เข้าสู่ระบบ"ข้ามั่นใจว่าหลี่เวยนางวางยาพิษในขนมที่นางทำเพื่อให้ท่านตาป่วยขอรับ แต่เพราะพวกข้ากลับจวนมานางจึงเปลี่ยนแผนการท่านตาข้าว่านางแต่งเข้ามาในตระกูลลั่วเราต้องมีแผนการขอรับ"
ความเงียบกลับมาปกคลุมในห้องอีกครั้ง ท่านผู้เฒ่าลั่วมองหลานทั้งสามคนของตนก่อนจะถอนหายใจออกมาเหตุใดข้าถึงเลี้ยงหลานมาเป็นพวกโง่ขี้ระแวงเช่นนี้กันนะ
"นังหนูเว่ยเว่ยไม่ได้ทำเช่นนั้นหรอก นางเป็นคนจิตใจดีจนน่าสงสารด้วยซ้ำ"
"แต่ท่านตานาง....."
"กงเฉิงเจ้าฉลาดที่สุดไม่ใช่หรือเหตุใดถึงดูไม่ออกมาว่าทุกอย่างเป็นแผนการที่นังหนูเว่ยเว่ยวางไว้เพื่อตั้งใจช่วยเหลือข้าและพวกเจ้า เด็กคนนั้นช่วยเหลือพวกเราโดยไม่หวังผลตอบแทนเลยด้วยซ้ำ"
หลังจากนั้นท่านผู้เฒ่าลั่วก็เอ่ยเล่าแผนการทุกอย่างออกไปรวมถึงเรื่องที่ป่วยในครั้งนี้ด้วย เขาตั้งใจพูดทุกสิ่งที่สังเกตมาหากให้เลือกหลานสะใภ้ชายชราก็ยังอยากได้นังหนูเว่ยเว่ยคนนี้ แต่ดูเหมือนหลานของเขาจะไม่เข้าตานางเลยสักนิด
"อีกเรื่องที่พวกเจ้าควรจะได้รู้ เด็กคนนั้นไม่ได้ตั้งใจแต่งเข้ามานางถูกบังคับในคืนเข้าหอตอนที่พวกเจ้าเมาหลับอยู่บนเตียง นางก็ตัดสินใจจะใช้มีดสั้นที่เตรียมมาปลิดชีพตัวเองโชคดีที่ข้ามาห้ามไว้ได้ทัน ลั่วหลี่เว่ย เด็กคนนั้นแม้ภายนอกจะดูเข้มแข็งแค่ไหนแต่นางเปราะบางกว่าที่พวกเจ้าคิด"
"........"
"........"
"........"
คุณชายลั่วทั้งสามที่ได้ฟังไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรกับการที่ลั่วหลี่เวยวางแผนมากมายมาหลอกพวกเขา ในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดต่อลั่วหลี่เวยมากกว่าภาพเหตุการณ์ที่เคยทำไม่ดีหรือทำร้ายนางฉายเข้ามาในหัวซ้ำไปซ้ำมา ทั้งที่นางตั้งใจที่จะช่วยพวกเขาจากใจจริงแต่สิ่งที่พวกเขาทำกับนางนั้น....
ผ่านไปหลายวันจวนพ่อค้าลั่วในตอนนี้กลับมามีความสุขอีกครั้งท่านผู้เฒ่าลั่วรู้สึกปลื้มใจที่หลานชายของเขาเรียนรู้ได้ไว้และเริ่มช่วยเหลืองานกิจการต่าง ๆ ได้แล้ว
"คุณชายลั่วทั้งสามตอนนี้กำลังเรียนรู้เรื่องการค้าจากท่านผู้เฒ่าเจ้าค่ะ ตอนที่ข้านำขนมที่คุณหนูทำไปส่งให้ท่านผู้เฒ่าลั่วได้เห็นว่าคุณชายลั่วทั้งสามตั้งใจศึกษาเป็นอย่างมากเจ้าค่ะ"
ลั่วหลี่เวยเงยหน้าขึ้นจากตำราสมุนไพรที่นางกำลังศึกษาหลังจากชิงถงเริ่มรายงานเกี่ยวกับสิ่งที่ได้พบมา หลายวันมานี้นางได้พูดคุยกับท่านผู้เฒ่าพบว่าคุณชายลั่วทั้งสามตั้งใจศึกษาการค้าเพื่อที่จะรับช่วงต่อดูแลกิจการต่าง ๆ นางจึงรอให้ทุกอย่างเข้าที่กว่านี้ค่อยพูดเรื่องหย่ากับท่านผู้เฒ่าลั่วอีกครั้ง
"คุณหนูคือว่า.....ส่งขนมไปให้คุณชายบ้างดีหรือไม่เจ้าคะ ตอนที่ข้านำขนมเข้าไปคุณชายทั้งสามมองขนมในจานไม่วางตาข้าคิดว่าพวกเขาอาจจะ..."
