Home / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 16 หนึ่งวันสุดท้าย

Share

ตอนที่ 16 หนึ่งวันสุดท้าย

last update publish date: 2026-04-07 11:36:09

ตอนที่ 16 หนึ่งวันสุดท้าย

เวลา... ช่างเป็นสิ่งที่มีค่าและโหดร้ายที่สุดในยามนี้

หนึ่งวัน หรือยี่สิบสี่ชั่วโมงที่หลินอู๋เชียนประทานให้นั้น มันมากพอสำหรับการสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายก่อนความตายจะมาเยือน ทว่ามันกลับไม่เคยเพียงพอสำหรับ "ความผิดพลาด" แม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว กงล้อแห่งโชคชะตาเริ่มหมุนวนอีกครั้ง และทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาในใจขยับเขยื้อน มันคือการนับถอยหลังสู่ลานประหารที่รอคอยพวกเขาอยู่ตรงปลายทาง

แสงแดดรำไรของเช้าวันใหม่ยังไม่ทันได้สาดส่องข้ามยอดเขาเทียนหมิง หมอกหนาสีเทาหม่นยังคงปกคลุมทางเดินหินอย่างดื้อรั้น ทว่าเงาร่างของสตรีในอาภรณ์สีดำสนิทกลับปรากฏตัวขึ้นกลางลานเงียบสงัด หลินเยว่ซิน ยืนสงบนิ่งประหนึ่งรูปสลัก ใบหน้าของนางซูบตอบลงเล็กน้อยจากการไม่ได้พักผ่อน ทว่าดวงตากลับลุกโชนด้วยไฟแห่งความเด็ดเดี่ยว

"เรามีเวลาไม่มากนัก"

น้ำเสียงของนางเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งพัดผ่านโสตประสาท เซียวหาน ก้าวเดินออกมาจากเงามืดเคียงข้างนาง บาดแผลที่หน้าอกและไหล่ยังคงส่งผลให้เขาเคลื่อนไหวได้ไม่ถนัดนัก ทว่าสายตาของเขากลับนิ่งสงบและมั่นคงประหนึ่งผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น เขาจ้องมองใบหน้าด้านข้างของนางด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

"จะเริ่มจากที่ไหนก่อนดี?" เขาถามเสียงเบา ทว่าชัดเจนในความเงียบ

หลินเยว่ซินหรี่ตาลงมองไปยังทิศตะวันออก ที่ซึ่งซากปรักหักพังของคลังโอสถตั้งอยู่ "ที่ที่พิษถูกปรุงขึ้นมา... และที่ที่พวกมันพยายามจะกลบฝังความจริงไว้ภายใต้อาคมเพลิง"

ณ เรือนโอสถ

กลิ่นไหม้ฉุนกะทิยังคงลอยวนอยู่ในอากาศชื้นแฉะของยามเช้า เถ้าถ่านสีดำสนิทกระจายเต็มพื้นหินที่เคยสะอาดสะอ้าน ซากปรักหักพังของคานไม้ที่มอดไหม้ล้มระเนระนาดดูน่าสลดใจ

"เมื่อคืนที่เกิดไฟไหม้... จุดประสงค์หลักคงไม่ใช่แค่การเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อให้ศัตรูบุกเข้ามาหรอก" เซียวหานเอ่ยพลางก้มลงหยิบเศษเครื่องปั้นดินเผาที่แตกกระจายขึ้นมาพิจารณา "มันคือการทำลายหลักฐานการปรุงยาพิษชนิดใหม่ที่ใช้ลอบสังหารศิษย์คนก่อนต่างหาก"

หลินเยว่ซินก้าวเดินไปบนกองเถ้าถ่านอย่างช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองไปตามซอกมุมที่ถูกเพลิงเผาผลาญจนไม่เหลือเค้าเดิม "แต่ถึงจะพยายามกลบเกลื่อนเพียงใด คนที่ลงมือทำ... ย่อมต้องทิ้งร่องรอยบางอย่างไว้เสมอ ไม่มีอาชญากรรมใดที่สมบูรณ์แบบในโลกของเทียนหมิง"

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกพัง

"ตรงนี้!"

