แชร์

11.2 | ออกอาการหึง

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 11:47:04

“อาการคุณดีขึ้นเร็วมากเลยนะ แค่เดือนเดียวก็เดินได้เกือบปกติแล้ว เดือนหน้าคงวิ่งได้” อมลรดาพูดด้วยรอยยิ้มขณะรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันหลังจากที่อคิณทำกายภายบำบัดเสร็จ

               “เพราะคุณดูแลผมอย่างดี ทำอาหารบำรุงร่างกายให้กินทุกวัน” อคิณไม่ได้ตอบเอาใจ เขารู้สึกขอบคุณเธอจากใจจริง ถึงแม้ว่าเขาจะผูกมัดเธอไว้ด้วยสัญญาทาส ทว่าเธอกลับดูแลเขาอย่างดีราวกับเป็นคนในครอบครัว

               “เพราะคุณขยันทำกายภาพบำบัดต่างหาก” นอกจากอคิณจะทำกายภาพบำบัดในช่วงเช้าทุกวันแล้ว ช่วงบ่ายเขาก็จะเข้าห้องออกกำลังกาย ยกเวทบริหารร่างกายส่วนบน นอกจากนี้ยังออกกำลังขาด้วยการเดินในน้ำช่วงเย็นด้วย นับว่าเป็นคนป่วยที่ใจสู้มาก

               “อีกไม่นานเราก็จะทำลูกกันได้แล้วนะ” พูดพลางขยับปลายเท้าไปชิดกับอมลรดาซึ่งนั่งอยู่ตรงกันข้ามกัน

               “นี่คุณ ทานข้าวอยู่ก็ยังจะคิดหมกมุ่นอีกนะ” อมลรดาชักเท้าหนีแล้วอดเหยียบหลังเท้าเขาด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้

               “ผมเจ็บนะรดา รุนแรงแบบนี้เกิดผมเดินไม่ได้อีกจะทำยังไง” อคิณบ่นอุบอิบ

               “ฉันก็จะช่วยเข็นรถเข็นให้”

               “ไม่เอาหรอก เดี๋ยวคุณเหนื่อย” เขาพูดเอาใจ และได้รับการตอบกลับด้วยรอยยิ้มแสนหวานอย่างเปิดเผยจากหญิงสาวตรงหน้า

               “สวีตกันอยู่เหรอจ๊ะ”

               น้ำเสียงสดใสของแพรวาดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร ด้วยอำนาจเงินที่มีอย่างล้นเหลือ ทำให้แพรวาสามารถเช่าเฮลิคอปเตอร์โดยสารส่วนตัวเดินทางจากกรุงเทพมาเชียงใหม่ได้ทุกเวลาที่ต้องการ โดยให้เฮลิคอปเตอร์มารับที่ดาดฟ้าโรงแรม และมาลงจอดที่ลานจอดหลังบ้านอคิณ

               “อ้าวพี่แพร ไหนว่าจะมาตอนเย็น” อคิณทักทายพี่สาว ในขณะเดียวกันอมลรดาก็ยกมือไหว้ผู้ที่นับถือดั่งพี่สาวอย่างนอบน้อม

               “ก็กะมาเซอร์ไพร้ส์ไง” แพรวาตอบด้วยรอยยิ้มสดใส “มัวแต่สวีตกันอยู่น่ะสิถึงได้ไม่ได้ยินเสียง ฮ.”

               “แค่เนี้ย เซอร์ไพร้ส์ที่บอก” อคิณทำหน้าเซ็ง “ผมอุตส่าห์รอลุ้นตั้งหลายชั่วโมง นึกว่าจะมีเรื่องอะไรให้ตื่นเต้น”

               “แค่พี่แพรมาฉันก็ตื่นเต้นดีใจมากแล้ว” อมลรดาบอกอคิณ “อยู่ที่นี่กับคุณสองคนมาเป็นเดือน น่าเบื่อจะตาย ให้ฉันได้เจอคนอื่นบ้างก็ดี”

               “นี่คุณเบื่อผมเหรอ” ชายหนุ่มโวยวาย

               “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ อย่าคิดเอง เออเองแล้วก็มาโกรธฉันอย่างนี้สิ” หญิงสาวยื่นมือไปบีบแก้มทั้งสองข้างของอคิณราวกับเขาเป็นเด็กชายตัวน้อย

