หน้าหลัก / รักโบราณ / ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน / บทที่ 7 องค์ชายสามขอความช่วยเหลือ

แชร์

บทที่ 7 องค์ชายสามขอความช่วยเหลือ

ผู้เขียน: มายุมายูมายา
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-22 09:32:28

บทที่ 7

องค์ชายสามขอความช่วยเหลือ

เซียวอี้หลันมาหานางแต่เช้าในวันหนึ่งก่อนวันเลี้ยงตระกูลหลี่จะมาถึง

“พี่สะใภ้ วันนี้พอจะว่างหรือไม่เจ้าคะ?” นางเอ่ยถามด้วยดวงตาวาววับ “ข้าคิดจะออกไปเลือกเครื่องประดับใส่ไปงานเลี้ยงในวันพรุ่งนี้ อยากให้พี่สะใภ้ไปช่วยเลือกด้วยหน่อยเจ้าค่ะ”

ลู่ชิงหรูวางพู่กันในมือ สีหน้าเรียบสงบแย้มยิ้มรับเล็กน้อย นางเพิ่งจัดการบัญชีร้านค้าแห่งหนึ่งเสร็จไปครึ่งส่วน พอเห็นอีกฝ่ายเข้ามาหาก็พยักหน้าตกลงอย่างง่ายดาย

เพราะนางก็อยากออกไปข้างนอกอยู่แล้ว นางได้โอกาสไปสำรวจความต้องการตลาดเผื่อลู่ทางในอนาคตด้วยก็ย่อมดีกว่าฟังคำรายงานของผู้อื่น

“ดี ข้าก็ยังมิได้เลือกเครื่องประดับให้เข้ากับชุดเลยเช่นกัน ถือโอกาสออกไปเปิดหูเปิดตาก็ไม่เลว”

ไม่นาน รถม้าสลักลายประณีตของจวนเซียวก็เคลื่อนตัวออกจากประตูหน้าจวน เจ้านายสาวทั้งสองนั่งเคียงกันด้านใน ส่วนบ่าวสองคนของทั้งสองก็นั่งร่วมอยู่ข้างสารถีที่นอกรถม้า

รถม้าหยุดลงหน้าร้านเครื่องประดับขึ้นชื่อ หงส์หยูหลง ร้านขนาดใหญ่ ด้านหน้าประดับม่านไหมสีชมพูอ่อนที่ปลิวเบา ๆ ตามลม แสดงออกชัดเจนว่าภายในร้านนี้มีแต่สิ่งงดงามเหมาะกับสตรีและคนที่มาซื้อของให้สตรี

เมื่อทั้งสองลงจากรถ เถ้าแก่เจ้าของร้านผู้มีอายุไม่น้อยก็รีบออกมาต้อนรับอย่างรู้งาน

“เชิญคุณหนูเซียวและฮูหยินเซียวขอรับ ร้านข้าน้อยมีหยกเซียนหลี่ที่เพิ่งเข้ามาเมื่อเช้านี้ สีสันสดไม่แพ้หยกใดในเมืองหลวง เชิญชมก่อนเถิดขอรับ”

ทั้งสองเดินชมภายในร้านอย่างเพลิดเพลิน เครื่องประดับหยก มุก หยกขาวแต้มสีบ้างดูแปลกตา เครื่องประดับทองสลักลายดอกไม้หลากหลายก็มีวางแสดงเต็มร้าน

ขณะชิงหรูกำลังสนใจกับต่างหูหยกสลักลายกลีบดอกเหมยขึ้นพิจารณา อี้หลันที่ละความสนใจไปแล้วก็เดินถอยหลังเพื่อไปมองอีกมุมหนึ่ง ทว่านางไม่ทันหันไปมองข้างหลังทำให้ถอยไปชนเข้ากับร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เพิ่งก้าวเข้ามาดูของบริเวณนี้พอดี

“อ๊ะ ว้าย…”

อีกฝ่ายยกมือโอบรับไว้ได้ทันก่อนอี้หลันจะเซล้มไป..

“ขออภัย ข้าผิดเองที่มิได้เดินดูทางให้ดี คุณหนูเป็นอันใดมากไหม?”

