Home / แฟนตาซี / จิตมารลวงรัก / ตอนที่ 22 สิ่งที่ข้าทิ้งไว้

Share

ตอนที่ 22 สิ่งที่ข้าทิ้งไว้

last update publish date: 2026-04-09 17:22:15

ตอนที่ 22 สิ่งที่ข้าทิ้งไว้

รัตติกาลคืบคลานเข้าปกคลุมสำนักเทียนหมิงอีกครั้ง ทว่าคืนนี้กลับเงียบงันจนน่าใจหาย ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเพื่อไว้อาลัยให้กับดวงวิญญาณที่เพิ่งถูกพรากไป กลิ่นคาวเลือดสีแดงฉานยังคงอบอวลไม่จางหายไปจากเรือนพักลับ มันลอยวนอยู่ในอากาศที่หนาวเหน็บ ตอกย้ำถึงการทรยศที่เพิ่งอุบัติขึ้น

ร่างไร้วิญญาณของเฉินอวี่ยังคงทอดวางอยู่บนพื้นหินที่เย็นเฉียบ ดวงตาที่เบิกโพลงของเขายังคงจับจ้องไปที่ความว่างเปล่า ไม่มีใครเข้ามาเก็บศพ ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าใกล้เรือนพักแห่งนี้ แม้แต่นักฆ่าที่เหี้ยมโหดที่สุดในสำนักก็ยังรู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากข้างใน เป็นรังสีที่เต็มไปด้วยความแตกสลายและโดดเดี่ยว

ภายในห้องที่สลัวราง หลินเยว่ซินยืนนิ่งอยู่ริมหน้าต่างบานกว้าง นางทอดสายตามองออกไปในความมืดมิดของหุบเขา แสงจันทร์ริบหรี่อาบไล้ใบหน้าหยกที่บัดนี้ดูซูบซีดและไร้ชีวิตชีวา นางยืนอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานโดยไม่ปริปากพูดแม้เพียงครึ่งคำ

เซียวหานยืนอยู่เบื้องหลังนาง ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าในความรู้สึกของเขา ระยะห่างนั้นกลับดูเหมือนจะไกลออกไปสุดขอบฟ้า นางไม่ได้เป็นเพียงสตรีที่เขาอยากปกป้องอีกต่อไป แต่ในยามนี้นางดูเหมือนปีศาจที่กำลังหลงทางอยู่ในเขาวงกตที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้น

“เจ้า... เคยฆ่าคนที่เชื่อใจเจ้าสุดหัวใจบ้างไหม?”

น้ำเสียงของหลินเยว่ซินดังขึ้นทำลายความเงียบ มันราบเรียบ นิ่งสงบ ทว่าแฝงไปด้วยความร้าวรานที่ลึกซึ้ง นางยังคงยืนหันหลังให้เขา ไม่ยอมให้เขาเห็นดวงตาที่กำลังสั่นระริก

เซียวหานนิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ เขามองแผ่นหลังที่บอบบางทว่าดูแข็งกร้าวนั้นด้วยแววตาที่ลุ่มลึก ก่อนจะเค้นคำตอบสั้นๆ ออกมา

“เคย”

คำเดียวสั้นๆ ทว่าน้ำหนักของมันกลับมหาศาลพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นไปอีกหลายเท่า

“เล่าให้ข้าฟังที...” นางเอ่ยช้าๆ น้ำเสียงแผ่วเบาประหนึ่งเสียงกระซิบของสายลม “ข้าอยากรู้... ว่าคนอย่างเจ้า ผ่านเรื่องราวแบบไหนมาถึงได้กลายเป็นคนที่ด้านชาและฆ่าคนได้โดยไม่กะพริบตาเช่นนี้”

คำถามนั้นไม่ใช่เพียงความอยากรู้อยากเห็น แต่มันคือการมองหา "กระจก" เพื่อสะท้อนภาพตัวเอง นางอยากรู้ว่าความเจ็บปวดที่นางกำลังเผชิญอยู่นี้ มีใครอีกไหมที่เคยลิ้มรสจดกลายเป็นปีศาจไปแล้วจริงๆ