"ที่มองเช่นนั้นเพราะกลัวข้าจะวางยาท่านผู้เฒ่ามากกว่า"
ลั่วหลี่เวยพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้มหน้าศึกษาตำราสมุนไพรที่อยู่ในมือต่อเพราะนางเคยใช้แผนวางยาพิษกับลั่วกงเฉิงมาก่อนการที่พวกเขาจะระแวงเช่นนี้ก็ไม่แปลกอะไร อีกอย่างตอนนี้นางก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีกแล้ว
ชิงถงไม่ได้เอ่ยอะไรออกไปแม้จะรู้สึกว่าสายตาของคุณชายลั่วทั้งสามไม่ได้มีท่าทางระแวงแต่อย่างกลับรู้สึกว่าอิจฉาเสียมากกว่า แต่ข้าเป็นคนโง่เขลาอาจจะมองผิดไปจริง ๆ
"เจ้าออกไปพักเถอะ ข้าจะนั่งตรงนี้อีกสักพัก"
"เจ้าค่ะ"
หลังจากชิงถงออกไปความเงียบก็กลับมาปกคลุมอีกครั้ง ลั่วหลี่เวยก็ก้มลงอ่านตำราอีกครั้งไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานแค่ไหนที่นางนั่งอยู่เช่นนี้
ตุบ!!
ลั่วหลี่เวยที่กำลังนั่งอ่านตำราอยู่ที่ศาลาริมน้ำสะดุ้งตัวความตกใจเล็กน้อย เมื่อจู่ ๆ มีเกาลัดคั่วน้ำตาลห่อใหญ่วางลงตรงหน้านาง เมื่อหันไปมองข้าง ๆ พบว่าเป็นลั่วหลี่หยางนั่งมองนางอยู่ เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...
"พี่เว่ยเว่ย ข้าเก็บได้ท่านเอาไปกินสิ"
"เก็บได้อีกแล้วหรือ"
ลั่วหลี่เวยมองเกาลัดคั่วน้ำตาลตรงหน้าด้วยความสงสัย เหตุใดต้องโกหกในเมื่อตั้งใจซื้อมาแท้ ๆ ช่วงนี้เรื่องที่นางรู้สึกแปลกใจคือคุณชายลั่วทั้งสามมักจะทำดีกับนางจนผิดปกติไหนจะเอาแต่เรียกชื่อนางว่า เว่ยเว่ย ด้วยท่าทางสนิทสนมอีก
"หลี่หยวนเจ้าไม่ใช่เรียนอยู่กับท่านผู้เฒ่าลั่วหรือ เหตุใดมาก่อกวนข้าได้"
ลั่วหลี่เวยเอ่ยถามออกไปนางเอื้อมมือไปหยิบเกาลัดแต่ทันทีที่สัมผัสก็รู้ว่ามันยังร้อนเกินไปจึงปล่อยมือและมาจิบน้ำชาตามเดิม ลั่วหลี่หยางที่สังเกตมาตลอดจึงเอื้อมมือไปหยิบเกาลัดในถุงและปอกเปลือกส่งเนื้อเกาลัดให้ลั่วหลี่เวย
"เพราะข้ามีเรื่องสำคัญต้องไปทำกับพี่เว่ยเว่ยท่านตาเลยให้ข้าออกมาก่อน รับไปสิข้าปอกให้"
ลั่วหลี่หยางเผลอยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าลั่วหลี่เวยรับเกาลัดในมือของเขาไปกิน มือหนาหยิบเกาลัดมาอีกลูกและตั้งใจปอกให้นางอีกครั้ง
"เรื่องสำคัญที่ต้องไปทำกับข้าหรือ เรื่องอะไร"
"ไม่ใช่บอกว่าพี่เว่ยเว่ยบอกจะช่วยข้าแก้แค้นหรือ ตอนนี้ถึงเวลาแล้วขอรับ"