เสียงของเขานุ่มลึก สุภาพ และเปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วง

อี้หลันเงยหน้าขึ้นแล้วก็ชะงัก ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างเล็กน้อยก่อนจะส่งผลให้แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อทันใด

บุรุษผู้นั้นสูงสง่า ใบหน้าแต้มรอยยิ้มดูเข้าถึงง่าย ภายใต้ชุดเรียบรื่นประดับลายปักดูผอมบางแต่ก็ไม่อ้อนแอ้นเกินบุรุษ

“ข้าไม่เป็นอันใดเข้าค่ะ เป็นข้าเองที่ขออภัยที่ถอยไม่มองทาง”

คุณชายท่านนั้นช่วยพยุงอี้หลันให้ขึ้นยืนอย่างช้า ๆ ก่อนถอยออกมาโน้มให้พร้อมหยักยิ้มตาหลี่ลง

“ข้ามีนามว่าจิ่นหยาง จากสกุลไป๋” เขาเอ่ยแนะนำตัวด้วยสุ้มเสียงนุ่มนวลชวนมอง

“เจ้าค่ะ เอ่อ ข้า…คุณหนูรองตระกูลเซียวเจ้าค่ะ”

อี้หลันที่ใบหน้ายังไม่คลายขัดเขินตอบเสียงเบา หัวใจเต้นแรงบัดนี้ยังไม่ช้าลงเลย ฉากการพบกันระหว่างทั้งคู่ทำให้คนนอกที่มองอยู่อย่างชิงหรูรับรู้ได้ถึงมวลความรู้สึกบางอย่างระหว่างหนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษนี้

สายตาทั้งสองสบกันอยู่อีกอึดใจหนึ่ง ก่อนที่จิ่นหยางจะโค้งเล็กน้อย แล้วเอ่ยลาไป

“ยินดีที่ได้รู้จักคุณหนูเซียว ขอให้วันนี้ของท่าน…เป็นวันที่ดี”

สิ้นถ้อยคำ เขาจึงค้อมศีรษะ แล้วผละจากไปทิ้งให้สตรีที่ถูกอวบพรยืนนิ่ง บนหน้าแต่งแต้มรอยแดงซ่าน ชิงหรูที่มองจากอีกฟากของร้านได้แต่หลุบตาน้อย ๆไม่พูดอันใด เพราะนั่นล้วนมิใช่เรื่องของนาง

ขณะทั้งสองขึ้นรถม้าเตรียมกลับจวนแล้วนั้น ดวงตาของอี้หลันนั้นล่องลอยไม่อยู่กับตัวชัดเจน ท่ามกลางความเงียบนั้นอยู่ดีดีคนที่สติเตลิดก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากทำลายความเงียบลง

“พี่สะใภ้… ท่านเชื่อในรักแรกพบหรือไม่?”

ชิงหรูละสายตาจากวิวนอกหน้าต่างรถม้า หันไปมองคนพูดพลางอ่านว่าอีกฝ่ายถามเพื่อต้องการอันใด เมื่อเห็นว่าอี้หลันถามเพราะต้องการข้อคิดเห็นจริง ๆ ชิงหรูก็เปิดปากพูดในสิ่งที่นางคิด

“ไม่ ข้าเชื่อในสิ่งที่เราลงมือทำ มากกว่าโชคชะตาที่ฟ้าลิขิต”

อี้หลันหัวเราะเบา ๆ พยักหน้าให้กับคำตอบที่ช่างขัดแย้งกับสิ่งที่นางต้องการได้ยินนัก หากถามต่อไปก็มีแต่จะทำให้ความฝันของตนสลายอย่างไม่ต้องสงสัย

ลู่ชิงหรูหันกลับไปทอดสายตามองนอกม่านหน้าต่างรถม้าอีกครา...