เซียวหานหลับตาลงช้าๆ พยายามขุดค้นความทรงจำที่เขาอยากจะลืมเลือนไปตลอดกาล ภาพวันวานที่เต็มไปด้วยหยาดเลือดและคราบน้ำตาค่อยๆ ปรากฏชัดขึ้นในมโนภาพ

“ข้า... เดิมทีข้าไม่มีแม้แต่ชื่อ” เขาเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ข้าไม่มีครอบครัวให้ระลึกถึง ไม่มีอดีตให้หวนคืน ภาพแรกที่ข้าจำได้คือความหิวโหยและความหนาวเหน็บ ข้าถูกเก็บมาจากกองศพที่เน่าเปื่อยท่ามกลางสงครามที่ไร้จุดหมาย”

หลินเยว่ซินชะงักไปเล็กน้อย นางค่อยๆ เอียงใบหน้ากลับมามองเขาเพียงเสี้ยวหนึ่ง

“สำนักจิ่วหลัวที่เจ้าสังกัด... พวกเขาไม่ได้เปิดรับศิษย์เพื่อสอนวิชาป้องกันตัวเหมือนสำนักอื่น” เซียวหานเอ่ยต่อ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ “แต่มันคือโรงฆ่าสัตว์ที่ใช้มนุษย์เป็นวัตถุดิบ... พวกเขาสร้าง 'นักฆ่า' จากเด็กกำพร้าที่ไร้หัวนอนปลายเท้า”

เขาเว้นจังหวะพลางสูดลมหายใจเข้าลึก “เด็กสิบคนที่ถูกพาตัวเข้ามา จะมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ได้รับสิทธิ์ให้มีลมหายใจต่อไป... ส่วนที่เหลืออีกเก้าคน...” เขานิ่งไปครู่หนึ่ง “ต้องกลายเป็นศพด้วยน้ำมือของเพื่อนที่โตมาด้วยกัน”

หลินเยว่ซินยังคงยืนนิ่ง ทว่ามือนางที่กุมขอบหน้าต่างกลับกำแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด

“การฆ่าครั้งแรกของข้า... ข้าลังเล” เสียงของเซียวหานสั่นพร่าเล็กน้อยเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่พบกัน “ในตอนนั้นข้ามีเพื่อนเพียงคนเดียว เขาเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ ที่มักจะแบ่งปันเศษข้าวให้ข้ากินเสมอในยามที่ข้าถูกทำโทษ”

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ

“เขาเคยบอกกับข้าว่า... ถ้าเราสองคนรอดชีวิตไปจากนรกแห่งนี้ได้ เราจะหนีไปใช้ชีวิตที่สงบสุขในป่าลึกด้วยกัน” ลมหายใจของเซียวหานเริ่มหนักหน่วงขึ้น “แต่ในคืนสุดท้ายของการทดสอบ... กฎระเบียบของจิ่วหลัวบังคับให้เราต้องสู้กันเองจนกว่าจะมีคนตายไปข้างหนึ่ง... และคืนนั้น ข้าเป็นคนปลิดชีพเขาด้วยมือคู่นี้”

ความเงียบงันยาวนานถูกทำลายลงด้วยเสียงถอนหายใจที่สั่นเครือ

“เขาไม่ได้สู้ข้าเลยแม้แต่น้อย...” เซียวหานเอ่ยน้ำเสียงต่ำพร่า “เขาเพียงแค่ส่งยิ้มให้ข้าเป็นครั้งสุดท้าย... ยิ้มที่ดูสงบเงียบที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา แล้วเขาก็บอกกับข้าว่า... จงอยู่รอดต่อไปแทนเขาด้วยนะ”

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนใบมีดที่แทงทะลุหัวใจของคนฟัง หลินเยว่ซินรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านออกมาจากน้ำเสียงของชายหนุ่ม

“ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป...” เขาพึมพำ “ข้าก็สั่งให้ตัวเองไม่รู้สึกอะไรอีกเลย ข้าฝังความเมตตาและความเป็นมนุษย์ไว้ในหลุมศพของเพื่อนคนนั้น เพราะข้ารู้ดีว่า... หากข้ายังเหลือความรู้สึกแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียว ข้าจะไม่สามารถทำภารกิจต่อไปได้ และข้าจะตายในโลกที่โหดร้ายนี้”