สิบปีต่อมา“พวกเจ้าลงเดิมพันมาได้เลย!!”เด็กสาวในวัยแปดขวบพูดออกมาเสียงดังในมือของนางมีลูกเต๋าอยู่ในมือ เบื้องหน้าของนางคือคนรับใช้ของตระกูลลั่วที่กำลังครุ่นคิดที่จะลงเดิมพัน เพราะนี่เป็นตาที่สิบแล้วที่เขาเสียเงินให้กับเด็กน้อยตรงหน้า“ว่าอย่างไรพวกเจ้าจะลงเดิมพันหรือไม่ ไม่อยากได้แล้วหรือเงินของข้า”หากถามว่ามีผู้ใดใจกล้าถึงขนาดตั้งบ่อนพนันในจวน ก็คงตอบได้ทันทีว่ามีแต่ลั่วหลินฟางบุตรสาวคนเดียวของคุณชายลั่วทั้งสาม ที่แม้จะเป็นสตรีแต่นางกลับถอดแบบนิสัยของท่านพ่อทั้งสามของนางมาจนหมดคงมีเพียงใบหน้าที่งดงามเท่านั้นที่เหมือนมารดา“ข้าลงหนึ่งร้อยตำลึง ว่าอีกไม่นานเจ้าจะโดนกักบริเวณ”เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลังลั่วหลินฟาง เด็กสาวกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะฝืนยิ้มหันไปมองด้านหลังพบว่าเป็นมารดาของนางกำลังยืนส่งยิ้มชวนขนลุกมาให้นาง“ทะ...ท่านแม่ไม่ใช่ว่าท่านไปพบสหายหรือเจ้าคะ”เพราะวันนี้นางได้สืบมาแล้วว่ามารดาของนางไม่อยู่จวนจึงใจกล้าเปิดบ่อนพนันอีกครั้ง แต่เหตุใดคนที่ควรจะออกไปนอกจวนถึงอยู่ที่นี่!!หากถามว่าในโลกนี้สำหรับลั่วหลินฟางสิ่งใดน่ากลัวที่สุด นางสามารถตอบได้ทันทีเลยว่าคือ ลั่วหลี่เวยม
ลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าด้วยท่าทางร้อนรน นางก้าวเท้าเข้าไปในจวนพ่อค้าลั่วมองไปรอบรอบพบว่าตอนนี้ภายในจวนถูกตกแต่งไปด้วยสีแดงเสียงผู้คนโห่ ร้องแสดงความยินดี กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วนี่พวกเขาแต่งอนุเข้ามาจริง ๆ หรือ แล้วข้าล่ะพวกเขาไม่รักข้าแล้วหรือ.."คุณหนูท่านไปไหนมาเจ้าคะ ข้าไปหาท่านที่หอนางโลมก็ไม่พบ"ลั่วหลี่เวยมองชิงถงที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาเหม่อลอยราวกับไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นทั้งทั้งที่คิดว่าอยากมาดูให้เห็นกับตาว่าพวกเขาแต่งสตรีอื่นเข้ามาจริงหรือไม่แต่เหตุใดพอรู้แล้วข้ากลับเจ็บปวดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าจะเจ็บถึงเพียงนี้ข้าคงไม่มาที่นี่และทำเป็นไม่รับรู้เสียดีกว่า.."เว่ยเว่ย""พี่เว่ยเว่ยท่านมาแล้ว"ลั่วหลี่หยวนในชุดเจ้าบ่าวสีแดงวิ่งเข้ามาสวมกอดนางด้วยรอยยิ้ม ลั่วหลี่เวยเองที่เห็นสามีทั้งสามของนางสวมชุดเจ้าบ่าวเช่นนี้ก็รับรู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่นางได้ยินมาล้วนเป็นความจริง นางในตอนนี้ห้ามน้ำตาไม่อยู่อีกแล้วมือบางโอบกอด ลั่วหลี่หยวนแน่นก่อนจะร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่วหลี่เวยตอนนี้ในใจเต็มไปด้วยความน้อยใจและผิดหวัง พวกเขาเคยสัญญาว่าจะมีเพียงนางเหตุใดถึงโก
