LOGINเช้าวันต่อมาที่มหาลัย
บรรยากาศหน้าคณะนิเทศศาสตร์คึกคักไปด้วยนักศึกษา แต่สำหรับฉัน... โลกมันหมุนติ้วๆ เหมือนพายุเข้า อาการแฮงค์จาก Blue Kamikaze แก้วเดียวเมื่อคืนยังตามมาหลอกหลอนจนฉันต้องใส่แว่นกันแดดอันใหญ่ปิดบังดวงตาบวมเป่ง “สภาพดูไม่ได้เลยนะยะ” ยัยเมแซวพร้อมกับยื่นแก้วกาแฟเย็นให้ “เมื่อคืนหนีกลับก่อนทำไมไม่บอก พวกฉันเป็นห่วงแทบแย่” “โทษทีเม ปวดหัวนิดหน่อยน่ะ” ฉันตอบเสียงแหบ รับกาแฟมาดูดอึกใหญ่ “ริน...” เสียงทุ้มสุภาพดังขึ้นจากด้านหลัง ฉันกับเมหันขวับไปมองพร้อมกัน ก่อนที่ฉันจะสำลักกาแฟพรวดออกมา “แค่กๆ... พี่ฮาวาย!” ผู้ชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทลำลองสีน้ำเงินเข้มยืนส่งยิ้มละมุนอยู่ตรงหน้า ในแสงสว่างตอนกลางวันเขาดูดีกว่าเมื่อคืนเสียอีก ดูเป็นผู้ใหญ่ใจดีและภูมิฐานสุดๆ “บังเอิญจังครับ พี่มาคุยงานกับอาจารย์ที่คณะนี้พอดี เห็นเรานั่งอยู่เลยเข้ามาทัก” พี่ฮาวายเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าฉัน “เป็นไงบ้างครับ อาการดีขึ้นรึยัง” “ดี... ดีขึ้นแล้วค่ะ” ฉันตอบตะกุกตะกัก รีบถอดแว่นกันแดดออกเพราะกลัวเสียมารยาท “พี่ฮาวายมาทำอะไรที่นี่คะ” “พี่เป็นศิษย์เก่าที่นี่ครับ อาจารย์เชิญมาเป็นวิทยากรพิเศษ” เขาตอบยิ้มๆ สายตามองสำรวจใบหน้าฉันอย่างเป็นห่วง “ตาบวมนะเรา... เมื่อคืนร้องไห้หนักหรอ” คำถามของเขาทำเอาฉันหน้าเจื่อน ยัยเมหูผึ่งทันที “เปล่าค่ะ... ฝุ่นมันเข้าตาเฉยๆ” “โกหกไม่เก่งเลยนะ” พี่ฮาวายหัวเราะเบาๆ ก่อนจะล้วงหยิบลูกอมรสมินต์ในกระเป๋าเสื้อสูทมายื่นให้ “กินนี่หน่อย จะได้สดชื่นขึ้น” “ขอบคุณค่ะ...” ฉันยื่นมือจะไปรับลูกอม แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะแตะโดนเม็ดลูกอม ก็มีมือหนาของใครบางคนคว้าหมับเข้าที่ข้อมือฉันแล้วดึงเบาๆ ให้ถอยหลังกลับไป แรงดึงนั้นทำให้แผ่นหลังฉันปะทะเข้ากับอกแกร่งของคนที่มายืนซ้อนหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่คุ้นเคยทำเอาฉันขนลุกซู่โดยไม่ต้องหันไปมอง “ขอบใจ...” เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาดังขึ้นเหนือหัวฉัน “แต่น้องผมไม่ชอบกินลูกอมรสมินต์” ฉันเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงที่ยืนทำหน้านิ่งคิ้วขมวด พี่ทีออนในชุดทำงานเต็มยศดูหล่อเนี้ยบและน่าเกรงขามจนนักศึกษาแถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว เขาปล่อยมือฉันแต่เปลี่ยนมาวางมือบนไหล่ฉันแทน