               “สองคนนี้คุยกันเหมือนเด็กๆ เลย น่ารักดี” แพรวายิ้มแล้วพูดเข้าเรื่อง “รดาพร้อมจะรับเซอร์ไพร้ส์จากพี่หรือยังจ๊ะ”

               “พร้อมค่ะ” อมลรดาตอบรับสีหน้าตื่นเต้น

               แพรวาปรบมือเป็นจังหวะสามครั้งเพื่อให้สัญญาณแก่คนที่รออยู่ด้านนอก ครู่หนึ่งร่างสูงใหญ่ของโอลิเวอร์ก็เดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างแพรวา

               “โอลิเวอร์!” อมลรดายิ้มกว้างด้วยความดีใจที่ได้พบเพื่อนสนิท แต่พอนึกถึงคำพูดของอคิณที่เคยพูดกับเธอเมื่อหนึ่งเดือนก่อนก็เสียวสันหลังวาบ

               ‘ผมขอสั่งห้ามไม่ให้เพื่อนคุณมาที่นี่เด็ดขาด’

               ‘ทำไมคะ โอลิเวอร์แค่อยากมาเยี่ยมคุณ มาทำความรู้จักคุณ’

               ‘ผม...เอ่อ..ผม...’ อคิณพยายามคิดหาเหตุผลที่ไม่ทำให้ตัวเองเสียหน้า ‘ผมไม่อยากให้ใครเห็นผมในสภาพกึ่งคนพิการแบบนี้’

               วันนั้นอมลรดานิ่งเงียบและยอมรับฟังอย่างเข้าใจและเห็นใจ โดยหารู้ไม่ว่า นั่นเป็นเพียงข้ออ้างของคน ‘หวงของ’ ที่ไม่อยากให้เธออยู่ใกล้ชายอื่นเท่านั้น

               อคิณลุกพรวดพราดขึ้นจนเก้าอี้แทบจะล้มแล้วบอกกับอมลรดาเสียงแข็ง “แขกของคุณ คุณก็ต้อนรับเอาเองก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็เดินออกไปจากห้องรับประทานอาหารโดยไม่ได้หยิบไม้เท้าที่วางพิงอยู่ข้างโต๊ะไปด้วย ทำให้แพรวาประหลาดใจมากที่เห็นน้องชายเดินได้อย่างคล่องแคล่ว

               “อคิณเดินได้ขนาดนี้แล้วเหรอ”

               “ปกติต้องใช้ไม้เท้าช่วยนะคะ” อมลรดาเองก็งงหนักมากเหมือนกัน “รดาขอตัวไปดูคุณอคิณก่อนนะคะ ทำหน้าบูดเป็นตูดลิงแบบนี้ ไม่รู้โกรธอะไรรดาอีก” หญิงสาวบอกด้วยสีหน้าไม่สบายใจและลืมไปเลยว่าโอลิเวอร์ยืนอยู่ตรงนี้

               “พี่ไปดูเอง รดาอยู่คุยกับโอลิเวอร์เถอะ” ว่าแล้วก็รีบเดินออกไป         

อมลรดาเงยหน้าขึ้นมองสบตากับโอลิเวอร์ แววตาของเขาฉายชัดว่ามีคำถามมากมายที่ต้องการคำตอบจากเธอ

อมลรดาพาโอลิเวอร์ออกมานั่งคุยกันที่สวนหน้าบ้านเพราะไม่อยากให้ขวางหูขวางตาอคิณ แต่หารู้ไม่ว่าเขากำลังแอบดูเธอคุยกับ ‘เพื่อนสนิท’ ผ่านหน้าต่างกระจกในห้องนั่งเล่นซึ่งอยู่ชั้นหนึ่งของบ้าน แต่ก็เป็นจุดที่ไกลเกินกว่าจะได้ยินเสียงสนทนา เห็นเพียงโอลิเวอร์จับมือทั้งสองข้างของอมลรดามากุมไว้ก็ยิ่งทำให้อคิณร้อนรุ่มมากยิ่งขึ้น

               “ผมติดต่อคุณไม่ได้เป็นเดือน เป็นห่วงแทบแย่”

               “ฉันสบายดีค่ะ ไม่ต้องห่วง” อมลรดาตอบพลางดึงมือออกจากการเกาะกุม

               “ผู้ชายคนเมื่อกี้น่ะเหรอที่คุณบอกว่าเป็นคนป่วยที่ต้องดูแล” หนุ่มอังกฤษนัยน์ตาชวนฝันรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกเมื่อนึกถึงหน้าตาที่บูดบึ้งของอคิณ รวมถึงการเดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง ทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุไม่มีผิด

               ต่อให้มองลงมาจากดาวอังคารก็รู้ว่าอคิณกำลังหึงอมลรดา!

