LOGINตอนที่ 111 : องค์ชายที่ถูกเลือก
หลังจากจ้าวจิ้งสิ้นใจภายในจวนเซียว คำพูดสุดท้ายของเขากลายเป็นเงาที่ปกคลุมทุกคนอยู่ตลอดทั้งคืน
"ผู้ที่พวกเราจะยกขึ้นครองบัลลังก์อยู่ใกล้พระชายากว่าที่ท่านคิด"
ประโยคเดียวกลับทำให้ทุกคนไม่อาจหลับตา
เพราะหากเป็นคนที่อยู่ใกล้เฉินเยว่จริง เช่นนั้นรายชื่อผู้ต้องสงสัยก็ไม่ได้มีมากนัก
และชื่อที่ปรากฏขึ้นในความคิดของทุกคนก็คือคนเดียวกัน
องค์ชายสาม หลี่เซวียน
ชายผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยน
ชายผู้ไม่เคยแสดงความทะเยอทะยานออกมา
ชายผู้ที่ประชาชนมากมายชื่นชมว่าเป็นองค์ชายที่แตกต่างจากเหล่าราชวงศ์คนอื่น
แต่ในสายตาของเซียวจิ่งเหยียน ความอ่อนโยนบางครั้งก็เป็นเพียงหน้ากากที่สมบูรณ์แบบที่สุด
ภายในห้องบัญชาการของจวนเซียว แผนที่ราชสำนักและรายงานข่าวจำนวนมากถูกวางอยู่บนโต๊ะ เซียวจิ่งเหยียนยืนอ่านเอกสารอย่างเงียบงัน ขณะที่เฉินเยว่นั่งอยู่ตรงข้าม กำลังวิเคราะห์ข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมา
นางไม่ได้รีบร้อนสรุป
เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา นางรอดมาได้เพราะไม่เชื่อสิ่งที่เห็นเพียงด้านเดียว
"ท่านคิดว่าเป็นเขา"
เฉินเยว่ถามขึ้น
เซียวจิ่งเหยียนไม่ได้ปฏิเสธ
"หลักฐานทั้งหมดกำลังชี้ไปที่เขา"
"องค์กรนกสามขาต้องการจักรพรรดิองค์ใหม่"
"หลี่เซวียนมีฐานะเหมาะสมที่สุด"
"เขาได้รับการสนับสนุนจากขุนนางจำนวนมาก"
"และที่สำคัญ เขาอยู่ใกล้เจ้า"
เฉินเยว่เงียบไปครู่หนึ่ง
นางยอมรับว่าหลี่เซวียนน่าสงสัย
แต่ความสงสัยไม่ใช่หลักฐาน
"แต่เรายังไม่มีหลักฐานว่าเขาเป็นสมาชิกองค์กร"
เซียวจิ่งเหยียนมองนาง
"เจ้ายังเชื่อใจเขา?"
เฉินเยว่ส่ายหน้า
"ไม่"
"แต่ข้าก็ไม่ตัดสินคนจากความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว"
คำตอบของนางทำให้เซียวจิ่งเหยียนนิ่งไป
เขารู้ว่าเฉินเยว่ไม่ได้เข้าข้างหลี่เซวียน
นางเพียงต้องการความจริง
ไม่ใช่คำตัดสินที่เกิดจากความรู้สึก
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขารักและกังวลเกี่ยวกับนางในเวลาเดียวกัน
นางฉลาดเกินกว่าจะปล่อยให้ความแค้นนำทาง
แต่ก็กล้าพอที่จะเดินเข้าไปหาอันตรายด้วยตัวเอง
"ข้าจะไปพบเขา"
เฉินเยว่กล่าว
