Share

ตอนที่ 12 พิมพ์ชนก

last update publish date: 2026-07-21 07:13:41

ตอนที่ 12 พิมพ์ชนก

เรือขนส่งสินค้าแล่นฝ่าความมืดไปตามแม่น้ำอย่างเชื่องช้า เสียงเครื่องยนต์เก่าครางต่ำอยู่ใต้พื้นเหล็ก ขณะที่ธันวานั่งพิงตู้สินค้าด้วยร่างกายที่แทบไม่เหลือเรี่ยวแรง เสื้อของเขาเปียกชุ่มทั้งเหงื่อ เลือด และละอองน้ำจากแม่น้ำ พลังสีดำที่เคยปกคลุมแขนค่อย ๆ จางลง แต่ความเย็นเยียบยังฝังอยู่ลึกถึงกระดูก ทุกครั้งที่เขาหลับตา ภาพกฤตภาสยืนขวางเจ้าหน้าที่นับสิบก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ตามมาด้วยภาพข่าวที่ตัดทอนความจริงจนเหลือเพียงเขาในสภาพสัตว์ประหลาด คนทั้งประเทศกำลังดูคลิปนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และทุกครั้งที่มันถูกแชร์ ความเกลียดชังก็เหมือนจะเพิ่มน้ำหนักให้ความมืดภายในตัวเขามากขึ้น ธันวาไม่รู้ว่าเรือลำนี้กำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน เขารู้เพียงว่าต้องออกจากเขตเมืองก่อนฟ้าสาง เพราะอีกไม่กี่ชั่วโมง หน่วยลาดตระเวนทางน้ำจะเริ่มค้นหาเรือทุกลำที่ผ่านเส้นทางนี้ เขาพยายามลุกขึ้น แต่บาดแผลที่สีข้างส่งความเจ็บปวดจนต้องทรุดกลับลงไป เขาก้มมองรอยเลือดที่ซึมผ่านเสื้อ กระสุนไม่ได้ฝังในร่าง แต่เศษคอนกรีตจากการยิงถล่มบาดลึกกว่าที่คิด หากปล่อยไว้นานเกินไป เขาอาจหมดสติก่อนถึงปลายทาง ธันวาฉีกชายเสื้อเพื่อพันแผล ทว่าเสียงฝีเท้าเบา ๆ กลับดังขึ้นจากอีกด้านของตู้สินค้า เขาชะงักทันที ความมืดใต้ผิวหนังตอบสนองเร็วกว่าความคิด เงาสีดำไหลออกมาพันรอบนิ้วทั้งห้า ขณะที่เขาจ้องไปยังมุมมืดเบื้องหน้า เสียงฝีเท้าหยุดลง จากนั้นร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก็ก้าวออกมาภายใต้แสงไฟสีส้มสลัว เธอสวมเสื้อคลุมสีเทายาวถึงหัวเข่า กางเกงสีดำ และรองเท้าผ้าใบที่เปื้อนโคลน ผมยาวประบ่าถูกมัดไว้อย่างลวก ๆ ใบหน้าของเธอซีดราวกับไม่ได้นอนมาหลายคืน แต่ดวงตากลับคมชัดและสงบนิ่งจนน่าประหลาด ในมือข้างหนึ่งมีกล่องปฐมพยาบาล ส่วนอีกข้างถือโทรศัพท์ที่ปิดหน้าจออยู่

"ถ้านายปล่อยพลังออกมา เรือจะระเบิดในอีกสิบสามวินาที"

ธันวาไม่ลดมือ

"เธอเป็นใคร"

หญิงสาวมองเงาสีดำที่พันรอบนิ้วเขา ก่อนจะเหลือบมองถังเชื้อเพลิงที่วางอยู่ไม่ไกล

"คนที่กำลังพยายามช่วยนายไม่ให้เผาเรือลำเดียวที่พานายออกจากเมืองได้"

"ตอบคำถามฉัน"

"ฉันชื่อพิมพ์ชนก"

เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับการยืนอยู่ต่อหน้าคนที่ถูกทั้งประเทศตามล่าไม่ใช่เรื่องอันตราย พิมพ์ชนกวางกล่องปฐมพยาบาลลงบนพื้นช้า ๆ เพื่อแสดงว่าไม่มีอาวุธ ธันวายังคงจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธอ เขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้มาก่อน แต่การที่เธอรู้ว่าเขาอยู่บนเรือหมายความว่าเธออาจเป็นสายของรัฐบาล หรืออาจเป็นนักล่าค่าหัวที่คิดจะรอให้เขาอ่อนแรงก่อนลงมือ

"เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่"

"เพราะฉันเห็นนายขึ้นเรือลำนี้ตั้งแต่สามวันก่อน"

"ฉันเพิ่งขึ้นมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง"

"ฉันไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยตา"

คำตอบนั้นทำให้ธันวานิ่งไปชั่วขณะ พิมพ์ชนกคุกเข่าลงห่างจากเขาประมาณสามเมตร แล้วเปิดกล่องปฐมพยาบาล ภายในมีผ้าก๊อซ น้ำยาฆ่าเชื้อ เข็มเย็บแผล และยาแก้ปวด ทุกอย่างถูกจัดเตรียมอย่างเป็นระเบียบเกินกว่าจะเป็นของที่บังเอิญพบในเรือสินค้า

"บาดแผลตรงสีข้างของนายลึกเกือบสองเซนติเมตร ถ้าไม่เย็บ ภายในหนึ่งชั่วโมงนายจะเสียเลือดจนเดินไม่ไหว"

"เธอรู้เรื่องแผลด้วยหรือ"

"ฉันเห็นนายหมดสติข้างตู้สินค้า เห็นเรือถูกเจ้าหน้าที่สกัด และเห็นนายถูกจับกลับไป"

ธันวาหัวเราะในลำคออย่างไร้อารมณ์

"ตอนนี้ทุกคนเห็นอนาคตกันหมดแล้วหรือไง"

"ไม่ ทุกคนเห็นนิมิตเดียวที่มีใครบางคนเลือกให้เห็น แต่ฉันเห็นสิ่งอื่น"

พิมพ์ชนกเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอสั่นเล็กน้อยเป็นครั้งแรก

"ฉันเห็นอนาคตที่ยังเปลี่ยนแปลงได้"

เสียงเครื่องยนต์ของเรือยังดังต่อเนื่อง แต่ธันวากลับรู้สึกราวกับทุกสิ่งรอบตัวเงียบลง เขาจ้องหญิงสาวตรงหน้า พยายามค้นหาร่องรอยของคำโกหก ทว่าพิมพ์ชนกไม่ได้หลบสายตา เธอเพียงหยิบถุงมือแพทย์ออกมาสวมอย่างใจเย็น

"ถ้านายไม่เชื่อ อีกสี่วินาทีจะมีเสียงโลหะตกจากชั้นบน"

ธันวาไม่ตอบ หนึ่งวินาทีผ่านไป สองวินาที สามวินาที เมื่อถึงวินาทีที่สี่ เสียงเหล็กกระทบพื้นก็ดังมาจากดาดฟ้าด้านบน ตามด้วยเสียงลูกเรือสบถอย่างตกใจ ธันวาหันไปมองเพดาน ก่อนกลับมาจ้องพิมพ์ชนกอีกครั้ง

"เธออาจวางแผนไว้"

"อีกเจ็ดวินาที ไฟเหนือศีรษะนายจะดับ"

ธันวาเงยหน้าขึ้นโดยไม่ตั้งใจ เจ็ดวินาทีต่อมา หลอดไฟสีส้มกะพริบสองครั้งก่อนดับสนิท บริเวณรอบตัวตกอยู่ในความมืด มีเพียงแสงจันทร์จากช่องระหว่างตู้สินค้าส่องเข้ามา พิมพ์ชนกหยิบไฟฉายขนาดเล็กขึ้นมาเปิด ราวกับรู้ล่วงหน้าว่าต้องใช้มันเมื่อใด

"พอหรือยัง"

"ทำไมเธอถึงเห็นได้"

"ถ้าฉันรู้ ฉันคงไม่ต้องหนีมาตลอดห้าปี"

