LOGIN“มากเลยครับ ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้วครับ มันคันยิบ ๆ อยู่ที่ปากครับ”
“คันยิบ ๆ อยู่ที่ปากคืออะไรเหรอจ๊ะ” คนพาซื่อเอ่ยถาม อีกทั้งยังต้องตะโกนแข่งกับลมที่พัดมากระทบกับเรือที่แล่นด้วยความเร็วสูง
“ผมหมายถึงคันยิบ ๆ อยากจะบอกนายหัวว่ายังไงนายหญิงก็ต้องกลับมาหานายหัวแน่นอนครับ เพราะว่านายหญิงรักนายหัวสุดหัวใจ” อังคารเฉไฉไปเรื่องอื่น กลัวเมียเจ้านายจะสงสัยเอา
“ฉันผิดเองละจ้ะ คำรักก็ไม่เคยบอกนายหัวของอังคารเลยสักครั้ง”
“เจอกันรอบนี้ก็รีบบอกไปเลยนะครับว่ารัก นายหัวจะได้ใจอ่อน”
“ปกตินายหัวของอังคารโกรธง่ายหายเร็วไหมจ๊ะ”
“ไม่ครับ นายหัวไม่เคยโกรธใคร แต่ถ้าโกรธก็คงไม่เผาผี”
“ตายแล้ว!” คนได้ยินถึงกับยกมือขึ้นทาบอกด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นกลัวว่าเขาจะไม่ให้อภัยเธอ
“แต่กับนายหญิง นายหัวไม่ได้โกรธหรอกครับ แค่น้อยใจคิดว่านายหญิงจะไม่รัก ง้อนิดง้อหน่อยเดี๋ยวก็ให้อภัยครับ” อังคารปลอบใจเจ้านายสาว
“ก็ขอให้เป็นแบบนั้นเถอะจ้ะ กลัวนายหัวของอังคารจะไม่ให้อภัยน่ะสิจ๊ะ” คนพูดมีท่าทีทุกข์ใจยิ่งนัก อังคารคันปากยิบ ๆ ถ้าปูดความจริงออกมาตอนนี้เขาอาจจะโดนเครื่องประหารหัวสุนัขก็เป็นได้
พอมาถึงเกาะกุลยาก็รีบลงจากเรือ อังคารที่ประคองนายหญิงลงจากเรือมองอย่างให้กำลังใจ
“ไปดีมาดีนะครับนายหญิง”
“แล้วอังคารไม่ไปด้วยเหรอ”
“ไปครับ ผมก็ช่วยนายหัวดูแลความเรียบร้อยของเกาะนี้อยู่แล้วครับ นายหญิงมีอะไรก็เรียกผมได้เลยนะครับ ผมจะช่วยนายหญิงอย่างเต็มที่เลย”
อังคารรู้สึกว่าตัวเองได้ยืดอกอย่างภาคภูมิใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ที่ได้มีโอกาสช่วยพระเอกปรับความเข้าใจกับนางเอก แม้จะเป็นคำบัญชาของบรรดาเจ้านายทั้งหลายก็ตามที ตั้งแต่บึ่งรถไปรับกุลยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาแล้วแกล้งบอกว่าไปทำธุระที่กรุงเทพฯ จนกระทั่งเตรียมเรือมาส่งกุลยาถึงที่เกาะ ก็เป็นไปด้วยความเต็มใจของเขาทั้งสิ้น
“นี่ก็เย็นมากแล้ว ฉันจะง้อเจ้านายของอังคารยังไงดีจ๊ะ อังคารช่วยคิดหน่อยสิ” กุลยาเอ่ยถามอย่างปรึกษาหารือ
“นายหัวไม่ค่อยกินข้าวกินปลาเลยครับนายหญิง เอาแบบนี้ก็ได้ครับ นายหญิงก็จัดการทำอาหารอร่อย ๆ ให้นายหัวสิครับ รับรองว่าใจอ่อนยวบแน่นอน” อังคารรีบเสนอไอเดียในทันที รู้สึกว่าตัวเองหัวคิดดีอยู่เหมือนกัน ตอนนี้เขากำลังมีความสุขกับมยุริญเพราะว่าตกลงคบกันเป็นแฟนแล้ว แต่เจ้านายผู้มีบุญคุณท่วมหัวยังทุกข์หนักอยู่ เขาเลยต้องเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยนั่นเอง
