เข้าสู่ระบบแต่อันที่จริง... ซู่มี่ผู้นี้ฉลาดในการเลี้ยงบ่าวไพร่ไว้เป็นหูเป็นตาจนทั่วเรือน แสดงว่าแม้แต่สาวใช้ในเรือนของนางเองก็ไม่อาจไว้ใจได้ เหม่ยหลานฟางรู้ดีว่ายามนี้นางยังไม่สามารถเอ่ยสิ่งใดให้มากความ เพราะเกรงว่าคนเหล่านั้นจะไหวตัวทันแล้ววางแผนที่แยบยลกว่าเดิมมาสังหารนางเสียก่อน
นี่เพียงฟื้นขึ้นมาไม่ถึงครึ่งวัน พวกมันก็คิดจะเล่นงานนางด้วยยาแรงเสียแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยใช้วิธีวางยาพิษฤทธิ์อ่อนให้สะสมในร่างกายจนตับและม้ามทำงานผิดปกติ จนจางจื่ออี้ตัวจริงต้องตายไปอย่างทุกข์ทรมาน...
ไม่ได้... นางยังกำจัดสตรีนางนี้ตอนนี้ไม่ได้ นางต้องหาทางหลบไปจากขุมนรกแห่งนี้ เพื่อรักษาตัวให้แข็งแรงก่อน จนกระทั่ง...
“นายท่านขอรับ! นายท่านไป๋มาขอรับ!”
พ่อบ้านรีบเข้ามารายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ไม่กล้าชักช้าแม้แต่นิดเดียว เพราะ ไป๋ซื่อจวิน ผู้เป็นพ่อตานั้นมีบารมีล้นพ้น เมื่อทราบข่าวว่าหลานสาวที่เพิ่งสิ้นลมหายใจกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง ท่านตาก็ไม่รั้งรอที่จะตะบึงม้ามายังจวนตระกูลจางทันที แม้พายุฝนยังคงกระหน่ำ
“ฮะ... เจ้าว่าอย่างไรนะ!” จางต้าลู่อุทานด้วยความตกใจ ใบหน้าเริ่มถอดสี
คำว่า ‘นายท่านไป๋’ ทำให้จางต้าลู่เสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที เพราะเขาเคยรับปากเป็นมั่นเหมาะว่าจะดูแลอี้เอ๋อร์เป็นอย่างดี แต่ทว่าวันนี้เพียงแค่นางฟื้นขึ้นมา ก็มีเรื่องบ่าวรับใช้คิดวางยาเกิดขึ้นเสียแล้ว เรื่องงามหน้าเช่นนี้เขาจะให้คนนอกรู้ไม่ได้เด็ดขาด!
“นายท่าน... นังบ่าวชั่วนี่ให้ข้าจัดการเถอะเจ้าค่ะ” ซู่มี่รีบเสนอตัวทันที นางเห็นทางรอดอยู่รำไร เพราะหากส่งสาวใช้ผู้นี้ไปยังทางการ ย่อมมีการสอบสวนจนสาวมาถึงตัวนางแน่ ๆ
แต่ในขณะที่ซู่มี่กำลังจะพยักหน้าส่งสัญญาณให้บ่าวคนสนิทลากตัว ‘แพะรับบาป’ ออกไปจัดการ กลับมีน้ำเสียงทุ้มต่ำของผู้มาใหม่ดังแทรกขึ้นมาจนทำให้นางตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป
“ใต้เท้าจาง... พบกันอีกแล้วนะขอรับ”
จางต้าลู่ใบหน้าขาวซีดจนแทบจะเป็นสีเดียวกับกระดาษจื่อเฉียน... เมื่อแผนการที่จะปิดบังพ่อตาพังทลายลงไม่เป็นท่า เพราะเบื้องหน้าของเขาคือ หูอี้เทียน ผู้บัญชาการหน่วยจงกู่เว่ยที่เดินนำเข้ามาด้วยท่วงท่าน่าเกรงขาม โดยมี สี่จตุรเทพ เดินตามมาเบื้องหลังดั่งเงาสังหาร และที่สำคัญที่สุด... ข้างกายของเขาคือ ไป๋ซื่อจวิน ที่ยืนหน้าถมึงทึงจ้องมองมาอย่างเอาเรื่อง!
