Beranda / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 18 สิ่งที่เหลืออยู่

Share

ตอนที่ 18 สิ่งที่เหลืออยู่

last update Tanggal publikasi: 2026-04-08 11:21:44

ตอนที่ 18 สิ่งที่เหลืออยู่

ความเงียบ... เข้าปกคลุมห้องประชุมหลักของสำนักเทียนหมิงอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าเป็นความเงียบที่กรีดลึกยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ ไม่มีเสียงลมพัดผ่าน ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจของเหล่าศิษย์ที่คุกเข่าอยู่รายรอบ ทุกอย่างหยุดนิ่งราวกับกาลเวลาถูกแช่แข็งไว้ด้วย "ความจริง" ที่เพิ่งถูกเปิดเผย ความจริงที่หนักอึ้งและโสมมเกินกว่าที่หัวใจดวงหนึ่งจะแบกรับไหว

หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่กลางโถงหิน ร่างระหงนิ่งค้างไปนานแสนนาน นิ่งเสียจนดูเหมือนรูปสลักที่ไร้วิญญาณ ทว่าภายในใจของนางกลับกำลังเกิดพายุคลั่งที่บดขยี้ทุกความเชื่อมั่นให้กลายเป็นผุยผง

"ทั้งหมดนี้..." นางพึมพำออกมาแผ่วเบา ราวกับกำลังสนทนากับความว่างเปล่าในใจ "มันเป็นเพียงแค่... เกมกระดานของท่านอย่างนั้นรึ?"

ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววเย็นชา บัดนี้ค่อยๆ หม่นแสงลงจนกลายเป็นความมืดมิดที่ลึกซึ้ง ความรู้สึกของนางไม่ได้พังทลายลงเหมือนแก้วที่แตกกระจาย แต่มันมอดไหม้หายไปจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน มันไม่ใช่แค่ความโกรธแค้นที่ถูกหักหลัง และไม่ใช่แค่ความเสียใจที่ถูกหลอกใช้ แต่มันคือความ "ว่างเปล่า" ที่กัดกินตัวตนของนางจนหมดสิ้น

"ท่านเข่นฆ่าคนบริสุทธิ์... ท่านทำลายชีวิตพี่น้องร่วมสำนัก..." เสียงของนางเริ่มสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ "เพียงเพื่อจะ 'ทดสอบ' ความเป็นมนุษย์ในตัวข้าอย่างนั้นหรือ?"

หลินอู๋เชียนจ้องมองหลานสาวเพียงคนเดียวด้วยแววตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เขาไม่ได้ปฏิเสธ และไม่ได้แสดงความเสียใจแม้เพียงนิด "คนเหล่านั้นที่ตายไป... คือผู้ที่พิสูจน์แล้วว่าอ่อนแอเกินกว่าจะอยู่รอดในโลกใบนี้"

คำตอบนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลใจที่เหวอะหวะของนาง "และเจ้า... เยว่ซิน เจ้าคือผลงานชิ้นเอกที่ข้าขัดเกลามากับมือ เจ้าคือคนที่จะยืนอยู่บนยอดซากศพของพวกมัน และปกครองใต้หล้านี้ด้วยความเด็ดขาดที่ข้ามอบให้"

"พอได้แล้ว..."

เสียงของนางดังขึ้นขัดจังหวะคำพูดโอ้อวดนั้น แม้มันจะเบาหวิวทว่ากลับทรงพลังจนทุกคนในห้องประชุมสะดุ้งสุดตัว หลินเยว่ซินเงยหน้าขึ้นช้าๆ ใบหน้าที่เคยงดงามบัดนี้ดูน่าเกรงขามและน่าหวาดหวั่น ดวงตาของนางกลายเป็นสีดำสนิทไร้ตาขาว ควันสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากร่างของนางอย่างรุนแรงและมหาศาลยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

พลังมารที่เคยถูกสะกดไว้ บัดนี้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างบ้าคลั่งตามแรงอารมณ์ที่แตกสลาย

"ข้า..." นางเอ่ยออกมาทีละคำอย่างหนักแน่น "ไม่ต้องการจะเป็นอสุรกายที่ไร้หัวใจ... แบบเดียวกับท่าน!"

