หน้าหลัก / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 17 ความจริงที่ถูกสร้าง

แชร์

ตอนที่ 17 ความจริงที่ถูกสร้าง

ผู้เขียน: Charuda Singsathon
last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-07 23:41:37

ตอนที่ 17 ความจริงที่ถูกสร้าง

เสียงบานประตูไม้หนาหนักของห้องประชุมหลักถูกกระแทกออกอย่างแรงจนเกิดเสียงสะท้อนกึกก้องไปทั่วโถงอันโอ่อ่า

ปัง!

ทุกสายตาของเหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ชั้นในพุ่งเป้าไปยังทิศทางเดียวกันในทันที หลินเยว่ซิน ก้าวเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าที่มั่นคงประหนึ่งขุนเขา ทว่ารังสีสังหารที่แผ่ออกมากลับเข้มข้นจนคนรอบข้างต้องเบือนหน้าหนี เคียงข้างนางคือ เซียวหาน ชายหนุ่มที่ดูสุขุมนุ่มลึกผิดปกติ ในมือของเยว่ซินกำวัตถุชิ้นหนึ่งไว้แน่น

มันคือแผ่นไม้สลักลาย “ดอกบัวแตก” หลักฐานเพียงชิ้นเดียวที่ไม่ได้เป็นแค่ไม้แกะสลัก แต่มันคือใบสั่งตายที่สามารถปลิดชีพคนได้ทั้งสำนัก หากความจริงถูกเปิดเผยออกมา

บนแท่นสูงที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดโถง หลินอู๋เชียน ประมุขเฒ่าผู้เป็นดั่งพระเจ้าของหุบเขาแห่งนี้ยังคงนั่งประทับอยู่บนบัลลังก์อย่างสงบนิ่ง สายตาของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อยเมื่อเห็นหลานสาวก้าวเข้ามา ไม่มีความประหลาดใจ ไม่มีความโกรธเคือง มีเพียงความเรียบเฉยที่ชวนให้สันหลังวาบ ราวกับว่าเขากำลังนั่งรอคอยฉากนี้มานานแสนนาน

“เจ้ากลับมาเร็วกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก... เยว่ซิน” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจ

หลินเยว่ซินหยุดยืนอยู่ใจกลางโถง นางไม่ได้คุกเข่านอบน้อมดั่งเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ร่างระหงยืนตัวตรงจ้องประสานตากับชายชราอย่างเด็ดเดี่ยว

“ข้ากลับมาเพื่อนำคำตอบมาให้ท่าน...” นางเอ่ยเสียงต่ำ น้ำหนักของถ้อยคำนั้นหนักอึ้งจนบรรยากาศรอบด้านตึงเครียดขึ้นมาในทันที ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันประหนึ่งสุสานที่รอเวลาเปิดออก

“พูดมาสิ... ข้ากำลังฟังอยู่”

หลินเยว่ซินชูแผ่นไม้ในมือขึ้นต่อหน้าทุกคน “ตราสัญลักษณ์ดอกบัวแตกชิ้นนี้... คือตราประจำตัวของผู้ช่วยประมุขฝ่ายใน”

เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแส่ออกมาทันที ศิษย์ทุกคนในโถงต่างล่วงรู้ดีว่าตำแหน่งนั้นเป็นของใคร สายตานับร้อยคู่พลันหันไปจับจ้องที่ เซวี่ยอิง ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากบัลลังก์ประมุข ทว่าหญิงสาวในชุดขาวกลับเพียงแค่ยืนกอดอกพิงเสาหิน นางคลี่ยิ้มจางๆ อย่างไม่สะทกสะท้านต่อข้อกล่าวหา

“หลักฐานชิ้นนี้... ข้าพบมันในร่างของนักฆ่าที่บุกเข้ามาเข่นฆ่าพี่น้องเราเมื่อคืน” เยว่ซินเอ่ยต่อ น้ำเสียงของนางเริ่มสั่นพร่าด้วยความแค้นที่สุมอก

ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ก่อนที่เสียงหัวเราะเบาๆ ของเซวี่ยอิงจะทำลายมันลง นางก้าวออกมาข้างหน้าด้วยท่าทีสง่างาม “แล้วอย่างไรต่อหรือน้องข้า? เพียงแค่แผ่นไม้แกะสลักชิ้นเดียว... เจ้าจะเอามาใช้ตัดสินประหารชีวิตพี่สาวของเจ้าเลยงั้นรึ? ช่างไร้เดียงสานัก...”

