Home / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 21 คนของข้า

Share

ตอนที่ 21 คนของข้า

last update publish date: 2026-04-09 11:27:21

ตอนที่ 21 คนของข้า

รัตติกาลคืบคลานเข้าปกคลุมสำนักเทียนหมิงด้วยความเงียบสงัดที่ผิดปกติ ลมป่าที่เคยพัดหวีดหวิวกลับสงบนิ่งจนน่าใจหาย แม้แต่เสียงเรไรหรือแมลงกลางคืนที่เคยร้องระงมกลับเงียบหายไปประหนึ่งถูกลบเลือนออกไปจากสารบบ บรรยากาศรอบด้านหนักอึ้งและอึดอัด ราวกับขุนเขาและพฤกษาทั้งมวลกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้าดูโศกนาฏกรรมที่กำลังจะอุบัติขึ้นในเงามืด

ภายในเรือนพักลับที่สลัวรางด้วยแสงเทียน หลินเยว่ซินยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้ากระดานไม้โบราณที่เต็มไปด้วยรายชื่อศิษย์และผู้อาวุโสในสำนัก บางชื่อถูกขีดฆ่าด้วยรอยหมึกสีแดงฉานประหนึ่งหยาดเลือด บางชื่อถูกวงกลมไว้อย่างแน่นหนาราวกับเหยื่อที่รอการขย้ำ

"ทุกอย่าง... เริ่มต้นขึ้นแล้ว" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ แววตาสะท้อนแสงเทียนดูวาววับอย่างน่ากลัว

ความระแวงสงสัยที่นางจงใจเพาะบ่มไว้ในใจของศิษย์ทุกคนเริ่มผลิดอกออกผล บัดนี้เทียนหมิงไม่ใช่สำนักที่ผนึกกำลังเป็นหนึ่ง แต่มันคือถ้ำเสือที่ทุกคนต่างจ้องจะขย้ำคอหอยกันเองเพียงเพื่อเอาตัวรอด และนี่คือสิ่งที่นางต้องการ... ความแตกแยกที่จะทำลายรากฐานของหลินอู๋เชียนให้ย่อยยับ

ที่มุมห้อง เฉินอวี่คุกเข่าอยู่อย่างนอบน้อม ร่างกายที่เคยบอบช้ำเริ่มฟื้นตัว ทว่าดวงตาของเขายังคงสั่นไหวด้วยความรู้สึกหลากชนิด ทั้งความหวาดกลัวต่ออำนาจของสำนัก และความหวังอันริบหรี่ที่เขาฝากไว้กับสตรีเบื้องหน้า

"ท่านหญิง..." เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "ข้าทำตามที่ท่านสั่งทุกประการแล้วเจ้าค่ะ ข่าวลือเรื่องความอ่อนแอของท่านประมุขและการซุ่มสะสมกำลังของท่านแพร่กระจายไปเรื่อยๆ ราวกับไฟลามทุ่ง ตอนนี้ศิษย์สายนอกเริ่มกระด้างกระเดื่องกันบ้างแล้ว"

หลินเยว่ซินพยักหน้าช้าๆ "ดีมาก"

คำชมเพียงคำเดียวสั้นๆ กลับทำให้นัยน์ตาของเฉินอวี่เป็นประกายด้วยความปิติ เขาเงยหน้าขึ้นมองนางด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเทิดทูนประหนึ่งคนหลงทางที่พบแสงสว่าง

"ข้า... ข้าจะได้เป็นคนของท่านจริงๆ ใช่ไหมขอรับ?" เขาลังเลเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนประหนึ่งเด็กน้อยที่โหยหาการถูกเลือก "ข้าไม่อยากกลับไปเป็นเบี้ยล่างให้ใครเหยียบย่ำอีกแล้ว ข้าอยากรับใช้ท่าน... ไปจนตาย"

หลินเยว่ซินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นางค่อยๆ เดินเข้าไปหาเขาอย่างเชื่องช้า ฝีเท้าแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินเสียงสัมผัสพื้นหิน นางหยุดลงตรงหน้าชายหนุ่มที่กำลังภักดีจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้น ก่อนจะย่อกายลงจนระดับสายตาเท่ากัน

"แน่นอนสิ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลลงอย่างประหลาด มือเรียวงามเอื้อมไปลูบศีรษะเขาเบาๆ "เจ้าคือคนของข้า... เป็นคนสำคัญที่ข้าขาดไม่ได้ในเกมนี้"

ดวงตาของเฉินอวี่สว่างไสวขึ้นมาทันที หัวใจของเขาพองโตด้วยความสุขที่เขาไม่เคยได้รับมาตลอดชีวิต "ข้าสัญญา... ข้าจะไม่มีวันทรยศท่าน! ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็จะทำตามบัญชาของท่านหญิง!"