เหมือนจะแสดงความเป็นเจ้าของกลายๆ “อ้าว... คุณทีออน” พี่ฮาวายทักทายกลับด้วยรอยยิ้มที่ไม่สะทกสะท้าน “เจอกันอีกแล้วนะครับ” “ครับ คุณฮาวาย” พี่ทีออนตอบรับสั้นๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่แววตาคมกริบจ้องมองพี่ฮาวายเขม็ง “โลกกลมดีนะ” “นั่นสิครับ... เมื่อคืนน้องรินรีบกลับ ผมยังเป็นห่วงอยู่เลย พอดีเจอกันก็เลยแวะมาดูอาการ” พี่ฮาวายพูดพลางเก็บลูกอมเข้ากระเป๋า “ดูคุณทีออนจะหวงน้องสาวน่าดูเลยนะครับ” “ก็ต้องหวงสิครับ” พี่ทีออนกระตุกยิ้มมุมปากนิดๆ แต่ตายังไม่ยิ้ม “น้องสาวทั้งคน... แถมยังเด็ก ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมผู้ชายหรอก” ฉันสะดุ้งเฮือกกับคำว่า ‘เด็ก’ อีกแล้ว “เด็กสมัยนี้โตไวนะครับคุณที บางที... เขาอาจจะแค่ต้องการคนที่เข้าใจ ไม่ใช่คอยแต่ตีกรอบ” พี่ฮาวายสวนกลับนิ่มๆ แต่เจ็บลึก บรรยากาศรอบตัวมาคุขึ้นทันตาเห็น ยัยเมค่อยๆ ขยับตัวถอยห่างออกไปยืนเกาะแขนชานที่เพิ่งเดินมาถึง ฉันยืนตัวลีบอยู่ตรงกลางระหว่างเสือสองตัวที่กำลังจ้องตากัน “ริน...” พี่ทีออนละสายตาจากพี่ฮาวาย ก้มลงมองฉัน “ไปรอที่รถ พี่มารับไปกินข้าวเที่ยงกับไอ้รัม” “แต่รินเพิ่งมาถึงคณะเองนะ ยังไม่ได้เรียนเลย” “อาจารย์ยกคลาสแล้ว” เขาพูดตัดบท “เมื่อกี้พี่เดินสวนกับอาจารย์แกมา ไปขึ้นรถ” “แต่...” “อย่าดื้อ” เขาพูดเสียงเข้มขึ้นนิดนึง มือที่วางบนไหล่ฉันบีบเบาๆ เชิงเตือน ฉันหันไปมองหน้าพี่ฮาวายอย่างขอโทษ “เอ่อ... รินขอตัวก่อนนะคะพี่ฮาวาย ไว้เจอกันค่ะ” “ครับน้องริน ไว้เจอกันใหม่นะ” พี่ฮาวายยิ้มรับอย่างเข้าใจ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้พี่ทีออน “ดูแลน้องดีๆ นะครับ อย่าดุเยอะ เดี๋ยวหนีเที่ยวอีก” พี่ทีออนไม่ตอบอะไร เขาเพียงแค่พยักหน้ารับแกนๆ แล้วดันหลังฉันให้เดินนำไปที่รถสปอร์ตคันหรูที่จอดเด่นอยู่หน้าคณะ พอขึ้นมานั่งบนรถ พี่ทีออนก็ปิดประตูดังปัง แล้วเดินอ้อมมาฝั่งคนขับ บรรยากาศในรถเงียบกริบจนน่าอึดอัด ฉันนั่งกุมมือตัวเองแน่น ไม่กล้าพูดอะไร “ไปรู้จักมันตอนไหน” เขาถามขึ้นลอยๆ ขณะสตาร์ทรถ “ก็... เมื่อคืนตอนที่พี่คุยธุระ รินไปนั่งที่บาร์ พี่ฮาวายเขาก็เลย...” “พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าคุยกับคนแปลกหน้า” เขาพูดแทรกขึ้นมา เสียงไม่ดังแต่ดุ “เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าแล้วนะ รินรู้จักชื่อเขาแล้ว