/ แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 5 รอยร้าว

공유

ตอนที่ 5 รอยร้าว

last update 게시일: 2026-04-02 18:52:43

ตอนที่ 5 รอยร้าว

สายลมยามเช้าพัดกรรโชกผ่านยอดเขาเทียนหมิงพาเอาความหนาวเหน็บเสียดแทงเข้าถึงกระดูก หมอกหนาสีเทาหม่นยังคงปกคลุมยอดศาลาและทางเดินหินราวกับจะช่วยปกปิดร่องรอยความโหดเหี้ยมที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน หลังจบภารกิจลอบสังหารสายลับจิ่วหลัว ศิษย์ใหม่ที่รอดชีวิตกลับมามีจำนวนเหลือไม่ถึงครึ่งของตอนเริ่มต้น ทว่าในสถานที่แห่งนี้กลับไม่มีใครเอ่ยปากถามถึงผู้ที่หายไป ไม่มีการไว้อาลัย ไม่มีการหลั่งน้ำตา ซากศพถูกจัดการอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบราวกับพวกเขามิเคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้

นี่คือ "กฎเหล็ก" อันไร้ความปรานีของเทียนหมิง... ผู้ที่ล้มลงคือผู้ที่ไร้ค่า และผู้ที่ยืนหยัดอยู่ได้เท่านั้นคือความจริง

บนแท่นหินสูงตระหง่านใจกลางลานฝึก หลินเยว่ซินยืนนิ่งสงบดุจรูปสลักหินหยก ใบหน้าของนางกลับมาเรียบเฉยเย็นชาดังเดิม ราวกับว่าเหตุการณ์คลุ้มคลั่งกลางป่าลึกในค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งที่เลือนหายไปพร้อมกับแสงสาง ทว่าลึกลงไปในจิตวิญญาณ มีเพียงนางเท่านั้นที่รู้ดีว่าบางสิ่งบางอย่างได้ "ร้าวราน" และเปลี่ยนไปอย่างไม่อาจหวนคืน

สายตาคมปลาบของนางกวาดผ่านฝูงชนเบื้องล่างอย่างช้าๆ ก่อนจะไปหยุดชะงักอยู่ที่ร่างของชายหนุ่มคนเดิม

เซียวหาน...

เขายืนปะปนอยู่ท่ามกลางกลุ่มศิษย์ใหม่ด้วยท่าทีสงบนิ่งเช่นเคย แผ่นหลังเหยียดตรง ดวงตาเรียบเฉยไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก ดูภายนอกเขาไม่ต่างจากหุ่นเชิดตัวหนึ่งของสำนัก แต่สำหรับหลินเยว่ซินในยามนี้ ภาพของเขามันช่างแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง

"เขา... ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป" นางคิดในใจด้วยความสับสน หรือบางที ตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาเหยียบย่างเข้ามาในสำนักนี้ เขาอาจไม่เคยเป็นคน "ธรรมดา" อย่างที่แสร้งทำเลยก็ได้

หลินเยว่ซินรีบเบนสายตาหนีทันทีเมื่อรู้สึกถึงหัวใจที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดอารมณ์ ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเย็นชาประกาศก้องไปทั่วลาน

"เริ่มการฝึกประลองได้!"

ณ ลานฝึกยุทธ์.....

เสียงดาบเหล็กกล้ากระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวไม่ขาดสาย ประกายไฟจากการปะทะแลบแปลบปลาบไปทั่วลานหิน ศิษย์ใหม่ทุกคนถูกจับคู่เพื่อประลองฝีมือ มันไม่ใช่การฝึกเพื่อพัฒนา แต่มันคือการ "คัดทิ้ง" อีกครั้งเพื่อกำจัดจุดอ่อนที่เหลืออยู่ให้สิ้นไป

"เซียวหาน... ขึ้นมาบนลาน!"

เสียงห้าวหาญและเต็มไปด้วยเจตนาข่มขวัญดังขึ้นจากด้านข้าง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำก้าวออกมาจากแถวศิษย์ชั้นใน ดวงตาของเขาฉายแววดูแคลนและกดดันอย่างชัดเจน เขาคือศิษย์รุ่นพี่ที่ผ่านการเคี่ยวกรำมาอย่างโชกโชนและเป็นหนึ่งในกลุ่มหัวกะทิที่ได้รับความไว้วางใจ

"ข้าจะเป็นคู่ประลองให้เจ้าเอง"

บรรยากาศรอบด้านพลันตึงเครียดขึ้นมาทันที ศิษย์คนอื่นๆ ต่างหยุดมือเพื่อเฝ้าดู นี่ไม่ใช่การประลองธรรมดา แต่ทุกคนรู้ดีว่ามันคือการ "ลองฆ่า" รุ่นพี่ผู้นี้ได้รับคำสั่งลับหรืออาจจะหมั่นไส้ในความโดดเด่นของเซียวหาน จึงต้องการจะสั่งสอนให้รู้สำนึก

เซียวหานก้าวขึ้นไปบนลานประลองอย่างเนิบนาบ มือเรียวยาวกุมด้ามมีดสั้นไว้หลวมๆ สายตาของเขานิ่งสนิทราวกับบ่อน้ำลึกที่มองไม่เห็นก้น

"เริ่มได้!"

