เข้าสู่ระบบไป่เจินเจินไม่รู้ว่าตนเองกำลังเป็นเป้าสายตาคนกลุ่มหนึ่ง อีกทั้งยังกำลังถูกอาจารย์เจ้าระเบียบหมายหัวอีกต่างหาก นางวิ่งลัดเลาะไปทั่วเขา วางกับดักเอาไว้ หากได้สัตว์ป่าสักตัวนางจะได้ไม่ต้องเสียเงินมาซื้อเนื้อหมูหรือซื้อไก่ สายตาเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างสีขาวๆแวบๆ
"หืมนี่มันของดีนี่นา อีกสามวันจะเป็นวันเกิดของท่านย่าพี่ข่ายเหยียนเอาไปให้เขาดีกว่า อย่างน้อยเขาก็ใจกว้าง"
ไป๋เจินเจินวางกับดัก คนที่ตามมาดูก็งงว่านางทำอะไรเพื่อจะกลับไปรายงาน ไป๋เจินเจินวางกับดักทั่วภูเขา ที่นางเดินผ่าน ไม่นานก็มีแต่กับดักเต็มไปหมด บุรุษที่เฝ้าสังเกตการณ์ไม่รู้ว่านนางกำลังทำอะไรเห็นนางก้มๆเงย หลังจากวางกับดักแล้วก็ใจเย็นนอนบนกิ่งไม้รอให้เหยื่อมาติดกับ
สวบ!!เสียงกับดักทำงานแต่ไป๋เจินเจินไม่ลงมาดู ไม่นานก็ได้ยินอีก สวบ!! สวบ!! สวบ!! สวบ!! สวบ!!มู่ถิงน้ำตาคลอนี่มันกับดักบ้าอะไร นังเด็กน้อยนี่ฝีมือไม่ธรรมดาเลย หากเขาจัดการนางคุณชายเอาเรื่องเขาแน่ๆ ดูท่าทางจะสนใจปีศาจน้อยตัวนี้เสียด้วย มูาถิงเดินเขยกๆกลับไปรายงาน ไป๋เจินเจินยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย
"เหอะ นึกว่าจะแน่ไอ้คนไม่เอาไหนเอ้ย"
จากนั้นก็วางกับดักต่อไป ไม่นานเจ้าตัวดีก็โผล่มา ไป่เจินเจินดักได้หนึ่งตัว กำลังจะจับอีกตัวปรากฏว่าตัวในตะกร้าก็ส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เพียงพอนขาวอีกตัวก็รีบมาที่ตะกร้าพร้อมกับทำท่าจะกัดนางเช่นกัน ไป๋เจินเจิ่นเอาร่มฟางให้มันงับแทนจากนั้นก็เปิดตะกร้าดู ให้ตายสิพระเจ้ามันกำลังคลอดลูก ไป่เจินเจินเอาชุดนักเรียนของสำนักศึกษาวางให้มัน แม่เพียงพอนคลอดออกมาสามตัวเป็นสีขาวทั้งหมด
"แคว้นต้าเหลียงนับถือว่าเพียงพอนเป็นสัตว์มงคล ถ้าเช่นนั้นขายพวกเจ้าข้าก็รวยแล้ว"
แม่เพียงพอนกะพริบตามองมายังนาง ส่วนเจ้าตัวผู้ที่น่าจะเป็นพ่อของมันก็อาศัยความไวกระโดดลงไปในตะกร้า ก่อนจะดมเลียๆลูกๆทั้งสามตัว ไป่เจินเจินถอนหายใจ
"ไปอยู่กับข้าๆสัญญาว่าจะเลี้ยงดูตกลงไหม ตอนแรกจะให้เจ้ากับฮูหยินเฒ่าตระกูลสวี ไม่เป็นไรเดี๋ยวข้าวาดรูปสักใบไปให้นางก็ได้มาเถอะกลับบ้านกัน"