ความเงียบที่หนักอึ้งกดทับคนทั้งคู่ไว้ประหนึ่งภูเขาทับ

หลินเยว่ซินค่อยๆ หันกลับมาหาเขาช้าๆ ดวงตาคู่สวยของนางบัดนี้แดงก่ำและเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาที่นางพยายามสะกดกลั้นไว้

“แล้วในตอนนี้ล่ะ เซียวหาน?” นางถามเสียงสั่น “หลังจากที่เจ้าผ่านเรื่องราวเลวร้ายขนาดนั้นมาได้... ในยามนี้เจ้ายังรู้สึกอะไรอยู่อีกไหม? หรือเจ้าได้กลายเป็นก้อนหินที่ไร้หัวใจไปแล้วจริงๆ?”

คำถามนั้นตรงไปตรงมาและเต็มไปด้วยอันตราย

เซียวหานจ้องมองเข้าไปในดวงตาของนางเนิ่นนาน แววตาของเขาสื่อสารความรู้สึกที่ลึกซึ้งและปั่นป่วน

“ข้า... ข้าไม่ควรรู้สึกสิ่งใดเลยในที่แห่งนี้” เขากระซิบเสียงเบาหวิว “แต่...”

น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “เมื่อข้าได้เห็นเจ้า... เมื่อข้าได้เห็นความเจ็บปวดที่เจ้าพยายามซ่อนไว้... ข้ากลับรู้สึกขึ้นมาอีกครั้ง เป็นความรู้สึกที่ข้าพยายามจะฆ่ามันทิ้งไปตลอดสิบปีที่ผ่านมา”

ความเงียบกลับมาครองพื้นที่อีกครั้ง ทว่าคราวนี้มันเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกที่รุนแรงจนหายใจไม่ออก

“งั้นเราสองคนก็คงไม่ต่างกันเลยสินะ...” หลินเยว่ซินเอ่ยเสียงแผ่วพร่า “เราทั้งคู่... ต่างก็เป็นคนสารเลวที่ลงมือฆ่าคนที่เชื่อใจและรักเราที่สุดเพียงเพื่ออุดมการณ์จอมปลอมและการเอาตัวรอด”

คำพูดนั้นสะท้อนความจริงที่โหดเหี้ยมซึ่งนางเพิ่งจะลงมือทำไปกับเฉินอวี่

เซียวหานก้าวเท้าเข้าไปหานางช้าๆ หยุดลงในระยะที่สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของกันและกัน

“ไม่... เราต่างกัน” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

หลินเยว่ซินเงยหน้ามองเขาด้วยความไม่เข้าใจ

“ข้าลงมือฆ่าเพื่อนคนนั้น... เพื่อที่ข้าจะได้มีลมหายใจ 'อยู่รอด' ต่อไปตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า” เขามองลึกเข้าไปในดวงตาที่แตกสลายของนาง “แต่เจ้านั้นต่างออกไป... เจ้าลงมือฆ่าเฉินอวี่ เพียงเพราะเจ้าพยายามจะพิสูจน์กับตัวเองว่าเจ้า 'ไร้ความรู้สึก' เจ้าพยายามจะฆ่าความเป็นคนในใจตัวเองทิ้งเพื่อให้ทัดเทียมกับหลินอู๋เชียน”

คำพูดนั้นแม่นยำประหนึ่งเข็มที่แทงทะลุจุดตาย

หลินเยว่ซินถอยหลังไปหนึ่งก้าวประหนึ่งถูกผลักด้วยแรงมหาศาล ใบหน้านางสั่นเทาอย่างรุนแรง

“อย่าพูด... ข้าขอสั่งให้เจ้าหยุดพูดเดี๋ยวนี้!” เสียงของนางสั่นเครือจนคุมไม่ได้

ทว่าหยาดน้ำตาที่นางพยายามกักขังไว้ กลับร่วงหล่นลงมาอย่างเงียบเชียบทีละหยด... ทีละหยด กระทบพื้นหินที่เปื้อนคราบเลือดของเฉินอวี่

“ข้า... ข้าไม่รู้เลย...” นางพึมพำออกมาแผ่วเบา ร่างระหงทรุดตัวลงพิงผนังห้องราวกับหมดแรง “ข้าไม่รู้ว่าในตอนนี้ ข้ากลายเป็นตัวอะไรไปแล้ว... ข้าหาตัวตนของตัวเองไม่เจออีกต่อไปแล้ว เซียวหาน”

น้ำเสียงนั้นช่างเปราะบางและอ่อนแอที่สุดเท่าที่นางเคยแสดงออกมานับตั้งแต่เริ่มเข้าสู่สงครามแห่งอำนาจนี้

เซียวหานยื่นมือออกไปหาช้าๆ อย่างลังเล เขาประหม่าที่จะแตะต้องสตรีที่เพิ่งจะลงมือสังหารคนมาอย่างเลือดเย็น ทว่าสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะคว้าข้อมือที่สั่นเทาของนางไว้อย่างแผ่วเบา

“เจ้าคือคนที่ยังมีความลังเลอยู่เสมอ... หลินเยว่ซิน” เขาเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน “และการที่เจ้ายังเจ็บปวดกับการกระทำของตัวเอง การที่เจ้ายังสั่งให้ข้าหยุดพูดเพราะเจ้าไม่อยากยอมรับความจริง... นั่นแหละคือสิ่งเดียวที่ยังยืนยันว่า เจ้ายังคงเป็น 'มนุษย์' และไม่ได้กลายเป็นปีศาจเหมือนปู่ของเจ้า”

หลินเยว่ซินไม่ได้ดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขา ทว่านางก็ไม่ได้จับตอบ นางเพียงแค่นั่งนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างเงียบเชียบ นางยืนอยู่บนเส้นขนานที่เปราะบาง... เส้นที่กั้นกลางระหว่างการเป็น "ปีศาจ" ที่สมบูรณ์แบบ กับการเป็น "มนุษย์" ที่แตกสลาย

ไกลออกไปบนหอคอยที่ตั้งตระหง่านเหนือสำนัก เซวี่ยอิง ยืนทอดสายตามองมายังเรือนพักลับด้วยดวงตาที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยแผนการ รอยยิ้มที่บิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่แต้มสีชาด

“จิตใจของเจ้านั่น... ยังแตกสลายไม่หมดสินะ” นางพึมพำกับสายลมแรง “ความอ่อนโยนจอมปลอมของชายผู้นั้นยังคงรั้งเจ้าไว้ไม่ให้ลงนรกอย่างสมบูรณ์แบบ...”

นางแค่นหัวเราะอย่างรังเกียจ แววตาประกายความอำมหิต “ถ้าอย่างนั้น... ในหมากกระดานถัดไป ข้าจะช่วยสงเคราะห์ให้เจ้าเอง... ข้าจะพราก 'เขา' ไปจากเจ้าให้เจ้าได้ลิ้มรสความโดดเดี่ยวที่แท้จริง และเมื่อนั้น... เจ้าจะไม่มีวันหวนกลับมาเป็นมนุษย์ได้อีกตลอดกาล”

สายลมราตรีกรรโชกแรงพัดผ่านไป พาเอาเสียงหัวเราะเยือกเย็นของความตายกระจายไปทั่วหุบเขาเทียนหมิง... สงครามที่แท้จริงกำลังจะเปลี่ยนทิศทางไปสู่จุดที่โหดร้ายยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่