“ดีเหมือนกัน แล้วตอนนี้นายหัวของอังคารพักอยู่ที่ไหนเหรอจ๊ะ”
“พักอยู่ที่กระท่อมริมลำธารที่พานายหญิงไปกักขังนั่นแหละครับ น่าสงสารนะครับ”
“สงสารฉันเหรอจ๊ะที่เคยโดนนายหัวของอังคารกักขังที่นั่น” กุลยามีสีหน้าบอกอังคารว่าไม่เป็นไร มันผ่านไปแล้ว อย่างน้อยอังคารก็ยังเห็นใจเธอ
“ก็ไม่เชิงหรอกครับ” อังคารลูบท้ายทอยไปมา สีหน้าว่าเก้อ
“ไม่เชิงยังไงเหรอจ๊ะ” กุลยาเอ่ยถามขณะเดินตามลูกน้องคนสนิทของสามีไปยังกระท่อมริมน้ำตก
“นายหัวเมาเหล้าเถื่อนที่คนงานลองทำสูตรใหม่น่ะครับ ก็เลยทำกุญแจคฤหาสน์หาย เลยต้องเนรเทศตัวเองไปนอนอยู่ที่กระท่อมน่ะครับ” กุลยาที่เดินตามมาถึงกับข้อเท้าแทบพลิก คิดว่าเขาไปนอนที่นั่นเพราะคิดถึงเธอเสียอีก
“อ้อ... เหรอจ๊ะ” หญิงสาวยังมีแก่ใจเอ่ยถามกลับตาปริบ ๆ
“แต่จริง ๆ นายหัวก็อาจจะคิดถึงนายหญิงก็ได้นะครับ เพราะไปนอนที่กระท่อมออกบ่อย” ประโยคถัดมาทำให้กุลยานึกถึงอดีตเมื่อครั้งที่เธอได้เจอกับกุมภ์ครั้งแรก วันนั้นเขาก็เมาเหล้าเถื่อนอยู่หน้ากระท่อมเหมือนกัน มันนานหลายเดือนมาแล้วแต่เธอก็ยังจำเหตุการณ์นั้นได้ดี ความทรงจำในวันนั้นถูกลบเลือนไปด้วยความดีของเขาที่พยายามช่วยเหลือเธอทุกทาง เพื่อชดเชยเรื่องร้าย ๆ ที่เขาเคยทำไม่ดีเอาไว้กับเธอ ซึ่งเธอก็ให้อภัยเขาหมดแล้ว
“ถึงแล้วครับนายหญิง แต่ดูเหมือนว่านายหัวจะไม่อยู่นะครับ งั้นนายหญิงทำอาหารรอไว้เลยนะครับ นายหัวกลับมาจะได้ดีใจ นายหัวน่ะชอบกินไก่ย่างมากเลยครับ จัดไปเลยครับ ผมเป็นกำลังใจให้นายหญิงเสมอ”
“จ้ะ แล้วอุปกรณ์กับวัตถุดิบล่ะจ๊ะ”
“ผมเตรียมเอาไว้ให้แล้วครับ พอรู้ว่านายหญิงจะมาผมก็ให้คนงานเตรียมเอาไว้แล้วครับ”
“อังคารนี่รู้ใจฉันจริง ๆ เลย ขอบใจมากนะ” คำขอบใจของเจ้านายสาวทำให้อังคารยิ้มแฉ่งแทบจะทันที
กุลยารีบอาบน้ำอาบท่าเพื่อทำให้ตัวเองสดชื่นเพราะเดินทางมาหลายชั่วโมง ก่อนจะเริ่มทำอาหารอย่างตั้งใจ วันนี้เธอจะต้องง้อสามีให้สำเร็จให้ได้ คิดแล้วก็หัวใจสั่นไหวรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย กลัวเขาจะจับโยนออกจากกระท่อมเมื่อเห็นหน้าเธอ
อังคารถอยออกมาจากกระท่อมหลังจากช่วยเจ้านายสาวเตรียมวัตถุดิบอย่างแข็งขัน เขายืดอกภูมิใจอีกครั้งที่ได้เป็นผู้ช่วยนางเอกให้ง้อพระเอกได้สำเร็จ
“มึงมาทำอะไรที่นี่ไอ้อังคาร” เสียงเข้มของกุมภ์ดังขึ้น อังคารสะดุ้งสุดตัวหันขวับไปมองขณะจะเดินกลับที่พักของตนเอง รูปลักษณ์ภายนอกของเจ้านายทำเอาเขาจำแทบไม่ได้แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมาทำให้เขาจำได้แม่น
“นายหัว”
“ก็กูไงมึงเห็นว่ากูเป็นใครเหรอ”
“ผมนึกว่าผีคลุกโคลนน่ะครับ” อังคารเบิกตามองเจ้านายตาปริบ ๆ
“ปากหมา!”