ไป๋เจินเจินเดินลงเขาพร้อมตะกร้าสะพายหลัง นางไม่รู้เลยว่าด้านหลังมีคนมองตามอยู่ ส่วนที่บ้านก็มีคนมารอเช่นกัน
"คุณชายแม่นางน้อยดูท่าคงรู้แต่แรกว่ามู่ถิงสะกดรอยตามนาง เพียงพอนเป็นสัตว์มงคลของแคว้น นายพรานเก่งๆยังล่าไม่ได้แต่นางกลับล่าได้"
"อืม...ช่างเป็นเด็กน้อยที่คาดเดายากจริงๆ เป็นอย่างไรบ้างเล่ามู่ถิง โชคเลือดมาเชียว"
"กับดักนางร้ายกาจมากนัก หากไม่แข็งแกร่งพอเป็นคนธรรมดาอาจเจาะลึกถึงกระดูกเลยขอรับ"
"ไปกันเถอะ ข้าอยากไปสำนักศึกษาสักหน่อยมีเรื่องจะคุยกับอาเฉิง"
ทั้งหมดพากันไปด้านที่ตั้งของสำนักศึกษา คนละด้านกับที่ดรุณีน้องเดินจากไป ไป๋เจินเจินมาถึงที่บ้านก็พยายามย่องเข้าบ้านให้เงียบที่สุด เพราะว่าตอนนี้นางสวมชุดบุรุษมิใช่ชุดของสำนักศึกษาเช่นเมื่อเช้าก่อนออกจากบ้าน จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าห้อง บิดาเคยเป็นองครักษ์มาก่อนเขารับรู้ตั้งแต่นางมาถึงแล้ว เพียงแต่คนที่นั่งอยู่ด้วยส่ายหน้าให้เขาไม่ต้องทัก
ไป๋เจินเจินรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที นางนำลูกเพียงพอนกับแม่ของมันไว้ในตะกร้า และปิดฝาอย่างเดิม ก่อนจะไปอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า แม้ว่าเงินที่สามคนนั้นให้มาเมื่อวานจะไม่มากแต่ซื้อชุดใหม่ได้สองชุดเดี๋ยววันนี้ไปซื้อให้บิดาด้วยดีกว่า ไป๋เจินเจินถักเปียสองข้างหลวมแซมด้วยดอกไม้ป่าสีเหลืองสลับชมพูขาวตามร่องของรอยที่เปีย ตัดกับชุดสีฟ้าที่นางสวมใส่ ทันทีที่นางเดินออกมาจากในห้องคนที่กำลังยกถ้วยชาขึ้นจิบถึงกลับชะงักค้าง มือยังคงถือถ้วยชาไว้มิได้ยกดื่มแต่อย่างใด
("ไม่ยักรู้เจ้างามเพียงนี้แม่เด็กน้อย")
จ้าวหย่งเฉิงเก็บสีหน้าและอาการตกอยู่ในภวังค์กลับมาพร้อมกับที่ไป่เจินเจินเห็นเขานั่งอยู่กับบิดานางจึงเดินมาหา ไม่รู้ว่าตาเฒ่านี่มาถึงนานแค่ไหนแล้วฟ้องอะไรกับท่านพ่อไปบ้าง ไป๋เจินเจินเดินเข้าไปหาทั้งคู่ก่อนจะเอ่ยคำและเอ่ยทักทาย
"ศิษย์คารวะอาจารย์จ้าวเจ้าค่ะ...ท่านพ่อลูกกลับมาแล้ว"
"อืม..ไปเรียนวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง"