รักแรกพบหรือ…หากอี้หลันจะถามเพื่อให้ได้คำตอบตรงใจของนางนั้น ควรต้องไปถามพี่ชายของนางน่าจะได้อย่างที่หวัง

เพราะเขานั้นหลงรักนางเอกในนิยายตั้งแต่แรกพบอย่างไรล่ะ

วันที่ชิงหรูต้องไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนหลี่ในฐานะฮูหยินของเซียวเหยียนหลงก็มาถึง ที่หน้าจวนสกุลเซียว บ่าวหญิงยืนเรียงรายเป็นระเบียบเพื่อรอส่งเจ้านายอย่างลู่ชิงหรูกับเซียวอี้หลัน

อี้หลันสวมชุดสีชมพูพีชอ่อน ปักลายกลีบบัวโปรยปักด้วยด้ายเงินทั่วชายแขน เส้นผมรวบขึ้นครึ่งศีรษะ ประดับด้วยปิ่นทองรูปผีเสื้อบิน ดูสดใสราวกับคุณหนูที่เพิ่งผลิบานสมกับย่างเข้าวัยปักปิ่น

ส่วนลู่ชิงหรูในวันนี้สวมชุดหรูยาวลากพื้นสีม่วงหมึกเจือดิ้นทอง ลายปักเมฆประดับกลางอก กลีบแขนเสื้อบางพริ้วสอดรับทุกจังหวะก้าวและขยับตัว เส้นผมยาวถูกรวบมวยสูงครึ่งศีรษะ ประดับด้วยปิ่นหยกขาวสอดรับกับต่างหูหยกกลมสีขาว

ดูสูงสง่าสมฐานะฮูหยินของท่านแม่ทัพ งามเย้ายวนอย่างยากเอื้อมถึง

ทั้งสองมารอรถม้าที่หน้าจวนด้วยกันสักพัก พ่อบ้านฉีก็รีบรุดหลังจากได้ฟังข่าวจากคนของแม่ทัพเซียวแล้ว เขาเข้ามาค้อมตัวคารวะอย่างรีบร้อน

“เอ่อ ท่านแม่ทัพให้บ่าวมาแจ้งว่านายท่านจะตามไปภายหลัง ให้พวกท่านล่วงหน้าไปก่อนไม่ต้องรอไปพร้อมกันขอรับ”

อี้หลันกลั้นใบหน้าบูดบึ้งไว้ไม่อยู่

“ข้าก็ไม่คาดหวังอยู่แล้ว ว่าท่านพี่จะไปพร้อมกับเราสองคน”

ชิงหรูเพียงพยักหน้ารับเบา ๆ ไม่มีคำใดหลุดจากริมฝีปากบาง นางเองก็ไม่คาดหวังไม่ต่างกัน

ไม่คาดหวังก็ย่อมไม่ผิดหวัง ไม่ผิดหวังก็จึงไม่รู้สึกเสียใจเท่าไหร่นัก...

เมื่อถึงจวนหลี่ บ่าวรับแขกในชุดแดงรอต้อนรับอยู่เต็มลาน บรรยากาศภายในจวนดูพลุกพล่าน การตกแต่งดูโดดเด่นแต่ไม่เว่อวัง เสียงพิณแว่วมาเป็นระยะจากด้านในจวนชวนให้คนอยากเข้าไปภายในได้เป็นอย่างดี

เมื่อชิงหรูก้าวลงจากรถม้า กลุ่มผู้คนที่ยืนพูดคุยกันอยู่ก็เริ่มหันมามองทันที

ส่วนใหญ่พอรู้จักอี้หลันอยู่แล้ว และรีบเข้ามาทักด้วยซ้ำ แต่สายตาส่วนใหญ่…กลับจับจ้องมาที่นางที่เป็นคนที่ไม่เคยออกงานต่างหาก

“นั่นน่ะหรือ...ฮูหยินของท่านแม่ทัพเซียว?”

“ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลยกระมัง เพิ่งเคยออกงานแรกหรือไร?”

“เห็นว่าท่านแม่ทัพไม่เคยแตะต้อง ไม่ยอมรับด้วยซ้ำ…”

ถ้อยคำเหล่านั้นไม่ได้ดังนัก แต่พอให้คนเดินไปได้ยินชัดเจน

สายตาหลายคู่เต็มไปด้วยการพินิจวิจารณ์ บ้างมองนางด้วยความชื่นชมในความงาม แต่ส่วนใหญ่… แฝงไปด้วยความสงสัย สมเพช และล้อเลียนเงียบ ๆมากกว่า

ชิงหรูยืดหลังให้หยียดตรง ก้าวเดินอย่างมั่นคง ไม่มีร่องรอยสะทกสะท้านแม้แต่น้อย ริมฝีปากเพียงคลี่ยิ้มบางพอเป็นพิธี