               “ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้อาการเขาดีขึ้นมากแล้ว”

               “ผมเห็นแล้ว เขาเดินได้เหมือนคนปกติ ไม่ใช่คนป่วยติดเตียงที่ดูแลตัวเองไม่ได้อย่างที่คุณเคยบอก” โอลิเวอร์บอกเสียงขุ่น ซึ่งอมรดาก็ดูออกว่าเขาไม่พอใจ

               “แล้วทำไมคุณต้องหงุดหงิดด้วย”

               “ผมไม่ชอบให้คุณทำงานแบบนี้ โดยเฉพาะกับคนเจ้าอารมณ์แบบนั้น ผมไม่โอเคเลยที่เมื่อกี้เขาขึ้นเสียงกับคุณ”

               “คุณอคิณก็เป็นแบบนี้แหละ อารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นลงปรู๊ดปร๊าด แต่จริงๆ ไม่มีอะไรหรอก แล้วอีกอย่างเขาก็พยายามช่วยเหลือตัวเองทุกอย่าง ฉันไม่เหนื่อยเลยที่ต้องดูแลเขา” ใบหน้าของหญิงสาวมีรอยยิ้มผุดขึ้นมา อีกทั้งในแววตาก็เป็นประกายวิบวับเมื่อพูดถึงคนป่วยที่เธอดูแลอย่างใกล้ชิดมาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม

               “คุณรักเขา?”

               อมลรดาอึ้งไปนิดหนึ่งที่ถูกตรงๆ แต่ก็ไม่ได้คิดจะปิดบังความรู้สึก “ค่ะ...ฉันคิดว่าฉันกำลังหลงรักคุณอคิณ”

               “เอด้า...” โอลิเวอร์คร่ำครวญเสียงแผ่วเบาอย่างผิดหวัง “ผมปล่อยให้คุณคลาดสายตาแค่ไม่กี่เดือน คุณก็ไปตกหลุมรักผู้ชายอื่นแล้วเหรอ”

               “พูดเหมือนฉันไปนอกใจคุณอย่างนั้นแหละ” อมลรดาหัวเราะแล้วชกที่หน้าอกเขาเบาๆ ครั้งหนึ่ง “เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ฉันมีสิทธิรักใครก็ได้ คุณจะตามราวีผู้ชายทุกคนในชีวิตฉันเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้วนะ”

               “คุณก็รู้ว่าผมเป็น ‘เพื่อน’ ที่หวังดีกับคุณมากที่สุด ที่ผมเตะผู้ชายทุกคนออกจากชีวิตคุณก็เพราะพวกนั้นไม่ดีพอสำหรับคุณ”

               อมลรดาเอื้อมมือมาวางบนหลังมือของโอลิเวอร์ที่วางประสานกันอยู่บนโต๊ะสนาม “ขอบคุณนะโอลิเวอร์ ความจริงคุณเป็นมากกว่าเพื่อน สำหรับฉัน คุณเป็นเหมือนพี่ชาย เหมือนคนในครอบครัว ฉันรู้ว่าคุณเป็นห่วงฉัน แต่ฉันขอนะ ครั้งนี้ขอให้ฉันได้ลองทำตามหัวใจตัวเองสักครั้ง”

               “คุณรักเขามากขนาดนั้นเลยเหรอ” โอลิเวอร์ดึงมือข้างหนึ่งขึ้นมาวางซ้อนทับบนหลังมือของอมลรดาแล้วบีบเบาๆ

               “ฉันก็ไม่รู้ว่ารักเขามากแค่ไหน หรือรักตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ฉันก็อยากจะลองเสี่ยงกับความรักครั้งนี้”

               “โอเค ผมยอมรับการตัดสินใจของคุณ แต่คุณรู้ใช่มั้ยว่าถ้าคุณเจ็บ อ้อมกอดของเพื่อนคนนี้ยังรอคุณอยู่เสมอ” โอลิเวอร์พูดพร้อมกับกางแขนออก “มาให้กอดอวยพรหน่อยเร็ว”