“นี่เจ้านายไปทำอะไรมาครับ หรือว่าเจ้านายอกหักจนเสียสติไปแล้ว แค่ผู้หญิงคนเดียวทำไมเจ้านายจะต้องทำร้ายตัวเองแบบนี้ด้วยล่ะครับ”
อังคารแทบร้องไห้กับสภาพของเจ้านาย จากนายหัวเจ้าของเกาะแห่งรักผู้สง่างามและหล่อเหลา กลายเป็นคนเสียสติผมเผ้ายุ่งเหยิง หนวดเครารกรุงรังแล้วก็เต็มไปด้วยขี้โคลน สงสัยคงจะเครียดเลยคิดว่าตัวเองเป็นพ่อควายอกหัก ลงไปคลุกขี้โคลน นอนเกลือกกลิ้งอยู่ในปลักขี้โคลนจนมืดค่ำแบบนี้
“มึงพล่ามอะไรของมึงวะไอ้อังคาร เป็นอะไรมากหรือเปล่า กูเดินไปตกหลุมที่คนงานขุดเอาไว้เพื่อลงเสาสร้างศาลาเพิงพักให้นักท่องเที่ยวบนเกาะ”
“อ้าวเหรอครับ”
“ฝนตกหลุมมันเลยเป็นขี้โคลน พอดีกูไม่ทันดูทางเลยตกลงไป”
อังคารอ้าปากค้าง เขาก็คิดไปเป็นตุเป็นตะ นึกว่าเจ้านายอกหักจนเสียสติไปแล้ว
“มึงนี่ท่าจะอาการหนัก” กุมภ์เท้าสะเอวมองลูกน้องคนสนิทก่อนจะส่ายหน้าไปมา
“ผมเป็นห่วงเจ้านายมากนะครับ”
“ขอบใจที่มึงเป็นห่วงกู ก็มีแต่มึงนี่แหละที่ไม่เคยทิ้งกู คนอื่นทิ้งกูไปหมดแล้ว” กุมภ์พูดอย่างเศร้าใจ ถามว่าเขาตัดใจจากุลยาได้ไหม ตอบอย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่าไม่ได้ เคยรักเธอยังไงก็ยังรักอยู่แบบนั้น และคงจะรักใครไม่ได้อีกแล้ว แต่เขาไม่อยากฝืนใจหรือบังคับอะไรเธออีก หากเธอมีความสุขและอยู่ได้โดยที่ไม่มีเขา เขาก็เคารพการตัดสินใจของเธอ ขอเดินจากมาเงียบ ๆ ไม่ทำให้เธอต้องลำบากใจ ต่อไปเธอจะได้ไม่เที่ยวยกเขาให้ผู้หญิงคนไหนอีก
“ไม่จริงหรอกครับ มีคนรักนายหัวเยอะแยะ” อังคารปลอบใจเจ้านาย อย่างน้อยก็นายหญิงคนหนึ่งแหละ
“มึงอย่ามาตอแหล กูรู้ดี ขนาดเมียกูยังทิ้งกูไปเลย”
“ไม่จริงนะครับ” อังคารอยากจะบอกว่าก็เมียอยู่ด้านในไง ทำอาหารรออยู่ แต่เจ้านายเดินเข้าไปในกระท่อมเสียแล้ว
“ใครมาทำอะไรในกระท่อมกู”
“คือว่า...”