เซียวหานเรียกชื่อนางด้วยเสียงที่เข้มขึ้น เขาชี้ไปยังพื้นไม้กระดานใต้ชั้นวางยาที่ถูกไฟไหม้จนดำเป็นตอประกาย บนพื้นนั้นมีคราบบางอย่างหลงเหลืออยู่ มันไม่ใช่เถ้าถ่านที่เกิดจากการเผาไหม้ทั่วไป ทว่ามันกลับเป็น "ผงละเอียดสีดำขลับ" ที่เกาะตัวกันเป็นปื้นประหลาด

หลินเยว่ซินย่อตัวลงขยับปลายนิ้วแตะลงบนผงเหล่านั้นเบาๆ ในวินาทีที่ผิวสัมผัสกับมวลสารลึกลับ พลังมารในร่างกายของนางพลัน "สั่นสะท้าน" ขึ้นมาอย่างรุนแรงประหนึ่งเจอสิ่งเร้าที่คุ้นเคย มันเย็นเยียบและเสียดแทงจิตวิญญาณ

"นี่ไม่ใช่สารพิษธรรมดาจากจิ่วหลัว..." นางเอ่ยน้ำเสียงต่ำพร่า "แต่มันแฝงไปด้วยไออาถรรพ์ที่ตอบสนองกับพลังมารในร่างของข้า"

เซียวหานหรี่ตาลง "หมายความว่า... คนที่ปรุงพิษนี้ขึ้นมา จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับสายวิชามาร และรู้จักคุณสมบัติของพลังในตัวท่านเป็นอย่างดี"

ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานท่ามกลางซากปรักหักพัง คำตอบเดียวกันผุดขึ้นมาในใจโดยไม่ต้องเอ่ยออกมา...

ผู้อยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่รู้จักจุดอ่อนของหลินเยว่ซินดีที่สุด

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากดังแว่วมาจากทางเข้าเรือนโอสถ พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการที่คุ้นเคย

"ค้นให้ทั่วทุกซอกทุกมุม! อย่าให้เหลือแม้แต่ซากแมลงตัวเดียว!"

เสียงของหัวหน้าศิษย์ชั้นในผู้จงรักภักดีต่อเซวี่ยอิงดังขึ้น หลินเยว่ซินลุกขึ้นยืนทันทีอย่างระแวดระวัง "มีคนพยายามจะมาปิดทางเรา... เร็วเข้า!"

นางกระชากแขนเซียวหานให้หลบเข้าสู่เงาของผนังที่ยังไม่พังทลาย ทั้งสองเคลื่อนที่ออกไปทางด้านหลังอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ทว่าเพชฌฆาตในเงามืดกลับไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาไปง่ายๆ

ฟึ่บ!

ลูกดอกโลหะพุ่งแหวกอากาศผ่านหน้าของหลินเยว่ซินไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ก่อนจะปักเข้าที่กำแพงหินจนแตกร้าว ปัก!

"มีคนลอบตามเรามา!" เซียวหานตะโกนเตือนพร้อมชักมีดสั้นออกมาตั้งรับ

เงาร่างของนักฆ่าสามคนในชุดสีเข้มปรากฏกายขึ้นบนยอดหลังคาประหนึ่งภูตพราย พวกมันไม่ได้สวมหน้ากาก ทว่าแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นเยียบนั้นบ่งบอกว่าพวกมันคือเครื่องมือสังหารที่ถูกส่งมาเพื่อฆ่าปิดปาก

"อย่าเพิ่งเสียเวลาปะทะตอนนี้!" หลินเยว่ซินสั่งการอย่างเด็ดขาด "เป้าหมายของเราคือการนำหลักฐานไปให้ท่านปู่ หากเราตายที่นี่ ทุกอย่างจะจบสิ้น!"