    ตอนที่ 49 สิ่งที่เหลืออยู่ควันธูปและเขม่าดินปืนที่พวยพุ่งจากการระเบิดค่อยๆ จางหายไปอย่างเชื่องช้า ทิ้งไว้เพียงทัศนียภาพของความพินาศที่เงียบสงัด... สนามรบที่เคยเต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องและเสียงโลหะปะทะกัน บัดนี้กลับนิ่งงันประหนึ่งสุสานที่ไร้เสียงวิญญาณไม่มีเสียงโหยหาจากผู้บาดเจ็บ ไม่มีเสียงคำรามจากผู้ล่า มีเพียง "ความนิ่งที่ผิดปกติ" ที่กดทับบรรยากาศจนรู้สึกอึดอัดประหนึ่งหายใจเอาก้อนน้ำแข็งเข้าไปในปอด ทุกสรรพสิ่งดูเหมือนจะยอมสยบต่อตัวตนใหม่ที่กำลังยืนหยัดอยู่ ณ ใจกลางซากปรักหักพังนั้นท่ามกลางเศษหินและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ปรากฏร่างของสตรีผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่หลินเยว่ซิน... หรือหากจะกล่าวให้ถูกต้อง คือ "สิ่งที่เคยเป็นนาง"บัดนี้ดวงตาที่เคยแปรเปลี่ยนระหว่างสีแดงคลั่งและสีดำมืดกลับคืนสู่สภาวะสงบ ทว่ามันไม่ใช่ความสงบของมนุษย์ ดวงตาคู่นั้นไม่แดงและไม่ดำ แต่มันกลับ "ว่างเปล่า" ประหนึ่งหลุมมืดที่ไร้แสงสะท้อน ไม่มีแววแห่งอารมณ์ ไม่มีความลังเลใจ และไม่มีรอยร้าวแห่งความทรมานเหลืออยู่แม้เพียงนิดนางยืนนิ่งประหนึ่งรูปสลักน้ำแข็งที่ไม่มีวันหลอมละลาย ทุกลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอและนิ่งสงบผิดธรร

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วย

    ตอนที่ 48 ระหว่างฆ่า…หรือช่วยสายลมที่เคยพัดกรรโชกแรงพลันหยุดนิ่งลงกะทันหันประหนึ่งถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากทิ้ง เสียงกรีดร้องและเสียงอาวุธปะทะกันรอบด้านเลือนหายไปในความสลัว เหลือเพียงความเงียบงัดที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ราวกับว่าทั้งโลกกำลัง "กลั้นหายใจ" เพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้ายุทธภพไปตลอดกาลเบื้องหน้าของสำนักที่พังทลาย ชายชุดดำลึกลับยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของซากปรักหักพัง ดวงตาของเขานิ่งสนิททว่าลุ่มลึกประหนึ่งมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง ตรงข้ามกันนั้นคือ หลินเยว่ซิน สตรีผู้ถูกพันธนาการด้วยพลังที่มืดมิดที่สุดเท่าที่เคยมีมา นางยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นระริกด้วยแรงขับเคลื่อนของสิ่งที่สิงสู่อยู่ภายในคนทั้งสองยืนห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว ทว่าความรู้สึกกลับดูเหมือนมีกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นกลางไว้ มันคือเส้นแบ่งระหว่างความเป็นมนุษย์และความวิปลาสที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้าชายชุดดำจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ดำมืดของนาง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าหนักแน่นประหนึ่งขุนเขา“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...”เสียงของเขาดังกังวานไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด “...เจ้า

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์กลางถูกถล่มยับเยิน... ปราการหินที่แข็งแกร่งที่สุดพังทลายลงในคืนเดียว!""พลังมืดจากบรรพกาลตื่นขึ้นแล้ว... มันสิงสถิตอยู่ในร่างสตรีนางหนึ่ง!""นางผู้นั้น... เสียสิ้นสติสัมปชัญญะและกลายเป็นปีศาจที่ไม่มีใครควบคุมได้อีกต่อไป!"จากทายาทตระกูลหลินผู้สูงส่ง บัดนี้ชื่อของ "หลินเยว่ซิน" ถูกจารึกไว้ในฐานะ "ภัยพิบัติสีดำ" ที่ต้องถูกกำจัดออกไปจากหน้าประวัติศาสตร์ ชื่อของนางถูกพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหวาดกลัว และนั่นนำไปสู่การขยับเขยื้อนของกลไกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกยุทธภพเหล่าเจ้าสำนักจากทั้ง 5 ทิศส่งคำสั่งสั้นกระชับทว่าเด็ดขาดออกไปพร้อมกันประหนึ่งนัดหมาย ไม่มีคำว่า "จับกุม" ไม่มีคำว่า "เจรจา" และไม่มีที่ว่างสำหรับความเมตตา คำสั่งเดียวที่เหล่ายอดฝีมือและมือสังหารรับทราบคือ "ฆ่า" นักล่าค่าหัว ยอดฝีมือสั