“พี่สะใภ้ ข้าขอแยกไปหาคุณหนูเซี่ยนะเจ้าคะ พวกนางรอข้าอยู่” อี้หลันเอ่ยด้วยสีหน้าร่าเริง

ชิงหรูพยักหน้าตอบ “ไปเถิด อย่าให้ใครคอยนาน”

หลังจากอี้หลันจากไปนางก็เดินไปกับเสี่ยวเฉิน มุ่งไปยังบริเวณรอบสวนด้านข้างจวน ต้นหลิวเอนอ่อนสะบัดปลายใบพริ้วแผ่วในสายลมอ่อน ให้ความสงบยิ่งกว่ากลางสถานที่จัดงานที่เต็มไปด้วยเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ

ความสงบเงียบดำเนินไปเรื่อยจนกระทั่งสายตานางพลันสะดุดเข้ากับชายคนหนึ่งที่คุ้นหน้า

เขา…คือบุรุษผู้นั้น ผู้ที่เคยช่วยนางไว้ยามนางไม่มีรถม้ากลับจากค่ายทหาร

บัดนี้…เขากำลังถูกกลุ่มคุณหนูสูงศักดิ์ล้อมหน้าล้อมหลัง

ใบหน้าคมคาย เส้นผมเกล้าเรียบคล้องด้วยห่วงหยกขอบทอง ชุดสีเข้มประดับลายเมฆทองดูสูงศักดิ์ทว่าเรียบง่าย ท่วงท่าเขาสงบนิ่งโดดเด่นยิ่งกว่าบุรุษใดในงานที่นางเดินผ่านมาจริง ๆ

“องค์ชายสาม... พระองค์ชอบชากลิ่นนี้ไหมเพคะ?” เป็นคุณหนูนางหนึ่งเอ่ยเรียกร้องความสนใจ

ทว่านั่นก็ทำให้ชิงหรูนิ่งไปโดยพลัน

ที่แท้เขาเป็นถึงองค์ชายสามเสวี่ยหยางนั่นเอง

บุรุษผู้นี้คือพระรองนิยาย เขาตกหลุมรักนางเอกเพราะเคยถูกนางเอกในนิยายช่วยชีวิตไว้โดยบังเอิญ

ชิงหรูเบือนหน้าหลบทันใจคิด พลันคิดจะเลี่ยงออกไปอีกทาง เพราะนางไม่ต้องการพัวพันกับใครก็ตามที่อยู่ในเส้นเรื่องนิยาย โดยเฉพาะเหล่าบุรุษที่หลงรักนางเอกในนิยาย

เดี๋ยวจะพาลให้นางร้ายเช่นนางถูกฆ่าตายเพราะไปขัดขวางพวกเขาอยู่กับนางเอกในนิยายเอา

แต่ไม่ทันจากไป ก็ถูกเสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นข้างหู เป็นองค์ชายสามที่พุ่งมายืนข้างนางเมื่อไรมิรู้

“ฮูหยินเซียว”

นางหันมองอย่างตกใจสบเข้ากับดวงตาเปล่งประกายราวปลาที่ได้สัมผัสน้ำ “เจ้าช่วยข้าได้หรือไม่? เพียงแสร้งคุยเล่นอยู่กับข้าครู่หนึ่งก็พอ...”

ชิงหรูเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ อย่างไม่อาจปฏิเสธคนที่เป็นผู้มีพระคุณนางครั้งหนึ่งได้

ชายหนุ่มผงกหัวอย่างขอบคุณแล้วเดินเคียงคู่ชิงหรูจาดกลุ่มคุณหนูไป...

กลุ่มคุณหนูต่างส่งสายตาตามมาไม่ห่าง สายตาหลายคู่เต็มไปด้วยความสงสัย บ้างมีร่องรอยไม่พอใจ บ้างดูไม่เข้าใจนักว่าเหตุใดเขาถึงเลือกไปจากพวกนาง

และทั้งหมดก็จับจ้องมองที่ชิงหรูราวกับนางคือผู้แย่งของรักไป

ลู่ชิงหรูถอนใจยาวอย่างอ่อนใจ...