อีกอย่างเขาก็เป็นรุ่นพี่ที่มหาลัย” ฉันเถียงอุบอิบ “เชื่อคนง่าย” พี่ทีออนหันมามองหน้าฉันแวบหนึ่ง “ผู้ชายที่เข้ามาหาเราในผับในบาร์ มันไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้นแหละ” “พี่ก็อยู่ในบาร์เหมือนกัน” ฉันย้อน “พี่ไม่เหมือนกัน” เขาตอบทันควัน “ไม่เหมือนยังไงคะ พี่ก็ผู้ชายเหมือนกัน” พี่ทีออนหักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทางกะทันหันจนฉันหน้าคะมำ เขาปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วเอี้ยวตัวมาหาฉันอย่างรวดเร็ว “จะ... จะทำอะไรคะ” ฉันถามเสียงสั่น ถอยหลังไปติดประตู เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้... ใกล้มากจนฉันเห็นเงาตัวเองในตาเขา แววตาที่เคยมองฉันเป็นเด็ก ตอนนี้มันดูวูบไหวและร้อนแรงแปลกๆ “พี่ไม่เหมือนมัน...” เขากระซิบเสียงพร่า “เพราะพี่เป็นพี่ชายเรา เป็นคนดูแลเรามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย พี่ไม่มีวันทำร้ายเรา” “...” ฉันกลั้นหายใจ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก “ส่วนไอ้หน้าหล่อนั่น... เลิกยุ่งกับมันซะ พี่ไม่ชอบ” “ทำไมต้องไม่ชอบด้วยคะ รินจะมีเพื่อนไม่ได้รึไง” ฉันถามท้าทาย ทั้งที่ใจสั่นระรัว “ไม่ได้” เขาตอบสั้นๆ “ทำไมคะ” พี่ทีออนนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาเขามองต่ำลงมาที่ริมฝีปากฉัน ก่อนจะเลื่อนกลับขึ้นมาสบตาอีกครั้ง “เพราะพี่หวง... จบมั้ย” เขาพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะผละออกไปนั่งขับรถต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้ฉันนั่งอ้าปากค้าง หน้าร้อนผ่าวไปหมดกับคำว่า ‘หวง’ ที่เขาพูดออกมาได้หน้าตาเฉย เขาไม่ได้บอกว่า ‘รัก’ แต่ทำไมคำว่า ‘หวง’ ของเขามันถึงทำให้ใจฉันเต้นแรงขนาดนี้กันนะ... หรือฉันจะเข้าข้างตัวเองอีกแล้ว?ณ เพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวของทีออน (ชั้นบนสุด)สายฝนที่ตกลงมากระทบกระจกบานใหญ่เบื้องหน้า กลายเป็นฉากหลังที่ตัดขาดเราสองคนออกจากโลกภายนอก แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าในกรุงเทพฯ ส่องเข้ามาสลัวๆ พอให้เห็นเงาสะท้อนของร่างสองร่างที่กำลังกอดก่ายกันแนบแน่นบนเตียงคิงไซส์สีเข้ม“พี่ที...”