เข้าสู่ระบบตอนที่ 11 กระสุนที่ไม่ถูกยิง
เสียงไซเรนดังไล่หลังมาตั้งแต่ถนนสายหลักจนถึงเขตโกดังร้างริมแม่น้ำ ธันวาวิ่งฝ่าความมืดโดยมีลมหายใจร้อนจัดเสียดแทงลำคอ ทุกครั้งที่เท้ากระแทกพื้น เขารู้สึกได้ถึงพลังสีดำที่ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนัง มันเหมือนของเหลวเย็นเฉียบที่พร้อมจะพุ่งออกมาเพียงแค่เขาเผลอปล่อยความกลัวให้ครอบงำ เหนือศีรษะมีโดรนตรวจการณ์สามลำบินวน ลำแสงสีขาวกวาดผ่านหลังคาสังกะสีและกองตู้คอนเทนเนอร์อย่างไม่หยุดยั้ง เสียงประกาศจากรถหุ้มเกราะดังสะท้อนไปทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่สั่งให้เขาหยุดและยอมจำนน แต่ธันวารู้ดีว่าการยอมจำนนในคืนนี้ไม่ได้หมายถึงการถูกจับ มันหมายถึงการถูกส่งไปยังห้องทดลองที่ไม่มีใครเคยกลับออกมา หรือไม่ก็ถูกยิงทิ้งต่อหน้ากล้องแล้วรายงานว่าเขาขัดขืนการจับกุม เขากระโดดข้ามรั้วเหล็กที่พังลงครึ่งหนึ่งก่อนจะล้มกลิ้งไปบนพื้นกรวด คมเหล็กบาดแขนจนเลือดไหล แต่ธันวาไม่รู้สึกเจ็บเท่าความทรงจำที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว ภาพบ้านที่ถูกเผา ภาพแม่ถูกนำตัวไป ภาพผู้คนทั้งประเทศชี้หน้าด่าเขาผ่านหน้าจอ และภาพในอนาคตที่ทุกคนเห็นเหมือนกัน ชายหนุ่มที่มีใบหน้าเหมือนเขายืนอยู่เหนือเมืองที่กลายเป็นทะเลเพลิง แม้ธันวาจะยังไม่รู้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่คนทั้งโลกตัดสินเขาไปแล้ว ไม่มีใครสนใจว่าเขายังไม่เคยทำสิ่งเหล่านั้น ไม่มีใครถามว่าทำไมชายในภาพจึงยืนอยู่ตรงนั้น หรือก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่คนทั้งโลกต้องการมีเพียงคำตอบง่ายที่สุด ฆ่าเขาตอนนี้ แล้วอนาคตจะปลอดภัย เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด กระสุนพุ่งเจาะผนังตู้คอนเทนเนอร์ข้างศีรษะของธันวา เศษเหล็กร้อนกระเด็นบาดแก้ม เขารีบหมอบลงและคลานเข้าไปหลังแท่นคอนกรีต เสียงฝีเท้าหนักหลายสิบคู่กำลังปิดล้อมจากทุกทิศ เจ้าหน้าที่ชุดดำกระจายกำลังอย่างมีแบบแผน พวกเขาไม่ได้พยายามจับเป็นอีกต่อไป ปลายกระบอกปืนทุกกระบอกหันเข้าหาจุดที่ธันวาซ่อนตัว นิ้วของเขาสั่น ความมืดใต้ผิวหนังเริ่มขยับเหมือนสัตว์ที่ได้กลิ่นเลือด เงาสีดำบาง ๆ ไหลออกจากปลายนิ้วและเลื้อยไปตามพื้นกรวด ธันวากัดฟันพยายามกดมันกลับเข้าไป เพราะเขารู้ว่ามีกล้องกำลังจับภาพอยู่ทุกมุม หากเขาใช้พลัง แม้เพียงเพื่อป้องกันตัว ภาพนั้นจะถูกส่งออกไปทั่วโลกภายในไม่กี่นาที และทุกคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสัตว์ประหลาดเริ่มเผยตัวแล้ว เสียงวิทยุของเจ้าหน้าที่ดังแทรกขึ้นมา "เป้าหมายอยู่หลังแท่นคอนกรีต หน่วยสามเตรียมยิงกด หน่วยสี่อ้อมไปทางด้านหลัง" ธันวาหันมองช่องว่างระหว่างตู้คอนเทนเนอร์ เขาเห็นทางออกแคบ ๆ ที่นำไปยังท่าเรือเก่า แต่มีพลซุ่มยิงประจำอยู่บนเครนสูง หากเขาวิ่งออกไป เขาจะกลายเป็นเป้านิ่งทันที เขาสูดลมหายใจเข้าลึกและพยายามคิดหาทางอื่น ทว่าเสียงโลหะกระทบพื้นดังขึ้นใกล้ตัว ระเบิดแสงกลิ้งเข้ามาหยุดห่างจากเท้าไม่ถึงสองเมตร ธันวายกแขนปิดหน้า แสงสีขาวระเบิดขึ้นพร้อมเสียงกระแทกที่ทำให้โลกทั้งใบเงียบงัน ร่างของเขาล้มลง หูอื้อ สายตาพร่ามัว และในช่วงเวลาที่ไร้เสียงนั้น เขาเห็นเงาของใครบางคนเดินเข้ามาจากอีกด้านของแท่นคอนกรีต ชายคนนั้นสวมชุดเกราะยุทธวิธีสีดำ มีตราหน่วยปฏิบัติการพิเศษติดอยู่บนบ่า ปืนไรเฟิลในมือยกขึ้นเล็งตรงกลางหน้าผากของธันวา แม้ภาพจะยังไม่ชัด แต่ธันวาจำใบหน้านั้นได้ กฤตภาส เจ้าหน้าที่หนุ่มที่เคยไล่ล่าเขาบนสถานีรถไฟ และเป็นคนที่เกือบจับเขาได้เมื่อสองวันก่อน สายตาของกฤตภาสเย็นชาเหมือนเดิม ทว่าครั้งนี้มีบางอย่างซ่อนอยู่ภายใน มันไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่เป็นความลังเลที่พยายามปิดบังจนแทบมองไม่เห็น ธันวาค่อย ๆ ยกมือขึ้น เขาไม่มีแรงหนี และรู้ว่าต่อให้เรียกพลังออกมาในระยะนี้ กฤตภาสก็สามารถเหนี่ยวไกได้เร็วกว่าความมืดจะปกคลุมร่างเขา "ถ้าจะยิงก็ยิงเลย" กฤตภาสไม่ตอบ ปลายกระบอกปืนยังคงนิ่ง ธันวาเห็นนิ้วชี้ของเขาวางอยู่บนไกปืน เหลือเพียงแรงกดเล็กน้อยเท่านั้น กระสุนจะทะลุกะโหลกและยุติการไล่ล่าที่ทำให้คนทั้งประเทศหวาดกลัว บนหมวกของกฤตภาสมีกล้องบันทึกภาพติดอยู่ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกำลังถูกส่งตรงไปยังศูนย์บัญชาการ เจ้าหน้าที่ระดับสูงคงกำลังมองภาพเดียวกันและรอให้เขาทำหน้าที่ของตน เสียงวิทยุดังขึ้นข้างหูกฤตภาส "รหัสหนึ่งเจ็ด ยืนยันเป้าหมายแล้วหรือไม่" กฤตภาสยังเงียบ "รหัสหนึ่งเจ็ด ตอบกลับทันที" "ยืนยัน เป้าหมายอยู่ตรงหน้า" "ได้รับอนุญาตให้สังหาร ย้ำ ได้รับอนุญาตให้สังหาร" ธันวาหลับตาลง เขานึกถึงแม่ นึกถึงคำสัญญาที่ว่าจะกลับไปรับเธอออกมาจากสถานที่ควบคุมตัว นึกถึงเด็กหญิงในตลาดที่เขาช่วยไว้จากเศษตึกถล่ม แต่ครอบครัวของเธอกลับขว้างก้อนหินใส่เขาเมื่อรู้ว่าเขาเป็นใคร นึกถึงทุกครั้งที่พยายามอธิบายแต่ไม่มีใครยอมฟัง บางทีความตายอาจง่ายกว่าการหนีต่อไป