คนส่วนใหญ่มักกล่าวหาผู้อื่นก่อนคิดว่าจะเป็นความผิดของตนเสมอนั่นล่ะ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
mailชัชชญา สุ่มแสง
ใจร้าย!!! เกินไปแล้ว!!! อัพแค่วันล่ะตอน!! อ๊ากกกกกกกกกกกกก
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 29 แผนร้ายของชิงหยา

    บทที่ 29แผนร้ายของชิงหยาเช้าตรู่ก่อนที่แสงอรุณจะขึ้นพ้นขอบฟ้า ลู่ชิงหรูก็ออกจากบ้านพร้อมกับเสี่ยวเฉิน ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังตลาดสดในตรอกลึกด้านตะวันตกของเมือง ที่นั่นเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบของพ่อค้าหาบเร่และชาวบ้านร้านตลาด ไม่หรูหราแต่ราคาย่อมเยา เหมาะสำหรับร้านเล็กอย่างของนางชิงหรูคลุมผ้าอย่างเรียบร้อย ไร้การแต่งแต้มสีสันบนใบหน้ายามมองมาไม่หวือหวาแต่กลับงดงามดูสะอาดสะอ้าน ข้างตัวมีเสี่ยวเฉินหอบตะกร้าสานเดินตามอยู่ไม่ห่าง ทั้งสองจอดแวะร้านขายเนื้อหมูสด กลิ่นเลือดจาง ๆ โชยมาตามลม“เอาเนื้อครึ่งชั่ง กับตับอีกนิด” นางบอกพลางหยิบถุงผ้าส่งให้แม่ค้าหญิงขายเนื้อมองนางแล้วแค่นหัวเราะเบา ๆ ทันที สตรีที่งดงามไม่เหมือนชายบ้านเช่นนี้ใครเล่าจะจำไม่ได้“โฮะ ฮูหยินผู้สูงศักดิ์ในอดีตถึงขั้นต้องมาซื้อของตลาดเองหรือ…ช่างเป็นเกียรติเสียจริง”น้ำเสียงเสียดแทงทำให้เสี่ยวเฉินหน้าเปลี่ยน ตาเริ่มแข็ง แต่ชิงหรูกลับรับของแล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางแทนอย่างไม่ใส่ใจ“ราคาตามป้ายหรือมีอะไรพิเศษให้คนเคยแต่งงานแล้วแต่ถูกหย่าบ้างหรือไม่?”หญิงขายเนื้อชะงักไปเล็กน้อย แล้วหัวเราะหยันแต่ก็ไม่กล้าพูดต่อ นางเอกจ่ายเงินและพา

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 28 พานางกลับมา

    บทที่ 28พานางกลับมายามโพล้เพล้ของเมืองหลวง แสงอาทิตย์เอียงต่ำทอดผ่านหน้าร้านเล็ก ๆ ในตรอกแห่งหนึ่ง บนป้ายไม้เขียนด้วยพู่กันว่า หอข้าวหอม กลิ่นกับข้าวหอมฉุยลอยกรุ่นอบอวลไปทั่วบริเวณลู่ชิงหรูในชุดสีกลางดูธรรมดาขัดกับใบหน้าสดใสผุดผาด กำลังใช้กระบวยตักน้ำแกงราดลงบนข้าวสวยร้อนให้ชายชราที่เพิ่งกลับจากไปทำงานผู้หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยนให้“ระวังร้อนนะเจ้าคะ”ร้านของนางมีโต๊ะไม้สามตัว กับม้านั่งเก่า ๆ ไม่กี่แถบ เสี่ยวเฉินช่วยดูแลร้านส่วนอื่น มีเสี่ยวเอ้อหนุ่มร่างเล็กวิ่งรับคำสั่งด้วยความคล่องแคล่ว ถึงจะเป็นเพียงร้านเล็ก ๆ แต่บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองจนผู้คนแน่นทุกวัน และแม้จะทำกำไรได้ไม่มากเท่าการส่งผงปรุงรสให้ราชสำนัก แต่นางก็รู้สึกเป็นสุขที่ได้ลงมือปรุงกับมือ ให้ผู้คนชนชั้นล่างได้อิ่มท้องในราคาย่อมเยาว์นางคือร้านอาหารขายข้าวราดหลายอย่างที่ทำไว้ก่อนแล้ว พอลูกค้ามาก็เลือกกับข้าวและตักให้ทันใจร้านเปิดจนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้า เหลือเพียงกับข้าวเล็กน้อย ขณะที่เสี่ยวเฉินกำลังจะล้างชามเตรียมเก็บร้าน เสียงฝีเท้าเรียงกันเป็นจังหวะก็ดังขึ้นจากปากตรอกเสียก่อนพวกเขามากันอีกแล้ว...“เหลือเท่าใดพว

