共有

ตอนที่ 14

last update 公開日: 2026-08-15 19:01:11

[ ร่วมทุนอะไรกัน เมื่อก่อนพ่อแทบจะขายวิญญาณให้ตระกูลใหญ่พวกนั้นเพื่อให้ได้งานในรีสอร์ทจนแทบจะกลายเป็นลูกไล่พวกเขาอยู่แล้ว ตอนนี้ดีหน่อยที่ธุรกิจเริ่มอยู่ตัว ไม่จำเป็นต้องวิ่งก้มหัวไปทุกที่อีก ถ้ากำจัดรีสอร์ทฝั่งตรงข้ามออกไปจากแผนได้ ตระกูลหวังก็จะได้เป็นเจ้าของรีสอร์ทตัวจริงเสียที โดยเฉพาะพวกตระกูลเจียงและตระกูลมู่นั่นด้วย ]

มู่เสวี่ยชะงักไป พอกวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้นจบ หัวใจเต้นก็แรงขึ้นมาเมื่อได้ยินชื่อตระกูลของตนออกจากในห้วงความคิดของอีกฝ่าย

ตระกูลมู่ นั่นคือตระกูลของเธอเอง

หญิงสาวควบคุมสีหน้าให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอไม่ปล่อยให้ความตื่นเต้นเบาบางที่อยู่ในใจนี้รั่วไหลออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย

ถ้าถามตรง ๆ ตอนนี้อาจทำให้เขาเริ่มระแวง ต้องรอให้เขาพูดออกมาเองด้วยปากตัวเองถึงจะปลอดภัยที่สุด เธอคิดในใจ

"แล้วตอนนี้ธุรกิจของครอบครัวพี่เป็นยังไงบ้างคะ ยุ่งไหมคะ" มู่เสวี่ยถามต่อไปอย่างสนใจ จงใจถามคำถามไปในทิศทางกว้าง ๆ และไม่เจาะจง

"ก็ยุ่งอยู่เหมือนกันนะ" หวังเจี้ยนตอบพลางถอนหายใจเบา ๆ "ช่วงนี้พ่อพยายามขยายกิจการเพิ่ม อยากให้ธุรกิจของตระกูลหวังเป็นเจ้าตลาดในย่านนี้ให้ได้"

"เจ้าตลาดเลยเหรอคะ ต้องแข่งกับใครงั้นเหรอคะ" มู่เสวี่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงอยากรู้อยากเห็นแบบเด็กสาวธรรมดาที่สนใจในเรื่องราวตระกูลเศรษฐีที่ดูไกลตัว

เธอไม่ได้เร่งรัดจนดูผิดสังเกต แต่พยายามตะล่อมถามด้วยความไร้เดียงสาที่เหมาะสมกับวัย

หวังเจี้ยนขยับตัวบนเก้าอี้เล็กน้อย เขากำลังคิดว่าจะเล่าให้ฟังแค่ไหนดีเพื่อหลอกล่อหญิงสาวให้มาสนใจตนเองมากขึ้น ก่อนจะพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงที่เริ่มแสดงออกให้เห็นว่าตนเองนั้นเข้าใจโลกธุรกิจมากกว่าคนอายุเท่ากัน เขารู้ว่าเด็กสาวส่วนใหญ่ชอบผู้ชายที่ฉลาดกว่าตัวเอง

"ก็มีอยู่สองสามตระกูล พวกที่เคยร่วมทุนกันมาก่อนน่ะ อย่างพวกตระกูลดังๆพวกนั้น อ้อ มีตระกูลมู่เป็นหนึ่งในนั้น อืม จะว่าไปแล้ว น้องมู่เสวี่ยไม่ใช่ทายาทตระกูลมู่ปลอมตัวมาใช่ไหมเนี่ย” หวังเจี้ยนแซวขำๆอย่างไม่จริงจังนัก แต่คนฟังถึงกับหางคิ้วกระตุก

“จะเป็นไปได้ยังไงคะ พวกเขาน่าจะรวยมากแน่ๆ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงต้องไปพักสบายๆอยู่คอนโดข้างนอกแล้ว ไม่มาทนอยู่หอพักเล็กๆแบบนี้หรอกค่ะ” มู่เสวี่ยทำท่าทางทอดถอนใจ

ส่วนใจตุ้มๆต่อมๆกลัวว่าจะถูกจับได้ เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง การแก้แค้นต่อจากนี้คงทำได้ยากแล้ว