คำตอบนั้นไม่เหมือนคำอธิบาย แต่ธันวาสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ภายในน้ำเสียงของเธอ เขาค่อย ๆ ลดมือลง เงาสีดำหดกลับเข้าใต้ผิวหนัง แม้ยังไม่ไว้ใจ แต่เขารู้ว่าตนไม่มีทางเลือกมากนัก หากหญิงสาวต้องการฆ่า เธอคงแจ้งตำแหน่งให้เจ้าหน้าที่ตั้งแต่แรก ไม่จำเป็นต้องมายืนเสี่ยงอยู่ใกล้เขาเช่นนี้

"เย็บแผลให้ฉัน"

พิมพ์ชนกขยับเข้ามาใกล้ เธอใช้กรรไกรตัดเสื้อบริเวณบาดแผลออก ก่อนทำความสะอาดเลือดอย่างคล่องแคล่ว ธันวากัดฟันเมื่อยาฆ่าเชื้อสัมผัสเนื้อสด แต่ไม่ส่งเสียงร้อง พิมพ์ชนกมองแผลเพียงครู่เดียวแล้วเริ่มเย็บ มือของเธอนิ่งราวกับผ่านการฝึกมาอย่างดี

"เธอเป็นหมอหรือ"

"เคยเรียนแพทย์สามปี"

"แล้วทำไมเลิก"

"เพราะฉันเห็นอาจารย์ที่ปรึกษาตายล่วงหน้าหนึ่งวัน ฉันพยายามช่วยเขา แต่การเตือนของฉันทำให้เขาเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน และไปตายในสถานที่ที่ไม่ควรอยู่"

เข็มในมือของเธอหยุดไปชั่วครู่ ก่อนเคลื่อนไหวต่อ

"หลังจากนั้นฉันก็รู้ว่าการเห็นอนาคตไม่ได้แปลว่าจะช่วยใครได้เสมอไป บางครั้งยิ่งพยายามหลีกเลี่ยง มันยิ่งเกิดเร็วขึ้น"

ธันวานึกถึงนิมิตของคนทั้งโลกทันที ทุกคนกำลังพยายามฆ่าเขาเพื่อป้องกันราชาปีศาจ แต่ทุกการไล่ล่า ทุกความสูญเสีย และทุกกระสุนที่ยิงใส่ กลับผลักเขาเข้าใกล้ชายในภาพมากขึ้นเรื่อย ๆ

"เธอเห็นอนาคตไกลแค่ไหน"

"ไม่แน่นอน บางครั้งไม่กี่วินาที บางครั้งหลายวัน บางครั้งเป็นปี แต่ยิ่งไกล ภาพยิ่งแตกเป็นเสี่ยง และมีความเป็นไปได้มากเกินกว่าจะรู้ว่าเส้นไหนจะเกิดจริง"

"แล้วนิมิตของคนทั้งโลกล่ะ เธอเห็นหรือเปล่า"

พิมพ์ชนกผูกปมด้าย ก่อนเงยหน้ามองเขา

"เห็น"

"ฉันเป็นคนทำลายโลกจริงไหม"

เธอไม่ตอบทันที สีหน้าที่เคยสงบนิ่งกลับเคร่งเครียดขึ้น พิมพ์ชนกเก็บเข็มใส่กล่อง แล้วใช้ผ้าก๊อซปิดบาดแผลอย่างช้า ๆ

"ในภาพที่ทุกคนเห็น นายยืนอยู่เหนือซากเมือง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในเส้นเวลาหนึ่ง"

"ฉันถามว่าฉันเป็นคนทำหรือเปล่า"

"ฉันไม่รู้"

"เธอบอกว่าเห็นอนาคตอื่น"

"ฉันเห็นเศษเสี้ยว ไม่ได้เห็นทุกสิ่ง ฉันเคยเห็นนายฆ่าคนหลายพันคน และเคยเห็นนายตายเพื่อช่วยคนทั้งเมือง ฉันเคยเห็นนายทำลายกองทัพ และเคยเห็นนายยืนอยู่คนเดียวเพื่อหยุดบางสิ่งที่ใหญ่กว่ากองทัพทั้งหมด ฉันยังเห็นโลกพังทลายทั้งในอนาคตที่นายมีชีวิต และอนาคตที่นายตายไปแล้ว"

