Accueil / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 20 หมากตัวแรก

Partager

ตอนที่ 20 หมากตัวแรก

last update Date de publication: 2026-04-09 11:27:13

ตอนที่ 20 หมากตัวแรก

สายลมยามดึกพัดกรรโชกผ่านยอดหน้าผาไร้รัก เสียงหวีดหวิวของมันฟังดูประหนึ่งเสียงคร่ำครวญของวิญญาณที่ถูกทอดทิ้ง อากาศเย็นเฉียบเสียดแทงผิวหนังทว่ากลับไม่อาจเทียบเท่าความหนาวเหน็บที่เกาะกินอยู่ภายในขั้วหัวใจของหญิงสาวที่ยืนเด่นตระหง่านอยู่เพียงลำพัง

หลินเยว่ซิน ทอดสายตามองลงไปยังหุบเขาเบื้องล่างที่มืดมิด ดวงตาที่เคยเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทด้วยอำนาจมารบัดนี้กลับคืนสู่สีนิลปกติแล้ว ทว่าประกายตาที่เคยแฝงความสับสนหรือร่องรอยของความเมตตาได้เลือนหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ลุ่มลึกและเย็นเยียบประหนึ่งบ่อน้ำที่ไม่มีวันเห็นก้น

นางหยิบเศษผ้าที่เปื้อนเลือดจากบาดแผลของตนขึ้นมามอง ก่อนจะปล่อยให้มันปลิวหายไปกับกระแสลม ชัดเจนแล้วว่า... ความรู้สึกรักศรัทธาต่อสายเลือดและสำนักที่นางเคยมี มันได้มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านไปพร้อมกับความจริงที่แสนโสมมในค่ำคืนที่ผ่านมา

“ข้าจะยอมแพ้... และกลายเป็นเบี้ยล่างให้ผู้ใดบงการอีก”

เสียงของนางแผ่วเบาจนแทบถูกลมกลบ ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบกว่าทุกครั้งที่เคยเป็นมา การพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดที่โถงประชุมไม่ใช่เพียงความพ่ายแพ้ทางกายภาพที่ตามมาด้วยบาดแผลฉกรรจ์ แต่มันคือการพังทลายของ "ศรัทธา" ที่นางมีต่อหลินอู๋เชียนและกฎเกณฑ์ของสำนัก

ในเมื่อสำนักนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากการทรยศและการเข่นฆ่าพี่น้องเพื่อขัดเกลาอาวุธ นางก็จะขอยอมรับฐานะอาวุธชิ้นนั้น... แต่เป็นอาวุธที่หันคมกลับไปปลิดชีพผู้ที่สร้างมันขึ้นมาเอง

“หากการสู้ด้วยกำลังคือการเดินเข้าหาความตาย...” นางพึมพำกับสายลม แววตาวาววับด้วยเจตนาสังหารที่ถูกขัดเกลาจนคมปราบ “ข้าก็จะใช้สิ่งที่ท่านปู่สอนมาทำลายท่าน... ล้มยักษ์ใหญ่ที่หยิ่งผยองด้วยแผนการที่กัดกินจากภายใน”

นางหรี่ตาลงมองไปยังทิศทางของอาคารที่พักศิษย์ แผนการในหัวเริ่มถูกเรียบเรียงเป็นระเบียบประหนึ่งหมากรุกที่กำลังจะเริ่มเดิน “เริ่มต้นจาก... คนที่ท่านคิดว่าควบคุมได้ง่ายที่สุด”

ภายในห้องคุมขังใต้ดินที่อับชื้นและมืดสนิท มีเพียงแสงเทียนริบหรี่เพียงเล่มเดียวที่คอยขจัดเงามืดให้เจือจางลง กลิ่นอายของความสิ้นหวังลอยอบอวลอยู่รอบตัว เฉินอวี่ ชายหนุ่มนั่งคุดคู้พิงกำแพงหินที่เย็นเฉียบ ร่างกายสั่นระริกด้วยความกลัวที่ฝังรากลึก เขาคือแพะรับบาปที่รอวันถูกจูงไปลานประหารเพื่อรักษาหน้าตาของสำนัก

เอี๊ยด

เสียงบานประตูเหล็กหนักๆ เปิดออกช้าๆ ส่งเสียงเสียดสีบาดแก้วหู เฉินอวี่สะดุ้งสุดตัวและเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวง

“ทะ... ท่านหญิงหลิน...”

หลินเยว่ซินก้าวเดินเข้ามาอย่างเนิบนาบ เงาของนางที่ทอดผ่านแสงเทียนดูยาวเฟื้อยและน่าเกรงขามประหนึ่งมัจจุราชที่มาทวงวิญญาณ นางหยุดลงตรงหน้าเขา ทอดสายตามองด้วยความเรียบเฉย

“เจ้า... อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปไหม?”