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 27 ข้าก็ไม่คิดจะแต่งกับใครอีก

    บทที่ 27ข้าก็ไม่คิดจะแต่งกับใครอีก“พี่ใหญ่!” น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงแววเตือน “ปล่อยนางเถอะขอรับ”หลิงชวนยืนอยู่ไม่ไกลเดินเข้ามายืนระหว่างทั้งสองมือข้างหนึ่งจับแขนญาติผู้พี่ที่ตลอดชีวิตนี้เราทั้งสองแข่งกันมาโดยตลอดทว่าก่อนจะเกิดเรื่องใหญ่ไปกว่านั้นก็เป็นชิงหรูที่เอ่ยเสียงสั่นเครือ“ช่วยพาข้าออกไปที” นางพูดโดยไม่แม้จะมองเซียวเหยียนหลงเลย...“แน่ใจแล้วหรือ?”หลิงชวนถามย้ำ ขณะที่เอี้ยวตัวมองสตรีร่างบอบบางสบเข้ากับนแววตาที่ไม่สั่นไหวของนาง เขาก็พยักหน้า แล้วหันกลับไปสบตากับพี่ชายตนเซียวเหยียนหลงยืนนิ่ง มือกำแน่นอยู่ข้างลำตัว สายตาจ้องมองสองคนที่ยืนคุยกันราวไม่มีคนอื่นก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นเยียบพาลให้คนรอบข้างหนาวสะท้าน“หากเจ้ากล้าก้าวออกไปพร้อมหลิงชวนวันนี้...อย่าคิดว่าจะได้กลับมาอีก”น้ำเสียงของเขาเหมือนมีดที่กรีดผ่านหัวใจคน แม้ดูสงบเรียบแต่สั่นสะเทือนถึงกระดูก แน่นอนว่าคำพูดนั่นไม่ทำให้ชิงหรูหันกลับไป นางหมุนกายเดินจากออกมาอย่างไม่ลังเล...ระหว่างทางนั้นชิงหรูเดินผ่านอดีตแม่สามีเวินซื่อฟางที่ได้ยินทุกอย่างขณะกำลังจะเข้ามาก็ถึงกับเบิกตาโพลงอย่างไม่อยากเชื่อหูที่ได้ยินลูกสะใภ้ที

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน    บทที่ 19 เหตุใดนางถึงได้ตัวร้อนเป็นไฟเช่นนี้

    บทที่ 19เหตุใดนางถึงได้ตัวร้อนเป็นไฟเช่นนี้รุ่งอรุณของวันใหม่ค่อย ๆ สาดแสงลอดผืนผ้าของกระโจมเข้ามา อากาศเย็นยามเช้ากระทบผิวพาให้ร่างบางบนเตียงหนาวสะท้านเล็กน้อยชิงหรูลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ภายในกระโจมเงียบราวกับไม่มีผู้ใดอยู่ ร่างของบุรุษผู้ครอบครองเตียงนี้ หาได้อยู่เคียงข้างนางไม่เขา…คงไม่แม้จะนอนร่วมเตียงกับนางเลยสินะก็ไม่ได้น่าประหลาดใจ เพราะรู้แต่แรกว่าความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเขามิเคยมีคำว่า รัก เกิดขึ้นแม้แต่น้อย สิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้น ไม่ต่างอะไรกับการตอกย้ำว่านาง…เป็นเพียงของสิ่งหนึ่ง ของที่เขาหวงและไม่ยอมให้ใครแตะต้องก่อนตนเองก็เท่านั้นชิงหรูหัวเราะเบา ๆ ออกมาอย่างฝืนใจ...ก็ดีเหมือนกัน จากที่คิดจะย้อนกลับบัดนี้นอกจากทำทุกอย่างเพื่อมีชีวิตรอดแล้ว ชิงหรูก็จะไม่ไปใส่ใจเรื่องอื่นใดอีกชิงหรูพยุงร่างลุกจากเตียง เนื้อตัวยังระบมและอ่อนล้าในทุกฝีก้าว ความเจ็บที่แล่นผ่านส่วนล่างของร่างกายทำให้นางต้องเม้มริมฝีปากไว้แน่น เพื่อมิให้หลุดเสียงครางออกมาค่ำคืนที่ผ่านมานั้น…นางไม่อาจหลอกตนเองได้ว่ามันอ่อนโยน หากแต่มันเป็นผลจากแรงโทสะของบุรุษผู้นั้น เป็นการสั่งสอนเป็นการประกาศสิท