เขาก้มศีรษะลงติดพื้นหินอย่างเต็มใจ ยอมสละสิ้นซึ่งศักดิ์ศรีเพื่อหมอบแทบเท้าสตรีที่เขาเชื่อว่าเป็นที่พึ่งสุดท้าย

ฉึก!

เสียงโลหะแหลมคมแทงทะลุเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด มันเป็นเสียงที่สั้นและเด็ดขาด

เฉินอวี่เบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า ร่างกายที่เคยอบอุ่นพลันเย็นวูบลงอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดที่แหลมคมพุ่งพล่านจากหน้าอกลามไปทั่วร่าง เขาค่อยๆ ก้มลงมองที่หน้าอกของตน... ปลายมีดสั้นวาววับปักทะลุขั้วหัวใจพอดีเป๊ะ เลือดสีแดงข้นเริ่มไหลซึมออกมาอาบชุดฝึกจนชุ่ม

มือที่กุมด้ามมีดอยู่นั้น... คือมือที่เพิ่งจะลูบศีรษะเขาอย่างอ่อนโยนเมื่อครู่

"ทะ... ท่านหญิง..." เสียงของเขาสั่นพร่าและขาดห้วง ความสับสนระคนไม่อยากเชื่อฉายชัดในแววตาที่กำลังหม่นแสงลง "ทำไม... ทำไมถึงเป็นแบบนี้..."

คำถามนั้นแผ่วเบา ทว่ากลับหนักอึ้งด้วยความเจ็บปวดจากการถูกคนที่รักที่สุดทรยศ

หลินเยว่ซินจ้องมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวของเขาด้วยแววตาที่นิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของความเมตตาหรือความลังเลใจใดๆ

"ก็เพราะเจ้าคือคนของข้าอย่างไรเล่า..." นางเอ่ยคำตอบที่บิดเบี้ยวออกมาอย่างเยือกเย็น

"และกฎข้อเดียวของคนที่เป็นคนของข้า..." นางออกแรงดึงมีดสั้นออกจากอกของเขาอย่างแรงจนเลือดพุ่งกระฉูดเปรอะเปื้อนอาภรณ์สีดำของนาง "คือต้องสามารถตายเพื่อข้าได้... ในยามที่ข้าต้องการใช้ชีวิตของเจ้าเพื่อเป็นบันไดสู่ชัยชนะ"

ร่างของเฉินอวี่สั่นระตุกอย่างรุนแรง เลือดไหลทะลักออกจากปากและบาดแผลไม่หยุดหย่อน เขาทรุดกายลงกองกับพื้นดินอย่างหมดสภาพ ดวงตาที่กำลังจะสิ้นแสงยังคงจ้องมองนางด้วยความโศกเศร้าจนวินาทีสุดท้ายที่ลมหายใจขาดห้วงไป

นางใช้ชีวิตของเขาเพื่อสร้างหลักฐานเท็จชุดสุดท้าย... เพื่อโยนความผิดทั้งหมดไปที่เซวี่ยอิงในขั้นตอนต่อไป

เลือดสีแดงฉานนองเต็มพื้นหินประหนึ่งภาพวาดมรณะ กลิ่นคาวเลือดโชยคลุ้งไปทั่วเรือนพักลับ หลินเยว่ซินยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางซากศพของคนที่ภักดีต่อตนเอง นางยืนนิ่งสงบประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าหากสังเกตให้ดี... มือที่ถือมีดอาบเลือดของนางกลับสั่นระริกเล็กน้อยอย่างที่ไม่อาจควบคุมได้

ความอ้างว้างจู่โจมหัวใจนางชั่วครู่ ก่อนที่นางจะรีบสะบัดมันทิ้งไป

"เจ้า... เจ้าทำอะไรลงไป หลินเยว่ซิน?"

เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงดังขึ้นจากหน้าประตู เซียวหาน ยืนอยู่ตรงนั้น แสงจันทร์ริบหรี่ส่องให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดระแวง เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่คำสัญญาจอมปลอมไปจนถึงการปลิดชีพผู้บริสุทธิ์

หลินเยว่ซินไม่หันกลับไปมองนางเพียงแค่หยิบผ้าขึ้นมาเช็ดคราบเลือดบนใบมีดอย่างใจเย็น "ข้าก็แค่กำจัดหมากที่ใช้ประโยชน์จนคุ้มค่าแล้วทิ้งไป... เพื่อไม่ให้มันกลายเป็นจุดอ่อนในภายหลัง"

"เขามอบความเชื่อใจทั้งหมดให้เจ้า!" เซียวหานก้าวเข้ามาในห้องด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน แรงกดดันรอบกายของเขาพุ่งสูงขึ้น "เขายอมตายเพื่อเจ้าด้วยความเต็มใจ แต่เจ้ากลับฆ่าเขาเหมือนฆ่าแมลงตัวหนึ่ง!"

