เข้าสู่ระบบอมลรดานั่งเคียงคู่กับโอลิเวอร์ คาร์ลตัน เพื่อนรุ่นพี่ที่มีอายุมากกว่าเธอหกปีมาในรถลีมูซีนที่ทางโรงแรมจัดมารับแขกซุปเปอร์วีไอพีถึงสนามบิน ตอนแรกโอลิเวอร์บอกเธอแล้วว่าไม่ต้องมารับ แต่อมลรดาก็อยากทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้สมกับที่โอลิเวอร์ดูแลเธออย่างดีตลอดเจ็ดปีที่เรียนอยู่ประเทศอังกฤษ
“รอบนี้ทำไมเดินทางคนเดียว บอดี้การ์ดไปไหนหมด”
“อยากทำตัวเหมือนคนปกติบ้าง”
“มีแต่คนเขาอยากเป็นคนรวย คงมีแต่คุณนี่แหละมั้งที่อยากเป็นคนธรรมดา”
“เป็นเศรษฐีมันเหนื่อยรู้มั้ย”
“เหนื่อยนับเงิน?” เธอแซวขำๆ
“ไม่ต้องนับเอง มีคนนับให้”
แน่ละ มหาเศรษฐีระดับโลกอย่างเขา เพียงแค่นั่งรอรับฟังรายงานทรัพย์สินจากผู้ดูแลเท่านั้น ทำไมจะต้องลงไปนับเองให้เหนื่อยว่ามีเงินและทรัพย์สินในครอบครองจำนวนเท่าไหร่
“แล้วนี่จะอยู่เมืองไทยนานแค่ไหน” หญิงสาวรู้ว่าตั้งแต่เขาเข้ารับตำแหน่งรองประธานที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ในลอนดอนต่อจากพ่อแล้วก็งานยุ่งมากจนแทบไม่มีเวลาว่าง การเดินทางมาประเทศไทยอย่างกะทันหันครั้งนี้ เธอคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องงาน และเขาคงอยู่แค่ไม่กี่วัน แต่คำตอบที่ได้รับกลับผิดคาด
“เดือนนึง”
“อยู่นานขนาดนี้แล้วงานทางโน้นล่ะ คุณไม่อยู่ไม่วุ่นแย่เหรอ”
หนุ่มหล่อผมสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาสีเทาอมฟ้าหัวเราะในลำคอแผ่วเบา “ไม่ต้องสนใจเรื่องงานของผมหรอก เล่าชีวิตของคุณมาดีกว่า กลับเมืองไทยแล้วเป็นยังไงบ้าง ไม่เห็นส่งข่าวบอกกันบ้างเลย”
“กลับมาก็เจอแต่เรื่องวุ่นๆ น่ะ”
“แล้วได้งานทำหรือยัง กลับไปทำงานที่ลอนดอนกับผมมั้ย” ชายหนุ่มถามด้วยด้วยน้ำเสียงทุ้มน่าฟังและแฝงด้วยความห่วงใยเหมือนเคย
“ฉันได้งานทำแล้ว”
“งานอะไร”
อมลรดาชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อนึกถึง ‘งาน’ ที่เธอเพิ่งรับมาจากอคิณ ถ้าบอกโอลิเวอร์ไปตามตรงเขาต้องโวยวาย และออกเงินใช้หนี้แทนเธอแน่นอน ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะตอบเลี่ยงเพราะไม่ต้องการเป็นภาระของใคร “งานดูแลคนป่วย”
“คุณจบเอ็มบีเอนะเอด้า วุฒิการศึกษาอย่างคุณ หางานที่ดีกว่านี้ทำได้สบายๆ” หนุ่มอังกฤษนัยน์ตาชวนฝันพูดอย่างไม่ชอบใจนัก
“เอ่อ...เขาเป็นเจ้านายของพ่อน่ะ มีบุญคุณกับครอบครัวฉัน แล้วอีกอย่าง ฉันก็ดูแลเขาแค่ชั่วคราว อีกไม่นานเขาก็หายแล้ว”