คำถามแรกนั้นตรงประเด็นและเย็นเยียบจนเฉินอวี่รู้สึกเหมือนถูกแช่แข็ง เขาไม่ได้ยินคำปลอบโยน หรือคำสัญญาว่าจะช่วย แต่อย่างใด มีเพียงข้อเสนอแห่งความเป็นตายที่วางอยู่ตรงหน้า เขาพยักหน้าอย่างแรงรวดเร็ว

“อยาก! ท่านหญิง... ข้าอยากมีชีวิตอยู่! ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด!”

หลินเยว่ซินคลี่ยิ้มจางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา “ดี... ถ้าเช่นนั้นก็จงฟังสิ่งที่ข้าจะพูดให้ดี”

“ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป...” นางก้มลงมาใกล้จนเขาได้กลิ่นอายเย็นเยียบจากร่างของนาง เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาทว่าทรงพลัง “เจ้าไม่ใช่ศิษย์ของสำนักเทียนหมิงที่รอวันตายอีกต่อไป... แต่เจ้าคือ 'หมาก' ของข้า”

เฉินอวี่ชะงักไปชั่วครู่ แววตาเต็มไปด้วยความสับสน “แต่... ถ้าท่านประมุขรู้เข้า ข้าคงต้อง”

ฉึก!

มีดสั้นเล่มเล็กที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของนางถูกปักลงบนพื้นไม้ข้างๆ มือของเขาอย่างแม่นยำ ปลายมีดเฉียดปลายนิ้วไปเพียงเส้นผม เลือดสีแดงสดเริ่มซึมออกมาจากรอยแผลเล็กๆ ที่เกิดจากแรงลมของมีด

“ถ้าเจ้าเลือกที่จะภักดีต่อชายชราที่พร้อมจะฆ่าเจ้าทิ้งได้ทุกเมื่อ...” เสียงของนางแผ่วเบาจนดูคล้ายการสะกดจิต “เจ้าจะตายลงตรงนี้ เดี๋ยวนี้ ด้วยมือของข้า”

ความเงียบที่หนักอึ้งเข้าปกคลุมห้องคุมขัง เฉินอวี่หายใจไม่ทั่วท้อง

“แต่ถ้าเจ้าเลือกข้า...” นางค่อยๆ ดึงมีดออกมาช้าๆ ประหนึ่งกำลังกรีดหัวใจของเขา “ข้าไม่เพียงจะให้เจ้ามีชีวิตรอด แต่ข้าจะให้โอกาสเจ้าได้ 'แก้แค้น' คนที่ทำให้เจ้าต้องมาตกอยู่ในสภาพที่น่าสมเพชเช่นนี้”

คำว่า "แก้แค้น" กระแทกเข้ากลางใจของเฉินอวี่ ความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้เริ่มปะทุขึ้นมาแทนที่ความหวาดกลัว เขากัดฟันแน่นก่อนจะก้มศีรษะลงติดพื้นหิน

“ข้า... ข้าจะเป็นคนของท่านหญิงไปจนตาย!”

ในวันเดียวกันนั้นเอง ข่าวลือที่ไม่มีที่มาเริ่มแพร่กระจายไปทั่วสำนักประหนึ่งไฟลามปุ่งท่ามกลางลมแรง มันรวดเร็ว เงียบเชียบ และกัดกินขวัญกำลังใจของศิษย์ทุกคน

“ท่านหญิงหลินเยว่ซินไม่ตาย... และนางกำลังฝึกวิชามารต้องห้ามที่เหนือชั้นกว่าประมุข”

“นางกำลังรวบรวมกลุ่มคนที่ต้องการโค่นล้มขั้วอำนาจเก่า...”

“ใครก็ตามที่เคยทำร้ายนาง... เตรียมตัวถูกพิพากษา”

ไม่มีใครรู้ว่าข่าวเหล่านี้เริ่มมาจากปากใคร ทว่าทุกคนต่าง “ได้ยิน” และความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นจนกลายเป็นความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน

หลินเยว่ซินยืนอยู่ในเงามืดของระเบียงทางเดิน มองดูเหล่าศิษย์ที่เริ่มจับกลุ่มกระซิบกระซาบกันด้วยแววตาสั่นไหว เมื่อใดที่สายตาของใครสบเข้ากับนาง พวกเขาจะรีบหลบตาและเดินหนีไปด้วยความหวาดหวั่น

“กลัว... งั้นหรือ?” นางพึมพำกับตัวเองด้วยความพึงพอใจ “ดีแล้ว... เพราะความกลัวคือโซ่ตรวนที่ใช้ควบคุมคนได้ง่ายที่สุด ยิ่งกว่าความจงรักภักดีจอมปลอมนั่นเสียอีก”

ดวงตาของนางเย็นเยียบลงยิ่งกว่าเดิม “ตอนนี้... ในเทียนหมิงจะไม่มีใครที่ไว้ใจกันได้อีกต่อไป และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความพินาศ”

ในยามค่ำคืนที่แสงจันทร์ถูกเมฆหมอกบดบัง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นจากทางด้านหลัง หลินเยว่ซินไม่ได้หันไปมอง ทว่านางกลับรับรู้ถึงการมาเยือนของคนผู้นี้ได้ในทันที

“เจ้ามาช้าไปสามอึดใจ”

เซียวหาน ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลัง ร่างกายของเขายังคงพันด้วยผ้าพันแผลที่ซึมไปด้วยเลือด แววตาเหนื่อยล้าทว่ายังคงมีความมั่นคงอย่างที่หาได้ยากในคนทั่วไป

“ยังไม่ตาย... ก็ถือว่าได้กำไรแล้วไม่ใช่หรือ?” เขากระตุกยิ้มจางๆ

หลินเยว่ซินหันไปมองเขา สายตาของนางที่เคยว่างเปล่าพลันวูบไหวเพียงครู่เดียวก่อนจะกลับมานิ่งสนิท “ดีที่เจ้ายังรักษาลมหายใจไว้ได้ เพราะงานใหญ่เพิ่งจะเริ่ม”

“เราจะไม่สู้กับหลินอู๋เชียนด้วยกำลังตรงๆ อีกต่อไป” นางเปิดประเด็นทันทีโดยไม่เสียเวลาอ้อมค้อม “เราจะทำให้สำนักที่เขารักนักหนา... แตกแยกจากภายใน จนพวกมันหันคมดาบเข้าหากันเอง”

เซียวหานหรี่ตาลง มองเห็นไฟแห่งความแค้นที่เปลี่ยนเป็นความสุขุมในตัวนาง “เจ้าเริ่มเดินหมากแล้วสินะ”

หลินเยว่ซินพยักหน้าช้าๆ “ข้าจะทำให้ทุกคนในที่แห่งนี้ตกอยู่ในความสงสัย และเมื่อถึงเวลาที่ความกดดันพุ่งถึงขีดสุด... เราจะเป็นคนสุดท้ายที่ผลักพวกมันลงเหว”

เซียวหานจ้องมองนางเนิ่นนาน ราวกับพยายามค้นหาเศษเสี้ยวของหลินเยว่ซินคนเก่าที่เขาเคยรู้จัก ทว่าสิ่งที่เขาพบมีเพียงนักหมากรุกที่แสนเลือดเย็นเท่านั้น

“แล้วข้าล่ะ...” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงลุ่มลึก “ในเกมกระดานของเจ้า... ข้าถูกวางไว้ในตำแหน่งไหน?”

คำถามนั้นทำให้บรรยากาศรอบด้านนิ่งสงัด หลินเยว่ซินมองสบตากับเขานิ่งๆ ไม่หลบเลี่ยง

“เจ้าคือ 'หมาก' ที่สำคัญที่สุดของข้า”

คำตอบนั้นตรงไปตรงมาทว่าบาดลึกประหนึ่งคมมีด มันไม่ได้แฝงไปด้วยความห่วงใย แต่มันคือการยืนยันสถานะการเป็นเครื่องมืออย่างชัดเจน

เซียวหานแค่นยิ้มออกมา เขาไม่ได้โกรธเคือง ทว่ากลับมีแววตาที่ยอมรับในโชคชะตา “งั้น... ข้าจะเป็นหมากที่มีประโยชน์ที่สุดให้เจ้าเอง ตราบเท่าที่เจ้ายังไม่เขี่ยข้าทิ้งลงข้างกระดานเสียก่อน”

ไกลออกไปบนหอคอยสูงที่ตั้งอยู่เหนือสำนัก เซวี่ยอิง ยืนทอดสายตามองลงมายังทิศทางที่คนทั้งสองยืนอยู่ แสงโคมส่องให้เห็นใบหน้าส่วนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความริษยาและระแวง

“เริ่มเดินหมากแล้วสินะน้องรัก...” นางพึมพำกับความมืด “คิดจะสร้างโลกใหม่ด้วยความกลัวงั้นหรือ? ช่างเป็นเด็กที่โตไวเสียจริง”

รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง “แต่เจ้าคงลืมไป... ว่าบนกระดานนี้ ไม่ได้มีเพียงเจ้าคนเดียวที่เป็นคนวางหมาก ข้าเองก็มี 'ตัวเบี้ย' ที่เจ้าคาดไม่ถึงเตรียมไว้ให้เจ้าเช่นกัน”

ค่ำคืนนี้เงียบงัดทว่ากลับไม่มีใครในสำนักเทียนหมิงที่ข่มตาหลับได้อย่างสนิทใจ เพราะในยามนี้ ไม่มีใครรู้ว่าใครคือศัตรู ใครคือพวกเดียวกัน หรือใคร... ที่กำลังถูกใช้เป็นบันไดสู่บัลลังก์เลือด

สงครามกลางที่แจ้งอาจจะจบลง แต่สงครามที่แท้จริงภายใต้เงามืดพึ่งจะเริ่มต้นขึ้น และครั้งนี้... เดิมพันไม่ใช่แค่ชีวิต แต่คืออำนาจสูงสุดที่ต้องแลกมาด้วยการทำลายล้างทุกสิ่งที่เคยเรียกว่า "บ้าน"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status