หลินเยว่ซินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเจ็บปวด "ถ้าเขายอมตายเพื่อข้าจริง... เขาก็ได้ทำหน้าที่ของเขาอย่างสมบูรณ์แบบแล้วไม่ใช่หรือ? เจ้าควรจะยินดีกับเขาที่ได้ตายอย่างมีค่าในเกมของข้า"

"พอได้แล้ว!" เซียวหานตะโกนก้อง เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วเรือนพัก "นี่ไม่ใช่หลินเยว่ซินที่ข้ารู้จัก! สตรีที่ข้าเห็นในตอนแรกคือคนที่พยายามจะปกป้องความถูกต้องท่ามกลางกองเลือด ไม่ใช่นางมารที่เข่นฆ่าคนที่จงรักภักดีต่อตนเองแบบนี้!"

คำพูดนั้นทำให้หลินเยว่ซินชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที นางสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับเขา ดวงตาของนางกลายเป็นสีดำสนิทและเต็มไปด้วยรังสีสังหาร

"แล้วเจ้ารู้จักข้าดีแค่ไหนกัน เซียวหาน?" นางถามเสียงต่ำที่สั่นเครือ "เจ้าเห็นเพียงหน้ากากที่ข้าแสร้งใส่ไว้ หรือเจ้าคิดจริงๆ ว่าในสำนักที่สอนให้ฆ่าคนตั้งแต่ยังไม่หย่านมเช่นนี้ จะหลงเหลือคนดีอยู่จริงๆ?"

เซียวหานนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงทว่ายังคงหนักแน่น "อย่างน้อย... ข้าก็รู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนที่จะลงมือฆ่าคนที่มองเจ้าด้วยสายตาแห่งความหวังเช่นนั้น"

ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่ ลมหายใจของหลินเยว่ซินสะดุดวูบ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่นางพยายามฝังกลบไว้เริ่มดิ้นรนจะพวยพุ่งออกมา ทว่านางกลับฝืนสะกดมันไว้ด้วยความแค้นที่รุนแรงกว่า

"งั้นเจ้าก็คงไม่รู้จักข้าเลยแม้แต่นิดเดียว..." นางตอบด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้

เซียวหานจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ราวกับจะค้นหาเศษเสี้ยวของวิญญาณที่ยังหลงเหลืออยู่ "หรือว่าจริงๆ แล้ว... เจ้ากำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเอง 'รู้สึกผิด' น้อยลง? เจ้าพยายามทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ไร้ความรู้สึก เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจ็บปวดกับการกระทำของตัวเองอีก?"

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนเข็มที่แทงตรงจุดตายของนาง หลินเยว่ซินตัวสั่นเทา มือนางกำมีดแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด

"ข้าต้องทำ!" นางตะโกนออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาแต่เปี่ยมด้วยความอัดอั้น "ถ้าข้ายังมัวแต่อ่อนแอ... ถ้าข้ายังเหลือความสงสาร... ข้าจะตาย! และทุกอย่างที่ข้าพยายามแลกมามันจะสูญเปล่า! ข้าไม่อยากพ่ายแพ้อีกต่อไปแล้ว!"

ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้งยาวนานเนิ่นนาน จนกระทั่ง...

หยดน้ำใสๆ หยดหนึ่ง ร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินเบื้องล่างดังแผ่วเบา ทว่าท่ามกลางความสงัดนี้มันกลับชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด หยดน้ำตานั้นไหลออกมาจากดวงตาที่มืดมิดของนาง... น้ำตาแห่งความโดดเดี่ยวที่นางไม่เคยยอมให้ใครได้เห็น

ทว่าเซียวหานเห็นมันอย่างชัดเจน

"ในตอนนี้... เจ้ากำลังกลายเป็นเหมือนเขาเข้าไปทุกทีแล้วนะ เยว่ซิน" เซียวหานเอ่ยอย่างช้าๆ "เจ้ากำลังกลายเป็นเหมือนหลินอู๋เชียน... คนที่เจ้าเกลียดชังและพยายามจะฆ่าทิ้ง เจ้ากำลังใช้วิธีเดียวกัน สร้างความเจ็บปวดแบบเดียวกัน"

คำพูดนั้นทำให้ทุกอย่างหยุดนิ่ง หลินเยว่ซินเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำและสั่นระริก