ทันทีที่คำพูดนั้นออกมา สีหน้าของเซียวจิ่งเหยียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
"ไม่ได้"
เฉินเยว่เลิกคิ้ว
"เหตุใด"
"เพราะมันอันตราย"
"ข้าเคยพบเขาหลายครั้ง"
"ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม"
น้ำเสียงของเซียวจิ่งเหยียนจริงจัง
"ตอนนี้เรารู้แล้วว่าอาจมีคนในราชสำนักต้องการผลักดันเขาขึ้นบัลลังก์"
"ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าเข้าไปหาเขาคนเดียว"
เฉินเยว่มองเขานิ่ง
นางได้ยินความกังวลในน้ำเสียงนั้น
แต่ก็ได้ยินอีกสิ่งหนึ่ง
ความระแวง
"ท่านไม่ได้กลัวเพียงว่าเขาจะทำร้ายข้า"
เซียวจิ่งเหยียนเงียบ
เฉินเยว่กล่าวต่อ
"ท่านกลัวว่าเขาจะพูดบางอย่างกับข้า"
"หรือทำให้ข้าเห็นบางสิ่งที่ท่านไม่ต้องการให้เห็น"
ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
"เฉินเยว่"
"นี่ไม่ใช่เรื่องหึงหวง"
"ข้ารู้"
นางตอบทันที
"ข้ารู้ว่านี่ไม่ใช่เพราะท่านไม่พอใจที่องค์ชายสามเข้าใกล้ข้า"
"แต่มันคือความระแวง"
"และความระแวงของท่านกำลังทำให้ท่านลืมว่า ข้าไม่ใช่คนที่ถูกหลอกง่าย"
คำพูดนั้นทำให้เซียวจิ่งเหยียนเงียบ
เพราะเขารู้ว่านางพูดถูก
เฉินเยว่ไม่ใช่สตรีที่ต้องรอให้เขาปกป้อง
นางเป็นคนที่สามารถเดินเข้าสู่กับดัก และหาทางออกมาได้ด้วยตัวเอง
แต่ถึงอย่างนั้น...
เขาก็ยังไม่อยากเห็นนางเสี่ยง
"ข้าไม่ได้กลัวว่าเจ้าจะรับมือเขาไม่ได้"
เขากล่าวเสียงต่ำ
"ข้ากลัวว่าเจ้าจะต้องเจ็บอีก"
คำพูดนั้นทำให้เฉินเยว่ชะงัก
เพราะมันไม่ใช่คำพูดของเซียวหลิงอ๋อง
ไม่ใช่คำพูดของแม่ทัพผู้เย็นชา
แต่มันคือคำพูดของสามีคนหนึ่ง
ที่กลัวว่าสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตจะถูกพรากไปอีกครั้ง
หลังจากหารือกัน สุดท้ายเฉินเยว่กับเซียวจิ่งเหยียนตัดสินใจพบหลี่เซวียนพร้อมกัน
พวกเขาไม่ได้ไปในฐานะผู้กล่าวหา
แต่ไปในฐานะคนที่ต้องการคำตอบ
ตำหนักองค์ชายสามยังคงสงบเช่นเดิม
หลี่เซวียนต้อนรับทั้งสองด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
แต่เมื่อเห็นสีหน้าของเซียวจิ่งเหยียน เขาก็รู้ทันทีว่าการมาครั้งนี้ไม่ใช่การเยี่ยมเยียนธรรมดา
"ดูเหมือนวันนี้ท่านอ๋องไม่ได้มาเพื่อดื่มชา"
หลี่เซวียนกล่าว
เซียวจิ่งเหยียนนั่งลง
"ข้าต้องการถามบางอย่าง"
"เกี่ยวกับองค์กรนกสามขา?"