"ท่านพี่ พวกเรามาอาบน้ำด้วยกันเถอะเจ้าค่ะ"เคร้ง!!ทันทีที่ลั่วหลี่เวยพูดจบประโยคตะเกียบที่อยู่ในมือของคุณชายลั่วทั้งสามก็ร่วงลงจากมือทันที พวกเขาหันมองสตรีที่นั่งยิ้มอยู่ตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา "วะ...เว่ยเว่ยเมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะเหมือนข้าจะได้ยินผิดไป""นั่นสิขะ...ข้าก็คิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป""พี่เว่ยเว่ย นี่ท่าน...""วันนี้ข้าสั่งคนย้ายข้าวของของข้ากลับไปที่ห้องของเราแล้ว หลังจากนี้พวกเราสามสามีภรรยาจะใช้ห้องนอนเดียวกันทุกค่ำคืน ท่านพี่ทั้งสามว่าดีหรือไม่เจ้าคะ"ลั่วหลี่เวยเท้าคางมองสามีทั้งสามของนางที่ตอนนี้กำลังนั่งตัวแข็งทื่อมองมาที่นางราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด แปลกใจแฮะทั้งที่คิดว่าพวกเขาจะดีใจมากกว่านี้เสียอีก"ท่านพี่เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่เจ้าคะ"คุณชายลั่วทั้งสามในตอนนี้หัวใจเต้นกระหน่ำดุจรัวทั้งสามหันมาสบตากันก่อนจะยืนขึ้น ลั่วหลี่เวยที่เห็นพวกเขาเป็นเช่นนั้นก็สะดุ้งตัวเพราะตกใจเล็กน้อย"พะ...พวกข้ามีเรื่องต้องรีบไปทำ เว่ยเว่ยพวกข้าขอตัวก่อนนะ""หา นี่พวกเจ้าจะทิ้งข้าไว้ทั้งที่ข้าพูดเช่นนี้นะหรอ"?ลั่วหลี่เวยพูดออกมามาด้วยความร้อนรนแต่ดูเหมือนจะไม
หลังจากวันนั้นเวลาได้ผ่านไปสามเดือน ชุนหลิงเอ๋อร์ถูกนำตัวไปปลงผมบวชแม้นางจะอ้อนวอนต่อนายท่านชุนมากเพียงใดแต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสุดท้ายนางก็ต้องทำตามคำสั่งของบิดา ส่วนตระกูลชุนก็ไม่ได้ร่ำรวยเช่นที่ผ่านมาการค้าที่ตระกูลลั่วเคยยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในตอนนี้ต่างล้มไม่เป็นท่า อาศัยเพียงร้านเครื่องประดับที่เป็นของฮูหยินชุนคนก่อนเพื่อเลี้ยงคนในจวนเท่านั้นตึก ตึก ตึก ตึกนายท่านชุนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะด้วยใบหน้าเรียบเฉยดวงตาของเขาจ้องมองสตรีคนรักที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางสั่นกลัว ข้างกายนางมีท่านหมอที่กำลังตรวจชีพจรของนางอยู่"เรียนนายท่านฮูหยินตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วขอรับ"ท่านหมอเมื่อตรวจได้แน่ชัดก็รีบพูดออกไปทันที นายท่านชุนที่ได้ยินเช่นนั้นก็กำมือแน่นก่อนจะแสร้งยกยิ้มออกมา ตั้งครรภ์ได้ห้าเดือนหรือช่างน่าขำเสียจริง ข้ากลับมาจากต่างเมืองได้เพียงสี่เดือนเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่ลูกในท้องของนางจะเป็นบุตรของข้า หากไม่ใช่เพราะนางมีอาการแปลก ๆ ข้าคงไม่ได้รับรู้เรื่องเลวทรามของนาง"ขอบคุณท่านหมอมาก เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวในจวนไปส่งท่าน""ขอรับ"ท่านหมอที่รู้สึกว่าบรรยาในจวนตอนนี้ช่างดูอึดอ