ธันวากำหมัดแน่น

"งั้นการฆ่าฉันก็ไม่ได้ช่วยอะไร"

"อาจช่วยในบางเส้นเวลา และทำให้ทุกอย่างเลวร้ายกว่าเดิมในบางเส้นเวลา"

"แล้วเธอมาช่วยฉันทำไม"

พิมพ์ชนกปิดกล่องปฐมพยาบาล เสียงพลาสติกกระทบกันดังแผ่วเบา

"เพราะทุกอนาคตที่ฉันเห็นในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา มีจุดร่วมเหมือนกันอย่างหนึ่ง"

"อะไร"

"มีใครบางคนกำลังบังคับให้เหตุการณ์ทั้งหมดเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน"

ธันวาจ้องเธอโดยไม่กะพริบตา

"คนที่ส่งนิมิตหรือ"

"ฉันคิดว่าใช่"

"เขาเป็นใคร"

"ฉันยังไม่เห็นใบหน้า เห็นเพียงห้องที่ไม่มีหน้าต่าง เห็นจอจำนวนมาก และเห็นแผนผังที่เต็มไปด้วยเส้นเวลา เขารู้ว่านายจะเลือกอะไร รู้ว่ารัฐบาลจะตอบสนองอย่างไร และรู้ว่าความกลัวของผู้คนจะเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังตอนไหน ทุกเหตุการณ์ที่ดูเหมือนบังเอิญถูกวางไว้เพื่อให้นายสูญเสียสิ่งสำคัญทีละอย่าง"

ลมหายใจของธันวาหนักขึ้นเมื่อได้ยินคำว่าสูญเสีย เขานึกถึงบ้านที่ถูกเผา เพื่อนบ้านที่หันมาโจมตี กฤตภาสที่อาจกำลังถูกคุมขัง และแม่ที่เขาเชื่อว่าถูกนำตัวไปยังสถานที่ลับ

"แม่ฉันอยู่ที่ไหน"

พิมพ์ชนกหลบสายตาเป็นครั้งแรก

"ตอนนี้ยังปลอดภัย"

"รัฐบาลจับตัวแม่ฉันไปแล้ว"

"คนที่ถูกนำตัวขึ้นรถในคืนนั้นไม่ใช่แม่ของนาย"

ธันวาชะงัก ดวงตาเบิกกว้าง ความมืดที่สงบลงเริ่มไหลกลับมาบนข้อมือ

"เธอพูดอะไร"

"เจ้าหน้าที่ไปถึงบ้านก่อนที่ข่าวจะออกไม่ถึงสิบนาที แต่มีคนพาแม่นายออกไปทางประตูหลัง ร่างที่ถูกคลุมผ้าและนำขึ้นรถเป็นเจ้าหน้าที่หญิงซึ่งถูกใช้สร้างภาพให้คนเฝ้าดูเชื่อว่าการควบคุมตัวสำเร็จ"

"ใครพาแม่ฉันไป"

"ฉันไม่รู้ชื่อ เห็นเพียงผู้ชายสวมหมวกสีขาว มีรอยแผลเป็นที่มือขวา เขาพาเธอไปซ่อนในบ้านพักนอกเมือง"

ธันวาคว้าข้อมือพิมพ์ชนกทันที เงาสีดำพุ่งออกมาพันรอบแขนของเธอ ไฟฉายในมือหล่นกระแทกพื้น แต่หญิงสาวไม่ร้อง เธอเพียงมองเขาด้วยสายตานิ่งสงบ แม้ใบหน้าจะเริ่มซีดกว่าเดิม

"พาฉันไปหาแม่"

"ตอนนี้ไม่ได้"

"ทำไม"

"เพราะเส้นทางทุกสายที่นายไปหาเธอคืนนี้ จบลงด้วยการที่เจ้าหน้าที่ตามเจอ"

"ฉันไม่สน"

"แต่นายควรสน เพราะถ้านายไป แม่ของนายจะตาย"

คำพูดนั้นหยุดพลังของธันวาได้ทันที เขาคลายมือออก พิมพ์ชนกลูบข้อมือตัวเองซึ่งมีรอยดำคล้ายรอยไหม้ปรากฏอยู่ เธอไม่ตำหนิเขา เพียงก้มเก็บไฟฉายขึ้นมา