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงา

    ตอนที่ 46 สิ่งที่ตื่นใต้เงาลมหายใจ...ในวินาทีนี้ มันไม่ใช่ของนางอีกต่อไปบรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบที่เคยนิ่งสนิทบัดนี้กลับ "หนักอึ้ง" จนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเกรียวเพียงแค่ขยับกาย อากาศโดยรอบบิดเบี้ยวและควบแน่นประหนึ่งกลายเป็นเหล็กกล้าที่มองไม่เห็น กดทับทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งลงสู่กรงขังแห่งเงามืดที่มืดมิดที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักชายชุดดำผู้ลึกลับยังคงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แววตาของเขาจ้องมองมาที่หลินเยว่ซินด้วยความสงบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่น่าสยดสยอง เขาไม่ได้ขยับเขยื้อน ราวกับกำลัง “รอคอย” วินาทีที่กลไกแห่งหายนะจะเริ่มต้นทำงานอย่างสมบูรณ์หลินเยว่ซินยืนหยัดอยู่กลางห้องด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าวทว่าไร้ซึ่งความมั่นคง ลมหายใจของนางเริ่มถี่รัวและไม่สม่ำเสมอ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกจู่โจมด้วยแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณ“...ภาชนะ”ถ้อยคำนั้นสะท้อนก้องอยู่ในหัวของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าประหนึ่งเสียงระฆังใบสุดท้ายที่ประกาศจุดจบของความเป็นมนุษย์ครืน... ครืน...ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะทันได้โต้ตอบ เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา... มัน

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้า

    ตอนที่ 45 สิ่งที่เริ่มไม่ใช่ข้าเสียงฝีเท้า...มันดังสะท้อนก้องอยู่ในโถงทางเดินหินที่มืดมิดและหนาวเหน็บเพียงลำพัง ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาเป็นไอสีขาวจางๆ บ่งบอกถึงชีวิตที่ยังหลงเหลือ ทว่าในความเงียบงันที่บีบคั้นประสาทนี้ กลับไม่มีเสียงของใครอื่นอีกเลย มีเพียงร่างระหงที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างโดดเดี่ยวประหนึ่งวิญญาณที่หลงทางอยู่ในนรกที่ตนเองเป็นคนสร้างขึ้นทางเดินยาวเหยียดเบื้องหน้ามืดมิดและเย็นเยือกประหนึ่งปากของอสูรกายที่ไม่มีวันอิ่มหนำ หลินเยว่ซิน ก้าวเดินไปตามทางนั้นอย่างสม่ำเสมอ นางไม่ได้เร่งรีบ และไม่ได้หยุดพัก ทุกลมหายใจของนางหนักอึ้งประหนึ่งแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่านางไม่หันกลับไปมองเบื้องหลัง...แม้จะรู้ดีว่า "สิ่งที่อยู่ข้างหลัง" คือซากศพของความรักและลมหายใจสุดท้ายของชายที่นางรักที่สุดที่เพิ่งดับสูญไป แต่นางกลับบังคับตัวเองให้ก้าวเดินต่อประหนึ่งหุ่นเชิดที่ไร้หัวใจ นางรู้ว่าหากหันกลับไปเพียงวินาทีเดียว... เศษเสี้ยวที่เหลืออยู่ของวิญญาณนางจะแตกสลายจนไม่อาจประกอบคืนได้อีกตลอดกาลความเงียบภายนอกไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะภายในหัวของนาง... มันไม่เคยเงียบลงแม้เพียงเสี้ยววินาที เสีย

