมุดหลบมุมตึกอังกฤษ จนมาโผล่ตึกวิทย์ฯ แต่การที่จะเดินเข้าไปโต้ง ๆ ก็คงจะเป็นเป้าสายตาจนเกินไป เธอนึกขึ้นได้ว่า หน้าต่างบานในสุดของห้องมักจะไม่ได้ล็อกกลอนไว้ เนื่องจากกลุ่มพี่ ๆ มักจะแอบเข้าไปเล่นไพ่กันในคาบว่าง เธอค่อย ๆ ย่องก้มตัวต่ำเ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 47 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ

    สิ้นเสียงบรรเลงเพลงจบ นั่นหมายถึงช่วงเวลาของการเข้าแถวในช่วงเช้าที่แสนจะวุ่นวายในวันธรรมดา สาวน้อยเดินยิ้มร่าด้วยท่าทางกระโดดโลดเต้นดั่งกวางน้อยที่เห็นหญ้าเขียวหวาน วิ่งเข้ามาแทรกกลางแถวที่มีเพื่อนสาวคนสนิทอยู่ข้างหน้า ด้วยนาน ๆ ทีมาเข้าแถวได้ทันเวลา หนำซ้ำวันนี้การบ้านทุกวิชาก็เสร็จพร้อมที่จะส่งเป็นที่เรียบร้อย จึงไม่แปลกใจที่เธอจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “มาแล้วจ้าเจสซี่เพื่อนรัก” มือเล็กวางทาบแผ่นหลังเพื่อนสาวที่ยืนตบแป้งอยู่ข้างหน้า“หล่อนดูอารมณ์ดีนะคะ” หน้าสีสองโทนหันกลับมาทักทาย จนเธอแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่“ไม่ต้องมองด้วยสีหน้าแบบนั้นค่ะ วันนี้งานเร่ง”“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่า สวยออก เทรนด์ใหม่มาแรง เดี๋ยวคนอื่น ๆ เห็นก็จะแต่งตาม เชื่อสิ”“ตอแหล ดูออก”เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุย หยอกล้อกันระหว่างจัดแถว“เออเดี๋ยวมึงได้ฟังในสิ่งที่กูจะบอก มึงจะเลิกอารมณ์ดี”“ให้กูอารมณ์ดีจนเข้าแถวเสร็จเถอะนะ”“โอเค เลิกแถวแล้วกูจะบอก”สองร่างเล็กเดินเคียงกัน ยื่นสมุดการบ้านให้หัวหน้าห้องที่ยืนรอรวบรวมพร้อมจะส่ง เสร็จสรรพก็รุดนั่งลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนตัวประจำ“ว่ามาค่ะ เรื่องที่จะทำให้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status