               อมลรดายิ้มกว้างแล้วซุกตัวลงในอ้อมกอดอบอุ่นของโอลิเวอร์ อ้อมกอดที่คอยปกป้องเธอมาตลอดเจ็ดปีเต็มที่ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวที่ประเทศอังกฤษ “ขอบคุณนะโอลิเวอร์ ฉันขอเลื่อนขั้นให้คุณจากเพื่อนเป็น ‘พี่ชาย’ ได้มั้ย”

               “ได้เสมอมายเบบี้” โอลิเวอร์หัวเราะเบาๆ แล้วจูบที่หน้าผาก ‘น้องสาว’ ด้วยความรักและห่วงใยอย่างสุดหัวใจ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • คุณสามีที่รัก   19.3 | แต่งงาน (ตอนจบ)

    “คุณปู่กับคุณแม่ดูมีความสุขมากนะ แล้วก็ปล่อยวางความคาดหวังในตัวคิณลงได้แล้วด้วย” แพรวาพูดกับอคิณพลางมองไปยังสุมาลีและดนัยที่เล่นกับอนาคิณอยู่ที่สนามหญ้าของบ้านพักเชิงดอยที่เชียงใหม่ สองวันที่อยู่ที่นี่ผู้อาวุโสทั้งสองท่านไม่ยอมอยู่ห่างจากเจ้าตัวเล็กเลย “คงเป็นเพราะอนาคิณ นี่คุณปู่กับคุณแม่ไม่สนใจผมเลยนะ วันๆ เอาแต่ขลุกอยู่กับอนาคิณ ตอนนี้ผมกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ “คิณจะให้ลูกโตที่นี่จริงๆ เหรอ” แพรวาตะล่อมถามด้วยความกังวลใจ อคิณนิ่งไปอย่างใช้ความคิด ความจริงเขาก็กำลังคิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน โรงเรียนที่นี่ดีก็จริง แต่เขาก็มีศักยภาพมากพอที่จะให้ลูกได้เรียนในที่ที่ดีกว่านี้ อยากให้ลูกได้เห็นโลกที่กว้างกว่ารีสอร์ตในป่าเขาแบบนี้ และอีกใจก็เป็นห่วงแพรวาด้วย เขารู้ดีว่าในแวดวงธุรกิจมีแต่พวกเสือสิงห์เขี้ยวลากดิน ผู้หญิงที่ทำงานเก่งแต่ไร้เล่ห์เหลี่ยมอย่างพี่สาวเขาคงต้องเหนื่อยยากแสนสาหัสในการต่อสู้กับคู่แข่ง “กลับไปอยู่ที่กรุงเทพด้วยกันนะคิณ แกรนด์ธาดาต้องการคิณ พี่ก็ต้องการคิณ ตอนนี้โรงแรมกำลังจะเปิดสาขาให

  • คุณสามีที่รัก   19.2 | เด็กน้อยคือกาวใจ

    “คุณอคิณคะ พวกเขามาถึงกันแล้วค่ะ” อมลรดาเดินเข้ามาบอกสามีในห้องทำงาน ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังเล่นกับลูกอย่างสนุกสนานชะงักแล้วตีหน้าขรึมขึ้นมาทันที “ท่าทางคุณปู่กับคุณแม่ใจอ่อนลงมากแล้วอย่างที่พี่แพรบอกจริงๆ ค่ะ มาถึงก็เรียกหาอนาคิณเลย คงอยากเจอหน้าหลานกันมาก” “อนาคิณ ไปรับแขกกับพ่อนะครับ” พูดพลางจูงมือลูกชายเดินออกไปด้วยสีหน้าราบเรียบไม่ยินดียินร้ายอะไรทั้งสิ้น “แขกคืออะไรครับคุณพ่อ” เด็กชายทำหน้างุนงง “แขกก็คือคนที่มาบ้านเราแค่แป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับกันแล้ว” คุณพ่อตอบหน้านิ่ง “แขกที่ไหนกันคะ ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น” อมลรดายิ้มส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตามไปจูงมืออีกข้างของลูกชาย ภาพสามคนพ่อ แม่ ลูกเดินจูงมือกันเข้ามาในล็อบบี้เป็นภาพที่ดนัยและสุมาลีเห็นแล้วถึงกับน้ำตาซึมเพราะเป็นภาพที่ทั้งคู่ปรารถนาที่จะได้เห็นมานานแล้ว อคิณยกมือไหว้คุณปู่และแม่ด้วยท่าทีหมางเมินตามารยาทโดยไม่กล่าวคำทักทายก่อนจะนั่งลงร่วมโต๊ะแล้วอุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นนั่งบนตัก อมลรดานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างสามีและลูก พลางมองสบตากับแพรวาด้วยความลำบากใจที่อคิณยังมีทิฐิกับค