“อังคารจ๊ะ ฉันหาเทียนไม่เจอ มันอยู่ตรงไหนเหรอจ๊ะ” กุลยาเดินออกมาพอดีไม่ทันให้อังคารได้บอกเจ้านายว่าเมียมาง้อแล้ว กุลยาเห็นร่างคลุกขี้โคลนเข้าก็ถึงกับตกใจร้องกรี๊ดเสียงหลง
อังคารได้แต่งงานกับมยุริญสมใจ ตอนนี้ก็มีทายาทแล้วเหมือนกัน อายุไล่เลี่ยกับลูกๆ ของเจ้านายเลยเป็นเพื่อนเล่นกันกันต์ธีร์ กายสิทธิ์ กชกร กิรณาวิ่งมากอดมารดาก่อนจะแนบหูไปกับหน้าท้องนูน ๆ เพื่อคุยกับน้อง“วันนี้น้องเงียบกริบเลยครับ” กันต์ธีร์เอ่ยขึ้น“ใช่ ๆ น้องทำอะไรอยู่น้า ท่าทางจะหลับ”“อุ๊ย!” ไม่ทันขาดคำ กุลยาก็อุทานเบา ๆ เพราะสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าลูกภายในท้องของเธอ เคลื่อนไหวคล้ายตอบโต้กับบรรดาพี่ ๆ“น้องดิ้นด้วยครับ สงสัยจะรู้ว่าพวกเรามาทักทาย ผมอยากเห็นหน้าน้องจัง” กายสิทธิ์ลูบท้องนูน ๆ ของมารดาไปมา“หนูก็อยากเห็นหน้าน้องเหมือนกันค่ะคุณแม่” กชกรพยักหน้ายิ้มแป้น“หนูก็ด้วยค่ะ” กิรณาก็เช่นเดียวกัน ก่อนจะอ้อนให้บิดาอุ้มไปนั่งตัก“สงสัยว่าน้องก็อยากจะเห็นหน้าทุกคนแล้วเหมือนกันจ้ะ พี่กุมภ์คะ คุณแม่คะ ปะ... ปวดท้องจังเลยค่ะ”เสียงของกุลยาที่ร้องบอกทุกคนว่าเจ็บท้องทำให้กุมภ์ตื่นเต้นไม่น้อย“ไอ้อังคาร ไอ้อังคาร เอารถออกเดี๋ยวนี้เลย!”“น้องจะออกมาแล้วเหรอคะ น้องจะออกมาแล้ว”เด็ก ๆ เดินวนไปวนมามาให้วุ่นเพราะตื่นเต้นที่จะได้เห็นหน้าน้อง ทำเอานุชรีที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอดถึงกับอมยิ้ม“ทุกคนตั้งส
“เล่นซะเนียนเลย พี่ตกอกตกใจหมดเลย เล่นเอามีดจี้คอขนาดนั้น พี่ทำอะไรไม่ถูกน่ะสิจ๊ะ” กุลยายอมรับว่าวันนั้นเธอตกใจจริง ๆ เลยรับปากไปเสียทุกอย่างที่น้องสาวต้องการ“ก็คุณธิดาเป็นดารานี่คะ ถ้าเล่นไม่เนียนจะเป็นดาราดังได้ยังไงกัน” ไม่ว่ายังไงนุชรีก็ยังชื่นชมในฝีมือการแสดงของกุลธิดาอยู่ดี“แล้วนั่นพี่กุมภ์กับผู้กองจะพาคุณราฟไปไหนคะ” กุลยาเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าแต่ละคนเตรียมถังเตรียมคบเพลิงมุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้าน“มีรังผึ้งรังใหญ่อยู่หลังบ้านน่ะครับ พวกเราหนุ่ม ๆ อยากจะไปจับผึ้งกันเสียหน่อย น้ำผึ้งแท้น่ะ เอามากินบำรุงสุขภาพนะ” กุมภ์หันไปตอบเมียรัก“ไปจับผึ้งกันเหรอคะ แล้วนั่นต้องเอาปี่ไปด้วยเหรอคะ” กุลธิดาถามอย่างสงสัย“ใช่ครับ พี่น่ะมือวางอันดับหนึ่งในการจับผึ้งเลยนะครับ” กุมภ์ยืดอก ตบเบา ๆ อย่างภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเอง“คุณกุลคงยังไม่รู้ว่าพี่กุมภ์น่ะจับผึ้งเก่ง เป่าปี่ก็เก่งด้วยค่ะ ไม่ใช่เป่าปี่เรียกผีเสื้อสมุทรนะคะแต่เรียกผึ้งนี่แหละ คิก ๆ” นุชรีเล่าแล้วทำท่าขำ“ทำไมคุณนุชต้องทำท่าขำแบบนั้นด้วยล่ะคะ”“หยุดเลยคุณนุช เมื่อก่อนกับตอนนี้มันไม่เหมือนกัน ตอนนี้คุณกุมภ์เก่งแล้ว” ก