น้ำเสียงของเซวี่ยอิงเต็มไปด้วยความมั่นใจประหนึ่งเตรียมคำตอบล่วงหน้าไว้หมดแล้ว นางมองดูเยว่ซินราวกับมองดูเด็กน้อยที่พยายามจะเล่นเกมของผู้ใหญ่

หลินเยว่ซินหรี่ตาลง “หากมันมีแค่แผ่นไม้ชิ้นนี้... ข้าคงไม่โง่พอที่จะมาเยืนอยู่ตรงหน้าท่านปู่ในตอนนี้หรอก”

เซียวหานก้าวออกมาข้างหน้าก้าวหนึ่ง สายตาของเขาเย็นเยียบและลุ่มลึกขึ้นกว่าเดิม “ยาพิษที่ใช้สังหารศิษย์ในคืนก่อน... แม้มันจะมีสูตรผสมจากจิ่วหลัวเพื่อตบตา แต่ในเนื้อแท้ของมันกลับมีความลับประการหนึ่งซ่อนอยู่”

เขานิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาทั้งห้องเย็นวาบ “มันเป็นพิษที่ถูกปรุงขึ้นเพื่อให้ตอบสนองต่อ ‘พลังมาร’ ในร่างกายของท่านหญิงเยว่ซินโดยเฉพาะ ทุกครั้งที่นางสัมผัส หรืออยู่ใกล้ชิดพิษนี้ พลังในร่างของนางจะปั่นป่วนและสั่นสะเทือน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ยืนยันว่าคนปรุงพิษจะต้องรู้ความลับเรื่องพลังต้องห้ามในตัวนางดีที่สุด”

เสียงฮือฮาดังขึ้นอย่างไม่อาจควบคุม คำว่า “พลังมาร” คือสิ่งต้องห้ามและน่ารังเกียจที่สุดในสำนักเทียนหมิง หลินเยว่ซินไม่ได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงนี้ นางยอมรับมันผ่านความเงียบที่แสนเจ็บปวด

“และคนเดียวที่คลุกคลีอยู่กับการปรุงยา และล่วงรู้ความลับเรื่องลมปราณมารของเยว่ซินมาโดยตลอด...” เซียวหานเบนสายตาคมกริบไปหยุดที่เซวี่ยอิง “ก็คือเจ้า... เซวี่ยอิง”

ความเงียบเนิ่นนานเข้าครอบงำ ทุกคนรอคอยการตอบโต้ ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับกลายเป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูแหลมสูงและบิดเบี้ยวจากปากของเซวี่ยอิง นางเริ่มปรบมือช้าๆ กิริยาอาการเปลี่ยนจากความเยือกเย็นเป็นความบ้าคลั่งที่เปิดเผยออกมา

“น่าสนใจ... น่าสนใจจริงๆ!” นางเอ่ยพลางส่ายหัวช้าๆ “เจ้าสองคน... เดินมาได้ไกลกว่าที่ข้าจินตนาการไว้มากนัก”

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนการยอมรับกลายๆ ทั้งห้องแตกตื่นจนแทบจะควบคุมไม่อยู่

“ใช่แล้ว!” เซวี่ยอิงประกาศก้องอย่างไม่เกรงกลัว “ข้าเป็นคนทำทั้งหมดเอง ทั้งเรื่องวางยา ทั้งเรื่องไฟไหม้ และเรื่องที่ดึงนักฆ่าเข้ามา... ข้าคือคนเริ่มมันเอง!”

หลินเยว่ซินไม่ได้ขยับกายแม้แต่น้อย นางสังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติ... เซวี่ยอิงยอมรับเร็วเกินไป ราวกับว่านางไม่ได้กังวลเรื่องบทลงโทษจากประมุขเลยแม้แต่นิดเดียว

“แต่ว่านะ เยว่ซิน...” เซวี่ยอิงคลี่ยิ้มที่ดูอำมหิต “เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าคนอย่างข้า... จะกล้าทำเรื่องใหญ่ระดับทำลายสำนักเช่นนี้เพียงลำพัง?”

คำถามนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่ค่อยๆ กรีดลงบนความมั่นใจของเยว่ซิน นางหรี่ตาลง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

เซวี่ยอิงไม่ตอบ ทว่านางกลับหันหลังเดินไปหยุดอยู่ข้างบัลลังก์ของหลินอู๋เชียน และวินาทีนั้นเอง... หัวใจของหลินเยว่ซินก็แทบจะหยุดเต้น เมื่อเห็นสายตาที่เซวี่ยอิงมองประมุขเฒ่า

“ท่านปู่...” เสียงของเยว่ซินแผ่วเบา สั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

หลินอู๋เชียนที่นั่งนิ่งมาตลอดค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาช้าๆ มันเป็นรอยยิ้มที่นุ่มนวลประหนึ่งปู่ที่มองดูหลานสาวเติบโต ทว่าแววตากลับดำมืดและน่าสยดสยองยิ่งกว่าอสูรกายตัวใด