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อย

    ตอนที่ 44 มือที่ต้องปล่อยหยาดโลหิตสีแดงฉานยังคงไหลรินออกมาจากบาดแผลที่หน้าอกของเขา... มันไหลซึมผ่านง่ามนิ้วของเซวี่ยอิงที่พยายามกดห้ามเลือดเอาไว้ ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอายเย็นเยือกของสำนักเงามรณะ ยิ่งตอกย้ำถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทักทายชายหนุ่มผู้เป็นดั่งดวงใจเซียวหาน นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นหินที่หนาวเหน็บ ใบหน้าที่เคยคมคายบัดนี้ซีดเผือดประหนึ่งกระดาษขาว ลมหายใจของเขาแผ่วเบาและขาดห้วงจนแทบสัมผัสไม่ได้ ทุกลมเข้าออกคือความทรมานที่แสนสาหัสความเงียบที่ปกคลุมห้องหินในยามนี้ช่างหนักอึ้งและบีบคั้นประสาทจนแทบคลั่ง หลินเยว่ซินยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ร่างระหงของนางนิ่งค้างประหนึ่งถูกสาปด้วยมนต์ดำ มือนางยังคงสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้... และนางรู้ดีว่าเหตุใดมันจึงสั่นเช่นนั้นเพราะมันคือ 'มือที่เพิ่งจะแทงเขาด้วยตัวเอง'เซวี่ยอิงคุกเข่าลงข้างกายเซียวหาน มือหนึ่งกดแผล อีกมือหนึ่งวางลงบนชีพจรที่ลำคอเพื่อตรวจสอบร่องรอยของชีวิตที่หลงเหลืออยู่ ใบหน้าของนางตึงเครียดและเคร่งขรึมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เขายังไม่ตาย...” เซวี่ยอิงเอ่ยน้ำเสียงสั่นพร่า ท

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้า

    ตอนที่ 43 มือที่ไม่ใช่ของข้าความเงียบที่เคยใช้เป็นโล่กำบังจิตใจ บัดนี้มันไม่ช่วยอะไรได้อีกต่อไป...บรรยากาศภายในห้องลับของสำนักเงามรณะสั่นสะเทือนด้วยกระแสพลังที่บิดเบี้ยว ทุกลมหายใจที่พ่นออกมาคือไอสังหารที่เข้มข้นจนพร่ามัว เพราะในยามนี้ "ตัวตน" ของผู้ที่ยืนอยู่ใจกลางความมืด ไม่ได้สถิตอยู่ในที่ที่ม

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบ

    ตอนที่ 42 สิ่งที่กลับมา…ไม่ครบความมืดมิดที่เข้าปกคลุมหลังการระเบิดของพลังวิญญาณนั้นช่างเงียบสงัด... มันเป็นความนิ่งที่ลุ่มลึกและเยือกเย็นประหนึ่งทุกสรรพสิ่งในห้องหินแห่งนี้ถูกแช่แข็งไว้ใต้กาลเวลาที่หยุดหมุน ไร้ซึ่งเสียงลมหายใจ ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งราวกับภูเขาเหล็กที่

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 41  พิธีที่ไม่มีคนรอด

    ตอนที่ 41 พิธีที่ไม่มีคนรอดความเงียบที่เคยปกคลุมห้องหินบัดนี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบนิ่งอีกต่อไป แต่มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันที่รุนแรงประหนึ่งพายุกำลังจะตั้งเค้า บรรยากาศรอบด้านสั่นสะเทือนด้วยแรงกดอากาศที่มองไม่เห็น ราวกับว่าสำนักเงามรณะทั้งสำนักกำลังเปิดดวงตาปีศาจนับหมื่นคู่เพื่อ “เฝ้ามอง” ก

  • จิตมารลวงรัก   ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้า

    ตอนที่ 47 เป้าหมายของทั้งใต้หล้าเสียงระเบิดกัมปนาทที่ฉีกกระชากสำนักเงามรณะยังไม่ทันมอดดับลงสนิท ทว่ากระแสแห่งความตื่นตระหนกกลับแพร่กระจายออกไปไกลยิ่งกว่าเปลวเพลิง ข่าวลือที่น่าสะพรึงกลัวถูกหอบไปตามสายลม พัดผ่านโรงน้ำชา ตรอกซอกซอย และหออำนาจของทุกสำนักใหญ่ประหนึ่งโรคระบาดที่ไร้ทางรักษา"สำนักศูนย์

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status