"เอ่อ...ก็ดีเจ้าค่ะท่านพ่อลูกขอตัวไปตลาดสักหน่อยนะเจ้าคะพอดีลูกอยากซื้อของใช้สตรีเจ้าค่ะ"
"อาเจินอ่า..พ่อมีบุตรสาวแค่คนเดียวก็หวังว่าลูกจะมีความรู้ไม่ถูกใครดูหมิ่นดูแคลนลูกเข้าใจหรือไม่"
ไป๋เจินเจินเดินมาข้างหน้าก่อนจะคุกเข่าลง มือสองข้างวางที่หัวเข่าบิดาแนบใบหน้างามลงไปก่อนจะเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด
"ท่านพ่อ..ลูกขออภัยเจ้าค่ะ แต่ลูกไม่อยากเรียนแล้วลูกอยากหาเงินมารักษาขาของท่านมากกว่า"
"อาเจิน..พ่อแก่แล้วจะอยู่อีกกี่ปีก็ไม่รู้ หากอาจารย์จ้าวไม่มาพ่อก็ไม่รู้เลยว่าที่ผ่านมาเจ้าไม่ได้เรียน เพราะพวกเขาไม่ยอมสอนตอนนี้อาจารย์จ้าวรับปากแล้วว่าจะให้เจ้าเป็นลูกศิษย์ส่วนตัวของท่าน อีกอย่างไม่มีบ้านเดิมสนับสนุนอย่างน้อยเจ้าก็มีความรู้"
"ใครอยากแต่งงานกัน บุรุษเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารังเกียจที่สุดบนโลกใบนี้"
พรวด!!จ้าวหย่งเฉิงที่ได้ยินคำพูดของนางถึงกับสำลักน้ำชา เด็กคนนี้ไปเอาวาจาร้ายกาจเหล่านี้มาจากที่ไหนกัน โลกนี้สตรีมิพึ่งพาบุรุษจะอยู่ได้หรือ ไป๋จิ้งลูบหัวบุตรสาวก่อนจะเอ่ยกับคนที่นั่งตรงข้าม
"ขออภัยอาจารย์จ้าว นางยังเด็กอาจพูดจาไร้ความคิดไปบ้างท่านอย่าถือสาเลยนะขอรับ"
"พี่ไป๋จิ้งอย่ากังวลข้ามิถือสาเด็กที่ยังไม่โตเช่นนางหรอก วันนี้มีโอกาสได้พบท่านนับว่ามาไม่เสียเที่ยว ท่านความรู้กว้างขวางวันหลังมีเวลาข้าจะมาสนทนาด้วยอีก ส่วนอาเจินไม่ว่าบทกวีหรือคัมภีร์ต่างๆข้าจะตั้งใจสอนจนกว่านางจะได้อักษรทุกตัวแน่นอน"
"ขอบคุณท่านราชครูแล้ว"
"ท่านเรียกข้าหย่งเฉิงก็พอ"
"ท่านพ่อข้าไม่มีชุดไปเรียนแล้วคงไปเรียนไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ เงินที่มีต้องเอาไว้ซื้อเสบียง"
ไป๋เจินเจินหาข้ออ้างไปเรื่อยแต่คนตัวโตกับรู้ทันนางก่อนที่เขาจะเอ่ย
"ตามข้าไปสำนักเดี๋ยวจะให้คนเอาชุดให้เจ้าใหม่ แล้วค่อยให้คนกลับมาส่ง"
"ไปเถอะ..ใกล้จะปลายยามเซินแล้วเดี๋ยวจะมืดเสียก่อน ทางกลับบ้านไกลนัก"
"เจ้าค่ะ ท่านพ่อข้าขอแวะตลาดสักแป๊บแล้วจะซื้อขนมมาฝากนะเจ้าคะ"
"อาเจินพ่อจะไม่ถามว่าลูกไปเอาเงินตำลึงมาจากที่ใด ในเมื่อลูกบอกว่าคัดอักษรทั้งที่อาจารย์บอกว่าลูกเรียนไม่ได้สักตัว แต่หวังว่ามันจะมีที่มาสะอาดโปร่งใส"