“ในที่สุด... เจ้าก็เติบโตจนมาถึงจุดที่ข้าต้องการเสียที เยว่ซิน”

คำพูดนั้นไม่ใช่การปฏิเสธ ทว่ามันคือการยอมรับความจริงที่โหดร้ายที่สุด ทั้งโถงพิพากษาเงียบสนิทจนแทบได้ยินเสียงหัวใจที่แตกสลายของหลินเยว่ซิน

“ทำไม...” นางเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก “ทำไมท่านต้องทำเช่นนี้? ทำไมต้องเข่นฆ่าศิษย์ในสำนัก? ทำไมต้องทำลายบ้านของตัวเอง?”

หลินอู๋เชียนค่อยๆ ลุกขึ้นจากบัลลังก์ เดินลงมาตามขั้นบันไดหินทีละก้าวอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น “เพื่อสร้าง... ‘ผู้สืบทอดที่แท้จริง’ อย่างไรเล่า”

เขายืนหยุดอยู่ตรงหน้าเยว่ซิน รังสีอำนาจแผ่ซ่านออกมาจนคนรอบข้างต้องก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว “เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะปล่อยให้สำนักเทียนหมิงที่ข้าสร้างมากับมือ... ต้องอ่อนแอลงเพียงเพราะความเมตตาอันไร้สาระ? สำนักแห่งนี้คือสถานที่สำหรับ ‘ผู้รอดชีวิต’ เท่านั้น คนที่อ่อนแอและไร้ประโยชน์... ก็สมควรต้องกลายเป็นอิฐหินที่รองรับฝ่าเท้าของผู้ปกครองที่แข็งแกร่งกว่า”

“คนที่ตายไป... คือผู้ที่พ่ายแพ้ต่อบททดสอบ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและโหดเหี้ยม “และคนที่ยืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางกองเลือดและหยาดน้ำตาอย่างเจ้า... คือผู้ที่คู่ควรจะปกครองเทียนหมิงสืบต่อไป”

หลินเยว่ซินก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวด้วยความสะเทือนใจ ดวงตาของนางสั่นระริก “ทั้งหมดนี่... ตั้งแต่ต้นจนจบ... คือการทดสอบที่ท่านวางแผนไว้เพียงเพื่อจะขัดเกลาข้าอย่างนั้นรึ?”

หลินอู๋เชียนยิ้ม “ใช่... ข้าจำเป็นต้องบีบให้เจ้าเข้าสู่ทางตัน เพื่อให้เจ้าปลดปล่อยพลังมารที่แท้จริงออกมา เพื่อให้เจ้าเรียนรู้ที่จะทอดทิ้งความรู้สึก และกลายเป็นอาวุธที่สมบูรณ์แบบที่สุด”

“แม้แต่...” เสียงของนางสั่นเครือจนแทบจะขาดใจ “แม้แต่ชีวิตของข้า... ท่านก็ยอมเอามาเสี่ยงเป็นหมากในกระดานงั้นหรือ?”

ประมุขเฒ่าจ้องลึกเข้าไปในตาหลานสาวอย่างไร้ความลังเล “โดยเฉพาะชีวิตของเจ้า... เพราะถ้าเจ้าไม่ผ่านบททดสอบนี้ เจ้าก็ไม่มีค่าพอที่จะหายใจอยู่ต่อภายใต้นามสกุลหลิน”

ปัง!

หัวใจของหลินเยว่ซินแตกสลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี ศรัทธาที่นางเคยมีต่อครอบครัว ความจงรักภักดีที่นางเคยมอบให้สำนัก... บัดนี้มันกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านที่ไร้ค่า

“ถ้าเช่นนั้น...” หลินเยว่ซินเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบลงช้าๆ ความเจ็บปวดในดวงตาเลือนหายไป แทนที่ด้วยความว่างเปล่าที่ลุ่มลึกยิ่งกว่าเดิม “ข้าก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ท่านภูมิใจนักหนา... ในเกมกระดานที่ท่านเป็นคนเขียนกฎขึ้นมาเอง”

“ไม่ใช่...” หลินอู๋เชียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง “เจ้าคือหมากที่สำคัญที่สุด... หมากที่ข้าจะใช้เพื่อครองใต้หล้า และไม่มีใครหน้าไหนจะทำลายเจ้าได้ แม้แต่ตัวเจ้าเอง”

คำพูดนั้นไม่ได้ฟังดูเหมือนคำชม แต่มันคือโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นที่พยายามจะรัดพันธนาการชีวิตของนางไว้ตลอดกาล

เซียวหานก้าวเข้ามายืนเคียงข้างนางในทันที สายตาของเขาเย็นจัดดุจน้ำแข็งขั้วโลก “ในเมื่อเกมนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีเพียงผู้ชนะที่รอดชีวิต... เช่นนั้น เกมนี้ก็ต้องมีคนแพ้ที่ต้องลงไปนอนในหลุมศพเช่นกัน”

หลินอู๋เชียนหัวเราะออกมาอย่างขบขัน “เจ้าคิดว่าศิษย์ใหม่ที่ไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างเจ้า... จะมีความสามารถพอที่จะชนะข้าในกระดานของข้าเองงั้นรึ?”