“พี่กุมภ์!” กุลยาถลาไปประคองร่างสามีเอาไว้ ทำเอาทุกคนตกใจกัน ยกใหญ่ สุดท้ายก็พากันไปโรงพยาบาลแทนที่จะไปสถานีตำรวจ“พี่กุมเป็นยังไงบ้างคะ” กุลยาเอ่ยถามสามีที่เดินขากะเผลก ๆ เพราะตกบันไดอย่างห่วงใย“ไกลหัวใจครับ แล้วคุณนุชเป็นยังไงบ้าง โดนคดีความมากไหม”“ผู้กองนะก็ทำตามหน้าที่น่ะค่ะ ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ถูกก็ว่ากันไปตามถูก แต่พ่อหมอยอดยิ่งอะไรนั่นมีโจทย์เยอะนะคะ เพราะเที่ยวไปหลอกคนเอาไว้มากมาย เลยโดนดำเนินคดีทางกฎหมายข้อหาหลอกลวงและข้อหา อื่น ๆ อีกมากมายเลยค่ะพี่กุมภ์”“ดีแล้วครับ จะได้เข็ดหลาบไม่ทำอีก”“เพิ่งรู้นะคะว่าคืนนั้นคุณนุชให้ของขวัญเป็นชุดนอนไม่ได้นอน” กุลยานึกถึงแล้วอดที่จะขำปนหน้าแดงเสียไม่ได้ มารู้ในตอนหลังว่าคืนวันเข้าห้องหอนุชรีให้ชุดนอนวาบหวิวเพื่อให้เธอใส่ยั่วกุมภ์“คุณนุชทะเล้น แต่พี่ก็ว่าดีนะ อยากให้เมียใส่” เขากัดปากทำตาหวาน คนฟังถึงกับหน้าแดงลามไปถึงใบหู“กุมภ์เป็นไงบ้างลูก แม่ทำอาหารบำรุงให้กุมภ์เยอะแยะเลยนะ ทำกระเพาะปลาที่ลูกชอบด้วยนะจ๊ะ” เสียงหวาน ๆ ของมารดาทำให้กุมภ์โกรธไม่ลงเลยจริง ๆ ที่สำคัญก็รู้ว่ามารดานั้นเป็นห่วงเป็นใย อยากให้เขามีความสุขที่สุด จึง
“นาไม่กล้าแสดงความคิดเห็นค่ะพี่กันยา” นารีรีบตอบ“ไอ้อังคาร แทนที่แกจะมาช่วยฉัน แล้วนั่นแกชวนหลานสาวกับหลานเขยฉันไปดูคลิปอะไรห้ะ” คุณกันยาหันไปดุด่าลูกน้องเพื่อกลบเกลื่อนเรื่องที่แอบถ้ำมองลูกชายกับลูกสะใภ้“ผมนั่งดูคลิปอยู่ครับคุณป้า โคตรมันเลยครับ” ชัยชนะเป็นคนเอ่ยตอบ“คลิปอะไรของแกที่บอกว่ามัน” คุณกันยาเดินขึ้นไปบนกระท่อม ในขณะที่กุมภ์กับกุลยารีบไปแต่งตัวในห้องน้ำให้เรียบร้อย“นี่ไงครับ สำนักอาจารย์ยอดยิ่งโดนปาระเบิดครับ ผมว่ามันคุ้น ๆ นะครับคุณป้า” ชัยชนะพูดออกมาก่อนทำท่านึก เหมือนเขาได้ยินชื่อสำนึกอาจารย์ยอดยิ่งที่ไหน“ห้ะ! เอามาให้ป้าดูสิ” คุณกันยารีบคว้าโทรศัพท์มาดูก่อนจะเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง“พี่กันยาคะ นี่มันสำนักอาจารย์ยอดยิ่งที่ดูดวงให้เรานี่คะ” นารีชะโงกหน้าไปดูก่อนจะอุทานเสียงดัง“ผมก็ดูวนไปวนมา คุ้น ๆ ชื่อสำนักอยู่เหมือนกันครับ ไปดูดวงที่นี่มาเหรอครับ ในข่าวบอกว่าโดนคนที่ไปดูดวงปาระเบิดใส่เพราะแค้นจัดที่ดูดวงไม่แม่น แถมยังไปแนะนำอะไรแปลกประหลาดด้วยครับ แต่รายละเอียดที่ลงลึกกว่านี้ผมไม่รู้นะครับ” อังคารสาธยายละเอียดยิบ“นี่แหละเรียกลงลึก” ชัยชนะกับนุชรีพูดประสานเสียงกัน“