ฉันเรียกชื่อเขาเสียงพร่า เมื่อริมฝีปากอุ่นจัดของคนตัวสูงไล่พรมจูบไปทั่วลำคอระหง ลากไล้ลงมาถึงเนินอกที่กระเพื่อมไหวตามแรงหอบหายใจ มือหนาที่เคยแสนดีและอบอุ่น บัดนี้กลายเป็นมือของปีศาจร้ายที่เชี่ยวชาญในการปลุกเร้า เขาบีบเคล้นเอวฉันหนักหน่วง แสดงความเป็นเจ้าของในทุกตารางนิ้ว“บอกแล้วไง...” ทีออนเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน นัยน์ตาคมกริบที่เคยซ่อนความรู้สึกไว้มิดชิด ตอนนี้มันลุกโชนไปด้วยไฟราคะที่ไม่มีวันมอดดับ “ว่าคืนนี้... พี่จะสอนวิชา ‘แฟน’ ให้เราจนเช้า”“ริน... รินหายใจไม่ทัน” ฉันประท้วงเสียงเครือ เมื่อเขาเริ่มรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้นเรื่อยๆ“หายใจทางปากสิเด็กดี...”เขากระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนจะบดจูบลงมาอย่างดูดดื่มและหิวกระหาย ลิ้นร้อนแทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัดควานหาความหวานอย่างช่ำชอง เขาต้อนให้ฉันจนมุมด้วยรสสัมผัสที่วาบหวาม จนสมองฉั
ห้องนั่งเล่น คอนโด (เช้าวันต่อมา)หลังจากพี่รัมเดินโซซัดโซเซออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพดูไม่จืด ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใต้ตาดำคล้ำเหมือนหมีแพนด้า เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆ พี่ทีออนที่นั่งจิบกาแฟอ่านข่าวในไอแพดด้วยมาดคุณชายผู้สดใส (เพราะเมื่อคืนได้เติมพลังรักมาเต็มเปี่ยม)“สภาพดูไม่ได้เลยนะมึง” พี่ทีออนเหลือบมองเพื่อนแล้วส่ายหัว “เมื่อคืนแดกหรืออาบ”“โอย... อย่าบ่น กูวิ้งๆ อยู่” พี่รัมนวดขมับตัวเอง “ปวดหัวชิบหาย... เอาน้ำให้กูหน่อยดิ”พี่ทีออนถอนหายใจ แต่ก็ยอมลุกไปหยิบน้ำเปล่าเย็นเจี๊ยบจากตู้เย็นมาโยนให้เพื่อน“ขอบใจ...” พี่รัมเปิดขวดกระดกอึกๆ จนหมด “เออ ไอ้ที... เมื่อคืนมึงพาน้องกูไปไหนมาวะในงาน กูจำได้ลางๆ ว่ามึงลากมันออกไปตอนเต้นรำกับไอ้ฮาวาย”พี่ทีออนชะงักมือนิดหนึ่ง ก่อนจะตีหน้านิ่งตอบกลับ “พาไปสูดอากาศ ข้างในคนมันเยอะ เหม็นเหงื่อ รินมันหายใจไม่ออก”“อ๋อ... เออดีละ กูเห็นไอ้ฮาวายมันมือไวชิบหาย จับเอวน้องกูอยู่นั่นแหละ” พี่รัมบ่นอย่างหงุดหงิด “มึงรู้ป่ะ กูเกือบจะพุ่งไปต่อยมันละ แต่มึงตัดหน้ากูไปก่อน”“กูจัดการให้แล้ว” พี่ทีออนยิ้มมุมปาก “รับรองว่ามันไม่กล้ายุ่งกับรินอีกพักใหญ่”“ดีมากเพื่อนรัก