รอยยิ้มของหลี่เซวียนจางลงเล็กน้อย
แต่เขาไม่ได้ตกใจ
เฉินเยว่สังเกตเห็น
ชายคนนี้ควบคุมสีหน้าได้ดีเกินไป
"ท่านรู้จักองค์กรนี้"
เซียวจิ่งเหยียนถาม
หลี่เซวียนถอนหายใจ
"ข้ารู้ว่ามีกลุ่มคนบางกลุ่มเคลื่อนไหวอยู่"
"แต่ข้าไม่รู้รายละเอียด"
"หลายปีที่ผ่านมา มีขุนนางจำนวนไม่น้อยเข้าหาข้า"
"พวกเขาบอกว่าข้าเหมาะสมจะเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์"
คำตอบนั้นตรงเกินคาด
เฉินเยว่ถาม
"ท่านปฏิเสธหรือไม่"
หลี่เซวียนยิ้มบาง
"องค์หญิงเฉินเยว่"
"หากข้าบอกว่าข้าไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลย ท่านจะเชื่อหรือ"
นางไม่ตอบ
เพราะคำตอบคือไม่
ไม่มีองค์ชายคนใดในราชวงศ์ที่ไม่เคยคิดถึงบัลลังก์
หลี่เซวียนมองออกไปนอกหน้าต่าง
"ข้าเกิดมาในราชวงศ์"
"ตั้งแต่เกิด ทุกคนบอกข้าว่าข้าควรมีความทะเยอทะยาน"
"หากวันหนึ่งข้ามีโอกาสเปลี่ยนราชสำนัก"
เขาหยุดเล็กน้อย
ก่อนกล่าวต่อ
"ข้าอาจไม่ปฏิเสธ"
บรรยากาศเงียบลง
เขาไม่ได้ปฏิเสธความต้องการอำนาจ
แต่เขาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เขายิ่งน่าสงสัย
เฉินเยว่ถาม
"ท่านเคยพบผู้ถือมังกรสามกรงเล็บหรือไม่"
หลี่เซวียนส่ายหน้า
"ไม่"
"แต่ข้าเชื่อว่าเขาเคยจับตามองข้า"
เซียวจิ่งเหยียนมองเขา
"เหตุใด"
"เพราะข้าไม่ใช่คนแรกที่พวกเขาเลือก"
คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบ
หลี่เซวียนมองเซียวจิ่งเหยียน
"คนแรกคือท่าน"
แววตาของเซียวจิ่งเหยียนเย็นลง
"เจ้ารู้มากกว่าที่พูด"
หลี่เซวียนยิ้มเศร้า
"บางครั้งการรู้มากเกินไปก็ไม่ได้เป็นเรื่องดี"
ก่อนทั้งสองจะกลับ หลี่เซวียนเรียกเฉินเยว่ไว้
เซียวจิ่งเหยียนหันกลับทันที
แต่หลี่เซวียนเพียงหยิบกล่องไม้เล็กๆ ออกมา
"ข้ามีสิ่งหนึ่งที่ควรมอบให้ท่าน"
เขายื่นมันให้เฉินเยว่
"นี่เป็นของที่มารดาข้าทิ้งไว้"
เฉินเยว่รับมาอย่างระมัดระวัง
"เกี่ยวข้องกับข้า?"
หลี่เซวียนพยักหน้า
"มารดาข้าเคยบอกว่า หากวันหนึ่งตรามังกรสามกรงเล็บปรากฏขึ้นอีก"
"ให้มอบสิ่งนี้แก่คนที่กำลังตามหาความจริง"
ภายในกล่องคือจดหมายเก่า
กระดาษเหลืองตามกาลเวลา
แต่ตราประทับยังสมบูรณ์
เฉินเยว่เปิดอ่าน
ข้อความด้านในไม่ได้เขียนด้วยตัวอักษรทั่วไป
แต่มันเป็นรหัสเฉพาะของราชวงศ์
รหัสที่ใช้บันทึกความลับระดับสูง
นางอ่านเพียงไม่กี่บรรทัดก็พบชื่อหนึ่ง
แต่ชื่อนั้นถูกเขียนด้วยสัญลักษณ์ที่ไม่สามารถถอดความได้
หลี่เซวียนกล่าวเสียงต่ำ
"ต้องใช้ตราของจักรพรรดิ"
"เท่านั้นจึงจะเปิดรหัสนี้ได้"
เฉินเยว่กำจดหมายแน่น
เพราะนั่นหมายความว่า...
ความจริงเกี่ยวกับผู้ถือมังกรสามกรงเล็บ
ไม่ได้อยู่ไกลจากราชสำนัก
แต่มันถูกซ่อนอยู่ในบันทึกที่มีเพียงจักรพรรดิเท่านั้นที่เข้าถึงได้
และในค่ำคืนนี้
คำถามใหม่ก็ปรากฏขึ้น
หากผู้ถือมังกรสามกรงเล็บกำลังสร้างจักรพรรดิองค์ใหม่...
แล้วจักรพรรดิองค์ปัจจุบันรู้เรื่องนี้หรือไม่
หรือแท้จริงแล้ว...