"ท่านพ่อ ลูกขึ้นเขาหาสมุนไพรบ่อยๆก็ไปขายมาบ้าง แต่ว่ายังไม่พอค่ารักษาของท่าน"
"อย่ากังวลเรื่องพ่อนักเลย"
"พี่ไป้จิ้งข้าขอตัวก่อน ไป๋เจินเจินไปกันได้แล้ว"
สิบปีผ่านไปไป๋เจินเจินแต่งงานกับจ้าวหย่งเฉิงได้สิบปีแล้ว นางในยามนี้อายุยี่สิบหกงดงามเสียงยิ่งกว่าตอนวัยเยาว์เสียอีก ไป๋เจินเจินมีบุตรกับจ้าวหย่งเฉิงสี่คนหญิงสองชายสอง ทุกคนมีนิสัยเหมือนบิดาสุขุมและมีเหตุผลมีเพียงจ้าวฉือหลานบุตรสาวคนโตที่ถอดแบบมารดามาไม่มีผิดสักจุดยามนี้นางกำลังรอใครบางคนอยู่ ไม่นานไป๋เจียวเจียวก็มาถึง จ้าวฉือหลานเอ่ยถามนาง"ท่านน้า..ได้มาหรือเปล่าเจ้าคะ""ได้สิ ว่าแต่หลานหลานพวกเราไม่เข้าเรียนหากพี่เขยรู้จะดีหรือ""ท่านน้าของอาหลานพวกเรารอบคอบขนาดนี้ไม่มีใครรู้หรอกเจ้าค่ะ ท่านลุงจ้าวงานยุ่งจะตาย"ฝางอี้หยวนเอ่ยสนับสนุนสหาย วันนี้พวกนางรับจ้างคัดตำรา ที่จริงคือเฉลยให้เพื่อนนักเรียนที่ร่ำรวย พอได้เงินมาก็เอาไปซื้อของที่ต้องการ จ้าวฉือหลานแอบเห็นมารดาทดลองสิ่งประดิษฐ์หลานอย่าง หนึ่งในนั้นคือไพ่นกกระจอกที่มารดาตั้งใจทำเพื่อให้เหล่าสนมและไทเฮาคลายเหงา แม่ตัวน้อยฉลาดและความจำดี ท่านแม่มักจะคิดบทเรียนเช่นการคำนวณ วิชาดูดาว การสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆและให้ท่านพ่อบรรจุเป็นตำราในสำนักศึกษา พ่อแม่เก่งกาจเพียงนั้นใครจะคิดว่าบุตรสาวราชครูจะเป็นเจ้าของบ่อนในวัยเก้าขวบ
หลังจากงานแต่งก็ได้เวลากลับไปเยี่ยมบ้านเดิม วันนี้จ้าวหย่างเฉินตื่นแต่เช้า ของขวัญเตรียมเสร็จแล้วตั้งแต่เมื่อวาน ส่วนไป๋เจินเจินเองก็ตื่นแต่เช้าเช่นกัน เขาและนางต้องเข้าวังเข้าเฝ้าก่อนก่อน ทางด้านไทเฮาและฝ่าบาทให้ทั้งสองคนใช้เวลาในเรือนหอเต็มที่ไม่เร่งธรรมเนียมยามนี้ไป๋เจินเจินนั่งอยู่ในรถม้ากับสามี จ้าวหย่งเฉิงสั่งทำรถม้าพิเศษเพื่อนางเขาบอกว่าลางานไว้หนึ่งเดือนจะพานางไปที่จวนป่าไผ่ จะกลับมาตอนงานแต่งองค์หญิงแปดกับฝางอี้หลุน "ดีใจหรือไม่ที่จะได้ไปที่นั่นฮูหยิน""ดีใจเจ้าค่ะ แต่ว่าท่านอาจะไม่กระทบเรื่องงานจริงๆหรือเจ้าคะ"นางปอกส้มให้เขาพร้อมเอ่ยถาม จ้าวหย่งเฉิงอ้าปากรับส้มที่นางป้อนเข้าปาก