สายตาของ ไป๋ซื่อจวิน ที่จ้องมองลูกเขยนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและกรุ่นโกรธจนบรรยากาศรอบ ๆ เย็นเยียบยิ่งกว่าพายุฝนข้างนอก ท่านผู้เฒ่าแค่นเสียงเหอะในลำคอพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้านด้วยโทสะ
“ใต้เท้าจาง... ข้าฝากแก้วตาดวงใจไว้ให้เจ้าดูแล แต่เจ้าทำนางตาย ตอนนี้หลานของข้าก้าวขาสู่ความตายไปแล้วกลับมีโอกาสฟื้นขึ้นมาได้ แต่เพียงวันแรกที่นางฟื้นจากความตาย แม้แต่บ่าวไพร่ชั้นต่ำก็ยังกล้ากำแหงวางยาพิษสังหารคุณหนูใหญ่ต่อหน้าต่อตาคนทั้งจวน เช่นนั้นข้าคงไม่อาจไว้วางใจให้เรื่องนี้จบลงเพียงง่าย ๆ แบบขอไปที รบกวนใต้เท้าหูช่วยจัดการต่อให้ความเป็นธรรมแก่หลานสาวข้าด้วย!”
เมื่อได้ยินดังนั้น ซู่อี๋เหนียง ถึงกับหน้าถอดสี แต่นางยังใจกล้าอาศัยจังหวะที่จางต้าลู่กำลังอ้ำอึ้ง รีบเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูนอบน้อมทว่าแฝงแววข่มขวัญ
“เรียนนายท่านไป๋ เรื่องนี้เป็นเรื่องภายในจวนตระกูลจาง บ่าวทำผิดควรถูกส่งตัวไปที่ศาลาว่าการตามกฎหมาย อีกอย่าง... หน่วยจงกู่เว่ยของใต้เท้าหูมีหน้าที่ตรวจสอบขุนนางกังฉินผู้ทุจริตต่อแผ่นดิน เรื่องเล็กน้อยในเรือนหลังเช่นนี้ อย่าได้ลำบากใต้เท้าหูให้ระคายมือเลยเจ้าค่ะ”
คำพูดของนางสื่อชัดเจนว่าหูอี้เทียนไม่ควรสอดมือมายุ่งเรื่องในบ้านคนอื่น ทว่าผู้บัญชาการหนุ่มกลับไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองแม้แต่น้อย เขายังคงยืนนิ่งสงบ ทว่ารังสีอำมหิตรอบกายกลับทวีความรุนแรงขึ้น หูอี้เทียนปรายตามองอนุผู้นั้นด้วยสายตาที่มองคนใกล้ตายเหยียดยิ้มนิด ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าเฉียบขาด
“ข้าหูอี้เทียน... หากอยากจะสอดมือยุ่งเรื่องใด ย่อมไม่มีคำว่าลำบาก”
เขาสะบัดชายเสื้อเล็กน้อยก่อนจะหันไปสั่งการจตุรเทพร่างยักษ์ที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
“เชียนซาน... ลากตัวนังบ่าวผู้นี้ไปสอบสวนที่หน่วยจงกู่เว่ย ข้าอยากรู้นักว่ายาพิษที่ตกค้างในร่างกายคุณหนูใหญ่มานานหลายปีจนเกือบสิ้นใจนั้น มีเบื้องลึกเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับการสมคบคิดของใครในจงโจวนี้หรือไม่”
คำพูดของหูอี้เทียนทำเอาซู่อี๋เหนียงแทบสิ้นสติ เพราะเขาไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่เรื่องวางยา แต่เขากำลังจะโยงมันเข้าสู่ข้อหาที่ทำให้จงโจววุ่นวาย ซึ่งอยู่ในอำนาจเต็มของหน่วยจงกู่เว่ยทันที!