สิ้นเสียงคำสั่งของอาจารย์ผู้ควบคุม ดาบใหญ่ในมือของศิษย์รุ่นพี่ก็ฟาดฟันลงมาทันทีด้วยพลังวัตรที่รุนแรง มันรวดเร็ว หนักหน่วง และมุ่งเป้าไปที่จุดตายโดยไม่เปิดช่องว่างให้หายใจ เซียวหานขยับกายหลบหลีกอย่างเฉียดฉิวประหนึ่งวิญญาณพราย พื้นหินใต้เท้าแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ จากแรงปะทะของดาบที่พลาดเป้า

เขาไม่ตอบโต้ ไม่รุกไล่ เพียงแค่ถอยและเบี่ยงหลบ ครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยท่าทางที่ดูเหมือนใกล้จะจนมุม แต่กลับไม่เคยเพลี่ยงพล้ำเลยแม้แต่น้อย

"ทำไมเอาแต่หนี! สู้ข้าสิเจ้าขี้ขลาด!" เสียงตะโกนด่าทอด้วยความหงุดหงิดดังขึ้นเมื่อไม่อาจแตะต้องชายหนุ่มได้

แต่เซียวหานยังคงนิ่งเงียบ เขาไม่ได้หนีเพราะความกลัว แต่เขากำลัง "วัด" ทุกอย่างอย่างละเอียด... จังหวะการหายใจ แรงส่งจากหัวไหล่ และที่สำคัญที่สุดคือ "ช่องว่าง" เล็กๆ ที่มักจะเกิดขึ้นในยามที่ศัตรูเริ่มเสียสมาธิเพราะความโกรธ

และในวินาทีที่ดาบใหญ่ถูกฟันลมออกไปจนสุดแรง ส่งผลให้การป้องกันช่วงล่างเปิดกว้าง

ฉึก!

การเคลื่อนไหวของเซียวหานรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เขาพุ่งสวนเข้าไปในระยะประชิด คมมีดในมือเฉือนผ่านข้อมือของฝ่ายตรงข้ามอย่างแม่นยำจนเส้นเอ็นแทบขาด ดาบใหญ่หลุดกระเด็นออกจากมือหยาบหนา และก่อนที่ใครจะทันมองทัน ปลายมีดแหลมคมของเขาก็มาหยุดนิ่งอยู่ที่ลูกกระเดือกของศิษย์รุ่นพี่ผู้นั้นพอดีเป๊ะ

ทุกอย่างเงียบกริบ... ทั้งลานประลองตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด

มันเร็วเกินไป... แม่นยำเกินไป และโหดเหี้ยมเกินกว่าที่ศิษย์ใหม่คนหนึ่งจะทำได้

"พอได้แล้ว" เสียงของหลินเยว่ซินดังขึ้นจากบนแท่นสูง ตัดบทก่อนที่เลือดจะนองลาน

เซียวหานลดมีดลงทันที เขาก้าวถอยหลังออกไปและทำความเคารพตามมารยาทโดยไม่เอ่ยคำพูดใดๆ แต่สายตาหลายคู่ที่จ้องมองเขาในยามนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว... เขาไม่ใช่แค่ศิษย์ใหม่ที่น่าสนใจอีกต่อไป แต่เขาคือ "ตัวอันตราย" ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด

หลังลานฝึก ในเงามืดของแมกไม้

"เจ้ากำลังเล่นกับไฟอยู่นะ... เซียวหาน"

เสียงเย็นเฉียบที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นจากทางด้านหลัง เซียวหานหยุดเดินช้าๆ เขาหันกลับไปพบกับหญิงสาวในอาภรณ์สีขาวสะอาดตาที่ยืนพิงต้นไม้ใหญ่อยู่ในมุมมืด ดวงตาคมกริบของนางจ้องมองมาราวกับจะมองให้ทะลุถึงลำไส้

นางคือ เซวี่ยอิง ยอดฝีมือหญิงฝ่ายข้อมูลและพิษผู้มีความซับซ้อนเกินหยั่งถึง

"ศิษย์ใหม่... แต่กลับมีฝีมือลึกล้ำถึงเพียงนี้" นางคลี่ยิ้มจางๆ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไปไม่ถึงดวงตาที่เย็นเยียบ "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าพวกเราที่เป็นศิษย์ชั้นในจะมองไม่ออก... ว่าเจ้าซ่อนเขี้ยวเล็บเอาไว้?"

เซียวหานไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่มองนางนิ่งๆ ด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์

"ข้าไม่สนหรอกว่าเจ้าจะมาจากไหน หรือมีจุดประสงค์อะไรแอบแฝง" เซวี่ยอิงก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมของสมุนไพรจางๆ "แต่ถ้าเจ้าคิดจะปีนขึ้นสู่ที่สูงด้วยวิธีลัด..." นางเอียงศีรษะเล็กน้อย แววตาประกายความโหดร้าย "อย่าลืมว่าที่นี่คือเทียนหมิง ที่ซึ่งไม่มีที่ว่างให้คนเก่งเกินหน้าเกินตาได้อยู่นานนักหรอก"

ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่ชั่วครู่ ก่อนที่เซวี่ยอิงจะกระซิบถามเสียงเบาลง

"หรือว่า... เป้าหมายที่แท้จริงของเจ้า คือการหาทางเข้าใกล้... 'นาง'?"

คำว่า "นาง" ไม่ต้องเอ่ยชื่อ เซียวหานก็รู้ดีว่าหมายถึงใคร เขารู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่เขม็งเกร็งขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงควบคุมไว้อย่างดี

"ข้าเป็นเพียงศิษย์ที่ต้องการฝึกยุทธ์เท่านั้น" คำตอบนั้นเรียบง่ายและดูไร้พิรุธ

เซวี่ยอิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "หวังว่าจะเป็นแค่นั้นจริงๆ นะ... เพราะถ้าข้าพบว่าเจ้าเป็นภัยต่อสำนัก หรือมีเจตนาอื่นกับหลินเยว่ซิน... เจ้าจะเป็นคนแรกที่ข้าลงมือฆ่าด้วยมือของข้าเอง"

นางหันหลังจากไปอย่างรวดเร็วราวกับนกที่โผบิน ทิ้งคำเตือนสุดท้ายไว้เบื้องหลัง "ที่นี่ไม่มีใครเป็นเพื่อนใคร... จำไว้ให้ดี"

ค่ำคืนเดียวกัน ณ ยอดหน้าผาไร้รัก

หลินเยว่ซินยืนโดดเดี่ยวอยู่บนขอบหน้าผาสูงชัน สายลมแรงยามค่ำคืนพัดพากระพืออาภรณ์สีดำของนางให้ปลิวไสวไปตามแรงลม ดวงตาที่เคยนิ่งสงบบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความวุ่นวายใจ ในหัวของนางภาพเหตุการณ์เมื่อคืนยังคงฉายซ้ำราวกับแผ่นเสียงที่ชำรุด

สัมผัสที่อบอุ่นทว่ามั่นคง... ลมหายใจที่ผสานกันท่ามกลางไอสังหาร... และที่น่ากลัวที่สุดคือ "พลังมาร" ในกายของนางที่สงบลงได้อย่างน่าประหลาดเพราะสัมผัสของเขา

"เป็นไปไม่ได้... มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" นางกำมือแน่นจนสั่น

"ท่านกำลังหลบหน้าข้าอยู่หรือขอรับ?"

เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลังอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หลินเยว่ซินสะดุ้งสุดตัวและหันกลับไปทันที เซียวหานยืนอยู่ตรงนั้นในเงามืด เขาดูนิ่งเงียบและไร้ร่องรอยเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของรัตติกาล

"ใครอนุญาตให้เจ้าขึ้นมาที่นี่!" น้ำเสียงของนางกลับมาเย็นเฉียบและเต็มไปด้วยอำนาจสั่งการ

"ไม่มีใครอนุญาตขอรับ" เขาตอบตรงๆ พลางก้าวเท้าเดินเข้าหาช้าๆ "แต่ข้าอยากรู้... เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่"

ดวงตาของหลินเยว่ซินแข็งกร้าวขึ้นทันควัน "ไม่ใช่เรื่องที่ศิษย์ชั้นต่ำอย่างเจ้าจะต้องมายุ่มยาม กลับไปซะ!"