มันช่างหวานนักเขาเคี้ยวเสร็จกลืนลงไปแล้วจึงตอบคำถามของนาง"ตระกูลจ้าวคือตระกูลบัณฑิต หากมีคนหนึ่งไม่ว่างที่เหลือสามารถทำงานแทนกันได้""แต่ว่าทายาทเหลือเพียงท่านแล้วนี่เจ้าค่ะ นอกนั้นคือตระกูลสายรอง"แปะ แปะ แปะ จ้าวหย่งเฉิงตบลงบนตักตนเองเป็นสัญญาณให้นางมานั่งตักเขา ไป๋เจินเจินมาหาแต่โดยดี แขนเรียวโอบรอบคอเขาไว้ เขาเอ่ยกับนางข้างหู"ต่อไปก็จะมีทายาทเพิ่มขึ้น อาสัญญาว่าจะขยันทำท
จ้าวหย่งเฉิงไม่ปล่อยให้นางรุกรานอยู่ฝ่ายเดียว เขาจับนางให้นอนลงก่อนจะพลิกกายขึ้นมาอยู่เหนือร่างบางอย่างรวดเร็ว ก้มลงสูดดมความที่ซอกคอระหง กลิ่นหอมของนางช่างยั่วยวน เข้าโน้มลงไปปทุมถันทั้งสองข้างอย่างโหยหา ลิ้นร้อนหยอกล้อกับปลายถันที่ชูชันรอสัมผัวจากเขา ไป๋เจินเจินต้องแอ่นกายรับด้วยความเสียวซ่าน นางหลุดปากครางเรียกชื่อเขาไม่ขาดสาย"ท่านอา... หย่งเฉิง... อื้อ..."เขามือข้างหนึ่งกุมดอกบัวคู่สวยไว้ อีกข้างหนึ่งเลื่อนลงไปสัมผัสกับกลีบดอกเหมยที่ชุ่มฉ่ำรอคอยการมาเยือนของเขา จ้าวหย่งเฉิงบรรจงมอบความอ่อนโยนสลับกับความเร่าร้อน จนไป๋เจินเจินที่เมามายกำลังคิดว่าล่องลอยอยู่ในก้อนเมฆแห่งความสุข"อาจะเป็นของเจ้า... และเจ้าจะเป็นของอาเพียงผู้เดียว...เราจะเป็นของกันและกันตลอดไป"เขากระซิบบอกนางก่อนจะเริ่มบทเรียนการ "เข้าหอ" ที่แท้จริง กายกำยำของเขาค่อยๆเข้าไปทักทายความอ่อนนุ่มของนางอย่างอ่อนโยนแต่ทว่านางก็ยังรู้สึกคับตึงจนประท้วงเบาๆ "ท่านอา จะเจ็บจัง" "เดี๋ยวก็ดีขึ้นผ่อนคลายนะคนดีของข้า" เขาปลอบโยนนาง จากนั้นจ้าวหย่งเฉิงดูดดื่มปลายถันราวทารกหิวกระหาย เพื่อให้นางเสียวซ่านจนลืมความเจ็บปวดด้าน
จวนสกุลไป๋เมื่อขบวนมาถึงหน้าจวนสกุลไป๋ จ้าวหย่งเฉิงลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว ท่วงท่าสง่างามดั่งเทพบุตรเดินดิน เขาประสานมือคารวะ ไป๋จิ้งหยวน ที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ"ลูกเขยคารวะท่านพ่อตาขอรับ""ดีๆๆ...