บรรยากาศยิ่งป่วนหนักเมื่อหูอี้เทียนพยายามจะกันทุกคนออกไปเพื่อให้ลูกชายได้นอนพัก แต่ทว่าเขากลับเป็นคนที่เห่อ ที่สุด เพราะในยามค่ำคืนที่จื่ออี้หลับใหล หูอี้เทียนกลับนั่งจ้องหน้าลูกชายนิ่ง ๆ นานนับชั่วยาม พลางใช้นิ้วแกร่งเขี่ยแก้มยุ้ย ๆ ของทารกน้อยอย่างเบามือที่สุด“หมิงเจ๋อ... เจ้ามาแย่งความสนใจจากแม่เจ้าไปไม่น้อยเลยนะ” เขาพึมพำกับทารกน้อยพลางขมวดคิ้ว “แต่เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าหน้าเหมือนข้าถึงเพียงนี้ ข้าจะยอมให้เจ้านอนแทรกกลางระหว่างข้ากับนางได้เพียง... ปีเดียวเท่านั้นนะ!”จางจื่ออี้ที่แสร้งหลับอยู่ถึงกับต้องแอบยิ้มออกมาภายใต้ผ้าห่ม ความน่าเอ็นดูของแม่ทัพพยัคฆ์ที่กลายเป็นบิดาจอมหวงและจอมอิจฉาลูกชายตัวเองงานเลี้ยงครบเดือนของนายน้อยตระกูลหูจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ โถงกลางจวนไป๋ ใจกลางโถงมีพรมแดงปูลาดพร้อมสิ่งของเสี่ยงทายวางเรียงราย ทั้งกระบี่ไม้สลักของหูอี้เทียน ตำราหมากของไป๋ซื่อจวิน และถุงเงินทองของจางต้าลู่“หมิงเจ๋อหลานรัก มาหาตาสิลูก จับถุงเงินนี่ แล้วเจ้าจะเป็นเศรษฐีที่รวยที่สุดในใต้หล้า!” จางต้าลู่กวักมือเรียกเหลนชายตัวน้อยที่อยู่ในชุดเอี๊ยมสีแดงสดพุงพลุ้ยหูหมิงเจ๋อ ในวัยหนึ่งเดือนที
ท่ามกลางรัตติกาลที่มืดมิด สายฝนในต้นฤดูวสันต์ตระการพัดกระหน่ำลงมายังจวนตระกูลไป๋ประหนึ่งกลองรบที่รัวสนั่น ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงถูกฉาบด้วยแสงฟ้าแลบเป็นระยะขานรับเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของ จางจื่ออี้ ที่ดังแว่วออกมาจากเรือนตะวันออก“จื่ออี้! เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง! ข้าจะเข้าไป! ใครขวางข้า ข้าจะสังหารให้สิ้น!”เสียงตะโกนอย่างเสียสติของ หูอี้เทียน ดังกลบเสียงฟ้าร้อง ท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่เคยนิ่งสงบดุจขุนเขา บัดนี้กลับมีสภาพประหนึ่งเสือติดจั่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย เขาพยายามจะพังประตูห้องทำคลอดเข้าไปจน สี่จตุรเทพ ต้องรีบเข้ามารุมล้อมกอดเอวและดึงรั้งแขนเจ้านายไว้สุดชีวิต“ท่านแม่ทัพ! เข้าไปไม่ได้! มันเป็นอัปมงคล