Beranda / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 19 เงาที่ไม่ควรมีอยู่

Share

ตอนที่ 19 เงาที่ไม่ควรมีอยู่

last update Tanggal publikasi: 2026-04-08 13:38:20

ตอนที่ 19 เงาที่ไม่ควรมีอยู่

เสียงหอบหายใจที่สั่นพร่าของคนสองคนดังกระทบพื้นหินที่เย็นเฉียบประหนึ่งเสียงสะท้อนจากก้นเหว ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านซากปรักหักพังของโถงประชุมที่พังทลาย นำพาเอาเถ้าถ่านสีดำปลิวว่อนไปในอากาศ หยาดเลือดสีแดงข้นไหลรินจากบาดแผลช้าๆ ซึมลงสู่รอยแตกของพื้นดินอย่างมั่นคง

หลินเยว่ซินพยายามใช้ดาบยันกายลุกขึ้น ทว่าร่างกายของนางกลับสั่นเทาอย่างรุนแรง กล้ามเนื้อทุกส่วนประท้วงด้วยความเจ็บปวดเจียนตายจนแทบไม่ตอบสนองต่อคำสั่งจากสมองอีกต่อไป นางเหลือบมองไปด้านข้าง เห็นเซียวหานในสภาพที่ไม่ต่างกันนัก ใบหน้าของเขาโชกไปด้วยเลือด อ้อมแขนที่เคยแข็งแกร่งบัดนี้ดูอ่อนล้าจนน่าใจหาย

ทั้งสองคนตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า... พวกเขาพ่ายแพ้แล้ว พ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบต่อหน้าอำนาจที่เหนือชั้นกว่าหลายขุม

“จบสิ้นกันที...”

น้ำเสียงของหลินอู๋เชียนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด มันราบเรียบ นิ่งสงบ ทว่ากดดันเสียจนบรรยากาศโดยรอบดูเหมือนจะหยุดหมุน เขาเดินข้ามซากปรักหักพังเข้ามาหาคนทั้งคู่อย่างเนิบนาบประหนึ่งมัจจุราชที่กำลังเดินไปรับวิญญาณ

เขายกมือขึ้นช้าๆ พลังอสุราสีม่วงเข้มมหาศาลเริ่มควบแน่นอยู่ที่ฝ่ามือจนอากาศบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น “ในฐานะที่พวกเจ้ากล้าหาญพอที่จะยืนหยัดต่อต้านข้าได้ถึงเพียงนี้... ข้าจะขอให้เกียรติด้วยการปลิดชีพพวกเจ้าด้วยมือของข้าเองที่นี่ เดี๋ยวนี้”

แรงกดดันจากฝ่ามือนั้นกดทับลงมาบนร่างของหลินเยว่ซินจนนางรู้สึกเหมือนกระดูกกำลังจะแหลกละเอียด ปอดของนางขยายตัวอย่างยากลำบาก ทว่านางยังคงกัดฟันแน่นจนเลือดไหลซึมจากเหงือก ฝืนพยุงกายขึ้นมาอีกครั้งด้วยศักดิ์ศรีที่หลงเหลืออยู่

“ข้า... ยังไม่... ยอมแพ้...” นางเค้นเสียงลอดไรฟัน ทว่าเรี่ยวแรงกลับเหือดแห้งไปจนหมดสิ้น

ทว่า... ในจังหวะที่ความตายกำลังจะมาเยือนถึงตัว

“พอได้แล้ว...”

เสียงหนึ่งดังขึ้นแผ่วเบาท่ามกลางเสียงกระแสพลังที่หวีดหวิว มันไม่ใช่เสียงสั่นเครือของคนที่กำลังจะตาย และที่สำคัญที่สุด... มันไม่ใช่เสียงของหลินเยว่ซิน

เยว่ซินชะงักกึก สายตาของนางค่อยๆ หันไปมองร่างที่อยู่ข้างกายด้วยความตกตะลึง เซียวหาน เขากำลังพยุงกายลุกขึ้นยืนช้าๆ อย่างมั่นคง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาสภาพร่างกายสาหัสเกินกว่าจะขยับนิ้วได้ด้วยซ้ำ