จากนี้ไปบุตรสาวของข้าคงต้องฝากกับท่านแล้ว""นางคือดวงใจของข้า ท่านพ่อตาโปรดวางใจชีวิตของข้าจะมีเพียงนางเท่านั้น"ทั้งสองไม่คุยกันนานเดี๋ยวจะเลยฤกษ์มงคล ไป๋จิ้งหยวนกลับเข้าไปเรือนชั้นใน ก่อนจะจูงมือบุตรสาวในชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักลายหงส์ด้วยด้ายทองคำ เนื่องจากเวลาน้อยไทเฮาและท่านย่าของเจ้าบ่าวจ้างช่างฝีมือกว่าร้อยคนตัดชุดนี้ให้หลานสะใภ้ หลานชายอายุเลยสามสิบไม่มองสตรีคนไหนกระทั่งมาเจอนาง สกุลจ้าวนับว่ามีหวังเรื่องทายาทสักทีร่างบางเดินเยื้องกรายออกมาภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงมงคล ความงดงามของนางแม้มีผ้ากั้นแต่ท่วงท่าที่สง่าผ่าเผยกลับทำให้อากาศรอบข้างดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา จ้าวหย่งเฉิงยื่นมือหนาไปรับมือบางของนางอย่างแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าแก้วล้ำค่าในมือจะแตกสลาย เขาพึมพำที่ข้างหูนางผ่านผ้าคลุมหน้า"เด็กดี ในที่สุดวันที่อารอคอยก็มาถึง เหนื่อยหรือไม่""ไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ แค่ง่
บรรยากาศในเมืองหลวงยามนี้มีแต่ความหวานชื่น สวีข่ายเหยียนได้หมั้นหมายกับจ้าวลู่ซินทั้งสองคนจะแต่งงานกันหลังจากสอบเลื่อนชั้นเสร็จในอีกครึ่งปีข้างหน้า จินเสี่ยวฟงหมั้นหมายกับเหอฉู่หรันอีกสามเดือนจะถึงงานมงคล ฝางอี้หลุนจะแต่งงานกัองค์หญิงแปดเดือนหน้า วันนี้ทั้งเจ็ดคนนั่งคุยกันที่ลานกลางบ้านของไป๋เจินเจิน พรุ่งนี้จะถึงงานแต่งตามธรรมเนียมห้ามบ่าวสาวเจอหน้ากัน จ้าวหย่งเฉิงไม่สามารถมาได้บุรุษนั่งคุยกันที่โต๊ะ สตรีช่วยกันทำอาหารโดยมีไป๋เจินเจินคอยสอนพวกนาง อีกไม่นานก็ออกเรือนแล้วไม่ถึงกับต้องทำจนคล่องแคล่วแต่ก็ควรทำเป็นบ้าง อนาคตเพื่อเอาใจสามีและบุตรอย่างน้อยควรมีสักสองสามอย่างที่ทำเป็น แม้แต่เมิ่งหลันเองยังมาฝึกด้วย จินเสี่ยวฟงเดินมาหาเหอฉู่หรันเขาช่วยนางล้างผัก จนจ้าวลู่ซินเอ่ยกระเซ้าไอ้หยา..พี่เสี่ยวฟงคล่องแคล่วเพียงนี้ ข้าอิจฉาพี่ฉู่หรันเสียแล้วคงไม่ต้องทำอะไรเลยสามีดูแลให้หมด"เหอฉู่หรันหน้าแดง สวีข่ายเหยียนเห็นสหายเอาใจคู่หมั้นเขาจึงอยากทำบ้าง "ซินซินชอบกินอะไรหรือ พี่เองก็ทำได้นะอาเจินเคยสอนพวกเราหลายอย่าง"สาวน้อยมองหน้าเขาก่อนจะยื่นหน้าไปใกล้ ส่งสายตาฉบับเด