"แต่ข้าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เต็มๆ" คำตอบนั้นทำให้นางชะงักฝีเท้า "เพราะในวินาทีที่ท่านกำลังจะสูญเสียความเป็นคน... ข้าคือคนเดียวที่ยังยืนอยู่ตรงนั้น และเป็นคนเดียวที่หยุดท่านได้"

ความเงียบแผ่ขยายออกไปช้าๆ ลมพัดแรงขึ้นจนฟังดูเหมือนเสียงหวีดหวิวของวิญญาณ หลินเยว่ซินจ้องเขานิ่งด้วยความโกรธระคนสับสน ก่อนจะเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน

"นั่นคือความผิดพลาด... และข้าจะไม่มีวันปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก" นางก้าวเข้าไปประชันหน้ากับเขา ดวงตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง "ครั้งต่อไป... หากเจ้ากล้าแตะต้องตัวข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้ารอดไปได้แม้แต่ลมหายใจเดียว"

คำขู่ของนางรุนแรงและเต็มไปด้วยไอสังหาร ทว่าเซียวหานกลับไม่ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว เขากลับโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อยจนระดับสายตาเท่ากัน

"ถ้าเป็นเช่นนั้น..." เขาเอ่ยช้าๆ แต่ละคำหนักแน่น "ข้าคงต้องหาทางเข้าใกล้ท่านให้มากกว่าเดิม เพื่อให้แน่ใจว่า... ในวันที่ท่านเสียการควบคุมอีกครั้ง ท่านจะไม่ทำร้ายตัวเอง หรือทำลายทุกอย่างจนย้อนกลับมาไม่ได้"

ลมหายใจของหลินเยว่ซินสะดุดวูบ ความรู้สึกโกรธเคืองพลันจางหายไปแทนที่ด้วยความหวั่นไหวที่ปิดไม่มิด "เจ้า!"

ยังไม่ทันที่นางจะเอ่ยจบ เซียวหานก็ยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของนางไว้อย่างรวดเร็ว สัมผัสนั้นรุนแรงจนนางตกใจ ทว่าทันทีที่ผิวเนื้อต้องกัน พลังในร่างกายของนางกลับสั่นไหวและตอบสนองต่อสัมผัสของเขาอีกครั้ง มันไม่ใช่การปะทุที่รุนแรงเหมือนครั้งก่อน แต่มันคือความรู้สึกที่ "ยอมรับ" และ "โหยหา" อย่างประหลาด

หลินเยว่ซินนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ "ปล่อย..." เสียงของนางเบาลงและสั่นเครือโดยไม่รู้ตัว

แต่เซียวหานกลับยังไม่ปล่อยมือ เขาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงจัง "หากท่านอยากจะฆ่าข้าเพื่อปกปิดความลับนี้... ก็เชิญลงมือได้เลย"

"แต่ก่อนหน้านั้น... ท่านต้องยอมรับความจริงข้อหนึ่งก่อน" เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น "ว่าในตอนนี้... ท่านเองก็ต้องการข้า ไม่ต่างจากที่ข้าต้องการปกป้องท่าน"

ตึก!

หัวใจของหลินเยว่ซินกระแทกแรงอยู่ในอกจนนางแทบหายใจไม่ออก ความรู้สึกนี้มันน่ากลัวยิ่งกว่าตอนที่พลังมารคลุ้มคลั่งเสียอีก เพราะมันคือความรู้สึกที่นางควบคุมไม่ได้ด้วยอำนาจหรือวิทยายุทธ์ใดๆ

นางรวบรวมแรงทั้งหมดสะบัดมือเขาออกทันทีและถอยหลังไปหลายก้าว ลมหายใจหอบเหนื่อยและไม่เป็นจังหวะ

"หายไปจากสายตาข้าเดี๋ยวนี้!" นางตวาดเสียงแข็ง ทว่าแฝงไปด้วยความหวาดกลัวลึกๆ

เซียวหานจ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยทว่าอ่อนโยน "ขอรับ... ท่านหญิง"

เขาก้าวถอยหลังหายไปในความมืดของหน้าผา ทิ้งหลินเยว่ซินไว้กับความวุ่นวายในใจที่หมุนวนราวกับพายุ นางทรุดกายลงนั่งที่ขอบหิน มือเรียวกุมหัวใจที่ยังสั่นไหวไม่หยุด ความจริงที่นางพยายามปฏิเสธมาตลอดบัดนี้เริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ

ชายหนุ่มผู้นี้... ไม่ใช่แค่ภัยอันตรายที่สั่นคลอนความมั่นคงของสำนัก

แต่เขาคือสิ่งมีชีวิตเดียวบนโลกใบนี้... ที่สามารถ "แตะต้อง" หัวใจที่ตายด้านของนางได้ และนั่นคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของนาง

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status