แต่ความจริงหวังเจี้ยนแค่ถามไปอย่างนั้นเอง เขาแค่รู้สึกว่าสาวสวยตรงหน้าถ้าเป็นลูกคุณหนูจริงก็เหมาะสมอยู่มาก ทั้งขาว ทั้งสวย ดูไปแล้วกริยาท่าทางมีแบบแผนชัดเจนเหมือนถูกฝึกมาอย่างดี และเขาค่อนข้างชอบผู้หญิงสไตล์นี้

“พี่บอกว่าเคยร่วมทุนกัน เดี๋ยวนี้ไม่ทำแล้วเหรอคะ” มู่เสวี่ยถามต่อเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้จับได้ว่าเธอปลอมตัวมาจริงๆ

“เดี๋ยวนี้พ่อของพี่ไม่คบค้ากับตระกูลมู่แล้ว อย่างที่ว่า การทำธุรกิจ มีพบ มีพราก เดี๋ยวต่อไปน้องมู่เสวี่ยทำงานอยู่ในสายงานนี้จะเข้าใจเอง” หวังเจี้ยนทำเป็นสั่งสอนทั้งๆที่ตนเองก็ไม่ได้รู้อะไรมากมายขนาดนั้น

[ พ่อเคยพูดไว้แบบนี้หรือเปล่านะ ]

[ ช่างเถอะ ถึงพูดไปเธอก็ไม่เข้าใจหรอก ]

มู่เสวี่ยนั้นไม่เพียงคอยถามเขา สายตาก็พยายามมองอีกฝ่ายตลอดเพื่อคงสภาวะของการอ่านใจไว้ แต่สุดท้ายในใจของอีกฝ่ายนอกจากคำพูดไร้สาระก็ไม่มีอย่างอื่นอีก อีกทั้งเธอยังไม่อยากกระตุ้นมากไปกว่านี้เพราะกลัวเขาระแวง

ยังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้พูดคุยอะไรกันต่อ หมิงเจ๋อที่นั่งฟังบทสนทนาของทั้งสองมานานจนเริ่มอึดอัดใจก็พูดแทรกขึ้นมา

"จะคุยกันอีกนานแค่ไหนล่ะเนี่ย มาๆ อาหารเย็นหมดแล้วนะ กินกันเถอะ" น้ำเสียงของหมิงเจ๋อฟังดูหงุดหงิดเล็กน้อย เพราะทนไม่ไหวที่ถูกเมินเฉยตลอดหลายนาทีที่ผ่านมา

"อ้อ ใช่สิ กินกันก่อนเถอะ" หวังเจี้ยนพูดพลางก้มหน้าลงตักอาหารเข้าปาก เขากำลังหิวพอดี

กล่องข้อความสีแดงเหนือศีรษะของเขาค่อย ๆ จางหายไปเมื่อสายตาของพวกเขาทั้งคู่ผละจากกันนานเกินไป

มู่เสวี่ยยิ้มบาง ๆ ก้มหน้าลงกินอาหารเช่นกันและทำตัวว่าง่ายน่ารักเหมือนเมื่อครู่พูดเพียงเรื่องสัพเพเหระ แต่ในใจกลับจดจำทุกคำที่ได้ยินไว้อย่างแม่นยำ

เลิกร่วมทุนกับตระกูลมู่ไปกะทันหัน นี่คือคีย์เวิร์ดสำคัญ เธอจะใช้มันเป็นหัวข้อหลักในการค้นหาความจริง เพราะไม่แน่ว่ามันอาจเป็นชนวนที่ทำให้ครอบครัวเธอล่มสลาย

ตลอดมื้ออาหารที่เหลือ มู่เสวี่ยเปลี่ยนกลับไปเป็นเด็กสาวร่าเริงไร้พิษภัยตามเดิม หัวเราะกับมุกตลกไร้สาระของหมิงเจ๋อ ยิ้มรับคำชมของหวังเจี้ยนอย่างเขินอาย ชายหนุ่มทั้งสองต่างเชื่อสนิทใจว่ากำลังพูดคุยอยู่กับรุ่นน้องผู้ใสซื่อคนหนึ่งเท่านั้น

***

คืนนั้นหลังกลับถึงหอพัก มู่เสวี่ยรีบหยิบโทรศัพท์ดาวเทียมที่นิ่งหลงยัดเยียดให้ขึ้นมาโทรหาเขาทันทีทั้งๆที่ยืนตัวสั่นรับลมอยู่หน้าตึก สัญญาณเชื่อมต่อได้ไม่กี่วินาทีก็มีเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากปลายสาย

“ทำไมโทรมาดึกดื่นแบบนี้ ก่อเรื่องอะไรไว้หรือไง” นิ่งหลงถามด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นเช่นเคย