“เจ้าจะทำอะไร...” หลินอู๋เชียนหรี่ตาลงจ้องมองชายหนุ่มนิรนามผู้นี้ด้วยความฉงน นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ที่ดวงตาของประมุขเฒ่าฉายแวว “สนใจ” อย่างจริงจัง

เซียวหานเงยหน้าขึ้นช้าๆ เส้นผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเลือดปรกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่ง ทว่าสิ่งที่ลอดผ่านเงามืดออกมากลับทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องใจสั่นสะท้าน

ดวงตาของเขาเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่สีดำสนิทดุจดวงดาวอีกต่อไป แต่มันกลายเป็นสีแดงเข้มจัดประหนึ่งโลหิตที่เพิ่งหลั่งไหลออกมาจากหัวใจ และนัยน์ตานั้นกลับมีประกายของสัตว์ป่าที่แสนดุร้ายและลึกลับซ่อนอยู่ภายใน

“ข้าเคยสาบานกับตัวเองไว้ว่า... ข้าจะไม่ยอมใช้พลังนี้อีกเป็นอันขาด...” เสียงของเซียวหานเปลี่ยนไป มันทุ้มต่ำ ลึกซึ้ง และกึกก้องด้วยอำนาจบางอย่างที่ต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง “แต่ถ้าข้ายังคงดื้อรั้นปิดผนึกมันไว้ในตอนนี้... คนตรงหน้าข้าก็คงจะต้องตายลงจริงๆ”

เขาเบนสายตาไปมองหลินเยว่ซินเพียงแวบเดียว แววตานั้นเต็มไปด้วยความแน่วแน่ที่ยากจะสั่นคลอน

ปัง!!!

ทันใดนั้น พลังบางอย่างที่รุนแรงและมหาศาลเกินกว่าจะพรรณนาได้ก็ระเบิดออกจากร่างของเซียวหาน มันไม่ใช่พลังมารสีดำของสำนักเทียนหมิง และไม่ใช่พลังอสุราของหลินอู๋เชียน ทว่ามันคือ “พลังโบราณ” ที่เต็มไปด้วยความกดดันอันศักดิ์สิทธิ์และน่าสะพรึงกลัว

พื้นหินรอบกายเขาแตกกระจายเป็นผุยผง อากาศโดยรอบสั่นไหวจนเกิดเสียงหวีดหวิวประหนึ่งวิญญาณนับหมื่นกำลังกรีดร้อง แรงกดดันนี้พุ่งสวนกลับไปปะทะกับพลังของหลินอู๋เชียนจนสลายไปในอากาศทันที

“นี่มัน... พลังแบบนี้มันอะไรกัน?” หลินอู๋เชียนหรี่ตาลง พลางถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว “เจ้าเป็นใครกันแน่ เซียวหาน?”

เซียวหานคลี่ยิ้มจางๆ ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับดูน่าเกรงขามและลึกลับจนน่าขนลุก เขาไม่ได้ดูเหมือนศิษย์ใหม่ผู้ต่ำต้อยอีกต่อไป แต่ดูเหมือนผู้ปกครองที่กลับมาทวงบัลลังก์คืน

“ข้าเคยบอกท่านไปแล้ว... ว่าข้าไม่ใช่ศิษย์ธรรมดาที่ท่านจะมาบงการได้ง่ายๆ” เขาค่อยๆ ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างเนิบนาบ ทว่าทุกย่างก้าวที่เท้าสัมผัสพื้นกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งโถงประชุมที่พังทลาย

“และข้า...” เสียงของเขาต่ำลงจนเป็นเสียงคำรามในลำคอ “ก็ไม่ใช่แค่คนของสำนักจิ่วหลัวที่ท่านแสนดูแคลนผู้นั้นด้วย”

คำพูดนั้นทำให้หลินเยว่ซินเบิกตากว้าง ความลับที่นางเพิ่งล่วงรู้ดูเหมือนจะเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่ซ่อนความจริงที่ใหญ่โตกว่านั้นไว้เบื้องล่าง

หลินอู๋เชียนแค่นหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง “ดี! ยอดเยี่ยมจริงๆ! ดูเหมือนเกมนี้จะเริ่มน่าสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว!”

ฟึ่บ!

ประมุขเฒ่าพุ่งเข้าหาเซียวหานด้วยความเร็วสูงสุดหมายจะปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว ทว่าครั้งนี้ผลลัพธ์กลับต่างออกไป เซียวหานยกแขนขึ้นรับการโจมตีนั้นได้ทันท่วงที

ปัง!

