LOGINแค่คืนเดียว ฉันคิดว่ามันจะจบ...แต่คุณหมอสุดหล่อกลับร้อนแรงจนฉันถอนตัวไม่ขึ้น คืนเดียวไม่พอ เขาจะเอาทั้งตัวและหัวใจฉัน
View Moreเช้าวันรุ่งขึ้น – บ้านเช่าของพริม แสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้อง พริมตื่นขึ้นก่อนลูก ลุกไปจัดการตัวเอง เธอสวมเสื้อเชิ้ตสะอาดกับกางเกงผ้าเรียบร้อย เสียงนาฬิกาปลุกมือถือดังเบาๆ น้องพายขยับตัวงัวเงีย กอดตุ๊กตากระต่ายแน่นก่อนลืมตา “แม่…เช้าแล้วเหรอคะ” “เช้าแล้วค่ะ…ตื่นได้แล้วคนเก่ง วันนี้เราต้องไปโรงเรียน” “พาย…อยากนอนต่อ” เด็กหญิงซุกหน้าลงหมอนเสียงอู้อี้ พริมหัวเราะเบาๆ ก้มลงหอมแก้มฟอด “ไม่ได้ค่ะคนขี้เซา ไปโรงเรียนใหม่ต้องตื่นเช้า” พายพยักหน้าอย่างจำยอม ยอมลุกมานั่งพับเพียบบนฟูก พริมช่วยเช็ดหน้าลูกแล้วค่อยๆ จัดผมให้ ขณะเตรียมกระเป๋านักเรียน เสียงเคาะประตูหน้าบ้านก็ดังขึ้นสองครั้ง ก๊อก ก๊อก พริมชะงัก หันไปมองประตู ก่อนจะเดินไปเปิด ป้าเจ้าของบ้านเช่าเป็นผู้หญิงวัยประมาณ50 ผมซอยสั้น ใส่เสื้อคอกระเช้ากับผ้าถุงลายดอก ยืนยิ้มถือถุงขนมอยู่ “สวัสดีจ้ะหนูพริม ตื่นแต่เช้าเลยนะ” พริมยกมือไหว้ รีบยิ้มรับ “สวัสดีค่ะป้า…ตื่นเตรียมลูกไปโรงเรียนค่ะ” ป้าหัวเราะเบาๆ ยื่นถุงขนมให้ “ป้าเอาขนมปังกับนมมาฝาก หลานจะได้กินรองท้องก่อนออกไป” น้องพายเดินมาเกาะชายเสื
ช่วงเย็น – หน้าบ้านหมวยรถแท็กซี่สีเขียวเหลืองจอดชิดขอบฟุตบาท พริมลงจากรถในชุดทำงานเรียบๆ เสื้อเชิ้ตขาวกับกางเกงผ้าเรียบ เธอสูดหายใจเข้าลึก เหนื่อยแต่ก็โล่งใจที่วันนี้ผ่านไปได้อีกวันประตูรั้วบ้านหมวยค่อยๆ เปิดออก เด็กหญิงตัวเล็กผิวขาวอมชมพูวิ่งถลาออกมา ยิ้มกว้างจนตาหยี“แม่! แม่ขา!”“พาย…อย่าวิ่งเร็ว เดี๋ยวล้ม”พริมก้มลงอ้าแขนรับลูกสาวมากอดแน่น กลิ่นแป้งเด็กโชยขึ้นแตะจมูก เธอหัวเราะเบาๆ แล้วลูบผมลูก“คิดถึงแม่ไหมคะ”“คิดถึงเยอะเลย!” พายตอบเสียงใส ก่อนจะซบอกแม่แน่นพริมยิ้มอ่อนโยน ฝ่ามือไล้แผ่นหลังเล็กๆ ของลูก ก่อนจะหันไปบอกเพื่อนว่าเดี๋ยวจะพาพายกลับไปพักที่ห้องเช่า แล้วค่อยพากันย้ายอีกทีหลังร่ำลา เธอจูงมือลูกเดินออกมาหน้าบ้าน“วันนี้หนูเล่นอะไรบ้างคะ”“พายเล่นบ้านตุ๊กตา แล้วก็ช่วยป้าจ๋าหั่นผัก…พายเก่งไหมแม่”“เก่งที่สุดเลยลูก”เด็กหญิงยิ้มตาหยี แก้มกลมๆ แดงนิดพริมก้มมองนาฬิกา ก่อนชวนลูกไปแวะซื้อข้าวกับของใช้“หนูอยากกินอะไรคะ แม่ว่าจะเข้าเซเว่นหน่อย”“กินโจ๊กไก่!”