"ขอโทษ"

ธันวาพูดเบาจนแทบไม่ได้ยิน

"ฉันรู้ว่านายไม่ได้ตั้งใจ"

"เธอรู้จากอนาคตหรือ"

"ไม่ ฉันดูจากสีหน้านาย"

ก่อนที่ธันวาจะถามต่อ เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ก็ดังขึ้นจากระยะไกล พิมพ์ชนกหันไปทางต้นเสียงทันที สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เธอปิดไฟฉาย เก็บกล่องปฐมพยาบาล แล้วลุกขึ้นยืน

"พวกเขาเจอเรือแล้ว"

"เธอบอกว่าเรือลำนี้จะพาฉันออกจากเมือง"

"มันพาออกมาแล้ว แต่ไม่ได้แปลว่าจะพาไปถึงที่หมาย"

แสงค้นหาจากเฮลิคอปเตอร์กวาดผ่านผิวน้ำด้านหลังเรือ เสียงประกาศเตือนดังแว่วมาตามลม อีกไม่นานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้เรือหยุดตรวจค้น พิมพ์ชนกเดินนำธันวาไปทางท้ายเรือ เธอเคลื่อนไหวอย่างมั่นใจราวกับจดจำเส้นทางทั้งหมดไว้แล้ว ทั้งสองลอดผ่านช่องแคบระหว่างตู้สินค้า ก่อนลงบันไดเหล็กไปยังชั้นล่าง ที่นั่นมีประตูเล็กซ่อนอยู่หลังผ้าใบ เมื่อเปิดออก ธันวาเห็นเรือยนต์ขนาดเล็กถูกผูกติดข้างลำเรือใหญ่

"เธอเตรียมไว้หรือ"

"ฉันขโมยมา"

"เธอพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา"

"ช่วงสองปีที่ผ่านมา ฉันเคยถูกจับเพราะขโมยรถสามครั้ง ขโมยเรือสองครั้ง และบุกรุกสถานที่ราชการอีกหกครั้ง เรื่องนี้ถือว่าธรรมดาแล้ว"

พิมพ์ชนกกระโดดลงไปในเรือเล็ก ก่อนใช้มีดตัดเชือก ธันวาตามลงไปอย่างระมัดระวัง บาดแผลที่เพิ่งเย็บตึงจนเจ็บแปลบ เธอสตาร์ตเครื่องยนต์ในจังหวะเดียวกับที่แสงค้นหากวาดผ่านตู้สินค้าด้านบน เรือเล็กหลุดออกจากเงาของเรือขนส่งและแล่นเข้าหาฝั่งที่เต็มไปด้วยต้นกกสูง เสียงจากวิทยุสื่อสารของเจ้าหน้าที่ดังไล่หลัง มีคำสั่งให้เรือใหญ่ลดความเร็วและเตรียมรับการตรวจค้น แต่ไม่มีใครเห็นเรือเล็กที่ซ่อนอยู่ใต้เงามืด พิมพ์ชนกบังคับพวงมาลัยอย่างชำนาญ เธอปิดไฟทั้งหมดและอาศัยเพียงแสงจันทร์นำทาง เรือแล่นผ่านร่องน้ำแคบจนเสียงเฮลิคอปเตอร์ค่อย ๆ ห่างออกไป ธันวานั่งมองแผ่นหลังของเธอด้วยความสงสัย ผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัวพร้อมคำตอบที่เขาตามหา แต่ทุกคำตอบกลับสร้างคำถามใหม่มากกว่าเดิม เธอรู้เรื่องพลังของเขา รู้เรื่องเส้นเวลา รู้ว่าแม่ยังมีชีวิต และดูเหมือนจะรู้ว่าอันตรายจะมาถึงเมื่อใด ทว่าไม่มีเหตุผลใดรับรองว่าเธอกำลังพูดความจริงทั้งหมด

"พิมพ์ชนก"

"อะไร"

"เธอเห็นว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่หรือเปล่า"

มือของเธอบนพวงมาลัยแข็งขึ้นเล็กน้อย

"เคยเห็นหลายครั้ง"