ทั้งสองพุ่งตัวออกจากซากอาคารมุ่งหน้าสู่เขตหอปราน เสียงฝีเท้าที่ไล่ตามหลังมานั้นหนักแน่นและใกล้เข้ามาทุกทีพรัอมกับเสียงสายลมที่ถูกฉีกกระชาก

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

ลูกดอกอาบยาพิษถูกระดมยิงมาไม่ขาดสาย เซียวหานพุ่งเข้าไปคว้าร่างของหลินเยว่ซินให้กลิ้งหลบไปตามพื้นหินได้อย่างเฉียดฉิวประหนึ่งปาฏิหาริย์ หัวใจของนางเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก มันไม่ใช่ความกลัวตาย แต่มันคือความตื่นเต้นที่ต้องแบกรับชะตากรรมของผู้อื่นไว้บนบ่า

ทั้งสองวิ่งซิกแซกผ่านทางเดินแคบๆ ระหว่างหุบเขา ลมหายใจเริ่มหอบหนักและสั่นพร่า

"พวกมันรู้ล่วงหน้าว่าเราจะมาที่เรือนโอสถ!" เซียวหานเอ่ยลอดไรฟัน "ตำแหน่งการดักซุ่มแม่นยำเกินไป"

"ใช่..." หลินเยว่ซินกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บใจ "นั่นหมายความว่า... ทุกการเคลื่อนไหวของเราถูกรายงานออกไปทันทีที่มีคนเห็น และคนรายงานคนนั้น... ก็คือพี่น้องร่วมสำนักที่ยืนอยู่ข้างหลังเรามาตลอด!"

ความจริงข้อนี้ช่างเจ็บปวดยิ่งกว่าบาดแผลจากคมดาบ สำนักเทียนหมิงที่นางเคยคิดว่าเป็นบ้าน บัดนี้กลับกลายเป็นคุกที่เต็มไปด้วยเพชฌฆาตที่สวมหน้ากากเป็นคนคุ้นเคย

ที่ปลายทางเดินหิน... พวกเขาพบกับ "ทางตัน"

ข้างหน้าคือหน้าผาสูงชันที่ไร้ทางไป ส่วนข้างหลังคือนักฆ่าทั้งสามคนที่ตามมาทันและโอบล้อมไว้ทุกทิศทาง

"รีบไปซะ..." เซียวหานเอ่ยเสียงเบาแผ่วแต่หนักแน่น "ข้าจะยอมสละชีวิตเปิดทางให้ท่านเอง"

หลินเยว่ซินหันมามองเขาด้วยดวงตาที่สั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าว "อย่าบังอาจมาสั่งข้า... และห้ามตายเด็ดขาด นี่คือคำสั่ง!"

เซียวหานคลี่ยิ้มจางๆ ท่ามกลางวิกฤต "จะพยายามขอรับ... ท่านหญิง"

ฟึ่บ!

เซียวหานพุ่งกายเข้าหานักฆ่าคนแรกประหนึ่งลูกธนู รวดเร็ว เงียบเชียบ และอำมหิต

ฉึก!

มีดสั้นแทงทะลุลำคอของศัตรูอย่างแม่นยำ เลือดพุ่งกระฉูดอาบใบหน้าของเขา นักฆ่าอีกสองคนกระโจนเข้าใส่พร้อมกันจากสองทิศทาง หลินเยว่ซินไม่รอช้า นางรวบรวมพลังมารในร่างระเบิดออกทันที

ปัง!

แรงกระแทกจากพลังมารซัดเอานักฆ่าคนหนึ่งปลิวกระเด็นไปกระแทกกำแพงหินจนกระดูกแตกละเอียดสลายสิ้นชีวิตในทันที ทว่าในจังหวะนั้น นักฆ่าคนสุดท้ายกลับเบี่ยงกายอ้อมไปทางด้านหลังของนางหมายจะบั่นหัว!

"ข้างหลัง!" เซียวหานตะโกนสุดเสียง

หลินเยว่ซินหมุนตัวกลับพรัอมตวัดดาบเป็นวงกลมในชั่วพริบตา

ฉัวะ!

คมดาบฟันผ่านลำตัวของศัตรูจนขาดสะบั้น เลือดสีแดงสดฉาดสาดกระจายเต็มพื้นหินประหนึ่งภาพวาดมรณะ ความเงียบกลับมาปกคลุมทางเดินหินอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักของคนทั้งคู่

คนทั้งสองทรุดกายลงนั่งพักหายใจหอบถี่ เลือดของศัตรูเปรอะเปื้อนตามร่างกายจนดูน่าเกรงขาม