“ได้ค่ะ งั้นไปกัน”---หน้าเซเว่นพริมจูงมือลูกเข้ามาในร้าน เดินตรงไปโซนข้าวกล่อง น้องพายมองชั้นวางขนมตาลุกวาว“แม่…พาย
ค่ำวันเดียวกัน – บ้านคุณหมออคิณบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์น รายล้อมด้วยสวนหย่อมที่คนสวนตัดแต่งเรียบร้อย ไฟสีขาวนวลส่องสว่างไปทั่วบริเวณ แต่ในใจอคิณกลับรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกขังอยู่ในห้องแคบๆเขานั่งพิงพนักโซฟาในห้องรับแขก สวมเชิ้ตสีครีมติดกระดุมเรียบร้อย ใบหน้าคมคายดูเรียบเฉย แต่ในดวงตามีแววลังเลที่ซ่อนไว้ไม่มิดตรงข้ามเป็นพ่อกับแม่ แต่งตัวหรูหราเพราะเพิ่งกลับจากงานเลี้ยง พ่อวางแก้วน้ำแร่ลงบนโต๊ะ พูดขึ้นก่อนใคร“เรื่องงานหมั้น…เราตกลงกับทางนั้นแล้วนะอคิณ”เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ สบตาพ่อ“ผมยังไม่ได้ตอบตกลง”แม่ถอนหายใจเสียงดัง“อคิณ แม่กับพ่อไม่ได้จะบังคับ…แต่ลูกก็รู้ว่าเขาเป็นผู้หญิงดี ครอบครัวก็ดี จะหาคู่ที่เหมาะสมกว่านี้อีกเหรอ?”เขาไม่ตอบทันที จ้องมือตัวเองที่ประสานกันบนตัก“…ผมแค่ยังไม่แน่ใจ ว่าจะไปกันรอด”“ไม่รอดอะไร อยู่กันไปก็รักกันเอง” พ่อว่าเสียงหนัก “แกก็อายุสามสิบแล้วนะอคิณ ถึงเวลาคิดเรื่องครอบครัวได้แล้ว”เขาขยับตัวเล็กน้อย ริมฝีปากขบกันจนขึ้นรอยแดงในหัวเขามันวุ่นวายไปหมด…ภาพงานหมั้น ภาพชีวิตที่ถูกจัดวางไว้เรียบร้อยเหมือนหมากกระดาน มันไม่ใช่สิ่งที่เขาฝันอยากมีมาตั้งแต่แรกแม่มองส
ค่ำวันเดียวกัน – บ้านปกรณ์ บ้านสองชั้นตกแต่งหรูหราดูเงียบเกินปกติ ไฟในห้องรับแขกเปิดสลัวๆ ปกรณ์นั่งอยู่ตรงโซฟาหนังสีเข้ม มือคีบบุหรี่ค้างไว้ ดวงตาคมเต็มไปด้วยความหงุดหงิด โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นเบาๆ เขาลากสายตามองชื่อคนโทรเข้าก่อนจะกดรับเสียงเย็น “ว่า…” เสียงนักสืบปลายสายรายงานเรียบๆ “เจอตัวแล้วครับ คุณพริมพาลูกไปอยู่กับเพื่อนผู้หญิงแถวเขตชานเมือง วันนี้เพิ่งไปสมัครงานใหม่” ปกรณ์ขมวดคิ้ว