  • คุณสามีที่รัก   19.1 | เริ่มต้นกันใหม่

    “ดูอะไรอยู่คะคุณแม่” แพรวาเดินเข้ามาถามสุมาลีที่นั่งดูไอแพดด้วยอาการยิ้มกว้างอย่างมีความสุขสลับกับปาดน้ำตาเป็นระยะ “ลูกชายคิณ” สุมาลีตอบพลางปาดน้ำตาอีกครั้ง “ว่าไงนะคะ!?” แพรวาอุทานด้วยความประหลาดใจแล้วปราดเข้าไปนั่งข้างแม่เพื่อจะดูคลิปหลานชายที่กำลังเล่นกับพ่ออยู่ “คิณแอบซุกเมียไว้ที่เชียงใหม่เหรอคะ ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแพรไม่รู้เรื่อง แล้วคุณแม่ได้คลิปนี่มายังไงคะ” “แม่แอบจ้างพนักงานในรีสอร์ตของคิณให้คอยส่งข่าวคิณมาให้แม่เป็นระยะตั้งแต่คิณไปเปิดรีสอร์ทที่นั่นใหม่ๆ” “เด็กนี่น่ารักมากเลยนะคะ หน้าเหมือนคิณตอนเด็กเปี๊ยบเลย ว่าแต่แม่ของเด็กเป็นใครคะ” “รดา” สุมาลีตอบเสียงอ่อน พอได้เห็นหน้าหลาน ผู้สูงวัยก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำกับอมลรดา จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอเสียลูกชายไปด้วย เพราะตั้งแต่วันนั้นอคิณก็ไม่กลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย โทร.ไปก็ไม่รับสาย เขาตัดขาดจากครอบครัวราวกับอยู่กันคนละโลก “รดากลับมาหาคิณตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” “พนักงานบอกว่ากลับมาได้สองอาทิตย์แล้ว” สุมาลีตอบโดยที่ไม่ยอมละส

  • คุณสามีที่รัก   18.3 | พ่อลูกได้พบกัน

    “เรื่องมันผ่านไปตั้งนานแล้วรดา” อคิณบอกเสียงอ่อนแล้วเดินไปนั่งข้างหญิงสาวที่เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน อยากโอบกอดปลอบขวัญแต่ก็ไม่กล้า เพราะรู้ตัวว่าไม่มีสิทธิ์เหนือร่างกายเธออีกต่อไปแล้ว “อย่าโทษตัวเองเลย ลูกคุณมาแล้ว หยุดร้องไห้เถอะ เดี๋ยวเด็กตกใจ” อมลรดารีบกลั้นสะอื้นแล้วใช้สองมือปาดน้ำตาออกจากแก้มแบบลวกๆ “สวัสดีคุณอคิณ” โอลิเวอร์ที่กำลังอุ้มเด็กชายยื่นมือข้างหนึ่งมาตรงหน้าอคิณ “สวัสดีโอลิเวอร์” อคิณลุกขึ้นจับมือทักทายกับหนุ่มอังกฤษตามมารยาทพลางมองหน้าหนูน้อยด้วยความเอ็นดู อีกทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้ามากแต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร “ลูกชายคุณน่ารักมาก” “ลูกชายผมเหรอ?” โอลิเวอร์ทวนคำด้วยรอยยิ้มกึ่งขบขันแล้วหันไปถามอมลรดา “คุณยังไม่ได้บอกเขาเหรอเอด้า” “บอกอะไร” อคิณถาม “ถ้าเอด้ายังไม่ได้บอก งั้นผมบอกให้เอง” โอลิเวอร์พูดพลางมองหน้าอคิณอย่างนับถือหัวใจเขามากที่ยอมทิ้งเงินทองมากมายเพื่อแลกกับความรัก “ผมพาภรรยากับลูกชายของคุณมาคืนให้” บอกพลางส่งเด็กชายในอ้อมกอดคืนให้คนเป็นพ่ออุ้