ปัง!

พลังมารระเบิดออกรอบทิศทาง แรงกดดันมหาศาลกดทับจนศิษย์หลายคนถึงกับทรุดลงคุกเข่ากระอักเลือดออกมา พื้นหินใต้เท้านางแตกร้าวเป็นวงกว้าง

"ถ้าสำนักเทียนหมิงคือสิ่งที่ท่านสร้างขึ้นมาจากกองเลือด..." นางก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง "ข้าจะเป็นคนทำลายทุกอย่างที่ท่านสร้างมากับมือ... ให้พินาศไปพร้อมกับลมหายใจของข้าเอง!"

นั่นคือ 'ประกาศสงคราม'ที่เด็ดขาดที่สุดระหว่างสายเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่

ฟึ่บ!

หลินเยว่ซินพุ่งตัวเข้าใส่ประมุขเฒ่าประหนึ่งสายฟ้าฟาด ดาบในมือตวัดฟันลงมาด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี ความเร็วและรุนแรงนั้นไร้ซึ่งความลังเลใจใดๆ อีกต่อไป

ปัง!

ทว่าหลินอู๋เชียนกลับเพียงแค่ยกมือขึ้นรับคมดาบนั้นไว้ด้วยฝ่ามือเปล่าอย่างง่ายดายประหนึ่งรับใบไม้ที่ร่วงหล่น แรงกระแทกจากการปะทะส่งผลให้พื้นห้องประชุมแตกร้าวเป็นทางยาว คลื่นพลังกระจายตัวออกไปจนเสาหินรอบข้างสั่นสะเทือน

"ดี..." ชายชราคลี่ยิ้มจางๆ ที่ดูอำมหิต "ในที่สุด... เจ้าก็กล้าเลือกเส้นทางของตัวเองเสียทีเยว่ซิน"

แรงปะทะของพลังทั้งสองสายกระจายตัวออกไปทำลายล้างทุกสิ่งที่อยู่ใกล้เคียง กำแพงหินเริ่มปริร้าว เสาไม้ที่ค้ำยันเพดานหักสะบั้น ศิษย์ที่เหลือต่างพากันถอยกรูดออกไปนอกโถงด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าก้าวเท้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ครั้งนี้

เพราะนี่ไม่ใช่การดวลยุทธ์ธรรมดา แต่มันคือการห้ำหั่นกันระหว่าง "สัตว์ร้าย" สองตัวที่สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปแล้ว

ฟึ่บ!

ในจังหวะที่เยว่ซินกำลังจะถูกพลังสวนกลับ เงาร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาแทรกกลางอย่างรวดเร็ว เซียวหาน ใช้มือข้างหนึ่งโอบอุ้มร่างของนางให้ถอยห่างจากวิถีพลังของประมุขเฒ่าได้อย่างหวุดหวิด

"หยุดเดี๋ยวนี้เยว่ซิน!" เสียงของเขาคมกริบและแฝงไปด้วยความเป็นห่วง "เจ้าสู้เขาในยามนี้ไม่ได้... เจ้าจะตายเสียเปล่า!"

หลินเยว่ซินสะบัดกายออกจากการเกาะกุม สายตาของนางที่จ้องมองเขานั้นเต็มไปด้วยความแตกสลายและสิ้นหวัง "ข้าไม่สนว่าข้าจะตายหรือไม่! ในเมื่อโลกนี้มันไม่มีความสัตย์จริงเหลืออยู่แล้ว... การตายไปเสียยังดีกว่าต้องหายใจอยู่เพื่อเป็นหมากในมือของปิศาจตนนี้!"

คำตอบของนางเย็นเยียบและบาดลึกจนเซียวหานรู้สึกเจ็บปวดแทน

หลินอู๋เชียนทอดสายตามองคนทั้งสองด้วยแววตาสมเพช ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะออกมา "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า... ลำพังเพียงพลังมารระดับต่ำของเจ้า จะมีความสามารถพอที่จะปลิดชีพข้าได้?"