“นิ่งหลง ช่วยหาข้อมูลให้ฉันหน่อยได้ไหมคะ เรื่องธุรกิจร่วมทุนเก่าของตระกูลมู่กับตระกูลหวังน่ะ ฉันอยากรู้ว่าทำไมการร่วมมือกันนั้นจึงยุติลง” มู่เสวี่ยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังผิดปกติ เธอเคยชินกับการพูดคุยเหมือนคนไม่สบอารมณ์ตลอดเวลาของอีกฝ่ายแล้ว

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามกลับ “ตระกูลหวังไหน มีหลายตระกูลใหญ่ที่ใช้แซ่นี้ด้วยเหรอ”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 75

    ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์หลังจากวันไปออกงานเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี จู่ๆวันหนึ่งนิ่งหลงก็โทรเข้ามาเพื่อชวนกลับบ้านของเขาอีกครั้ง“คุณปู่กลับจากต่างประเทศแล้ว อยากให้เธอไปเยี่ยม เย็นนี้ฉันจะไปรับ”มู่เสวี่ยยิ้มทันทีที่ได้ยิน อดคิดถึงคุณปู่ไม่ได้เหมือนกัน เธอจำได้แค่ว่าท่านเป็นคนใจดี ตั้งแต่เด็กก็เอาใจใส่เธอเสมอเมื่อเธอไปหา“ได้ค่ะ” เธอตอบรับเมื่อวางสายเธอก็หันไปเลือกเสื้อผ้าในตู้ เมื่อก่อนไม่ได้คิดมากเรื่องก่รแต่งกายนัก แต่เมื่อพร้อมตกลงปลงใจกับนิ่งหลงแล้วก็รู้สึกเกร็งขึ้นมาบ้างถ้าจำไม่ผิดพ่อของเธอพาไปเที่ยวเล่นที่ตระกูลนิ่งครั้งแรกตอนอายุยังไม่ถึงสิบขวบดี แต่เหมือนทางฝั่งตระกูลนิ่งจะแวะเวียนไปมาหาสู่ตระกูลมู่ก่อนหน้านั้นตั้งแต่เธอยังจำความไม่ได้แล้วสรุปแล้วในเย็นวัน มู่เสวี่ยเพียงแค่แต่งตัวสบาย ๆ เหมือนไปพบผู้ใหญ่ในบ้านเท่านั้น จะอย่างไรแบบนี้กลับเป็นกันเองมากกว่าพอรถแล่นผ่านประตูรั้วเข้าคฤหาสน์ เธอและนิ่งหลงก็ถูกพาไปที่ห้องทำงานของนายท่านใหญาตระกูลนิ่งทันทีเมื่อมู่เสวี่ยเดินเข้าไปถึง ชายชราที่กำลังนั่งอ่านเอกสารบนโต๊ะก็ยิ้มกว้างแล้วลุกขึ้นยืนต้อนรับด้วยความดีใจอย่างเห็นได้ชัด“เสวี่ย

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 74

    *** ระหว่างที่หวังเจี้ยนกำลังตกตะลึง มู่เสวี่ยที่เดินผ่านไปก็หันมาสบตากับเขาพอดี เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเหมือนอีกฝ่ายตระกูลหวังยังไม่ล้มสินะ หญิงสาวคิดเมื่อผู้คนเริ่มละความสนใจจากเธอและคู่หมั้น เธอจึงขอตัวจากนิ่งหลงที่หน้าบึงตึงออกมาแล้วเดินไปหาที่นั่งมุมห้อง หวังเจี้ยนจึงได้โอกาสเข้าไปคุยกับเธอหลังจากที่รอจังหวะอยู่นาน แต่ความจริงที่มู่เสวี่ยออกมาที่ตรงนี้เพราะต้องการให้เขาเข้าหานั่นแหละ“สวัสดีค่ะรุ่นพี่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ” มู่เสวี่ยเอ่ยทักทายก่อน ใบหน้ายังคงยิ้มแย้ม ไม่มีร่องรอยความอึดอัดใจที่ความลับเรื่องฐานะของตนเองถูกเปิดเผย“น้องมู่เสวี่ย…” หวังเจี้ยนกำลังจะพูดอะไรสักอย่างแต่ถูกหญิงสาวตรงหน้าขัดขึ้นมาก่อน“เรียกฉันว่าคุณหนูมู่เหมือนคนอื่นจะดีกว่านะคะ” เธอยิ้ม แต่รอยยิ้มครั้งนี้ไม่ได้อ่อนโยนเหมือนทุกทีหวังเจี้ยนรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที ปกติเป็นเขาที่ต้องโอ้อวดฐานะของตนเอง พอรู้ว่าเทียบเธอไม่ติดก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี“ฉันเพิ่งได้ยินเรื่องน้องสาวของรุ่นพี่มา ถ้าจะบอกว่ายินดีคงเป็นการเยาะเย้ยคราวเคราะห์ของเธอ แต่สมควรหรือเปล่าคะที่ใช้ชีวิต