  • คุณสามีที่รัก   18.2 | ความหวังดีที่สูญเปล่า

    “คุณรดา!” เสียงที่ไม่คุ้นหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นทันทีที่ประตูลิฟต์ที่อมลรดากับโอลิเวอร์ซึ่งกำลังอุ้มเด็กชายอนาคิณอยู่เปิดออก อมลรดาชาวาบไปทั้งตัวเมื่อละสายตาจากลูกชายแล้วหันมามองเจ้าของเสียง“คุณริต้า...” อมลรดาเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างจำได้แม่นทั้งที่เคยพบกันแค่ครั้งเดียวที่โรงพยาบาลในจังหวัดเชียงใหม่“ผมพาลูกไปรอที่รถนะ คุณคุยกับเพื่อนตามสบาย” โอลิเวอร์บอกอมลรดาแล้วหันไปยิ้มทักทายกับรชิตาตามมารยาทแล้วอุ้มเด็กชายอนาคิณเดินออกไป“คุณรดาแต่งงานกับ...เอ่อ...” หญิงสาวมองตามหลังโอลิเวอร์กับเด็กชายไปด้วยแววตาสงสัยอมลรดายิ้มก่อนตอบ “โอลิเวอร์เป็นเพื่อนของฉันค่ะ เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนที่ฉันเรียนไฮสกูลอยู่ที่อังกฤษ แล้วเขาก็ช่วยฉันดูแลลูกตั้งแต่แรกคลอดด้วย สองคนนั้นก็เลยสนิทกันเหมือนพ่อลูกจริงๆ คุณริต้าท้องกี่เดือนแล้วคะเนี่ย” ถามพลางก้มลงมองหน้าท้องที่นูนป่องของอีกฝ่าย“เจ็ดเดือนแล้วค่ะ” รชิตาตอบเสียงใสพลางลูบท้องตัวเองอย่างเบามือ “นี่ท้องสองแล้วนะคะ คนแรกเป็นผู้ชาย ตอนนี้สองขวบแล้ว”“แล้วคุณอคิณไม่มาด้วยเหรอคะ” อมลรดาอดที่จะถามถึงผู้ชายที่เธอคิดถึงทุกวินาทีไม่ได้“พี่ค

  • คุณสามีที่รัก   18.1 | อย่าโทษตัวเอง

    สี่ปีเต็มที่อมลรดากับอคิณแยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเองและถึงแม้ว่าหญิงสาวกลับมาเยี่ยมพ่อที่เรือนจำในวันพบญาติทุกปี แต่เธอก็หลีกเลี่ยงที่จะรับรู้ข่าวสารของอคิณทุกช่องทาง เนื่องจากไม่อยากทำให้ตัวเองเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะจนถึงวันนี้เธอก็ยังรักเขาอยู่ไม่เสื่อมคลาย อีกทั้งเวลาที่เธอมองหน้า ‘อนาคิณ’ ลูกชายวัยสามขวบกว่าของเธอกับเขาที่มีใบหน้าถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อทุกกระเบียดนิ้วทีไรก็ยิ่งทำให้เธอคิดถึง ‘พ่อของลูก’ ขึ้นมาจับใจทุกที “อนาคิณก็อยากมาเยี่ยมคุณตาด้วยนะคะคุณพ่อ” อมลรดาบอกสุรชัยที่อยู่ในชุดผู้ต้องขัง “อย่าพาลูกเข้ามาในที่แบบนี้เลย อีกปีเดียวพ่อก็พ้นโทษแล้ว พ่ออยากไปเจอหน้าหลานอย่างสง่าผ่าเผยมากกว่า ไม่อยากให้หลานถามว่าทำไมตาต้องมาอยู่ในนี้” “คุณเจษฎาจะพ้นโทษพร้อมพ่อด้วยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามอย่างเป็นกังวล เพราะกลัวว่าถ้าเจษฎาพ้นโทษแล้วจะกลับไปแก้แค้นอคิณ “คุณเจษต้องอยู่อีกหลายปี เพราะมีคดีจ้างวานฆ่าคุณอคิณถึงสองครั้งด้วย” พูดแล้วสุรชัยก็ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างรู้สึกผิด “ถ้าพ่อไม่ติดหนี้พนัน ก็คงไม่ถูกคุณเจษชักจูงเข้าร่วมขบวนก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status