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันดูลุ่มลึก น่าเกรงขาม และแฝงไปด้วยความสยดสยองที่เหนือมนุษย์

ปัง!!!

ทันใดนั้น พลังบางอย่างที่รุนแรงยิ่งกว่าพายุทมิฬก็ระเบิดออกมาจากร่างของหลินอู๋เชียน แรงกดดันนั้นมหาศาลจนทำให้ทุกคนในรัศมีร้อยเมตรล้มฟุบลงกับพื้นหินประหนึ่งถูกภูเขาทับ ยกเว้นเพียงหลินเยว่ซินและเซียวหานที่ยังคงฝืนยืนหยัดอยู่ได้ด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี

"นี่มัน..." เซียวหานหรี่ตาลง มองเห็นกระแสพลังสีม่วงเข้มที่ไหลเวียนอยู่รอบกายชายชรา "นี่ไม่ใช่พลังวัตรของมนุษย์ธรรมดา... มันคือลมปราณอสุราที่สาบสูญไปแล้ว!"

หลินอู๋เชียนคลี่ยิ้มกว้างเผยให้เห็นความบ้าคลั่งที่ซ่อนอยู่ "แน่นอนสิ... เจ้าหนู"

"ข้ามีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มาหลายร้อยปี... ผ่านสงครามและการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินมานับครั้งไม่ถ้วน" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังใจสั่น "เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะเป็นเพียงมนุษย์เดินดินธรรมดาที่ตั้งสำนักเพื่อฝึกศิษย์ไปวันๆ?"

หัวใจของหลินเยว่ซินสั่นสะท้าน ความหวาดกลัวที่นางไม่เคยรู้จักเริ่มคืบคลานเข้าสู่จิตวิญญาณ "ท่าน... ท่านเป็นตัวอะไรกันแน่?"

หลินอู๋เชียนไม่ได้ตอบคำถามนั้นตรงๆ เขาเพียงแค่ยิ้มอย่างอ่อนโยนทว่าเลือดเย็น "ข้าก็คือ... สิ่งที่เจ้ากำลังจะกลายเป็นอย่างไรเล่า เยว่ซิน"

คำพูดนั้นทำให้คนฟังแทบหยุดหายใจ ความหมายของมันชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด... เขาต้องการให้เยว่ซินกลายเป็นอสุรกายที่ไร้ความตายและไร้หัวใจเช่นเดียวกับเขา

เซียวหานก้าวเท้าเข้ามายืนเคียงข้างหลินเยว่ซินอีกครั้ง ครั้งนี้เขาไม่ได้พยายามจะห้าม แต่มันคือการประกาศตนเป็น "พันธมิตร" อย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรก

"เจ้าถอยไปพักก่อนเถอะ... ที่เหลือข้าจะรับช่วงต่อเอง" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สม่ำเสมอ

ทว่าหลินเยว่ซินกลับไม่ขยับกายไปไหน "ข้าจะไม่หนีไปไหนทั้งนั้น... ในเมื่อข้าคือต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด ข้าก็จะขอจบมันลงที่นี่"

เซียวหานหันมามองใบหน้าของนางและคลี่ยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจ "ถ้าอย่างนั้น... ก็จงเตรียมใจไว้ให้ดี เพราะเราอาจจะต้องตายตกไปตามกันในวันนี้"

คำพูดนั้นฟังดูเหมือนคำสาปทว่ากลับอบอุ่นประหนึ่งคำสาบานรักท่ามกลางสนามรบ

หลินอู๋เชียนยกมือขึ้นช้าๆ พลังอสุราสีม่วงเข้มพุ่งมารวมกันที่ปลายนิ้วประหนึ่งหลุมดำขนาดเล็ก "ในเมื่อพวกเจ้าเลือกที่จะดื้อรั้นและต่อต้านลิขิตของข้า... ข้าก็จะขอสั่งสอนให้พวกเจ้าได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่า 'ความสิ้นหวัง' ที่แท้จริง!"