แรงปะทะกระแทกจนทั้งห้องสั่นไหว พื้นดินใต้เท้าทั้งสองยุบตัวลงไปเป็นวงกว้าง เสาหินที่ยังหลงเหลืออยู่หักสะบั้นลงทันที ทว่าเซียวหานยังคงยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคง แผ่นหลังของเขาไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่นิดเดียว

“อึก!”

เลือดไหลทะลักออกจากมุมปากของเซียวหานอีกครั้ง พลังที่เขาปลุกขึ้นมานี้รุนแรงเกินกว่าที่ร่างกายซึ่งบาดเจ็บสาหัสจะแบกรับได้ไหว พลังงานในร่างเริ่มขัดแย้งและทำลายล้างเขาจากภายใน ทว่าเขายังคงกัดฟันฝืนต้านไว้เพื่อเปิดโอกาสสุดท้าย

“พอได้แล้ว...” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับหลินเยว่ซิน

“ไปซะ!” เสียงของเขาคมกริบและเต็มไปด้วยอำนาจการสั่งการอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน

หลินเยว่ซินชะงักงัน “ข้าไม่ไป! ข้าจะทิ้งเจ้าไว้ที่นี่ได้อย่างไร!”

“ไปเดี๋ยวนี้!” เขาตะโกนก้อง เสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน “ถ้าเจ้ายังอยู่ที่นี่และตายลงไปพร้อมกับข้า... ทุกอย่างที่เจ้าพยายามสู้มาก็จะจบสิ้นลง! มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่จะทำลายกฎบ้าบอของสำนักนี้ได้!”

คำพูดนั้นทำให้นางนิ่งงันไปประหนึ่งถูกค้อนทุบที่หน้าอก

หลินเยว่ซินกำดาบในมือแน่นจนสั่นสะท้าน หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มที่เปื้อนเลือดของนาง “อย่าตายนะเซียวหาน... ข้าสั่งให้เจ้าห้ามตายเด็ดขาด!”

นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าแต่หนักแน่น ก่อนจะรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายพุ่งกายออกไปจากห้องประชุมที่กำลังถล่มทลาย

เสียงระเบิดของพลังดังตามหลังมาไม่ขาดสาย ปัง! ปัง! ปัง! แรงสั่นสะเทือนทำให้ทั้งสำนักสั่นไหวประหนึ่งจะพังพินาศ หลินเยว่ซินวิ่งสุดชีวิตโดยไม่ยอมหันกลับไปมองเบื้องหลัง แม้ในใจจะโหยหาและเจ็บปวดเพียงใด เพราะนางรู้แจ้งแก่ใจดีว่า... หากนางหันกลับไปแม้เพียงเสี้ยววินาที นางจะไม่มีวันก้าวเท้าออกจากที่นี่ได้อีกเลย

เซียวหานยืนอยู่ท่ามกลางควันฝุ่น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง สายตาสีแดงเข้มจ้องเขม็งไปที่ประมุขเฒ่า “ตอนนี้... ก็เหลือแค่ข้ากับท่านแล้ว”

หลินอู๋เชียนมองชายหนุ่มด้วยสายตาที่ลุ่มลึกขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเขากำลังระลึกถึงเรื่องราวบางอย่างที่เลือนหายไปนานแสนนาน “สายเลือดนั้น... พลังสีแดงแบบนั้น... หรือว่าเจ้าจะเป็นลูกหลานของตระกูลที่ถูกลบชื่อออกจากใต้หล้าไปเมื่อร้อยปีก่อน?”