“เขาป่วยเป็นอะไร ทำไมไม่จ้างพยาบาลมืออาชีพมาดูแล ให้อดีตพนักงานร้านอาบน้ำตัดขนสุนัขอย่างคุณไปดูแล แทนที่จะหาย ผมว่าเขาจะตายเร็วขึ้นมากกว่า” โอลิเวอร์แกล้งแซวด้วยรอยยิ้มหลังจากทำใจยอมรับการตัดสินใจของเธอ เขารู้นิสัยอมลรดาดีว่า อะไรที่ตัดสินใจไปแล้ว ใครก็เปลี่ยนใจเธอไม่ได้
มหาเศรษฐีอย่างโอลิเวอร์รู้จักกับหญิงสาวธรรมดาอย่างอมลรดาได้ก็เพราะ เมื่อเจ็ดปีก่อนสุนัขพันธุ์โกลเด้นท์รีทรีฟเวอร์ตัวโปรดซึ่งเป็นของขวัญวันเกิดจากแม่ผู้ล่วงลับของเขาหายไป อมลรดาเป็นคนไปพบและพามาส่งคืน ตอนนั้นเธอยังเป็นแค่นักเรียนไฮสกูล ส่วนเขาเรียนมหาวิทยาลัยปีสาม เขาเสนอเงินตอบแทนให้ก้อนโต แต่เธอไม่รับ โอลิเวอร์จึงตอบแทนด้วยการดูแลเธออย่างดีนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
“โอ๊ะ! คุณพักที่โรงแรมนี้เหรอ” อมลรดาทำหน้าประหลาดใจ เมื่อรถลีมูซีนจอดเทียบที่หน้าประตูทางเข้าโรงแรมแกรนด์ธาดา ซึ่งเป็นโรงแรมของอคิณ
“ทำไมต้องตกใจด้วย”
“พ่อฉันก็ทำงานที่นี่น่ะ” เธอตอบเลี่ยงเพราะไม่อยากพูดถึงอคิณ
ผู้จัดการโรงแรมที่รออยู่ก่อนแล้ว เดินเข้ามาเปิดประตูรถด้านที่โอลิเวอร์นั่งอยู่ แล้วยกมือไหว้อย่างนอบน้อม เมื่อโอลิเวอร์ก้าวลงจากรถ อมลรดาก็ก้าวตามลงไป จึงได้เห็นว่า แพรวายืนอยู่ข้างผู้จัดการโรงแรม หญิงสาวไม่แปลกใจที่เห็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของโรงแรมอย่างแพรวามาต้อนรับมหาเศรษฐีอย่างโอลิเวอร์ด้วยตัวเอง แพรวาต่างหากที่เป็นฝ่ายแปลกใจที่เห็นอมลรดามากับโอลิเวอร์ ทว่าเธอก็มีมารยาทพอที่จะเก็บความสงสัยเอาไว้ก่อน แล้วทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี กล่าวทักทายและพาแขกคนสำคัญขึ้นไปพักที่ชั้นเพนท์เฮาส์ซึ่งมหาเศรษฐีหนุ่มจองไว้ทั้งชั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว
อคิณนั่งจ้องนาฬิกาที่ฝาผนังอย่างไม่วางตา อีกสิบนาทีหกโมงเย็น แต่อมลรดาก็ยังไม่กลับมา
“ถ้ามาช้าแม้แต่วินาทีเดียวละน่าดู” ชายหนุ่มบ่นอุบแล้วหันขวับไปมองที่ประตูเมื่อได้ยินเสียงบิดลูกบิดจากภายนอก ทว่าคนที่เดินเข้ามาไม่ใช่อมลรดา แต่เป็นก้องภพ “ฉันสั่งให้ตามคุณรดา แล้วกลับมาทำไม”
“มีเรื่องครับท่านประธาน” เลขาหนุ่มควบตำแหน่งบอดี้การ์ดบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เรื่องอะไร”
“มีคนสะกดรอยตามคุณรดา”
“ใคร!” อคิณถามเสียงกระด้าง
“ผมจำได้ว่าเป็นคนของคุณเจษฎา”
“รดารู้ตัวหรือเปล่าว่าถูกตาม”
“คุณรดาไม่รู้ตัวครับ ผมสกัดมันไว้ได้ก่อน แต่เสียดายที่จับตัวมันไว้ไม่ทัน”