ผู้ที่อยู่บนบัลลังก์ในเวลานี้
ตอนที่ 122 ห้องที่ไม่มีอยู่ในแผนผังแรงสั่นสะเทือนจากส่วนลึกของเกาะอรุณรุนแรงขึ้นทันทีหลังเสียงจากอีกมิติถามว่าธันวาจะยังเลือกเป็นมนุษย์ได้หรือไม่ หลอดไฟทั่วห้องทดลองดับลงพร้อมกัน ก่อนแสงฉุกเฉินสีแดงจะสว่างขึ้นแทน เสียงเตือนดังซ้ำอย่างต่อเนื่อง ประตูทางออกทุกบานเลื่อนปิด ระบบสื่อสารถูกตัดขาด และแคปซูลซึ่งเคยเก็บตัวทดลองรุ่นก่อนเริ่มทำงานขึ้นมาเอง ของเหลวสีดำไหลวนอยู่ภายในทั้งที่หลายแคปซูลว่างเปล่ามานานหลายสิบปี ราวกับพลังจากอีกมิติกำลังพยายามปลุกบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ธันวารู้สึกเจ็บแปลบกลางหน้าอก ความร้อนแผ่จากแก่นอนันต์ไปทั่วร่าง เส้นพลังสีดำปรากฏใต้ผิวหนังตั้งแต่ข้อมือจนถึงลำคอ เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง มือกดพื้นเอาไว้แน่น ขณะที่เสียงนับไม่ถ้วนแทรกเข้ามาในศีรษะ เสียงเหล่านั้นไม่ได้ตะโกนหรือข่มขู่ แต่กระซิบด้วยถ้อยคำซ้ำเดิมอย่างช้า ๆ"เปิดประตู"ธันวากัดฟัน เขาพยายามลุกขึ้น แต่ทันทีที่ขยับ ความทรงจำบางอย่างในหัวกลับเลือนหาย เขาเห็นภาพท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยนิมิต เห็นผู้คนจำนวนมากมองเขาด้วยความหวาดกลัว แต่ไม่สามารถนึกออกได้ว่าภาพนั้นเกิดขึ้นเมื่อใด เขาพยายามนึกถึงวันที่ได้พ
ตอนที่ 121 มนุษย์ที่กลายเป็นประตูหลังจากบันทึกของศาสตราจารย์อธิปจบลง ห้องทดลองใต้เกาะอรุณก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครพูดอะไร เพราะสิ่งที่พวกเขาได้รับรู้ไม่ใช่เพียงความลับของโครงการภาชนะเทวะ แต่มันคือความจริงเกี่ยวกับการมีอยู่ของธันวาเองเขาไม่ได้เป็นอาวุธเขาไม่ได้เป็นสิ่งทดลองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำลายแต่เขาคือผลลัพธ์ของความพยายามครั้งสุดท้ายของมนุษย์ในการสร้างสิ่งที่สามารถเชื่อมต่อกับพลังจากอีกมิติพลังที่มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถรับได้พลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงและพลังที่กำลังทำให้รอยแยกบนท้องฟ้าเปิดออกมากขึ้นทุกขณะ
ตอนที่ 120 ศาสตราจารย์อธิปภายในห้องลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบปกคลุมทุกสิ่งหลังจากประตูภาชนะเปิดออก ไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าหนักเกินกว่าจะยอมรับได้ ภายในห้องขนาดมหึมานั้นเต็มไปด้วยแคปซูลทดลองจำนวนมาก บางแคปซูลว่างเปล่า บางแคปซูลมีร่องรอยความเสียหาย และบางแคปซูลยังคงมีสิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์หลับใหลอยู่ภายในธันวายืนอยู่ตรงกลางห้อง มองภาพเหล่านั้นด้วยสายตาที่สั่นไหว เขาเคยคิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนที่ได้รับพลังพิเศษจากการทดลอง แต่ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ความจริงอาจลึกกว่านั้นเขาไม่ได้ถูกมอบพลังเขาถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับมันคำว่า ภาชนะ ที่สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติเรียกเขา ไม่ใช่คำดูถูก