และฮูหยินสั่งไว้กำชับนักหนาว่าห้ามท่านเข้าไปเห็นนางในสภาพนี้เด็ดขาด!” ฉางเฟิง ตะโกนบอกพลางใช้ไหล่ดันอกเจ้านายไว้ และอีกสามคนก็ช่วยกันกอดขากอดเอวไว้แน่น เพราะนายหญิงสั่งไว้ว่าหากห้ามเขาไม่ได้พวกเขาเจอดีแน่“ข้าไม่สนอัปมงคล! เมียข้าเจ็บปวดเพียงนั้น เจ้าจะให้ข้ายืนดูดวงดาวอยู่ข้างนอกนี่รึ!” หูอี้เทียนสะบัดองครักษ์จนกระเด็นไปคนละทิศละทาง แววตาของเขาแดงก่ำด้วยความห่วงใยแล
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักทันที หูอี้เทียนยืนนิ่งเป็นหินประหนึ่งถูกสาป ดวงตาที่เคยดุดันบัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื้นตันจนพูดไม่ออก เขาค่อย ๆ ทรุดกายลงนั่งคุกเข่าเบื้องหน้าจางจื่ออี้ มือหนาที่เคยจับดาบสังหารคนมานับหมื่น สั่นเทายามที่เอื้อมไปแตะหน้าท้องของนางอย่างแผ่วเบาที่สุด“ลูก... ลูกของข้ารึ?” น้ำเสียงของเขาพร่าสั่น หยาดน้ำตาแห่งความสุขที่หาได้ยากยิ่งเอ่อคลอในดวงตา “จื่ออี้... เจ้าทำสำเร็จแล้ว น้ำทิพย์ของเจ้าชโลมดินจนมังกรน้อยมาจุติจริง ๆ ด้วย!”จางจื่ออี้ลืมความคลื่นไส้ไปชั่วขณะ นางเอื้อมมือไปลูบแก้มสามีด้วยความรักสุดหัวใจ ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกลงมาอย่างหนักที่ชายแดน ราวกับสรวงสวรรค์ขานรับการมาถึงของรัชทายาทแห่งความรักในรัชศกเฉินซีอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด!ม้าเร็วจากชายแดนควบตะบึงเข้าสู่ประตูเมืองหลวงจงโจวด้วยความเร็ว ประหนึ่งมีศึกสงครามประชิดติดพัน ทว่าสารที่อยู่ในกระบอกทองเหลืองกลับมิใช่รายงานการรบ แต่เป็นลายมือสั้น ๆ จากปลายพู่กันของหูอี้เทียนที่ส่งตรงถึงจวนไป๋และจวนจางพร้อมกันในยามรุ่งสาง“จื่ออี้ตั้งครรภ์ ข้าจะพานางกลับในเจ็ดวัน -หูอี้เทียน”เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ กลับมีอานุภาพทำลา
ท่ามกลางทิวเขาสลับซับซ้อนที่ชายแดนจงโจว บ้านพักไม้หลังย่อมของแม่ทัพผู้บัญชาการหน่วยจงกู่เว่ย ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะบาง ๆ บรรยากาศที่นี่ไร้ซึ่งเสียงตะโกนโวยวายของจางต้าลู่ หรือเสียงกระทบของหมากรุกจากไป๋ซื่อจวิน มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดสนและเสียงฟืนปะทุในเตาผิงที่ให้ความอบอุ่นแก่คนสองคนภายในห้องหูอี้เทียน ในชุดลำลองสีเทาเข้ม นั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้กว้าง พลางรวบเอาเจ้าของร่างนุ่มนิ่มอย่าง จางจื่ออี้ เข้ามานั่งซ้อนบนตัก เขาใช้คางเกยบนไหล่มนพลางสูดดมกลิ่นหอมจากเส้นผมของนางอย่างสำราญใจ“ที่นี่เงียบสงบดีใช่หรือไม่จื่ออี้” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูผ่อนคลาย “ไม่มีใครมาคอยจดจ้องว่าข้าจะกอดเจ้าตอนไหน หรือจะอุ้มเจ้าเข้าห้องหอตอนกลางวันแสก ๆ หรือไม่”จางจื่ออี้หลุดหัวเราะพลางเอนหลังซบแผงอกแกร่งของสามี “ท่านพี่... ท่านก็ช่างแกล้งท่านพ่อกับท่านตาเหลือเกินนะเจ้าคะ ป่านนี้ที่จงโจวคงวุ่นวายกันใหญ่ที่จู่ ๆ ท่านก็หอบข้าหนีมาเช่นนี้”จางจื่ออี้นึกไปถึงสามีตอนพานางหนีมา ตอนนั้นออกมาตอนกลางคืนด้วยซ้ำ แม้แต่ฝ่าบาทจะออกมาส่งที่หน้าประตูวังก็ยังไม่ยอม เพียงเข้าไปกราบทูลเสด็จอาแล
หูอี้เทียนกระตุกยิ้มที่มุมปาก เขารู้ทันแผนการนี้ดี “เพียงสิบไหหรือขอรับ? สำหรับความรักที่มีต่อจื่ออี้ ต่อให้เป็นทะเลเหล้าข้าก็มิจักถอย”แม่ทัพหนุ่มคว้าจอกเหล้าขึ้นมาดื่มรวดเดียวประหนึ่งน้ำเปล่า กลิ่นเหล้าแรงดีกรีเข้มข้นแผ่ซ่านไปทั่วลำคอ ทว่าเขากลับขยับข้อมือรินจอกต่อไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางเสียงโห่ให้กำลังใจของแขกเหรื่อ จางต้าลู่เห็นดังนั้นก็เริ่มเหงื่อตก รีบส่งสัญญาณให้บ่าวรับใช้ยกเหล้าที่เข้มข้นที่สุดออกมาเพิ่ม“ยัง! ยังไม่จบ! เจ้าต้องตอบคำถามข้าด้วย” จางต้าลู่รีบหาทางขวาง “หากวันหนึ่งจื่ออี้กับข้าตกน้ำพร้อมกัน เจ้าจะช่วยใครก่อน!”คำถามโลกแตกทำเอาทั้งโถงเงียบกริบ หูอี้เทียนวางจอกเหล้าลงช้า ๆ แววตาคมกริบจ้องมองว่าที่พ่อตา“ข้าจะช่วยจื่ออี้ก่อน”“เจ้า! เจ้าคนเนรคุณพ่อตา!” จางต้าลู่เตรียมจะโวยวาย“เพราะข้าจะกระโดดลงไปช่วยนาง และฝากให้ท่านตาไป๋ช่วยท่าน” หูอี้เทียนตอบนิ่ง ๆ พลางบุ้ยปากไปทางไป๋ซื่อจวินที่นั่งหัวเราะจนตัวโยนจางต้าลู่หันไปมองพ่อตาพลันเห็นแววขบขัน บอกได้เลยว่าเขาตกระกำลำบากพ่อตาซ้ำเติมแน่นอน แต่ขณะที่คิดอยู่นั้นไม่ได้เห็นว่าเจ้าลูกเขยดื่มเหล้าจนหมดหรือว่าไปเททิ้ง“ท่านพ่อตา..