"ครั้งไหนเป็นเรื่องจริง"

"ฉันยังมีชีวิตอยู่ ก็แปลว่ายังไม่มีครั้งไหนจริง"

"แล้วอนาคตที่เธอมากับฉันล่ะ เห็นจุดจบไหม"

พิมพ์ชนกเงียบไปนาน เรือแล่นลึกเข้าไปในลำน้ำสาขา สองฝั่งมืดสนิท ไม่มีบ้าน ไม่มีถนน และไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ มีเพียงเสียงแมลงกับน้ำที่ถูกหัวเรือแหวกออก

"ฉันเห็นตัวเองยืนข้างนายในเมืองที่กำลังไหม้"

"ในฐานะอะไร"

"ฉันไม่รู้"

"ศัตรูหรือพวกเดียวกัน"

"ฉันก็ไม่รู้"

"แล้วทำไมยังเลือกมาช่วย"

พิมพ์ชนกหันกลับมามองเขา ดวงตาของเธอสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายหม่น

"เพราะฉันเห็นอนาคตมากพอจะรู้ว่าไม่มีเส้นทางไหนปลอดภัย แต่ยังมีเส้นทางหนึ่งที่โลกอาจรอด และเส้นทางนั้นต้องมีนายอยู่"

ทันใดนั้นเธอก็หักพวงมาลัยไปทางซ้ายอย่างแรง ธันวาเกือบตกจากที่นั่ง วินาทีต่อมาเสียงปืนดังจากฝั่ง กระสุนพุ่งผ่านตำแหน่งที่ศีรษะของพิมพ์ชนกเคยอยู่ เรืออีกลำซ่อนอยู่หลังแนวต้นกก ไฟหน้าสว่างขึ้นพร้อมชายติดอาวุธสี่คนที่ยกปืนเล็งมา พวกเขาไม่ได้สวมเครื่องแบบ แต่สัญลักษณ์รูปดวงตาสีแดงบนเสื้อเกราะบอกชัดว่าเป็นนักล่าค่าหัวกลุ่มเดียวกับที่เคยบุกสถานีรถไฟ

"หมอบ"

พิมพ์ชนกตะโกนพร้อมเร่งเครื่องจนสุด กระสุนยิงไล่หลัง กระแทกตัวเรือและผิวน้ำเป็นทางยาว ธันวายกมือขึ้น ความมืดพุ่งออกไปเป็นกำแพงปกคลุมด้านหลังเรือ กระสุนทั้งหมดถูกกลืนหายเข้าไปในเงาดำ แต่ทุกครั้งที่พลังรับแรงกระแทก ความเจ็บปวดก็แล่นกลับเข้าร่างเขาเหมือนถูกยิงจริง พิมพ์ชนกพาเรือเลี้ยวเข้าไปในร่องน้ำที่แคบกว่าเดิม ฝั่งตรงข้ามเต็มไปด้วยรากไม้และกิ่งไม้ต่ำ นักล่าค่าหัวตามมาได้ยากขึ้น แต่ยังไม่ยอมถอย ธันวาพยายามใช้พลังยึดเครื่องยนต์ของเรือศัตรู ทว่าพิมพ์ชนกกลับตะโกนห้าม

"อย่าทำลายเครื่องยนต์"

"ถ้าไม่ทำ พวกมันตามทันแน่"

"ในเรือมีถังเชื้อเพลิงรั่ว ถ้านายบีบเครื่องยนต์ มันจะระเบิดและฆ่าคนบนฝั่งด้วย"

ธันวาเปลี่ยนทิศทางพลังในวินาทีสุดท้าย เงาสีดำพุ่งไปรัดกิ่งไม้ใหญ่เหนือร่องน้ำ เขากระชากมันลงมาขวางทาง เรือของนักล่าค่าหัวหักหลบอย่างกะทันหัน ก่อนชนเข้ากับตลิ่ง เสียงคนร้องดังขึ้นแต่ไม่มีการระเบิด พิมพ์ชนกไม่หันกลับไปมอง เธอขับต่อจนแน่ใจว่าไม่มีใครตามมา จากนั้นจึงลดความเร็วลง