ห้องนอนริน (เวลาต่อมา)พี่ทีออนวางฉันลงบนเตียงนุ่มอย่างเบามือ แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกจนใจเต้นแรง เขาไม่ได้ผละออกไปไหน แต่กลับนั่งลงข้างๆ แล้วใช้แขนข้างหนึ่งคร่อมร่างฉันไว้ สายตาคมกริบไล่มองใบหน้าฉันอย่างหลงใหล“พี่ที...” ฉันเรียกเขาเสียงเบา รู้สึกประหม่าเมื่อต้องมาอยู่ในห้องนอนกับเขาสองต่อสองแบบนี้“ครับ” เขาขานรับเสียงนุ่ม นิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าฉันออก“ริน... รินจะไปเปลี่ยนชุด” ฉันบอกพร้อมกับพยายามดันอกเขาเบาๆ เพราะชุดราตรีรัดรูปนี่มันทำให้นอนลำบาก“เดี๋ยวพี่ช่วย”“คะ? ไม่ต้องค่ะ รินทำเองได้” ฉันรีบปฏิเสธ“ซิปมันอยู่ข้างหลัง รูดเองลำบาก” เขาไม่ฟังคำทัดทาน จับไหล่ฉันให้พลิกตัวหันหลังให้เขา “อยู่นิ่งๆ”ฉันนั่งตัวแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วเย็นเฉียบของเขาที่แตะลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าบริเวณเอว เสียงรูดซิปดัง ครืด เบาๆ ในความเงียบ พร้อมกับความรู้สึกหลวมโพรกที่ช่วงอกเมื่อชุดค่อยๆ คลายออกพี่ทีออนค่อยๆ รูดซิปลงช้าๆ... ช้ามากจนน่าหมั่นไส้ นิ้วของเขาลากผ่านผิวเนื้อฉันทุกตารางนิ้วที่ซิปเลื่อนผ่าน ลมหายใจอุ่นจัดของเขารินรดอยู่ตรงท้ายทอย ทำให้ขนอ่อ
คอนโด XX (ตี 2)สภาพของพวกเราตอนกลับมาถึงคอนโดทุลักทุเลพอสมควร ไม่ใช่เพราะฉันเมา แต่เป็นเพราะพี่ชายตัวดีอย่างพี่รัมที่เมาหัวราน้ำจนเดินไม่ตรงทาง“ไอ้รัม! มึงเดินดีๆ ดิวะ หนักชิบหาย” พี่ทีออนบ่นอุบขณะหิ้วปีกเพื่อนรักข้างหนึ่ง ส่วนฉันช่วยพยุงอีกข้าง“เออ... กูไหว... กูยังไม่เมา...” พี่รัมพึมพำเสียงอ้อแอ้ ขาพันกันจนเกือบจะพากันล้มทั้งแก๊ง“ไม่เมาบ้านแกสิ เดินชนขอบประตูลิฟต์เนี่ย” ฉันบ่นพี่ชายตัวเองกว่าจะลากพี่รัมเข้ามาในห้องนอนและโยนลงบนเตียงได้ เล่นเอาฉันเหงื่อตก พี่ทีออนจัดการถอดรองเท้าให้เพื่อนแล้วโยนผ้าห่มคลุมโปงให้เสร็จสรรพ ก่อนจะยืนเท้าเอวมองผลงานตัวเอง“หมดภาระสักที...” เขาถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหันมามองฉันที่ยืนหอบแฮ่กๆ อยู่ปลายเตียง “เหนื่อยมั้ย”“นิดหน่อยค่ะ พี่รัมตัวหนักจะตาย”“ไป... ออกไปข้างนอก ปล่อยมันนอนเน่าอยู่นี่แหละ”พี่ทีออนเดินมาจูงมือฉันออกจากห้องพี่รัม แล้วจัดการ ล็อกลูกบิดประตู ห้องพี่รัมจากด้านนอกหน้าตาเฉย!“เฮ้ย! พี่ที ล็อกทำไมคะ” ฉันร้องทัก“กันมารขัดความสุข” เขาตอบเสียงเรียบ “มันเมาขนาดนี้คงไม่ตื่นมาเข้าห้องน้ำหรอก แต่กันไว้ก่อน... พี่ไม่อยากให้อารมณ์ค้างเหมื