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 26 ท่านแม่ทัพได้โปรดลงนามด้วย...

    บทที่ 26ท่านแม่ทัพได้โปรดลงนามด้วย...ใต้เงาไม้อันเงียบสงัด ร่างสูงใหญ่ของเซียวเหยียนหลงเดินก้าวอย่างรวดเร็วไปตามแนวทางเดิน เขาไม่ได้มีจุดหมายใด เพียงแต่ต้องการให้ลมตีหน้าเพื่อลดอารมณ์ที่พุ่งทะยานจนไม่อาจควบคุมเมื่อครู่มือหนากำแน่นจนเส้นเอ็นโป่งพอง ยังรู้สึกถึงแรงข่วนบนหน้า… แผลเล็กน้อยเท่านั้น แต่มันเจ็บยิ่งกว่ายามดาบเฉือน เขาไม่รู้ว่าเจ็บเพราะแผลหรือเพราะสายตาที่นางมองเขาในยามนั้นกันแน่…“เจ้าเป็นของของข้า…”คำพูดที่เอ่ยออกไปด้วยความโมโหยังดังก้องอยู่ในหัว แต่เมื่ออารมณ์เริ่มสงบลง เขากลับเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองเหตุใดเขาจึงโกรธถึงเพียงนั้น?เขาหึง… อย่างที่นางว่าหรือ?สมองของเขาเถียงขึ้นมาทันที ราวกับไม่อาจยอมรับคำตอบเสียศักดิ์ศรีเช่นนั้น เซียวเหยียนหลงผู้ไม่เคยพ่ายต่อหญิงใด จะมายอมรับว่าตนหึงนางเพียงเพราะนางไปพบบุรุษอื่นน่ะหรือ?ไร้สาระ !เขาคำรามเบา ๆ กับตัวเอง แล้วขบกรามแน่น ราวจะบดขยี้ความคิดนั้นให้มลายหายไป“ข้าเพียง…ไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องของของข้าเท่านั้น”ใช่… เขาโน้มน้าวตัวเองเช่นนั้น ความรู้สึกอึดอัดในอกนั้น…มันคือความไม่พอใจที่ของ ๆ เขาถูกแตะต้อง ไม่ใช่เพราะ…หัวใจเขาหวั่น

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 25 ฮูหยินเช่นข้าไม่มีหัวใจหรืออย่างไร