"ถ้าเช่นนั้น..." นางเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นพร่าเป็นครั้งแรก "ข้าก็คงไม่มีทางเลือกอื่นให้เดินอีกแล้ว ในโลกที่บิดเบี้ยวแห่งนี้... ข้าต้องกลายเป็นปีศาจเพื่อสังหารจอมมารตัวจริง"

เซียวหานไม่ได้เอ่ยคำใดตอบกลับ เขาเพียงแค่ยืนมองนางด้วยแววตาที่เศร้าสร้อย เขาเห็นนางค่อยๆ จมดิ่งลงสู่มหาสมุทรแห่งความมืดมิดลึกเข้าไปเรื่อยๆ โดยที่เขาเองก็มิอาจยื่นมือเข้าไปช่วยได้ เพราะมือของนางในยามนี้เต็มไปด้วยเลือดที่ล้างไม่ออกเสียแล้ว

ท่ามกลางเงามืดของแมกไม้นอกเรือนพักลับ เซวี่ยอิง ยืนพิงเสาหินเฝ้ามองเหตุการณ์ภายในผ่านร่องหน้าต่าง รอยยิ้มบิดเบี้ยวประดับอยู่บนใบหน้าที่งดงามประหนึ่งนางพรายที่สมใจ

"ดีมาก... เยี่ยมยอดที่สุด..." นางพึมพำกับตัวเอง "ในที่สุดจิตใจที่เคยบริสุทธิ์ของเจ้านั่นก็แตกสลายลงแล้ว..."

นางแค่นหัวเราะเบาๆ อย่างอำมหิต "เมื่อเจ้าสูญเสียความเป็นมนุษย์... เจ้าก็จะเป็นเพียงหมาล่าเนื้อที่ข้าจะจูงไปทางไหนก็ได้ และเมื่อถึงเวลานั้น... ข้าจะทำให้เจ้าได้ลิ้มรสความตายที่เจ็บปวดที่สุดด้วยมือของเจ้าเอง"

สายลมราตรีกรรโชกแรงพัดผ่านไป พาเอาความหนาวเหน็บและกลิ่นคาวเลือดกระจายไปทั่วสำนักเทียนหมิง... คืนนี้คือจุดเริ่มต้นของจุดจบ และไม่มีใครหน้าไหนจะหยุดยั้งโศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้อีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 40 คนที่ไม่มีสิทธิ์ถูกจำ

    ตอนที่ 40 คนที่ไม่มีสิทธิ์ถูกจำ ความเงียบงันภายในห้องหินของสำนักเงามรณะในยามนี้ไม่ใช่เพียงความสงัด แต่มันคือแรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็น บรรยากาศรอบด้านหนักอึ้งจนประหนึ่งอากาศธาตุกลายเป็นของแข็ง ลมหายใจของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกรั้งรอไว้ที่ลำคอ ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุนเพื่อเฝ้ามองโศกนาฏกรรม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 39 สิ่งที่ต้องทิ้ง

    ตอนที่ 39 สิ่งที่ต้องทิ้ง ความเงียบสงัดภายในห้องหินยังคงทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ มันกดทับบรรยากาศรอบกายจนอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาไอเย็นจัดเข้าไปในปอด หยาดเลือดสีแดงเข้มจากบาดแผลของหลินเยว่ซินหยดลงกระทบพื้นหินเสียงดัง แหมะ... แหมะ... ชัดเจนท่ามกลางความสงัดปานป่าช้า ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอขา

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 38 คนที่ไม่ใช่เขา

    ตอนที่ 38 คนที่ไม่ใช่เขา หิมะภายนอกยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ประหนึ่งหยาดน้ำตาจากสรวงสวรรค์ที่แข็งตัวเป็นผลึกแก้ว มันร่วงหล่นลงมาอย่างเชื่องช้า เงียบเชียบ และเยือกเย็น จนทำให้โลกทั้งใบตกอยู่ในภวังค์แห่งความเหน็บหนาวที่กัดกินไปถึงขั้วหัวใจ ทว่าภายในกำแพงหินอันหนาทึบของสำนักเงามรณะ ความหนาวเห

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 37 ดินแดนที่ไม่มีชื่อ

    ตอนที่ 37 ดินแดนที่ไม่มีชื่อ สายลมเหนือพัดกรรโชกหอบเอาไอเย็นจัดกรีดผ่านผิวหนังประหนึ่งใบมีดอาบยาพิษ มันไม่ได้เพียงแค่หนาว แต่มันคือความ "เจ็บ" ที่ซึมลึกเข้าสู่กระดูก ยิ่งพวกนางก้าวเดินลึกเข้าไปในเขตหุบเขาไร้รัก อุณหภูมิรอบกายก็ยิ่งดิ่งวูบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอขาวหนาทึบ เบื้องหน้าคือเทือกเขาสูงตระ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status