ความเงียบปกคลุมโถงที่พังพินาศไปชั่วขณะ ก่อนที่เซียวหานจะแค่นยิ้มที่เต็มไปด้วยปริศนา “อยากรู้... ก็เดาเอาเองสิ”

การต่อสู้ระหว่างทั้งสองยังคงดำเนินต่อไปในความมืดทว่าทิศทางของเกมนี้ได้แปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เซียวหานไม่ได้สู้เพื่อชนะ แต่เขาสู้เพื่อถ่วงเวลาและทำลายรากฐานพลังของหลินอู๋เชียนให้สั่นคลอน

หลินเยว่ซินหยุดยืนอยู่บนยอดหน้าผาไร้รักที่ลมแรงกรรโชก ลมหายใจของนางยังคงสั่นพร่าและเหนื่อยหอบ ดวงตาที่มืดมิดของนางจับจ้องไปยังยอดตำหนักที่ยังคงมีแสงระเบิดของพลังปะทุออกมา ทว่าในใจของนางกลับเริ่มสงบนิ่งขึ้นอย่างประหลาด

“ข้าจะไม่สู้กับท่านตรงๆ อีกต่อไป... หลินอู๋เชียน” นางพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบและเต็มไปด้วยอันตราย “ข้าจะทำลายความภาคภูมิใจของท่าน... ข้าจะทำลายอำนาจของท่านจากข้างในจนกว่าท่านจะไม่เหลืออะไรเลย”

นางกุมแผ่นไม้สลักลายดอกบัวแตกไว้ในมือจนแน่น “ข้าจะเริ่มจากการทำลาย... สิ่งที่ท่านรักที่สุด... นั่นคืออำนาจจอมปลอมของสำนักเทียนหมิงแห่งนี้”

สายลมแรงพัดผ่านร่างของนางไป พาเอาคำประกาศสงครามสุดท้ายกระจายไปทั่วหุบเขา... สงครามที่แท้จริงกำลังจะเริ่มขึ้น และครั้งนี้... นางจะเป็นผู้เขียนกฎในเกมกระดานนี้ด้วยตัวเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 24 สิ่งที่ไม่ควรตื่น

    ตอนที่ 24 สิ่งที่ไม่ควรตื่น หยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงอุ่นซ่านลามไหลไปตามง่ามนิ้วของหลินเยว่ซิน ทว่าหัวใจของนางกลับเย็นเยียบลงเรื่อยๆ ราวกับถูกฝังอยู่ใต้ธารน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย ในอ้อมแขนที่สั่นเทา ร่างของเซียวหานนิ่งสงบจนน่าใจหาย แผ่นหลังที่เคยอบอุ่นบัดนี้ไร้ซึ่งการไหวติง ลมหายใจที่เคยรินรดข้างหูอ

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 23 สิ่งที่ต้องเสีย

    ตอนที่ 23 สิ่งที่ต้องเสีย ราตรีกาลห่อหุ้มสำนักเทียนหมิงไว้ภายใต้ม่านหมอกที่หนาทึบและมืดสนิทประหนึ่งน้ำหมึก ไร้ซึ่งแสงจันทร์สาดส่อง ไร้ซึ่งสายลมพัดผ่าน แม้แต่เสียงเสียดสีของใบไม้ที่เคยดังหวีดหวิวก็กลับเงียบสงัดลงอย่างน่าประหลาด บรรยากาศรอบด้านนิ่งค้างจนน่าอึดอัด ราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหายใจเพื่อเ

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 22 สิ่งที่ข้าทิ้งไว้

    ตอนที่ 22 สิ่งที่ข้าทิ้งไว้ รัตติกาลคืบคลานเข้าปกคลุมสำนักเทียนหมิงอีกครั้ง ทว่าคืนนี้กลับเงียบงันจนน่าใจหาย ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อไว้อาลัยให้กับดวงวิญญาณที่เพิ่งถูกพรากไป กลิ่นคาวเลือดสีแดงฉานยังคงอบอวลไม่จางหายไปจากเรือนพักลับ มันลอยวนอยู่ในอากาศที่หนาวเหน็บ ตอกย้ำถึงการทรยศที่เพิ่งอุบัติ

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 21 คนของข้า

    ตอนที่ 21 คนของข้า รัตติกาลคืบคลานเข้าปกคลุมสำนักเทียนหมิงด้วยความเงียบสงัดที่ผิดปกติ ลมป่าที่เคยพัดหวีดหวิวกลับสงบนิ่งจนน่าใจหาย แม้แต่เสียงเรไรหรือแมลงกลางคืนที่เคยร้องระงมกลับเงียบหายไปประหนึ่งถูกลบเลือนออกไปจากสารบบ บรรยากาศรอบด้านหนักอึ้งและอึดอัด ราวกับขุนเขาและพฤกษาทั้งมวลกำลัง "กลั้นหายใจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status