หิมะแรกของปีโปรยปรายลงมาปกคลุมหลังคากระเบื้องสีชาดของจวนตระกูลไป๋จนเป็นสีขาวโพลนประหนึ่งภาพวาดพู่กันจีนอันวิจิตร ทว่าความหนาวเย็นกลับถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟแห่งความรื่นเริงจากโคมแดงนับพันดวงที่แขวนเรียงรายตั้งแต่หน้าประตูเมืองไปจนถึงประตูใหญ่ของตระกูลไป๋เสียงปี่กลองรัวสนั่นขานรับขบวนเจ้าบ่าวที่ยาวเหยียดสุดสายตา หูอี้เทียน เจ้าบ่าวในชุดสีแดงปักดิ้นทองลายพยัคฆ์เคียงหงส์ดูสง่างามจนขุนนางที่มาร่วมงานต่างพากันกลั้นหายใจ ทว่าใบหน้าที่ควรจะเปี่ยมสุขกลับเคร่งเครียดขึ้นทุกขณะเมื่อขบวนมาหยุดกึกอยู่ที่หน้าประตูชั้นใน“พวกเจ้าทำบ้าอะไรกัน!” หูอี้เทียนตวาดเสียงไม่เบานัก เมื่อเห็น สี่จตุรเทพ องครักษ์ที่เป็นดั่งแขนขาของตนเองที่ควรจะเดินเคียงข้างในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าว บัดนี้กลับสวมชุดสีน้ำเงินเข้มขรึม ยืนเรียงหน้ากระดานถือไม้พลองประดับริบบิ้นแดงกั้นประตูแน่นหนาเคียงคู่กับบ่าวรับใช้ของจวนไป๋“ขออภัยพ่ะย่ะค่ะท่านแม่ทัพ แต่นายท่านไป๋และใต้เท้าจางสั่งลงมาว่า... การจะรับตัว ‘ดวงใจของตระกูลไป๋และตระกูลจาง’ ไปนั้น ความเป็นพี่น้องต้องวางไว้ข้างหลัง ความซื่อสัตย์ต่อว่าที่นายหญิงต้องมาก่อน!” ฉางเฟิง เอ่ยพลางยืดอกอย
จางจื่ออี้แค่นยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ...ไม่ผิดจากที่คาดไว้จริง ๆนางวางพู่กันลงช้า ๆ พลางพินิจมองหยดหมึกที่เปื้อนกระดาษ “ชิงฆ่าตัวตายหนีความผิดหรือ? ช่างเป็นเหตุผลที่ใช้หลอกเด็กได้ดีนัก ซู่อี๋เหนียงหรือใครก็ตามที่อยู่เบื้องหลังนาง คงจะเริ่มกลัวจนตัวสั่น ถึงขนาดต้องยอมเสี่ยงปิดปากคนในเขตของหน่วยจงกู่เว
จางจื่ออี้ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงไม้แกะสลัก ดวงตาเรียวคู่ที่เคยดูใสซื่อบัดนี้กลับหรี่ลงเล็กน้อย พินิจพิเคราะห์สตรีวัยสี่สิบสองปีที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาที่เย็นเยียบและสุขุมจนคนถูกมองรู้สึกหนาวไปทั้งสันหลังนางมองเห็นร่องรอยความลำบากบนใบหน้าของแม่นมเฉิน รอยแผลเป็นเล็ก ๆ ที่หล
จำได้ว่าหลวงจีนน้อยผู้หนึ่งเอ่ยกับไต้ซือผู้เฒ่าถึงดวงชะตาของเหม่ยหลานฟางว่า ‘ท่านอาจารย์ หากนางได้กำเนิดในตระกูลไป๋ของท่านราชครู เติบโตที่นั่น นางเท่ากับดวงชะตาจักรพรรดินีเลยนะขอรับ’ ตอนนั้นนางยังเด็กคลับคล้ายคลับคลาจะเป็นช่วงตอนอายุห้าหนาว หลวงจีนน้อยผู้นั้นอายุแปดหนาว นางฟังแล้วไม่เข้าใจเพียงเอ
พายุฝนเมื่อช่วงเวลาที่ผ่านมาได้ทิ้งเพียงร่องรอยของดินโคลนและความเย็นเยียบ ทว่าบรรยากาศภายในจวนตระกูลจางยามนี้กลับร้อนรุ่มยิ่งกว่ากลางฤดูคิมหันต์ ขบวนรถม้าไม้พะยูงสลักลวดลายวิจิตรของตระกูลไป๋จอดรออยู่หน้าประตูเพื่อรอรับหลานสาวคนเดียวของตระกูลกลับไปด้วยไป๋ซื่อจวินมีหรือจะยอมให้หลานสาวที่ใบหน้าเหมือน

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