"นายควบคุมพลังได้ดีกว่าที่ฉันเห็น"

"ฉันเพิ่งเรียนรู้"

"อย่าไว้ใจมันมากเกินไป"

"เธอเห็นอะไร"

"เห็นวันที่มันเริ่มควบคุมนาย"

ธันวาก้มมองแขนตัวเอง รอยเส้นสีดำยังคงเต้นอยู่ใต้ผิวหนังเหมือนมีชีวิต

"วันไหน"

"ฉันไม่แน่ใจ วันที่เปลี่ยนไปทุกครั้งที่นายใช้พลัง"

"งั้นฉันจะไม่ใช้"

"นายทำไม่ได้"

พิมพ์ชนกพูดทันทีโดยไม่ต้องคิด

"ตั้งแต่วินาทีที่โลกเห็นนิมิต ทุกคนก็เริ่มบังคับให้นายต้องใช้มัน ยิ่งนายหนี พวกเขายิ่งส่งคนมากขึ้น ยิ่งนายพยายามไม่ฆ่า พวกเขายิ่งใช้อาวุธรุนแรงกว่าเดิม จนวันหนึ่งนายจะต้องเลือกระหว่างใช้พลังเต็มที่กับปล่อยให้คนสำคัญตาย"

คำพูดนั้นทำให้ธันวานึกถึงแม่อีกครั้ง

"เราจะไปหาแม่ฉันเมื่อไหร่"

พิมพ์ชนกไม่ได้ตอบ เธอมองไปข้างหน้า ร่องน้ำแคบเริ่มเปิดออกสู่บึงกว้าง มีบ้านไม้ร้างตั้งอยู่กลางน้ำเพียงหลังเดียว แสงตะเกียงส่องอยู่ตรงระเบียง ราวกับมีใครกำลังรอพวกเขา

"ที่นี่ปลอดภัยถึงเช้า"

"ฉันถามว่าเราจะไปหาแม่เมื่อไหร่"

พิมพ์ชนกดับเครื่องยนต์ ปล่อยให้เรือลอยเข้าหาบ้านอย่างช้า ๆ ใบหน้าของเธอซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเม็ดเล็กปรากฏบนหน้าผาก ดวงตาเหม่อลอยเหมือนกำลังมองสิ่งที่ไม่มีอยู่ตรงหน้า ธันวาจำสีหน้าเช่นนี้ได้ มันคืออาการของคนที่กำลังเห็นบางอย่าง

"พิมพ์ชนก"

เธอไม่ตอบ ลมหายใจถี่ขึ้น มือกำขอบเรือแน่น ภาพจำนวนมากกำลังไหลผ่านดวงตาของเธอ ในภาพหนึ่ง บ้านพักนอกเมืองถูกล้อมด้วยรถทหาร ในอีกภาพ ชายสวมหมวกสีขาวนอนจมกองเลือด ในอีกภาพ หญิงวัยกลางคนถูกลากขึ้นรถทั้งที่ยังต่อสู้ และในภาพสุดท้าย ธันวายืนอยู่กลางถนนโดยมีพลังสีดำสูงเสียดฟ้า ผู้คนรอบตัวล้มลงทีละคน เสียงกรีดร้องผสมกับเสียงหัวเราะของใครบางคนที่ซ่อนอยู่หลังม่านแห่งอนาคต พิมพ์ชนกสะดุ้งและกลับมารับรู้ปัจจุบันอีกครั้ง เธอหันมามองธันวาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

"เกิดอะไรขึ้น"

ธันวาถาม

พิมพ์ชนกเม้มริมฝีปาก ราวกับกำลังชั่งใจว่าควรพูดความจริงออกไปหรือไม่ แต่เธอรู้ดีว่าการปิดบังจะทำให้เส้นเวลาเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม หญิงสาวจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนกล่าวถ้อยคำที่จะเปลี่ยนเส้นทางหลบหนีของธันวาไปตลอดกาล

"อีกเจ็ดวัน แม่นายจะถูกจับ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผัง

    ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตู

    ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิป

    ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 119 ประตูภาชนะ

    ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 118 เกาะอรุณ

    ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด

  • คนทั้งโลกเห็นอนาคตของผม   ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคต

    ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status