ตอนที่ 119 ประตูภาชนะภายในส่วนลึกที่สุดของเกาะอรุณ ความเงียบกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าเสียงเตือนภัยที่ดังขึ้นทั่วทั้งฐาน หลังจากระบบของสถาบันอรุณตรวจพบการมาถึงของธันวา ประตูและทางเดินจำนวนมากที่ถูกปิดตายมานานหลายสิบปีเริ่มเปิดออกทีละส่วน ราวกับสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันคนภายนอกเข้ามา แต่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรอวันที่ใครบางคนจะกลับมาและคนคนนั้นคือธันวาทีมของเขาเดินลึกเข้าไปในฐานใต้ดินของเกาะอรุณ ภายในเต็มไปด้วยห้องทดลองเก่า เครื่องจักรที่ไม่มีใครเคยเห็น และข้อมูลจำนวนมหาศาลที่ถูกเก็บไว้โดยไม่มีใครบนโลกเคยรับรู้ ที่นี่ไม่เหมือนสถานที่วิจัยทั่วไป มันเหมือนวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อบูชาบางสิ่งบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรสร้างขึ้นผนังหลายแห่งมีสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏอยู่สัญลักษณ์ของภาชนะพิมพ์ชนกเดินผ่านทางเดินพร้อมตรวจสอบพลังงานรอบตัว เธอสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังที่เหมือนกับแก่นอนันต์ของธันวา แต่ในสถานที่แห่งนี้ ความเข้มข้นของมันสูงกว่าหลายเท่า"ที่นี่มีพลังของแก่นอนันต์อยู่ทุกที่"เธอพูดธันวาหยุดเดิน"หมายความว่าอะไร"พิมพ์ชนกมองไปยังผนังที่เต็มไปด้วยวงจรพลังงาน"หมายความว่า
ตอนที่ 118 เกาะอรุณหลังจากข้อมูลจากรอยแยกเปิดเผยความจริงที่น่าตกใจว่า พลังในแก่นอนันต์ของธันวาเป็นพลังเดียวกับสิ่งมีชีวิตจากอีกมิติ ทุกฝ่ายทั่วโลกต่างเริ่มเข้าใจว่า สงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่อป้องกันโลกจากศัตรูภายนอก แต่มันเกี่ยวข้องกับความลับที่ถูกซ่อนไว้มานานหลายสิบปี ความลับที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจทั้งหมดเกี่ยวกับการกำเนิดของธันวา และเหตุผลที่เขาถูกสร้างขึ้นมาจุดหมายต่อไปของทีมธันวาคือ เกาะอรุณสถานที่ที่เป็นหัวใจของสถาบันอรุณสถานที่ที่เก็บข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการภาชนะเทวะและอาจเป็นสถานที่เดียวที่สามารถตอบคำถามว่า ธันวาคืออะไรเรือขนาดใหญ่แล่นผ่านมหาสมุทรที่เต็มไปด
ตอนที่ 117 ข้อมูลจากอนาคตหลังจากรอยแยกบนท้องฟ้าเริ่มขยายตัว โลกทั้งใบเข้าสู่ช่วงเวลาที่ไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อน มนุษย์ไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับสงครามระหว่างประเทศ ไม่ได้ต่อสู้กับผู้มีพลังพิเศษ หรือความขัดแย้งภายในอีกต่อไป แต่กำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความเข้าใจของมนุษย์ สิ่งมีชีวิตจากอีกมิติที่กำลังพยายามเข้าสู่โลก และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ มันไม่ได้มองโลกเป็นเป้าหมายแรก มันกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่ภายในตัวธันวาภายในห้องวิจัยของเมืองไร้ธง พิมพ์ชนกกำลังทำงานโดยแทบไม่ได้พักตั้งแต่วันที่รอยแยกปรากฏขึ้น เธอใช้พลังของตัวเองเชื่อมต่อกับข้อมูลจากสนามพลังงานที่อยู่รอบรอยแยก พยายามวิเคราะห์ว่าพลังที่กำลังไหลเข้ามาจากอีกมิติคืออะไร และเหตุใดมันจึงตอบสนองกับแก่นอนันต์ของธันวาบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล เส้นพลังงานหลายรูปแบบกำลังถูกเปรียบเทียบกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยิ่งวิเคราะห์มากขึ้น สีหน้าของพิมพ์ชนกก็ยิ่งเปลี่ยนไปเธอไม่ได้พบคำตอบที่ทำให้ทุกคนสบายใจเธอพบความจริงที่น่ากลัวยิ่งกว่าเดิมธันวาเดินเข้ามาในห้อง เขายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากรู้ความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดขอ







