LOGINกลิ่นหอมอ่อนจากดอกไม้ลอยล่องในอากาศยามราตรี แสงไฟจากตะเกียงส่องลอดกิ่งไม้สร้างเงาริ้วลงบนพื้นทางเดินหินดูงดงามชวนมอง
เสียงหัวเราะและบทสนทนาจากเรือนเลี้ยงด้านในค่อย ๆ จางหาย เมื่อชิงหรูกับเสวี่ยหยางเดินห่างออกมา
ชิงหรูเดินสำรวมกว่าเคย ใบหน้างามเรียบเฉย นางยอมเดินเคียงข้างเขาแม้รู้ว่าตนจะต้องสร้างศัตรูมากก็ตาม อย่างน้อยนางก็สามารถปลดพันธนาการบุญคุณได้ ถือว่าคุ้มอยู่ล่ะนะ
“เอ้อ องค์ชายสามทรงทราบได้อย่างไรว่าหม่อมฉันเป็นฮูหยินสกุลเซียวเพคะ?”
เสวี่ยหยางหยุดชะงักก้าวไปครู่หนึ่ง หันมามองนาง ใบหน้าที่เคยสงบนิ่งเริ่มมีร่องรอยยิ้มฝืดฝืนปรากฏอยู่จาง ๆ
ไม่ต้องรอฟังคำตอบ ชิงหรูก็เดาได้เสียแล้ว
เขาเป็นถึงองค์ชายสาม…มากอำนาจก็ย่อมหาวิธีสืบตัวตนของนางได้อยู่แล้ว การให้คนติดตามสืบคงมิใช่เรื่องลำบากสำหรับเขา
เสวี่ยหยางทอดตามองนางต่อครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถามต่ออย่างนุ่มนวล “แล้ว…ท่านแม่ทัพเซียวเล่า เข้าไปในบริเวณจัดเลี้ยงแล้วหรือ?”
คำถามนั้นดูธรรมดาทั่วไป ทว่าเมื่อเป็นเรื่องนี้สำหรับฮูหยินที่ขึ้นชื่อว่าสามีไม่ยอมรับเช่นนางกลับเหมือนมีอะไรบางอย่างทิ่มแทงโดยตรง
ชิงหรูเพียงชะงักไปเล็กน้อย ไม่แสดงสีหน้าเจ็บปวดอันใด แต่เป็นคนถามเสียเองที่หลับตาอย่างนึกต่อว่าตนเองในใจที่มิได้คิดก่อนคิด หากเพราะเขามัวแต่พยายามหาเรื่องมาคุยกับนางจึงคิดน้อยไปหน่อยเท่านั้น
เสวี่ยหยางย้อนนึกถึงภาพหญิงสาวท่ามกลางแดดร้อนจัดเดินกลับจากค่ายทหารเพียงลำพังวันนั้น…
เขาไม่ใช่คนช่างสอดรู้ แต่ก็ไม่ใช่คนไร้จิตสำนึกเช่นกัน
เมื่อกล่าวถึงเรื่องชวนให้เจ็บปวดก็คิดจะเอ่ยถ้อยคำปลอบโยนบางอย่าง แต่ชิงหรูก็เอ่ยขึ้นเอง
“ท่านแม่ทัพมีงานที่กองทัพเพคะ… เขาคงมาถึงงานเลี้ยงนี้อีกไม่นาน”
ชิงหรูไม่ลืมสวมบทบาทฮูหยินสกุลเซียวที่แสนเพียบพร้อมตามความต้องการของแม่สามี บทสนทนาทั้งสองลื่นไหลจนพากันเดินมาถึงหน้าจวนโดยไม่ทันรู้ตัว
ชิงหรูย่อกายเล็กน้อยเพื่อะขอตัวแยกเข้างาน แต่ก่อนจะเอ่ยได้เต็มคำ เสียงบ่าวที่เฝ้าทางเข้าก็ดังขึ้นชัดถนัดหู
“ท่านแม่ทัพเซียวมาถึงแล้ว!”
เสียงนั้นทำให้ผู้คนภายในงานหันขวับมาทางหน้าจวนแทบพร้อมกัน ชิงหรูเองก็พลันเสมองเขาผู้เป็นสามีของตนเช่นกัน
เซียวเหยียนหลงในชุดสีดำทมึน ท่วงท่าก้าวเดินมั่นคง ดวงตาดุดัน เส้นผมถูกรวบแน่นเป็นระเบียบ ปลายแขนมีปลอกหนังเงาสีดำขลับสะท้อนแสงไฟจากตะเกียง ทุกย่างก้าวของเขาทำให้ผู้คนแหวกทางโดยไม่รู้ตัว
สายตาของเขา…เลื่อนมองรอบด้านและมองสบตากับชิงหรูที่มองเขาอยู่
นี่คงเป็นการสบตากันจริงจังครั้งแรกตั้งแต่ชิงหรูเข้ามาอยู่ในร่างร่างร้ายในนิยายผู้นี้
คิดยังไม่ทันจบเขาก็มองผ่านนางไป ราวกับว่าเป็นเพียงคนแปลกหน้าผู้หนึ่งเท่านั้น
ชิงหรูเองก็หาได้อยากมองเขาเช่นกัน มีเขาไม่สนใจใครเป็นคนเดียวหรืออย่างไร ชิงหรูเบะปากเบาบางก่อนรีบเบือนหน้าอย่างรวดเร็ว การกระทำนี้ของนางดูเหมือนจะเร็วเกินจนเท้าเหยียบเข้ากับปลายกระโปรงตนเองเสียแล้ว
ร่างเพรียวบางเอียงไปในทิศที่หน้าของนางต้องกระแทกลงพื้นดินแน่ !
แต่ก่อนที่ชิงหรูจะล้มลงสัมผัสพื้น เสวี่ยหยางที่อยู่ไม่ไกลก็คว้าแขนเรียวเล็กไว้ ดึงเข้ามาหาตนและช่วยประคองไว้ทัน แรงจับนั้นมั่นคงแต่ไม่รุกล้ำอันใด ฉับพลันกลิ่นหอมจาง ๆ ของใบสนแห้งจากชุดของเขาแตะปลายจมูกของชิงหรูที่หายตกใจเพราะกลิ่นและสัมผัสแสนใกล้ชิดนั่น
“อ้ะ ขอบพระทัยองค์ชายสามเพคะ”
ชิงหรูรีบถอนกายออกแล้วก้มศีรษะคำนับ นางหน้าร้อนขึ้นอย่างอดไม่ได้เพราะตนเกือบจะสร้างชื่อเสียงเสื่อมเสียเสียแล้ว
ในขณะนั้นเสียงซุบซิบก็เริ่มไหลบ่ารอบตัวแล้ว
“ฮูหยินเซียว...ไปสนิทกับองค์ชายสามตั้งแต่เมื่อไรกัน”
“กล้าโอบกอดกันต่อหน้าผู้เป็นสามี...หน้าไม่อายเลยหรือ?”
“หรือว่า…กำลังเรียกร้องความสนใจจากท่านแม่ทัพจึงกล้าทำเช่นนี้?”
เสียงเหล่านั้นชัดเจนเกินพอสำหรับหูของชิงหรู…และหูคนมีวรยุทธ์อย่างเสวี่ยหยาง หรือแม้กระทั่งบุรุษที่หยุดเดินแต่ยังหันหลังให้กับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่อย่าง เซียวเหยียนหลง...
แม่ทัพหนุ่มหันไม่เอ่ยคำใด เขาก้าวเดินเข้าจวนหลี่ไป ไม่คิดจะเอ่ยทักใดใดกับผู้เป็นภรรยาของเขาเลย
ชิงหรูสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรักษาสีหน้าให้คงที่แม้นางจะถูกใครมองมาอย่างไรก็ตาม แต่เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดไปมากกว่านี้ ชิงหรูจึงหันไปยอบกายขออภัยทางองค์ชายสามอีกครั้งในขณะที่นางยังเป็นจุดสนใจอยู่นี่ล่ะ
“หม่อมฉันขออภัยที่รบกวนให้องค์ชายสามช่วยไว้ไม่ให้ล้มลงเพคะ”
นางหวังเพียงว่าใครที่เข้าใจผิดอยู่จะเปลี่ยนความเข้าใจใหม่เสียทีว่าพวกนางไม่ได้อยู่ ๆ ก็ยืนกอดกันท่ามกลางสายตาผู้คนเช่นนี้
เสวี่ยหยางมองนางเงียบ ๆ ไม่เอ่ยใดตอบมีเพียงแววตาที่ดูคล้าย…เข้าใจและเอาใจช่วย
...ชิงหรูหมุนตัวเดินเข้างานเลี้ยงไป
เสียงพิณหงเหมยขับขานประสานกับกลิ่นหอมของไม้จันทน์และกลีบดอกเหมยที่โปรยปรายทั่วโถงจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ งานเฉลิมฉลองเพื่อแสดงความยินดีกับท่านเจ้าของจวนหลี่ผู้ได้รับการเลื่อนขั้น เต็มไปด้วยแขกเหรื่อขุนนางระดับสูงมากหน้าหลายตา
ชิงหรูเดินเข้าสู่โถงจัดเลี้ยงอย่างเงียบเชียบก่อนที่งานจะเริ่ม สายตาหลายคู่ยังคงแอบเหลือบมองนางเป็นระยะ แม้นางจะวางกิริยาสงบ สง่า และแต่งกายงดงามราวกับดอกเหมยผลิบานกลางหิมะ แต่ชื่อเสียงของนางในฐานะ ฮูหยินผู้ไร้ความโปรดปราน ก็ยังคงเป็นป้ายประทับในใจของผู้คนจนชวนให้เป็นที่จับจ้อง
ตรงที่นั่งของคนสกุลเซียว มีที่นั่งว่างอยู่สองตำแหน่ง หนึ่งข้างเซียวเหยียนหลงผู้เป็นสามี และอีกหนึ่งข้างเซียวอี้หลัน
ชิงหรูหยุดอยู่เพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินอ้อมไปยังฝั่งของอี้หลัน นางไม่แม้แต่จะปรายตามองตำแหน่งว่างข้างผู้เป็นสามีเลยแม้แต่น้อย
“พี่สะใภ้ การแสดงร่ายรำใกล้เริ่มแล้วเหตุใดมาช้าเพียงนี้เล่าเจ้าคะ”
อี้หลันหันมายิ้มให้อย่างคนไม่รู้ความเป็นไปมากนัก เพราะยามนี้ดวงตาของนางเพ่งจับจ้องสตรีหลายสิบคนที่รวมกันรอดนตรีขึ้นอยู่ที่กลางลานแสดง
ชิงหรูไม่เอ่ยตอบในคำถามที่เป็นดั่งประโยคบอกเล่า นางนั่งลงด้วยท่วงท่าสง่างาม สงบ น้ำชาถูกรินวางลงตรงหน้า ขณะเสียงพิณชุดแรกเริ่มบรรเลง...
ที่นั่งข้างเซียวเหยียนหลงยังคงว่างเปล่าจนจบงาน ในเมื่อเขาไม่แม้แต่จะใส่ใจ นางเองก็ไม่ใส่ใจเช่นกัน
กระทั่งสัญญาณว่างานเลี้ยงฉลองทางการสิ้นสุดลง แขกเหรื่อที่มาเพียงร่วมงานตามมารยาทก็เริ่มทยอยออกจากงานเลี้ยงไป รถม้าจากแต่ละจวนถูกจัดเรียงไว้เรียบร้อยด้านหน้า บ่าววิ่งวุ่น จัดระเบียบและประคองแขกขึ้นรถม้าไป
ชิงหรูเหลือบมองปลายสายตา เซียวเหยียนหลงขึ้นควบม้าของตนออกไปโดยไม่รอพวกนางแม้ชั่วจิบชาเดียว ไม่มีแม้แต่จะเหลียวหลัง ไม่เอ่ยถามใดใด
“พี่ชายข้าก็ทำเยี่ยงนี้ทุกที ขนาดงานเลี้ยงของสกุลขุนนางใหญ่ ยังไม่คิดจะไว้หน้ากันเลย เฮ้อ...”
ชิงหรูไม่ตอบสนองต่อคำพร่ำบ่นของอี้หลัน นางเพียงยิ้มจาง ๆ แล้วเดินขึ้นรถม้าไป
บทที่ 29แผนร้ายของชิงหยาเช้าตรู่ก่อนที่แสงอรุณจะขึ้นพ้นขอบฟ้า ลู่ชิงหรูก็ออกจากบ้านพร้อมกับเสี่ยวเฉิน ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังตลาดสดในตรอกลึกด้านตะวันตกของเมือง ที่นั่นเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบของพ่อค้าหาบเร่และชาวบ้านร้านตลาด ไม่หรูหราแต่ราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับร้านเล็กอย่างของนางชิงหรูคลุมผ้าอย่างเรียบร้อย ไร้การแต่งแต้มสีสันบนใบหน้ายามมองมาไม่หวือหวาแต่กลับงดงามดูสะอาดสะอ้าน ข้างตัวมีเสี่ยวเฉินหอบตะกร้าสานเดินตามอยู่ไม่ห่าง ทั้งสองจอดแวะร้านขายเนื้อหมูสด กลิ่นเลือดจาง ๆ โชยมาตามลม“เอาเนื้อครึ่งชั่ง กับตับอีกนิด” นางบอกพลางหยิบถุงผ้าส่งให้แม่ค้าหญิงขายเนื้อมองนางแล้วแค่นหัวเราะเบา ๆ ทันที สตรีที่งดงามไม่เหมือนชายบ้านเช่นนี้ใครเล่าจะจำไม่ได้“โฮะ ฮูหยินผู้สูงศักดิ์ในอดีตถึงขั้นต้องมาซื้อของตลาดเองหรือ…ช่างเป็นเกียรติเสียจริง”น้ำเสียงเสียดแทงทำให้เสี่ยวเฉินหน้าเปลี่ยน ตาเริ่มแข็ง แต่ชิงหรูกลับรับของแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางแทนอย่างไม่ใส่ใจ“ราคาตามป้ายหรือมีอะไรพิเศษให้คนเคยแต่งงานแล้วแต่ถูกหย่าบ้างหรือไม่?”หญิงขายเนื้อชะงักไปเล็กน้อย แล้วหัวเราะหยันแต่ก็ไม่กล้าพูดต่อ นางเอกจ่ายเงินและพา
บทที่ 28พานางกลับมายามโพล้เพล้ของเมืองหลวง แสงอาทิตย์เอียงต่ำทอดผ่านหน้าร้านเล็ก ๆ ในตรอกแห่งหนึ่ง บนป้ายไม้เขียนด้วยพู่กันว่า หอข้าวหอม กลิ่นกับข้าวหอมฉุยลอยกรุ่นอบอวลไปทั่วบริเวณลู่ชิงหรูในชุดสีกลางดูธรรมดาขัดกับใบหน้าสดใสผุดผาด กำลังใช้กระบวยตักน้ำแกงราดลงบนข้าวสวยร้อนให้ชายชราที่เพิ่งกลับจากไปทำงานผู้หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยนให้“ระวังร้อนนะเจ้าคะ”ร้านของนางมีโต๊ะไม้สามตัว กับม้านั่งเก่า ๆ ไม่กี่แถบ เสี่ยวเฉินช่วยดูแลร้านส่วนอื่น มีเสี่ยวเอ้อหนุ่มร่างเล็กวิ่งรับคำสั่งด้วยความคล่องแคล่ว ถึงจะเป็นเพียงร้านเล็ก ๆ แต่บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองจนผู้คนแน่นทุกวัน และแม้จะทำกำไรได้ไม่มากเท่าการส่งผงปรุงรสให้ราชสำนัก แต่นางก็รู้สึกเป็นสุขที่ได้ลงมือปรุงกับมือ ให้ผู้คนชนชั้นล่างได้อิ่มท้องในราคาย่อมเยาว์นางคือร้านอาหารขายข้าวราดหลายอย่างที่ทำไว้ก่อนแล้ว พอลูกค้ามาก็เลือกกับข้าวและตักให้ทันใจร้านเปิดจนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้า เหลือเพียงกับข้าวเล็กน้อย ขณะที่เสี่ยวเฉินกำลังจะล้างชามเตรียมเก็บร้าน เสียงฝีเท้าเรียงกันเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากปากตรอกเสียก่อนพวกเขามากันอีกแล้ว...“เหลือเท่าใดพว
บทที่ 27ข้าก็ไม่คิดจะแต่งกับใครอีก“พี่ใหญ่!” น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงแววเตือน “ปล่อยนางเถอะขอรับ”หลิงชวนยืนอยู่ไม่ไกลเดินเข้ามายืนระหว่างทั้งสองมือข้างหนึ่งจับแขนญาติผู้พี่ที่ตลอดชีวิตนี้เราทั้งสองแข่งกันมาโดยตลอดทว่าก่อนจะเกิดเรื่องใหญ่ไปกว่านั้นก็เป็นชิงหรูที่เอ่ยเสียงสั่นเครือ“ช่วยพาข้าออกไปที” นางพูดโดยไม่แม้จะมองเซียวเหยียนหลงเลย...“แน่ใจแล้วหรือ?”หลิงชวนถามย้ำ ขณะที่เอี้ยวตัวมองสตรีร่างบอบบางสบเข้ากับนแววตาที่ไม่สั่นไหวของนาง เขาก็พยักหน้า แล้วหันกลับไปสบตากับพี่ชายตนเซียวเหยียนหลงยืนนิ่ง มือกำแน่นอยู่ข้างลำตัว สายตาจ้องมองสองคนที่ยืนคุยกันราวไม่มีคนอื่นก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบพาลให้คนรอบข้างหนาวสะท้าน“หากเจ้ากล้าก้าวออกไปพร้อมหลิงชวนวันนี้...อย่าคิดว่าจะได้กลับมาอีก”น้ำเสียงของเขาเหมือนมีดที่กรีดผ่านหัวใจคน แม้ดูสงบเรียบแต่สั่นสะเทือนถึงกระดูก แน่นอนว่าคำพูดนั่นไม่ทำให้ชิงหรูหันกลับไป นางหมุนกายเดินจากออกมาอย่างไม่ลังเล...ระหว่างทางนั้นชิงหรูเดินผ่านอดีตแม่สามีเวินซื่อฟางที่ได้ยินทุกอย่างขณะกำลังจะเข้ามาก็ถึงกับเบิกตาโพลงอย่างไม่อยากเชื่อหูที่ได้ยินลูกสะใภ้ที
บทที่ 19เหตุใดนางถึงได้ตัวร้อนเป็นไฟเช่นนี้รุ่งอรุณของวันใหม่ค่อย ๆ สาดแสงลอดผืนผ้าของกระโจมเข้ามา อากาศเย็นยามเช้ากระทบผิวพาให้ร่างบางบนเตียงหนาวสะท้านเล็กน้อยชิงหรูลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ภายในกระโจมเงียบราวกับไม่มีผู้ใดอยู่ ร่างของบุรุษผู้ครอบครองเตียงนี้ หาได้อยู่เคียงข้างนางไม่เขา…คงไม่แม้จะนอนร่วมเตียงกับนางเลยสินะก็ไม่ได้น่าประหลาดใจ เพราะรู้แต่แรกว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขามิเคยมีคำว่า รัก เกิดขึ้นแม้แต่น้อย สิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้น ไม่ต่างอะไรกับการตอกย้ำว่านาง…เป็นเพียงของสิ่งหนึ่ง ของที่เขาหวงและไม่ยอมให้ใครแตะต้องก่อนตนเองก็เท่านั้นชิงหรูหัวเราะเบา ๆ ออกมาอย่างฝืนใจ...ก็ดีเหมือนกัน จากที่คิดจะย้อนกลับบัดนี้นอกจากทำทุกอย่างเพื่อมีชีวิตรอดแล้ว ชิงหรูก็จะไม่ไปใส่ใจเรื่องอื่นใดอีกชิงหรูพยุงร่างลุกจากเตียง เนื้อตัวยังระบมและอ่อนล้าในทุกฝีก้าว ความเจ็บที่แล่นผ่านส่วนล่างของร่างกายทำให้นางต้องเม้มริมฝีปากไว้แน่น เพื่อมิให้หลุดเสียงครางออกมาค่ำคืนที่ผ่านมานั้น…นางไม่อาจหลอกตนเองได้ว่ามันอ่อนโยน หากแต่มันเป็นผลจากแรงโทสะของบุรุษผู้นั้น เป็นการสั่งสอนเป็นการประกาศสิท
บทที่ 26ท่านแม่ทัพได้โปรดลงนามด้วย...ใต้เงาไม้อันเงียบสงัด ร่างสูงใหญ่ของเซียวเหยียนหลงเดินก้าวอย่างรวดเร็วไปตามแนวทางเดิน เขาไม่ได้มีจุดหมายใด เพียงแต่ต้องการให้ลมตีหน้าเพื่อลดอารมณ์ที่พุ่งทะยานจนไม่อาจควบคุมเมื่อครู่มือหนากำแน่นจนเส้นเอ็นโป่งพอง ยังรู้สึกถึงแรงข่วนบนหน้า… แผลเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันเจ็บยิ่งกว่ายามดาบเฉือน เขาไม่รู้ว่าเจ็บเพราะแผลหรือเพราะสายตาที่นางมองเขาในยามนั้นกันแน่…“เจ้าเป็นของของข้า…”คำพูดที่เอ่ยออกไปด้วยความโมโหยังดังก้องอยู่ในหัว แต่เมื่ออารมณ์เริ่มสงบลง เขากลับเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองเหตุใดเขาจึงโกรธถึงเพียงนั้น?เขาหึง… อย่างที่นางว่าหรือ?สมองของเขาเถียงขึ้นมาทันที ราวกับไม่อาจยอมรับคำตอบเสียศักดิ์ศรีเช่นนั้น เซียวเหยียนหลงผู้ไม่เคยพ่ายต่อหญิงใด จะมายอมรับว่าตนหึงนางเพียงเพราะนางไปพบบุรุษอื่นน่ะหรือ?ไร้สาระ !เขาคำรามเบา ๆ กับตัวเอง แล้วขบกรามแน่น ราวจะบดขยี้ความคิดนั้นให้มลายหายไป“ข้าเพียง…ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องของของข้าเท่านั้น”ใช่… เขาโน้มน้าวตัวเองเช่นนั้น ความรู้สึกอึดอัดในอกนั้น…มันคือความไม่พอใจที่ของ ๆ เขาถูกแตะต้อง ไม่ใช่เพราะ…หัวใจเขาหวั่น
บทที่ 25ฮูหยินเช่นข้าไม่มีหัวใจหรืออย่างไรลู่ชิงหรูที่เพิ่งก้าวเท้าลงจากรถม้าไม่ทันได้พักเหนื่อยดี ก็ถูกสาวใช้มาเชิญให้ไปยังห้องรับรองพบกับแม่สามีดวงตาของชิงหรูหรี่ลงเพียงครู่ แต่ก็ก้าวตามไปโดยไม่เอ่ยให้มากความ ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องรับรอง พลันสายตาก็สบกับร่างของบุคคลที่นางไม่คิดว่าจะพบในเวลานี้...หนิงชิงหยาหญิงสาวในชุดบางเบาสีงาช้างนั่งอยู่ข้างเวินซื่อฟาง สีหน้าทั้งสองแลดูสดใสรื่นเริงจนน่าประหลาดใจ… โดยเฉพาะคนเป็นแม่สามีที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีวาจานุ่มนวลกับตนเช่นนี้มาก่อนแต่กลับมองให้ชิงหยาอย่างง่ายดาย“ชิงหรู เจ้ามาแล้ว” เหวินซื่อฟางเอ่ยเสียงละมุนผิดวิสัย “พี่ชายของชิงหยากลับถึงเมืองหลวงแล้ว แม่ตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้สมเกียรติ แล้วก็ตั้งใจให้เจ้าเป็นคนดูแลงานทั้งหมด”การจัดการในจวนนี้เป็นหน้าที่ของผู้เป็นฮูหยินตระกูลเซียวเช่นชิงหรูอยู่แล้วก็จริง แต่ที่ไม่ปกติคือเหตุใดสกุลเซียวถึงต้องจัดการเลี้ยงฉลองให้คนสกุลหนิงด้วย...ทว่านางที่อยู่ในฐานะไม่ต่างจากคนที่มาอิงอาศัยก็ได้แต่รับคำนั่นล่ะ“เจ้าค่ะ ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย”เมื่อล่ำลาออกมาจากห้องรับรอง ลู่ชิงหรูก็คิดจะเด
บทที่ 18ข้าจะตอบสนองในสิ่งที่เจ้าต้องการมาตลอด“ลงโทษฮูหยินของข้าอย่างไรเล่า!” เขากระซิบเสียงต่ำ พร้อมทั้งโน้มกายลงประทับรอยจุมพิตร้อนระอุไว้บนลาดไหล่ที่เพิ่งเปลือยเปล่าไร้ผ้าคลุม ดวงตาเขาหลุบลงมองผิวขาวเนียนที่เริ่มปรากฏตรงหน้าอย่างลุ่มหลงราวมีวิญญาณอื่นใดสิงริมฝีปากที่เคยกดลงด้วยความโกรธ กลับแ
บทที่ 24เจรจาธุรกิจกับองค์ชายสามยามค่ำคืนหลายวันมานี้ช่างหนักหนาสำหรับชิงหรูยิ่งนักสองขาสั่นระริกแม้เพียงแค่ขยับตัวเบา ๆ รอยแดงช้ำจาง ๆ ยังคงแต้มอยู่ตามตัว และส่วนที่ไวต่อความรู้สึกที่สุดกลางกายก็บอบช้ำเกินรับไหวแล้วทุกค่ำคืนตั้งแต่ชิงหรูกลับมาอยู่ที่จวนเซียวเขาจะลักลอบแอบมาในห้องของนางเสมอ ร่า
บทที่ 10นางพักกระโจมเดียวกับพวกนายทหารอื่น !ชิงหรูในชุดผ้าสีทึม ใบหน้าซีดขาวไร้การแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมใด มือหนึ่งถือห่อผ้าขนาดเล็กที่ภายในบรรจุเพียงเสื้อผ้าใช้สอยที่จำเป็นสองสามชุด ล้วนเป็นผ้าธรรมดาสีเรียบ มิมีแม้แต่งานปักหรือลวดลายใดใดเสี่ยวเฉินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถือห่อผ้าอีกห่อหนึ่ง แยกใส่ข้
บทที่ 22ข้านอนไม่หลับ“ฮูหยินลู่ เชิญมาดื่มชาด้วยกันสิเจ้าคะ” เสียงใสกังวานของหญิงสาวสดใสดังขึ้น เรียกนางให้หยุดแม้ชิงหรูจะพยายามเดินเบี่ยงออกไปแล้วก็ตามชิงหรูถอนหายใจเล็กน้อยก่อนเอ่ยตอบ“ขออภัย ข้ามีเรื่องให้ต้องไปจัดการ พ่อบ้านฉีคงมีเรื่องให้ข้าดูอีกมาก… ข้าไม่ได้อยู่จวนมาหลายวันแล้วน่ะเชิญกัน