"พวกมันไม่ได้มาแค่เพื่อฆ่าปิดปาก..." เซียวหานเอ่ยพลางใช้แขนเช็ดเลือดที่แก้ม "แต่มันพยายามจะ 'หยุด' ไม่ให้เราเข้าถึงข้อมูลสำคัญบางอย่าง"

หลินเยว่ซินกำหมัดแน่นจนสั่นสะท้าน "นั่นแปลว่า... เบาะแสที่เราได้มา มันสำคัญพอที่จะสั่นคลอนตำแหน่งของใครบางคนได้จริงๆ"

เซียวหานก้มลงค้นหาของบางอย่างในกระเป๋าเสื้อของนักฆ่าที่นอนสิ้นใจ และเขาก็พบกับ "สิ่งนั้น" แผ่นไม้ขนาดเล็กแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงเป็นรูป "ดอกบัวแตก" สีเลือด

หลินเยว่ซินนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ดวงตาหรี่ลงด้วยความโกรธแค้นที่ท่วมท้น "นี่มัน... ตราประจำตัวของผู้ช่วยประมุขฝ่ายใน..."

นางพึมพำเสียงสั่น "และในสำนักนี้... มีเพียงคนเดียวที่ถือครองตราสัญลักษณ์นี้ไว้ในมือ"

เซียวหานชะงักกึก "หมายความว่า... ข้อสงสัยของเราถูกต้องแล้วสินะ"

คำตอบที่ไร้เสียงลอยล่องอยู่ในอากาศ... เซวี่ยอิง

พระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลงสู่ยอดเขา แสงสีส้มแดงฉานประหนึ่งเลือดเริ่มอาบไล้ไปทั่วหุบเขา เวลาของพวกเขาเหลืออีกไม่กี่ชั่วยามก่อนที่ตะวันจะตกดิน

"เราต้องไปหาท่านปู่เดี๋ยวนี้" หลินเยว่ซินเอ่ยน้ำเสียงเด็ดขาด "เราต้องนำตรานี้ไปยืนยันความบริสุทธิ์ของเฉินอวี่ และเปิดโปงนังปีศาจนั่นให้ได้"

เซียวหานจ้องมองนางด้วยแววตาสื่อความหมาย "เจ้ามั่นใจหรือเยว่ซิน? ทันทีที่เราก้าวเข้าไปหาหลินอู๋เชียน... หากเขาไม่เชื่อเรา หรือหากเซวี่ยอิงวางแผนซ้อนไว้... เราจะไม่มีทางรอดออกมาได้อีกเลย"

หลินเยว่ซินไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว "ถ้าข้าไม่ไปในตอนนี้... เฉินอวี่จะต้องตาย และคนบริสุทธิ์อีกมากมายจะกลายเป็นเหยื่อของนาง ข้าจะไม่ยอมให้เทียนหมิงล่มสลายเพราะคนทรยศเพียงคนเดียว!"

ไกลออกไปบนหอคอยสูงที่ตั้งอยู่เหนือสำนัก เงาร่างของสตรีในชุดขาวอันลึกลับยืนมองภาพเหตุการณ์เบื้องล่างด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็นประหนึ่งน้ำแข็งขั้วโลก เซวี่ยอิง เห็นทุกอย่าง และนางล่วงรู้ทุกความเคลื่อนไหวของคนทั้งสอง

"ในที่สุดพวกเจ้าก็คาบเอาเหยื่อที่ข้าจงใจทิ้งไว้มาหาข้าจนได้..." นางพึมพำกับสายลมแรงที่พัดกระพืออาภรณ์ของนาง "แต่ช่างน่าเวทนานัก... เพราะพวกเจ้ามา 'สายเกินไป' เสียแล้ว"

นางคลี่ยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาฉายแววอำมหิตจนน่าขนลุก "เกมกระดานนี้... ข้าจะเป็นคนวางหมากตัวสุดท้ายเพื่อปิดฉากพวกเจ้าทุกคนให้ลงสู่ขุมนรกพร้อมกันในค่ำคืนนี้"

ลมพัดแรงกรรโชกขึ้นมาอีกครั้ง พาเอาเงามืดแห่งมรณะขยายตัวออกปกคลุมทั้งสำนักเทียนหมิงประหนึ่งม่านสีดำที่ไม่มีวันเปิดออกได้อีกตลอดกาล...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status