After Party : ผับหรูย่านทองหล่อเสียงเพลง EDM จังหวะหนักหน่วงดังกระหึ่มจนพื้นสะเทือน แสงไฟเลเซอร์สาดส่องไปทั่วบริเวณที่อัดแน่นไปด้วยวัยรุ่นหน้าตาดี สมกับเป็นคลับระดับท็อปที่พวกพี่รัมจองโต๊ะ VIP ไว้ฉลองเรียนจบให้ฉัน“หมดแก้วววว! น้องกูเรียนจบแล้วโว้ยยย!”เสียงตะโกนของพี่รัมดังแข่งกับเสียงเพลง เขาชูแก้วเหล้าขึ้นฟ้าด้วยสภาพที่หน้าเริ่มแดงก่ำตั้งแต่หัววันฉันนั่งตัวลีบอยู่ตรงกลางโซฟากำมะหยี่สีแดงสด โดยมี ‘ผู้คุม’ นั่งขนาบข้าง ด้านซ้ายคือพี่รัมที่กำลังเมามันส์ ส่วนด้านขวา... คือพี่ทีออนที่นั่งไขว่ห้าง จิบวิสกี้ on the rock ด้วยมาดนิ่งขรึม แต่แขนข้างหนึ่งพาดพนักโซฟาด้านหลังฉันไว้... ราวกับจะกางอาณาเขต“พี่ที... รินร้อน ขอถอดสูทออกได้มั้ย” ฉันกระซิบถามเขา เพราะตอนนี้ฉันยังใส่สูทตัวนอกของพี่รัม (ที่พี่ทีออนบังคับให้ใส่) คลุมทับชุดราตรีเปิดหลังอยู่“ไม่ได้” เขาตอบทันควัน โดยไม่หันมามอง “ข้างในมันมืด เดี๋ยวพวกแมลงหวี่แมลงวันมันบินมาตอมหลังขาวๆ ของเรา”“แมลงวันบ้าอะไรในผับ” ฉันบ่นอุบอิบ “มีแต่คนมองรินแปลกๆ แล้วเนี่ย ใส่สูทตัวโคร่งในผับ”“ช่างหัวมัน” พี่ทีออนยักไหล่ “ใครมองมา เดี๋ยวพี่ควักลูกตามั
งานเลี้ยงจบการศึกษา คณะนิเทศศาสตร์บรรยากาศภายในห้องบอลรูมของโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยาคึกคักไปด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะของเหล่าบัณฑิตป้ายแดง แสงไฟสีนวลสาดส่องกระทบชุดราตรีหลากสีสันที่แข่งกันประชันโฉมวันนี้เป็นวันสำคัญของฉัน... วันที่ฉันเรียนจบอย่างเป็นทางการ และเป็นวันที่ฉันตั้งใจจะ ‘ฉีกกฎ’ ความเป็นเด็กน้อยของพี่ชายทั้งสองคน“ไอ้ริน! มึงไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้!”นั่นไง... เสียงสวรรค์มาแล้วพี่รัมยืนตาถลนมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า มือไม้สั่นเหมือนคนจะเป็นลม ส่วนพี่ทีออนที่ยืนอยู่ข้างๆ... เขานิ่งสนิท นิ่งจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบกวาดมองฉันช้าๆ ราวกับจะสแกนทะลุเนื้อผ้าฉันอยู่ในชุดเดรสยาวผ้าซาตินสีแชมเปญเข้ารูป อวดสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน ด้านหน้าดูเรียบหรูมิดชิด แต่ไฮไลท์มันอยู่ที่ ‘ด้านหลัง’ ที่เว้าลึกโชว์แผ่นหลังขาวเนียนไปจนเกือบถึงเอว“เปลี่ยนทำไมคะ สวยออก” ฉันหมุนตัวโชว์หนึ่งรอบ จงใจยั่วโมโหพี่ชาย“สวยกะผี! หลังมึงหายไปไหนวะ ผ้าไม่พอรึไง!” พี่รัมโวยวาย ถอดสูทตัวนอกของตัวเองทำท่าจะเอามาคลุมให้ฉัน “ใส่เสื้อกูเดี๋ยวนี้!”“ไม่เอา! รินร้อน” ฉันเบี่ยงตัวหลบไปหลบหลังพี่ทีออน “พี่ทีดูสิคะ พี่รัมง