มือบางซับเหงื่อที่ใบหน้าให้บิดา ไป๋จิ้งหยวนมองบุตรสาวตรงหน้าก่อนจะยิ้ม คนเดิมอ่อนโยนจนอ่อนแอเขาต้องทำทุกอย่างเพื่อปกป้องนาง แต่คนนี้อ่อนโยนอ่อนหวานและพร้อมจะลุกขึ้นมาปกป้องเขา เกิดมาครั้งหนึ่งมีบุตรสาวถึงสองคนในร่างเดียวนับว่าบุญที่สั่งสมทำให้สวรรค์เห็นใจ เขาจับมือบางเอ่ยถาม"จะแต่งงานแล้วเหตุใดไม่เก็บเนื้อเก็บตัว ใบหน้าจะได้ผ่องใส" "คนจะรัก ไม่อาบน้ำเขาก็รักเจ้าค่ะ คิกๆๆ""ท่านพ่อ มานั่งคุยกันเถอะเจ้าค่ะ"ไป๋จิ้งหยวนนั่งลง ไป๋เจินเจินรินน้ำชาให้บิดาเอง บ่าวไพร่ไปยืนด้านนอก นางเอ่ยกับเขาเรื่องที่ให้จ้าวหย่งเฉิงไปทำ"ท่านพ่อ...อีกเก้าวันลูกต้องแต่งออกไปแล้ว ที่ลูกเป็นห่วงก็คือท่าน ยายังคงต้องกินอยู่ ยามค่ำอากาศหนาว เสื้อผ้าก็ชอบใส่บางๆ และท่านชอบนอนดึก""พ่อเป็นบุรุษ เรื่องเหล่านี้เป็นธรรมดา""ลูกอยากให้ท่านได้เจอคนดีๆแต่งงานอีกครั้งเจ้าค่ะ หากมีคนมาดูแลท่าน ลูกแต่งออกไปจะได้เบาใจ ต่อให้สกุลจ้าวไม่ห้ามเรื่องกลับมาบ้านเดิม แต่หากกลับทุกวันคงไม่งาม ลูกเองไม่อยากให้ท่านอาถูกคนครหา""อาเจิน พ่อแก่แล้วอีกอย่างใครจะมาแต่งกับพ่อหม้ายกัน"ไป๋เจินเจินหยิบขนมที่นางทำเอ
ไป๋เจินเจินที่ตอนนี้เบื่อขี้หน้าอาจารย์เฒ่าของนางอย่างมาก ต้องไปบ้านพักนอกเมืองของเขาอีก หากไม่คิดว่าบิดาของร่างเดิมเป็นคนดีนะแม่จะวีนให้ฉ่ำเลย จะเกรงใจตาเฒ่านั่นทำไม่นักหนาก็ไม่รู้ นางเดินเข้าห้องก่อนจะเอาตะกร้าออกมา เมื่อเช้านางรีบไปตลาดหาซื้อเนื้อมาให้ตัวแม่มันได้อิ่มท้องเพราะต้องให้นมเจ้าล
อากาศเริ่มเย็นลงเพราะบ้านพักอยู่บนเขา จ้าวหย่งเฉิงกำลังเขียนหนังสืออยู่ก็เริ่มรู้สึกว่าแสงตะวันเริ่มจะหมดไปทีละนิด หากให้นางนอนต่อไม่ปลุกเดี๋ยวคืนนี้จะนอนไม่หลับ จ้าวหย่งเฉิงจึงวางพู่กันแล้วเดินไปที่ห้องพักของแม่ตัวดีที่เขาอุ้มนางไปนอนเมื่อตอนบ่ายไป๋เจินเจินตื่นมานานแล้ว นางถูกคนอุ้มมานอนที่ห
สวีข่ายเหยียนถามนางเพื่อความแน่ใจ ไป่เจินเจินนับว่าใจกว้างมากนัก ให้ใครรู้ไม่ได้ว่านางมีพวกมันไว้ในครอบครองย่อมต้องมีคนแย่งชิง นางกับพ่อจะอันตรายเพราะว่าขนาดนายพรานเก่งๆยังล่าไม่ได้ยิ่งเป็นสีขาวด้วยยิ่งมีความศิริมลคล"อืม..พี่ข่ายเหยียน พี่อี้หลุน พี่เสี่ยวฟงพวกท่านช่วยข้าต่อกรงให้มันหน่อยได้ไ