“อาเจษให้คนตามรดาทำไม” ชายหนุ่มครุ่นคิดอย่างเป็นกังวล คนที่สมควรถูกตามน่าจะเป็นเขา แพรวา หรือไม่ก็สุมาลีมากกว่า “หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตของพ่อรดา”
“เป็นไปได้ครับ”
“ทีมกฎหมายรวบรวมเอกสารการทุจริตของคุณสุรชัยไปถึงไหนแล้ว”
“ได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ แต่เอกสารการทุจริตที่ได้มาทั้งหมดตอนนี้ ผูกมัดตัวคุณสุรชัยคนเดียวเต็มๆ ไม่มีอะไรเชื่อมโยงถึงคุณเจษฎาเลย”
“โกงได้เนียนจริงๆ” อคิณเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ส่งคนไปคอยดูแลคุณแม่กับพี่แพรให้ดี แล้วก็ไปเตรียมการเดินทาง พรุ่งนี้ฉันจะพารดาไปเชียงใหม่ อย่าลืมนะว่าต้องเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าฉันกับรดาไปอยู่ที่ไหน” สั่งงานเสร็จก็แหงนหน้ามองนาฬิกาที่ฝาผนังอีกครั้งแล้วบ่นงึมงำ “อีกสิบวินาที”
“อะไรเหรอครับ” ก้องภพงงที่อยู่ๆ เจ้านายก็ขานเวลา
“ฉันกำลังรอพยาบาลพิเศษของฉันอยู่...ห้า...สี่...สาม...สอง...”
ก่อนที่อคิณจะนับหนึ่ง เสียงใสๆ ของอมลรดาก็ดังแทรกเข้ามาพร้อมกับที่เจ้าตัวเดินเข้ามายืนยิ้มกว้างอยู่ข้างเตียง เธอรู้ว่าถ้ามาช้าต้องถูกดุ จึงนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาแทนที่จะเป็นแท็กซี่
“ฉันมาแล้ว ตรงเวลาเป๊ะ”
“เอากุญแจบ้านคุณให้ก้อง” อคิณสั่งอมลรดา
“ให้ทำไม” หญิงสาวแปลกใจ
“ผมจะให้ก้องพาแม่บ้านไปเก็บของใช้ส่วนตัวของคุณ พรุ่งนี้เราจะไปเชียงใหม่กัน”
“ฉันไปเก็บเองดีกว่า แม่บ้านคุณไม่รู้หรอกว่าอะไรอยู่ตรงไหน”
“ผมสั่งให้คุณเอากุญแจบ้านให้ก้อง” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงกดต่ำอย่างทรงอำนาจ
“โอเคๆ แค่นี้ไม่เห็นต้องดุเลย” อมลรดายอมส่งกุญแจบ้านให้ก้องภพแต่โดยดี จากนั้นหนุ่มหน้าตี๋อินเตอร์ก็เดินเลี่ยงออกไปอย่างรู้ใจเจ้านายดีว่า เขาคงอยากใช้เวลาอยู่กับพยาบาลพิเศษตามลำพัง เพื่อบำบัดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงของ ‘อคิณน้อย’
“มานั่งนี่” อคิณตบมือลงที่ว่างข้างตัว
“คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให
“คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค
“ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส
“เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้
“คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค
สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก