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 73

    สองสัปดาห์ถัดมา หวังเจี้ยนได้รับเชิญไปงานเลี้ยงสังสรรค์ทางธุรกิจของกลุ่มทุนแห่งหนึ่งในฐานะตัวแทนบริษัทของครอบครัว แม้สถานะทางธุรกิจจะเล็กลงกว่าเดิมมากจากเหตุการณ์ของพ่อ แต่ก็ถูกสามีของหวังปิงปิงช่วยพยุงเอาไว้ ถึงอีกฝ่ายจะทำไปเพราะคิดไม่ซื่อก็ตาม เขาก็ต้องยอมรับการช่วยเหลือนี้อยู่ดี อีกทั้งยังต้องสานสัมพันกับบริษัทอื่นต่อไปจึงมาร่วมงานนี้ความจริงงานนี้จัดมาค่อนข้างยิ่งใหญ่ แต่เพราะยิ่งใหญ่นั่นแหละจึงมีผู้คนถูกเชิญมาด้วยเป็นจำนวนมาก ใครมีเส้นสายก็พยายามดันตัวเองเข้ามาที่นี่เพื่อสร้างคอนเนคชันให้มากขึ้นหวังเจี้ยนก็เดินวนเวียนทักทายผู้คนในงาน ทุกคนก็ตอบรับอย่างดี เหล่านักธุรกิจย่อมรู้ดี ผู้ล้มในวันนี้ วันหน้าอาจกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งได้ พวกเขาจึงไม่หักหน้ากันซึ่งหน้าหากไม่ใช้ศัตรูชั่วชีวิต ถึงแม้ว่าตอนนี้บริษัทตระกูลหวังจะตกต่ำก็ตามในขณะที่งานกำลังดำเนินไปได้สวย จู่ๆ ผู้คนทางหนึ่งก็ฮือฮาขึ้นมาและพากันเฮโลไปทางนั้น หวังเจี้ยนที่กำลังกระชับมิตรกับบริษัทคู่ค้าเดิมก็หันมองตาม“หืม ทำไมทายาทตระกูลนิ่งถึงมางานนี้ด้วยล่ะ” ชายคนหนึ่งที่พยายามจะเบียดตัวเข้าไปใกล้ศูนย์กลางเหตุการณ์แล้วถูกพลักออกม

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 72

    ***ทางด้านมู่เสวี่ยอาจสงบสุขแล้ว แต่ทางด้านหวังเจี้ยนยังคงมีแต่คำถามในใจแม้เวลาจะผ่านมาหลายเดือนนับตั้งแต่วันที่ตำรวจเข้าจับกุมพ่อของเขาในคดีให้สินบนเจ้าพนักงานจนธุรกิจของตระกูลหวังพังทลายลงในชั่วข้ามคืน หวังเจี้ยนเอาแต่ตั้งคำถามกับเรื่องนี้มาตลอดว่าทำไมพ่อผู้รอบคอบมาตลอดชีวิตของเขาถึงกระทำเช่นนั้นอย่างไม่ระวังตัวแน่นอนว่าเขาไม่คิดว่าผู้เป็นพ่อผิด จะอย่างไรเขาเห็นการยัดเงินใต้โต๊ะแบบนี้มาตั้งแต่เด็กโต คล้ายจะเป็นเรื่องปกติในชีวิตด้วยซ้ำสิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่การที่มีคนรู้ว่าพวกเขาทำผิดกฎหมาย แต่คือทำไมเรื่องอื้อฉาวนี้ถึงประเดประดังเข้ามาใช่ช่วงจังหวะที่ธุรกิจอยู่ในจุดเสี่ยงพอดีต่างหากตอนนี้เมื่อธุรกิจครอบครัวเกือบล้มละลาย น้องสาวต้องจำใจแต่งงานเพื่อแลกเงินมาประคองกิจการที่เหลืออยู่ หวังเจี้ยนจึงต้องการหาความจริงว่าใครอยู่เบื้องหลังการวางกับดักครั้งนี้กันแน่ เพราะดูอย่างไรมันก็เกิดขึ้นอย่างประจวบเหมาะเกินไปด้วยความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ยังหลงเหลืออยู่บ้าง เขาจึงติดต่อขอพบกับผู้จัดการของเยี่ยนไท่คนหนึ่งที่เคยรู้จักกันมาก่อน หวังว่าจะได้คำตอบที่ชัดเจนกว่าคำอธิบายอย่า