เซียวหานไม่ได้ตอบโต้ด้วยถ้อยคำ เขาเพียงแค่จ้องมองชายชราด้วยสายตาของนักล่าที่เจอเหยื่อที่คู่ควร พลังเร้นลับในกายของเขาเริ่มเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ

เซวี่ยอิงที่ยืนอยู่ด้านหลังลอบมองภาพการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย รอยยิ้มบนใบหน้าของนางกว้างขึ้นด้วยความสะใจ “ในที่สุด... ความลับทั้งหมดก็ถูกเปิดออกเสียที”

นางมองไปที่หลินเยว่ซินที่บัดนี้ดูเหมือนวิญญาณที่หลุดพ้นจากพันธนาการ “เอาล่ะน้องรัก... ตอนนี้เจ้าเหลือทางเลือกสุดท้ายแล้ว เจ้าจะยอมสยบแทบเท้าท่านปู่เพื่อเป็นผู้ปกครองเทียนหมิงในกองเลือด... หรือจะเลือกทำลายกระดานหมากนี้ทิ้งไปพร้อมกับชีวิตของพวกเราทุกคน?”

คำถามนั้นเปรียบเสมือนจุดเปลี่ยนของชีวิต ลมแรงกรรโชกเข้ามาในโถงประชุมพัดพากลิ่นอายแห่งสงครามให้ตลบอบอวล และในวินาทีนั้น หลินเยว่ซินก็รู้แจ้งแก่ใจแล้วว่า... เส้นทางที่นางเลือกเดินต่อจากนี้ จะเป็นเส้นทางที่ไม่มีวันหวนกลับมายังความสงบสุขได้อีกตลอดกาล

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 40 คนที่ไม่มีสิทธิ์ถูกจำ

    ตอนที่ 40 คนที่ไม่มีสิทธิ์ถูกจำ ความเงียบงันภายในห้องหินของสำนักเงามรณะในยามนี้ไม่ใช่เพียงความสงัด แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็น บรรยากาศรอบด้านหนักอึ้งจนประหนึ่งอากาศธาตุกลายเป็นของแข็ง ลมหายใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกรั้งรอไว้ที่ลำคอ ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุนเพื่อเฝ้ามองโศกนาฏกรรม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 39 สิ่งที่ต้องทิ้ง

    ตอนที่ 39 สิ่งที่ต้องทิ้ง ความเงียบสงัดภายในห้องหินยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ มันกดทับบรรยากาศรอบกายจนอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาไอเย็นจัดเข้าไปในปอด หยาดเลือดสีแดงเข้มจากบาดแผลของหลินเยว่ซินหยดลงกระทบพื้นหินเสียงดัง แหมะ... แหมะ... ชัดเจนท่ามกลางความสงัดปานป่าช้า ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอขา

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 38 คนที่ไม่ใช่เขา

    ตอนที่ 38 คนที่ไม่ใช่เขา หิมะภายนอกยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ประหนึ่งหยาดน้ำตาจากสรวงสวรรค์ที่แข็งตัวเป็นผลึกแก้ว มันร่วงหล่นลงมาอย่างเชื่องช้า เงียบเชียบ และเยือกเย็น จนทำให้โลกทั้งใบตกอยู่ในภวังค์แห่งความเหน็บหนาวที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจ ทว่าภายในกำแพงหินอันหนาทึบของสำนักเงามรณะ ความหนาวเห

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 37 ดินแดนที่ไม่มีชื่อ

    ตอนที่ 37 ดินแดนที่ไม่มีชื่อ สายลมเหนือพัดกรรโชกหอบเอาไอเย็นจัดกรีดผ่านผิวหนังประหนึ่งใบมีดอาบยาพิษ มันไม่ได้เพียงแค่หนาว แต่มันคือความ "เจ็บ" ที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูก ยิ่งพวกนางก้าวเดินลึกเข้าไปในเขตหุบเขาไร้รัก อุณหภูมิรอบกายก็ยิ่งดิ่งวูบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาวหนาทึบ เบื้องหน้าคือเทือกเขาสูงตระ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status