ฟึ่บ!

ร่างของชายชราเลือนหายไปและปรากฏขึ้นตรงหน้าทั้งสองในเสี้ยววินาที ความเร็วของเขานั้นเหนือล้ำเกินกว่าที่ดวงตามนุษย์จะมองตามได้ทัน

ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงระเบิดของพลังดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย พื้นหินแตกกระจาย ผนังโถงถล่มลงมาเป็นแถบๆ เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่ว เซียวหานพยายามรับแรงปะทะส่วนใหญ่ไว้เพื่อให้เยว่ซินมีจังหวะโจมตี ทว่าพละกำลังของหลินอู๋เชียนนั้นเหนือชั้นเกินไป

"อึก!"

เซียวหานถูกซัดกระเด็นจนกระแทกกับเสาหิน เลือดไหลทะลักออกจากมุมปากทว่าเขายังคงกัดฟันลุกขึ้นมาใหม่ หลินเยว่ซินพุ่งเข้าแทนที่ตำแหน่งของเขา พลังมารในร่างระเบิดออกถึงขีดสุดเพื่อต้านทานการโจมตี

"อย่าตายนะเซียวหาน! ห้ามตายเด็ดขาด!" นางตะโกนออกมาสุดเสียง ไม่รู้ว่าคำพูดนั้นนางต้องการบอกเขา... หรือบอกกับใจที่กำลังจะพังทลายของตัวเองกันแน่

การปะทะครั้งสุดท้ายรุนแรงจนส่งผลให้ทั้งโถงประชุมพังทลายลง

ปัง!!!

ทั้งหลินเยว่ซินและเซียวหานต่างถูกซัดกระเด็นไปคนละทิศละทาง ร่างของทั้งสองกระแทกเข้ากับซากปรักหักพังอย่างแรง เลือดไหลอาบตามร่างกายจนดูน่าเวทนา หลินเยว่ซินพยายามจะยันกายลุกขึ้น ทว่าร่างกายกลับประท้วงด้วยความเจ็บปวดจนนางล้มลงไปอีกครั้ง

เซียวหานหอบหายใจอย่างหนักหน่วง พยายามจะคลานเข้าหาหญิงสาว "เยว่ซิน... เรา... เรายังสู้เขาในตอนนี้ไม่ได้จริงๆ ..."

น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าและแผ่วเบา ความจริงข้อนั้นมันโหดร้ายและขมขื่นเกินกว่าจะยอมรับ

หลินอู๋เชียนยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ร่างกายของเขาไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนหรือรอยเปื้อนฝุ่นอาภรณ์ยังคงสะอาดสะอ้านประหนึ่งผู้ชนะที่อยู่เหนือโลกทั้งมวล

"นี่คือความต่างที่แท้จริง... ระหว่างมดปลวกอย่างพวกเจ้า กับเทพเจ้าอย่างข้า" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราวกับพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ

ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงกองไฟที่กำลังลุกไหม้ซากปรักหักพัง หลินเยว่ซินใช้มือที่ชุ่มไปด้วยเลือดกำเศษหินบนพื้นแน่นจนสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาใสพรั่งพรูออกมาจากดวงตาที่ดำมืดของนางอย่างเงียบเชียบ

"ข้า..." นางพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความแน่วแน่ "ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้ให้แก่คนอย่างท่าน... ตราบใดที่ลมหายใจของข้ายังไม่สิ้นสุด"

แม้นางจะรู้แจ้งแก่ใจว่าในยามนี้แทบจะไม่มีหนทางเอาชนะได้เลย ทว่า "สิ่งที่เหลืออยู่" ในใจของนางตอนนี้ ไม่ใช่ความแค้นหรือหน้าที่... แต่มันคือปณิธานที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อทำลายโซ่ตรวนแห่งโชคชะตานี้ให้สิ้นซากไปพร้อมกับชายหนุ่มที่ยืนเคียงข้างนางในยามที่มืดมิดที่สุด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status