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 71

    “เย็นนี้ต้องไปไหนไหม” นิ่งหลงถามขึ้นมา“ไม่นะคะ วันนี้ฉันว่างทั้งวันเลย” มู่เสวี่ยส่ายศีรษะตอนนี้คือเวลาบ่ายสามแล้ว และเป็นช่วงสุดสัปดาห์ เธอมีแพลนว่าจะไปนอนพักที่บ้าน อีกทั้งย้ายมาอยู่ที่คอนโดจึงไม่มีอะไรให้ทำนอกจากอ่านหนังสือ“งั้นไปกินข้าวกับฉันที่บ้าน” นิ่งหลงสรุปแผนการให้เบ็ดเสร็จโดยไม่ถามสักคำความเผด็จการของเขานั้น มู่เสวี่ยเคยชินจนไม่รู้จะชินอย่างไรแล้ว แม้ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นบ้านเขาแทนที่จะเป็นร้านอาหารอร่อย ๆ ก็ตาม แต่เธอก็อดประหม่าเล็กน้อยไม่ได้เพราะไม่ได้ไปที่นั่นมานานพอดู“เธอนั่งเล่นไปก่อน ฉันต้องเคลียร์งาน” นิ่งหลงค่อนข้างตามใจคู่หมั้นของตนเอง แต่กับงานแล้วเขาก็จริงจังเช่นกัน จึงไม่ได้นั่งเป็นเพื่อนอีกฝ่ายและปล่อยให้เธอเล่นโทรศัพท์รอมู่เสวี่ยก็ไม่ได้อยากให้ใครมาอยู่เป็นเพื่อน บางครั้งการได้นั่งมองใบหน้าหล่อ ๆ ที่กำลังทำงานอย่างขยันขันแข็งก็เพลินดีเหมือนกันจวบกระทั่งห้าโมงเย็น นิ่งหลงขับรถพามู่เสวี่ยไปที่บ้านด้วยตนเอง หยางเทาถูกส่งให้ไปทำงานอื่น และหากไม่จำเป็นเลขาหญิงของเขาก็ไม่ได้มีหน้าที่มาขับรถให้จึงไม่ได้เรียกใช้ ที่ด้านหลังจึงตามติดมาด้วยรถบอดี้การ์ดสองคันโดย

  • กฎของการย้อนเวลา : ห้ามจ้องตาเกิน 3 วินาที   ตอนที่ 70

    ***ปัญหาบางส่วนของมู่เสวี่ยได้รับการแก้ไขแล้ว ศัตรูบ้างทำลายตัวเอง บ้างยุติความแค้นลง คงเหลือเพียงน้องสาว แม่เลี้ยง และผู้บงการเบื้องหลังที่ทำให้ตระกูลมู่ล่มสลาย แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาไปจัดการคนเหล่านั้น เธอต้องเรียนให้จบเสียก่อน หลังจากนั้นจะได้ทำอะไรได้ง่ายขึ้น“นิ่งหลงอยู่ไหมคะ” มู่เสวี่ยถามเลขาหน้าห้องของนิ่งหลง“สวัสดีค่ะคุณมู่ เจ้านายอยู่ข้างในกับคุณเลขาหยางค่ะ” เลขาสาวหน้าห้องลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปหามู่เสวี่ย“เอ๋ มีธุระเหรอคะ เดี๋ยวฉันนั่งรอก่อนก็ได้” มู่เสวี่ยตอบกลับ เธอค่อนข้างเกรงใจที่จะเข้าไปรบกวนชายหนุ่ม“คุณมู่สามารถเข้าไปได้เลยค่ะ เจ้านายสั่งไว้ว่าถ้าคุณมา สามารถเข้าไปหาได้เลยทุกกรณี” เธอพูดพลางผายมือไปทางประตู ทำท่าจะเปิดให้เมื่อพูดมาแบบนั้นมู่เสวี่ยย่อมไม่เกรงใจแล้ว วันนี้เธอเดินทางมาด้วยตัวเองไม่ได้ให้นิ่งหลงหรือคนของเขาไปรับ อีกทั้งยังไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เธอแค่ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำเพราะหลินซานซานขอตัวกลับบ้านไปงานแต่งญาตคนหนึ่งจึงไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนในวันหยุดก๊อก ๆ“คุณมู่มาค่ะท่าน” เลขสาวเพียงแค่แจ้งเท่านั้นก่อนจะเปิดประตูเข้าไปทันทีเธอคนนี้เป็นผู้ช่วยอีกหนึ่งคนข

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status