“แล้วทำไมนายไม่ยุแยงตะแคงรั่วกันเล่า” นุชรีเอ่ยถามอย่างหงุดหงิดใจ“ผมยุแยงตะแคงรั่วแล้วครับ แต่แพ้ทางนายหญิงจริง ๆ นายหญิงเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ขนาดนั้น ผมเป็นแค่ลูกน้องจะไปสู้ยังไงไหว นั่นเขาเป็นถึงเมียเลยนะครับ”“อดเอาคืนคุณกุมภ์น่ะสิ เซ็งเป็ดเลย”“คุณนุชนี่หน้าซื่อใจคดนะครับ”“นายว่าฉันเหรอ”“ผมพูดไปตามเนื้อผ้าครับ”“ไม่ได้การละ พรุ่งนี้ต้องไปยุแยงตะแคงรั่วต่อ”“จะดีเหรอจ๊ะแม่นุช”“เฮ้ย! คุณป้ากับนายแม่มาแอบฟังนุชตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” เสียงถามที่ดังขึ้นทำให้นุชรีหันไปมองก็เจอเข้ากับมารดาและผู้เป็นป้าที่กระซิบเข้ามาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น“นานแล้วครับ ตั้งแต่คุณนุชเรียกผมมาถามนั่นแหละครับ” อังคารช่วยตอบแทนบรรดาเจ้านายทั้งหลาย“แล้วทำไมนายไม่บอกฉัน”“ผมไม่กล้าครับ” ก็แต่ละคนเล่นจ้องเขาเหมือนจะปาดคอ เขาจะกล้าพูดอะไรได้“งั้นค่าสินสอดของมยุริญสองแสนนายก็อดนะอังคาร” นุชรีพูดอย่างงอน ๆ“นายแม่จ่ายให้ผมแล้วครับ”“ไอ้คนเห็นแก่เงิน” นุขรีด่าอย่างขัดใจ“ไม่ใช่นะครับ นายแม่มีบุญคุณ นายหัวก็มีบุญคุณ ผมหรือจะกล้าขัด”“หรา... อังคาร งั้นฉันขอให้นาย...” นุชรียังพูดไม่ทันจบประโยค ผู้ร้ายก็รีบสารภ
“กรี๊ด!!! ผีขี้โคลน” แล้วสติของหญิงสาวก็ดับวูบลงไปในทันที“เฮ้ย! ตายห่า นายหญิงหมดสติไปแล้ว”“มึงนี่แหละจะตาย ทำไมไม่บอกกูก่อนว่าเมียกูมา เป็นลมล้มฟุบไปแบบนี้ จะเป็นอะไรรึเปล่าก็ไม่รู้” กุมภ์หันไปตบหัวลูกน้องเต็มแรง อังคารร้องเสียงหลง มึนลูกตบของเจ้านายจนแทบเข่าทรุด“ผมบอกไม่ทันครับ อย่าว่าแต่นายหญิงเลย ผมเห็นนายหัวครั้งแรกยังตกใจ”“มึงมาช่วยประคองเมียกูขึ้นเตียงก่อน เวรเอ๊ย!”“นายหัวด่านายหญิงทำไมครับ”“กูสบถไอ้นี่ เดี๋ยวถีบยอดอก”“ครับ ๆ” อังคารช่วยเจ้านายประคองร่างของกุลยาไปวางบนเตียง“มึงรีบไปหายาลมยาดมยาหม่องมาปฐมพยาบาลเมียกูเร็ว ๆ เลย”“ผมว่าเจ้านายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าครับ”“เออ ๆ แต่มึงไปเอายามาก่อน” กุมภ์รีบสลัดเสื้อผ้าออกจากตัวและอาบน้ำเร็วที่สุดในชีวิต ก่อนจะรีบมาที่เตียงอย่างห่วงใย“เจ้านายดูเป็นห่วงนายหญิงมาก ๆ เลยนะครับ”“มึงเอาสักอย่างเถอะไอ้อังคาร จะเรียกกูว่านายหัวหรือเจ้านาย กูโคตรสับสน” เป็นประโยคเดิม ๆ ที่กุมภ์ด่าอังคารเป็นประจำ ซึ่งมันก็ยังเรียกเขาตามอารมณ์ และเขาก็ยังอยากจะด่ามันเช่นเดิม“นายหัวไม่คิดจะเล่นตัวสักนิดเลยเหรอครับ”“เล่นตัวอะไรของมึง”“ก็นายหญิงทิ้งนายห