"เป็นหลิงเอ๋อร์ที่ไม่รู้ความลุ่มหลงในรักจนขาดสติ แต่ในวันนั้นพี่เขยได้เห็นเรือนร่างของข้าแล้วอย่างไรพี่เขยก็ต้องรับผิดชอบในตัวข้า ท่านพ่อข้ายินยอมแต่งเป็นอนุเพื่อรักษาหน้าตระกูลชุนและท่านพ่อเจ้าค่ะ""ท่านพี่จริงอย่างที่หลิงเอ๋อร์พูดมา อย่างไรนางก็เสียหายไปแล้วเช่นนั้น""นอกจากหลี่เวย ทุกคนออกไปจากห้องให้หมด!!"นายท่านชุนตะโกนออกมาสุดเสียง เดิมทีคิดว่าเรื่องที่หลี่เวยพูดเป็นเพียงเรื่องโกหกที่นางแต่งขึ้นมาเท่านั้น แต่พอได้เห็นบุตรสาวที่เขารักยอมรับมาด้วยตัวเองเช่นนี้มัน...."เจ้ารับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุของลั่วกงเฉิงซะ"นายท่านชุนพูดออกมาเสียงเรียบเมื่อเห็นทุกคนออกไปจากห้องหมดแล้ว เดิมทีก็คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้อยู่แล้วลั่วหลี่เวยจึงไม่ได้ตกใจอะไรกับความคิดโง่เขลาของคนบิดา"หลังจากแต่งเข้าไปแล้วอย่าได้คิดรังแกนางถึงอย่างไรนางก็คือน้องสาวของเจ้า""ข้าไม่คิดรับนางเป็นอนุ""นี่เจ้า!! เหตุใดถึงเป็นสตรีเลวทรามเช่นนี้น้องสาวเจ้าถูกสามีของเจ้ารังแกแต่เจ้ากลับหันหลังให้นาง หรือกลัวว่านางจะแย่งสมบัติของสามีเจ้า หลี่เวยข้าสั่งสอนให้เจ้าเป็นคนละโมบเช่นนี้หรือ!!!"".......""รับหลิงเอ๋อร์เป็นอนุซะ อย่
1 เดือนต่อมาจวนตระกูลชุนลั่วหลี่เวยเดินลงจากรถม้าที่จอดอยู่หน้าจวนพ่อค้าตระกูลชุนด้วยท่าทางสง่างาม นายท่านชุนและฮูหยินชุนที่ยืนรอต้อนรับอยู่หน้าจวนมองนางด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นคนที่พวกเขารอคอยไม่ได้มาด้วย"สามีเจ้าไม่มาหรือ""นั่นสิท่านพี่ พี่เขยเหตุใดไม่มากับท่าน"ชุนหลิงเอ๋อร์เอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจหลังจากเห็นว่ามีเพียงลั่วหลี่เวยที่เดินลงจากรถม้าเพียงคนเดียว เดิมทีนางได้ยินว่าลั่วหลี่เวยจะมาพบท่านพ่อที่จวนเลยแอบดีใจว่านางอาจพาสามีทั้งสามมาด้วย แม้ว่าหลังจากวันนั้นนางจะไม่ได้พบลั่วกงเฉิงเลยแต่เรื่องที่เขาและนางมีความใกล้ชิดกันเมื่อหลายเดือนย่อมเป็นเรื่องจริงหากใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับนางเป็นอนุย่อมต้องได้ผล"พี่เขย? หึเจ้าหมายถึงพี่เขยคนใดเล่า" ลั่วหลี่เวยปรายตามองไปที่ชุนหลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ในใจของนางตอนนี้เต็มไปด้วยความโกรธและไม่พอใจนางเฝ้ารอเวลาที่จะแก้แค้นมาตลอด เมื่อได้ยินว่านายท่านชุนได้กลับมาแล้วนางจึงรีบมาที่นี่"แล้วท่านพี่คิดว่า...พี่เขยคนใดเล่า"ชุนหลิงเอ๋อร์พูดออกมาด้วยรอยยิ้มนางมั่นใจว่าลั่วหลี่เวยต้องรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างนางและลั่วกงเฉิง หญิงชั