อย่างน้อยเมื่อเขาตาย ทุกคนอาจหยุดไล่ล่าคนที่เกี่ยวข้องกับเขา แม่อาจได้รับการปล่อยตัว และโลกอาจได้ความสงบที่ต้องการ แม้จะเป็นความสงบที่สร้างขึ้นจากความเชื่อผิด ๆ ก็ตาม เวลาผ่านไปหนึ่งวินาที สองวินาที สามวินาที แต่เสียงปืนไม่ดัง ธันวาลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาเห็นกฤตภาสยังคงเล็งปืนอยู่ ทว่าดวงตาของชายหนุ่มสั่นไหว "ทำไมไม่ยิง" "ฉันกำลังคิดว่านายจะฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้จริงหรือเปล่า" ธันวาขมวดคิ้ว "คนทั้งโลกบอกว่าฉันจะฆ่าพวกเขาอยู่แล้ว ต่อให้ฉันไม่ทำอะไร นายก็มีเหตุผลพอจะเหนี่ยวไก" "ภาพอนาคตไม่ใช่หลักฐานของอาชญากรรมที่ยังไม่เกิด" คำพูดนั้นทำให้ธันวานิ่งงัน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่โลกเห็นนิมิต มีเจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่งพูดสิ่งที่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ กฤตภาสลดปืนลงเพียงเล็กน้อย แต่ยังไม่มากพอให้กล้องบนหมวกจับได้ว่าเขากำลังลังเล "สองคืนก่อน นายมีโอกาสฆ่าฉันที่สถานีรถไฟ นายใช้พลังทำลายปืน แต่ไม่แตะต้องตัวฉัน ทั้งที่ฉันยิงใส่นายก่อน" "เพราะฉันไม่อยากฆ่าใคร" "นั่นคือสิ่งที่ฉันเห็น แต่รายงานฉบับสุดท้ายเขียนว่านายพยายามสังหารเจ้าหน้าที่สิบสองคน" "แล้วนายเซ็นรับรองรายงานนั้น" กฤตภาสกัดกรามแน่น ความเงียบระหว่างทั้งสองเต็มไปด้วยเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เขาเหลือบมองกล้องบนหมวกก่อนใช้มือดึงสายเชื่อมต่อออก ภาพถ่ายทอดสดดับลงทันที เสียงจากวิทยุดังอย่างร้อนรน "รหัสหนึ่งเจ็ด สัญญาณภาพขาดหาย รายงานสถานการณ์" กฤตภาสกดปุ่มส่งสัญญาณ "เป้าหมายใช้คลื่นพลังรบกวนอุปกรณ์ ผมกำลังเข้าควบคุม" จากนั้นเขาปล่อยปุ่มและหันไปมองทางเดินระหว่างตู้คอนเทนเนอร์ "ฟังให้ดี อีกสิบวินาทีหน่วยสามจะเข้ามาจากซ้าย หน่วยสี่จะปิดด้านหลัง ทางเดียวที่เหลือคือประตูคลังสินค้าทิศตะวันออก แต่มีรถหุ้มเกราะขวางอยู่" "นายกำลังช่วยฉันหรือ" "ฉันกำลังช่วยตัวเองไม่ให้กลายเป็นฆาตกร" กฤตภาสหยิบระเบิดควันสองลูกออกจากเสื้อเกราะ ดึงสลักแล้วโยนไปคนละทิศ ควันสีเทาพวยพุ่งปกคลุมพื้นที่อย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ที่กำลังเข้าประชิดชะงัก เสียงตะโกนเตือนดังระงม กฤตภาสยกปืนยิงใส่โคมไฟเหนือศีรษะทีละดวง ความมืดกลืนกินเขตโกดังภายในไม่กี่วินาที ก่อนจะหันมายื่นมือให้ธันวา "ลุกขึ้น" ธันวาจับมือนั้นแล้วฝืนยืน แม้ขาจะยังชาและหูยังอื้อ เขาวิ่งตามกฤตภาสเข้าไปในกลุ่มควัน กระสุนจำนวนมากยิงสวนผ่านมาจากอีกด้าน เสียงโลหะแตกกระจายและพื้นคอนกรีตระเบิดเป็นฝุ่น กฤตภาสยิงตอบโต้ไปยังพื้นใกล้เท้าของเจ้าหน้าที่เพื่อบังคับให้พวกเขาหลบ เขาจงใจไม่เล็งใส่ร่างใครแม้แต่คนเดียว ธันวาสังเกตเห็นสิ่งนั้นชัดเจน และเริ่มเข้าใจว่าชายคนนี้ไม่ได้ลังเลเพียงเพราะไม่แน่ใจในนิมิต เขากำลังต่อสู้กับคำสั่งที่เชื่อว่าผิด แม้รู้ว่าการกระทำครั้งนี้อาจทำลายชีวิตและหน้าที่ของตนทั้งหมด เมื่อทั้งสองใกล้ถึงคลังสินค้าทิศตะวันออก เสียงเครื่องยนต์ของรถหุ้มเกราะก็ดังขึ้น ไฟหน้าสองดวงส่องทะลุควันเข้ามา ปืนกลหนักบนหลังคาหมุนเข้าหาพวกเขา เจ้าหน้าที่ภายในประกาศเตือนเป็นครั้งสุดท้าย "หยุดอยู่กับที่ มิฉะนั้นจะเปิดฉากยิง" กฤตภาสผลักธันวาเข้าไปหลบหลังเสาคอนกรีต "พลังของนายทำอะไรได้บ้าง" "ฉันควบคุมมันไม่ได้ทุกครั้ง" "แต่หยุดรถคันนั้นได้หรือเปล่า" "ถ้าฉันใช้ กล้องทุกตัวจะบันทึกภาพเอาไว้" "ถ้าไม่ใช้ เราจะตายตรงนี้" ปืนกลหนักเริ่มหมุน เสียงกลไกดังถี่ขึ้น ธันวาจ้องรถหุ้มเกราะและรู้สึกถึงพลังสีดำที่ตอบสนองต่อความกลัว มันไหลออกมาจากแผ่นหลังและแขนเหมือนควันหนาทึบ ความเจ็บปวดแล่นผ่านกระดูกทุกชิ้น ภายในหัวมีเสียงกระซิบแปลกประหลาดบอกให้เขาปลดปล่อยทุกอย่าง บอกให้ทำลายศัตรู บอกให้พิสูจน์ว่าความหวาดกลัวของมนุษย์นั้นถูกต้อง แต่ธันวากัดฟันและบังคับพลังทั้งหมดให้พุ่งลงสู่พื้นแทนที่จะพุ่งใส่ผู้คน เงาสีดำแผ่กระจายราวกับรากไม้ มันไหลไปใต้รถหุ้มเกราะก่อนยกตัวขึ้นเป็นกำแพงหนา ปืนกลเปิดฉากยิง กระสุนหลายร้อยนัดกระแทกกำแพงสีดำจนเกิดประกายไฟ ทว่ากระสุนทั้งหมดหยุดนิ่งกลางอากาศก่อนจะร่วงลงสู่พื้นทีละนัด เจ้าหน้าที่ทุกคนชะงัก ภาพตรงหน้าคล้ายฉากจากนิมิต ชายหนุ่มยืนอยู่ท่ามกลางความมืด มีพลังสีดำล้อมรอบร่าง และกระสุนของกองกำลังรัฐไม่สามารถแตะต้องเขาได้ ความหวาดกลัวแผ่ไปทั่วพื้นที่เร็วกว่าควันเสียอีก บางคนถอยหลัง บางคนยกปืนขึ้นเล็งด้วยมือที่สั่น และบางคนตะโกนคำว่าสัตว์ประหลาดออกมาโดยไม่รู้ตัว ธันวาฝืนควบคุมพลังไม่ให้โจมตี เขาบิดเงาสีดำให้รัดล้อรถหุ้มเกราะ จากนั้นยกมันขึ้นเพียงเล็กน้อยจนล้อทั้งหมดหมุนฟรี รถไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อได้ ประตูคลังสินค้าด้านหลังเปิดกว้าง เป็นเส้นทางตรงไปยังแม่น้ำ กฤตภาสยิงทำลายกล้องวงจรปิดตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วผลักธันวาให้วิ่ง "ไป" "แล้วนายล่ะ" "ฉันจะถ่วงเวลา" "พวกเขาจะรู้ว่านายช่วยฉัน" "ถ้านายยังยืนอยู่ตรงนี้ พวกเขาจะไม่ต้องเสียเวลาสืบอะไรทั้งนั้น" ธันวาไม่ขยับ เขามองกฤตภาสที่ยืนขวางระหว่างตนกับเจ้าหน้าที่หลายสิบคน ความรู้สึกบางอย่างจุกอยู่ในอก เขาเคยคิดว่าทุกคนบนโลกกลายเป็นศัตรูแล้ว แต่คนตรงหน้ากำลังพิสูจน์ว่ายังมีผู้ที่ยอมตั้งคำถามกับสิ่งที่คนทั้งโลกเชื่อ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเอง "ทำไมถึงช่วยฉันจริง ๆ" กฤตภาสหันมามองเขาเพียงครู่เดียว "เพราะฉันเห็นนายในนิมิตเหมือนทุกคน แต่ฉันก็เห็นดวงตาของนายในวันนี้ คนในนิมิตไม่มีความกลัว ไม่มีความลังเล และไม่เหลืออะไรให้สูญเสีย แต่นายตอนนี้ยังกลัวว่าจะทำร้ายคนอื่นอยู่ ฉันอยากรู้ว่าอะไรเกิดขึ้นระหว่างวันนี้กับวันนั้น" เสียงคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาดังผ่านลำโพง "กฤตภาส ถอยออกจากเป้าหมายทันที นายกำลังขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่" กฤตภาสยกปืนขึ้นยิงโซ่ที่แขวนประตูเหล็กด้านข้าง ประตูหนักตกลงมากั้นทางระหว่างเจ้าหน้าที่กับธันวา "ถ้านายอยากตอบแทนฉัน ก็อย่ากลายเป็นคนในภาพนั้น" ธันวากำหมัดแน่น ก่อนจะหันหลังวิ่งผ่านคลังสินค้าไปยังท่าเรือ ด้านหลังมีเสียงปืนและเสียงตะโกนดังต่อเนื่อง เขาไม่รู้ว่ากฤตภาสจะรอดหรือไม่ ไม่รู้ว่าชายคนนั้นจะอธิบายการกระทำของตนอย่างไร แต่ธันวารู้ว่าตนไม่มีสิทธิ์หยุด เพราะชีวิตที่กฤตภาสเสี่ยงช่วยไว้จะไร้ความหมายทันทีหากเขาถูกจับอีกครั้ง เมื่อวิ่งถึงปลายท่าเรือ เรือขนส่งสินค้าลำเล็กกำลังแล่นผ่านใกล้ฝั่ง ธันวากระโดดลงไปบนหลังคาตู้บรรทุก ร่างกระแทกโลหะอย่างแรงจนเกือบหมดสติ แต่เขาฝืนเกาะขอบเอาไว้ เรือแล่นออกจากเขตโกดังช้า ๆ แสงไฟและเสียงไซเรนค่อย ๆ ห่างออกไป ทว่าในเวลาเดียวกัน โทรศัพท์ของผู้คนทั่วประเทศเริ่มสั่นพร้อมกัน ข่าวด่วนถูกเผยแพร่ผ่านทุกช่องทาง คลิปสั้นความยาวสิบเจ็ดวินาทีปรากฏบนหน้าจอนับล้าน มันเริ่มจากภาพธันวายืนอยู่ท่ามกลางพลังสีดำ ตามด้วยภาพกระสุนจำนวนมากหยุดกลางอากาศ รถหุ้มเกราะถูกยกขึ้น และเจ้าหน้าที่ล่าถอยด้วยความหวาดกลัว ไม่มีภาพกฤตภาสลดปืน ไม่มีเสียงคำสั่งให้สังหาร ไม่มีภาพธันวาบังคับพลังไม่ให้ทำร้ายใคร และไม่มีช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งยอมเสี่ยงชีวิตเปิดทางให้ผู้ถูกล่าหนี สิ่งเหล่านั้นถูกตัดออกจนหมด เหลือเพียงภาพที่สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้คนอยากเชื่อ ผู้ประกาศข่าวกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่าธันวาโจมตีหน่วยปฏิบัติการพิเศษและแสดงพลังที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงระดับโลก นักวิเคราะห์บนหน้าจอสรุปทันทีว่าความสามารถของเขากำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว บางช่องเรียกเหตุการณ์นี้ว่าการตื่นขึ้นของราชาปีศาจ บางช่องเรียกร้องให้กองทัพใช้อาวุธหนักก่อนจะสายเกินไป ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ชื่อของธันวากลายเป็นคำที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในโลก ผู้คนแชร์คลิปโดยไม่สนใจว่ามันถูกตัดต่อมาอย่างไร ความกลัวที่มีอยู่เดิมเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังอย่างสมบูรณ์ บนเรือที่กำลังแล่นไปตามแม่น้ำ ธันวาพบโทรศัพท์เครื่องเก่าตกอยู่ใกล้ลังสินค้า หน้าจอแตกร้าวแต่ยังใช้งานได้ เขาเปิดดูข่าวและเห็นภาพตนเองถูกฉายซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ใต้คลิปมีข้อความนับแสนหลั่งไหลเข้ามา บ้างเรียกร้องให้ประหาร บ้างเสนอเงินรางวัลสำหรับผู้ที่พบเห็น บ้างประกาศว่าจะฆ่าทุกคนที่ช่วยซ่อนตัวเขา และมีคนจำนวนมากเริ่มเผยแพร่ชื่อกับข้อมูลของแม่เขาอีกครั้ง ธันวาจ้องหน้าจอจนมือสั่น เงาสีดำค่อย ๆ ไหลออกจากข้อมือโดยที่เขาไม่รู้ตัว โทรศัพท์ในมือแตกร้าวมากขึ้นก่อนจะแหลกเป็นผง ความโกรธปะทุขึ้นในอกอย่างรุนแรง เขาเพิ่งพยายามไม่ฆ่าใคร เพิ่งใช้พลังเพื่อหยุดกระสุน เพิ่งได้รับความช่วยเหลือจากคนที่ควรเป็นศัตรู แต่สิ่งที่โลกเห็นกลับมีเพียงสัตว์ประหลาดที่ยืนท้าทายกองกำลังติดอาวุธ เสียงกระซิบในหัวกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม "เห็นหรือยัง ต่อให้เจ้าช่วยพวกมัน พวกมันก็จะเกลียดเจ้า" ธันวาหันมองไปรอบตัว แต่ไม่มีใครอยู่บนดาดฟ้าเรือ มีเพียงแม่น้ำมืดดำและแสงเมืองที่สะท้อนเป็นริ้วบนผิวน้ำ "ใครพูด" ไม่มีคำตอบ มีเพียงเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่ดังมาจากส่วนลึกของจิตใจ ธันวากำขอบเรือแน่นและพยายามกดพลังกลับเข้าไป แต่ความมืดไม่ยอมเชื่อฟังเหมือนก่อน มันคลุมแขนของเขาจนถึงหัวไหล่ ราวกับกำลังเติบโตจากความเกลียดชังที่คนทั้งโลกส่งมาให้ ในเวลาเดียวกัน ภายในโกดัง กฤตภาสถูกเจ้าหน้าที่ของหน่วยเดียวกันกดลงกับพื้น ปืนหลายกระบอกจ่อศีรษะของเขา ผู้บังคับบัญชาเดินเข้ามาพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ กล้องบนหมวกของกฤตภาสถูกกระชากออกและโยนลงพื้น "นายปล่อยเขาหนี" กฤตภาสเงยหน้าขึ้น เลือดไหลจากมุมปาก แต่สายตายังคงสงบนิ่ง "ผมทำตามสถานการณ์" "อย่าโกหก ฉันเห็นบันทึกจากกล้องตัวอื่น นายมีโอกาสยิง แต่ไม่ยิง" กฤตภาสมองกระสุนที่ยังค้างอยู่ในรังเพลิงของปืนตนเอง กระสุนนัดนั้นควรจบชีวิตธันวา ควรทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษ และควรทำให้ผู้คนเชื่อว่าอนาคตถูกเปลี่ยนแปลงแล้ว แต่เขาไม่เหนี่ยวไก เพราะในเสี้ยววินาทีก่อนตัดสินใจ เขาเห็นความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่านิมิต หากทุกคนพร้อมฆ่าเด็กหนุ่มคนหนึ่งเพราะอาชญากรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น บางทีสิ่งที่กำลังสร้างราชาปีศาจอาจไม่ใช่พลังสีดำ ไม่ใช่โชคชะตา และไม่ใช่ภาพอนาคต แต่มันคือมนุษย์ทุกคนที่เชื่อว่าตนกำลังช่วยโลก "ผมไม่ได้ปล่อยราชาปีศาจหนี" กฤตภาสพูดช้า ๆ ขณะถูกใส่กุญแจมือ "ผมแค่ไม่ยอมเป็นคนยิงกระสุนนัดแรกที่ทำให้เขากลายเป็นราชาปีศาจ" ผู้บังคับบัญชามองเขาด้วยแววตาเย็นชา ก่อนสั่งให้นำตัวไปควบคุม ท่ามกลางความวุ่นวาย ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ากล้องวงจรปิดตัวหนึ่งซึ่งควรถูกทำลายยังคงทำงานอยู่ ไฟสีแดงเล็ก ๆ กะพริบอยู่ในมุมมืด และภาพทั้งหมดตั้งแต่กฤตภาสลดปืนจนถึงคำพูดสุดท้ายของเขาได้ถูกส่งไปยังปลายทางลึกลับแห่งหนึ่ง ในห้องที่ไม่มีหน้าต่าง ชายคนหนึ่งนั่งมองภาพนั้นผ่านจอขนาดใหญ่ ใบหน้าของเขาถูกซ่อนอยู่หลังเงามืด บนโต๊ะมีแผนผังเส้นเวลาจำนวนมาก แต่ละเส้นเชื่อมไปยังภาพของธันวาในอนาคตที่แตกต่างกัน บางภาพเขาตายตั้งแต่ยังหนุ่ม บางภาพเขากลายเป็นนักโทษ บางภาพเขายืนอยู่เหนือซากโลกในฐานะราชาปีศาจ ชายคนนั้นใช้นิ้วแตะภาพของกฤตภาสก่อนยิ้มอย่างพึงพอใจ "ในที่สุด ตัวแปรที่ไม่ควรเกิดก็ปรากฏขึ้นแล้ว" เขาเลื่อนภาพไปยังคลิปข่าวที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก ตัวเลขความเกลียดชังเพิ่มขึ้นทุกวินาที ความกลัวของผู้คนกำลังรวมตัวเป็นพลังบางอย่างที่มองไม่เห็น และทั้งหมดกำลังไหลไปหาธันวาเหมือนสายน้ำที่ไม่มีวันย้อนกลับ "ยิงหรือไม่ยิงไม่สำคัญหรอก" ชายในเงามืดกล่าวกับความว่างเปล่า "ตราบใดที่คนทั้งโลกยังเชื่อว่าเขาคือปีศาจ สักวันหนึ่งเขาจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเป็นปีศาจให้พวกมันดู"ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