    บทที่ 25ฮูหยินเช่นข้าไม่มีหัวใจหรืออย่างไรลู่ชิงหรูที่เพิ่งก้าวเท้าลงจากรถม้าไม่ทันได้พักเหนื่อยดี ก็ถูกสาวใช้มาเชิญให้ไปยังห้องรับรองพบกับแม่สามีดวงตาของชิงหรูหรี่ลงเพียงครู่ แต่ก็ก้าวตามไปโดยไม่เอ่ยให้มากความ ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องรับรอง พลันสายตาก็สบกับร่างของบุคคลที่นางไม่คิดว่าจะพบในเวลานี้...หนิงชิงหยาหญิงสาวในชุดบางเบาสีงาช้างนั่งอยู่ข้างเวินซื่อฟาง สีหน้าทั้งสองแลดูสดใสรื่นเริงจนน่าประหลาดใจ… โดยเฉพาะคนเป็นแม่สามีที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีวาจานุ่มนวลกับตนเช่นนี้มาก่อนแต่กลับมองให้ชิงหยาอย่างง่ายดาย“ชิงหรู เจ้ามาแล้ว” เหวินซื่อฟางเอ่ยเสียงละมุนผิดวิสัย “พี่ชายของชิงหยากลับถึงเมืองหลวงแล้ว แม่ตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับให้สมเกียรติ แล้วก็ตั้งใจให้เจ้าเป็นคนดูแลงานทั้งหมด”การจัดการในจวนนี้เป็นหน้าที่ของผู้เป็นฮูหยินตระกูลเซียวเช่นชิงหรูอยู่แล้วก็จริง แต่ที่ไม่ปกติคือเหตุใดสกุลเซียวถึงต้องจัดการเลี้ยงฉลองให้คนสกุลหนิงด้วย...ทว่านางที่อยู่ในฐานะไม่ต่างจากคนที่มาอิงอาศัยก็ได้แต่รับคำนั่นล่ะ“เจ้าค่ะ ข้าจะจัดการให้เรียบร้อย”เมื่อล่ำลาออกมาจากห้องรับรอง ลู่ชิงหรูก็คิดจะเด

  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 20 เจ้าจะได้ตายคากระโจมข้า

    บทที่ 20 เจ้าจะได้ตายคากระโจมข้ากลิ่นยากลิ่นสมุนไพรลอยอบอวลในอากาศ ริมฝีปากแห้งซีดเซียวค่อยขยับเปิดเล็กน้อยชิงหรูลืมตาขึ้นพอจมูกได้กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ชวนให้รู้ทันทีว่านางกำลังนอนอยู่ในกระโจมปฐมพยาบาลของค่ายทหาร“แม่นางลู่…ฟื้นแล้วหรือ?”เสียงอ่อนนุ่มของท่านหมอวัยกลางคนดังขึ้นข้างเตียง เขา

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 11 นี่หรือ...สตรีของท่านแม่ทัพ?

    บทที่ 11นี่หรือ...สตรีของท่านแม่ทัพ?เสียงแตรเขาควายเรียกยามย่ำรุ่งก็ดังขึ้นทั่วค่าย ฝุ่นดินปลิวลอยบางเบาตามแรงลมที่โบกผ่านลานฝึกซ้อม เสียงรองเท้าทหารกระทบพื้นดินดังก้องเป็นจังหวะคล้ายเพลงของเหล่ากองทัพในมุมหนึ่งของกระโจมที่พักรวม ชิงหรูกับเสี่ยวเฉินลุกขึ้นเงียบ ๆ รอให้เหล่าทหารไปใช้ลำธารแระจำของ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 18 ข้าจะตอบสนองในสิ่งที่เจ้าต้องการมาตลอด

    บทที่ 18ข้าจะตอบสนองในสิ่งที่เจ้าต้องการมาตลอด“ลงโทษฮูหยินของข้าอย่างไรเล่า!” เขากระซิบเสียงต่ำ พร้อมทั้งโน้มกายลงประทับรอยจุมพิตร้อนระอุไว้บนลาดไหล่ที่เพิ่งเปลือยเปล่าไร้ผ้าคลุม ดวงตาเขาหลุบลงมองผิวขาวเนียนที่เริ่มปรากฏตรงหน้าอย่างลุ่มหลงราวมีวิญญาณอื่นใดสิงริมฝีปากที่เคยกดลงด้วยความโกรธ กลับแ

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
  • ชะตานางร้าย ข้าขอบายแล้วกัน   บทที่ 15 นางกล้าขัดคำสั่งข้าเช่นนี้

    บทที่ 15 นางกล้าขัดคำสั่งข้าเช่นนี้รุ่งอรุณแรกของวันใหม่มาถึงพร้อมกลิ่นไอเย็นจากสายลมเช้าลู่ชิงหรูเดินออกจากกระโจมของแม่ทัพเซียวด้วยฝีเท้าอ่อนแรงด้วยยามเมื่อหลับตาลง กลับต้องคอยเฝ้าชายผู้หนึ่งดั่งเป็นทาสรับใช้ และคอยตื่นตระหนกกับเสียงพลิกกายของเขา มิอาจหลับได้เต็มตาแม้เพียงชั่วยามเดียวเมื่อก้าว

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-17
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status