หรี่ตาลง “ลูกอยู่กับเขาด้วย?” “ครับ เด็กหญิงอายุประมาณสี่ขวบ แข็งแรงดี ไม่มีปัญหาอะไร” ปกรณ์พ่นควันบุหรี่ช้าๆ ใบหน้าดูคล้ายคนโกรธ และในแววตาเหมือนมีความคิดซ่อนอยู่ “…แล้วเขาอยู่ที่นั่นมานานแค่ไหน” “สองคืนแล้วครับ ดูเหมือนเพื่อนผู้หญิงคนนั้นจะช่วยเหลือเต็มที่” ปกรณ์เงียบไปอึดใจ ลมหายใจฟังดูหนักขึ้น “ถ่ายรูปมาส่งให้ฉันทุกวัน ฉันต้องรู้ว่าลูกอยู่ที่ไหน” “ได้ครับ ผมจะรายงานทุกความเคลื่อนไหว” เขากดวางสายแล้วโยนมือถือไว้บนโต๊ะอย่างหัวเสีย ใจมันร้อนรุ่มไปหมด…โกรธที่พริมหนีไปไม่บอกอะไรสักคำ โกรธที่เธอกล้าพาลูกออกไปเงียบๆ แต่ก็…ห่วง ปกรณ์ยกมือกดขมับ ความอึดอัดแล่นเต็มอกจนแทบร
คำแรกนี่น้ำซุปยังร้อนเค็มๆ หวานๆ กลิ่นเครื่องเทศลอยมาแตะจมูก น้ำตาที่เพิ่งไหลยังไม่หยุด แต่พอกินไปเรื่อยๆ กลับรู้สึกว่าใจมันอุ่นขึ้น แปลกดีเหมือนกัน หมวยนั่งมองหน้าเพื่อน แล้วถอนหายใจเบาๆ “ดูมึงสิ นั่งกินไปก็ร้องไห้ไปแบบนี้ เข้มแข็งหน่อยได้ไหมพริม?” พริมยิ้มแห้งๆ น้ำตายังคลอ “ก็กูมันอ่อนแอไง มั
เสียงทะเลาะกันดังลั่นห้องจนเพื่อนข้างห้องได้ยินกันหมด “คุณจะเอาอะไรอีกฮะ! เลิกก็เลิกไปสิ จะตามจิกหัวฉันทำไม!” พริมตะโกนเสียงสั่น น้ำตาคลอจนมองหน้าเขาแทบไม่ชัด ปกรณ์ยืนกอดอก มองเธอด้วยสายตาดูถูกจนเจ็บไปถึงใจ “ผมไม่ได้ตามจิก แต่จะเตือนคุณไว้...คนอย่างคุณ ต่อให้ไปหาผู้ชายอีกกี่คน มันก็ไม่มีใครจริงจ
เช้าวันถัดมา – บ้านหมวยแสงแดดอ่อนๆ ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้อง พริมลืมตาตื่นทั้งที่ยังปวดหัวตุบๆ เหมือนร้องไห้มาทั้งคืน เธอขยับตัวช้าๆ เห็นหมวยนั่งพิงกำแพง เล่นโทรศัพท์อยู่หมวยเงยหน้าขึ้น พอเห็นพริมตื่นก็ดับหน้าจอ“ตื่นแล้วเหรอมึง นึกว่าจะนอนยาวยันเที่ยง”พริมพยักหน้าเสียงแหบ“เมื่อคืน…กูหลับสนิทด
หมวยจอดมอเตอร์ไซค์หน้าบ้านไม้ชั้นเดียว ไฟเฉลียงส่องสลัวๆ พริมก้าวลงจากเบาะซ้อน มือยังเกาะเอวเพื่อนไว้แน่น เหมือนถ้าไม่จับ จะล้มตรงนั้นหมวยหันมาถามเสียงเรียบ“โอเคไหมมึง?”พริมพยักหน้า แต่เสียงยังแหบ“โอเค…ขอบใจนะมึง”หมวยดับเครื่อง ถอดหมวกกันน็อก ยื่นมือมาลูบแขนเพื่อนเบาๆ“มึงจะขอบใจอีกกี่รอบก็เถอ