หน้าหลัก / รักโบราณ / ชายาตาบอดของทรราช / ห้วงที่ ๑๐ ค่ายกลตำหนักโซ่วคัง

แชร์

ห้วงที่ ๑๐ ค่ายกลตำหนักโซ่วคัง

ผู้เขียน: ต้นไม้แห้ง
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-24 21:11:44

บรรยากาศภายในเรือนซวี่เยี่ยที่เคยอึมครึมก็แปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด จื่อเยวียนรับคำสั่งแล้วเร้นกายหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมขบวนรถม้า ทิ้งให้สตรีร่างอรชรนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว

การก้าวเข้าสู่ตำหนักโซ่วคังของไทเฮา ❛เหยาซื่อ❜ สตรีผู้อยู่จุดสูงสุดแห่งวังหลังย่อมไม่ต่างจากการเดินเข้าสู่ปากถ้ำมังกรที่เต็มไปด้วยหอกดาบซ่อนเร้น

“ลุกขึ้นมาแต่งตัวให้เรียบร้อย หากเจ้ามัวแต่สั่นอยู่เช่นนี้ คงได้ถูกสตรีเฒ่าผู้นั้นเคี้ยวกลืนลงท้องตั้งแต่ยังไม่ทันข้ามธรณีประตู” เยี่ยนสิงโจวปรายตามองดรุณีน้อยที่ยังคงทำทีเป็นหวาดผวา น้ำเสียงของเขาแม้จะฟังดูเย็นชา ทว่ากลับเจือความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ถูก

เซียวรั่วเวยแสร้งทำเป็นใช้แขนเสื้อซับน้ำตา พยุงกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก “หม่อมฉันยหวาดกลัวนี่เพคะ พระนางคือไทเฮา หากหม่อมฉันทำสิ่งใดผิดพลาดไปแม้นิดเดียว ชีวิตน้อย ๆ ของหม่อมฉันคงหาไม่แล้ว”

“จำเอาไว้ให้ขึ้นใจ” ชายหนุ่มก้าวเข้ามาประชิด มือหนาเชยคางมนขึ้นมาสบตากับนัยน์ตาสีหมึกอันลึกล้ำ “เมื่ออยู่ต่อหน้าไทเฮาจงเป็นสตรีตาบอดที่โง่เขลาและซุ่มซ่าม หากนางประทานสิ่งใดให้ห้ามปฏิเสธ แต่จงรับมาด้วยความขลาดเขลาอย่างที่เจ้าถนัด ส่วนเรื่องอื่นเปิ่นหวางจะจัดการเอง”

นงคราญลอบกลืนน้ำลายลงคอ พยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย แม้ในใจจะแอบค่อนขอดว่าเขาช่างเผด็จการเสียจริง ทว่าความจริงจังในแววตาของอุปราชหนุ่มก็ทำให้นางตระหนักได้ว่าศึกกระดานนี้อันตรายเพียงใด

.

ยามเฉิน ขบวนรถม้าของจวนผู้สำเร็จราชการแผ่นดินก็เคลื่อนผ่านประตูวังหลวง มุ่งหน้าสู่ตำหนักโซ่วคังอันโอ่อ่าตระการตา กลิ่นเครื่องหอมชั้นสูงลอยอวลออกมาจากด้านใน บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงกระโปรงกวาดไปตามพื้น

เมื่อก้าวเข้าสู่ท้องพระโรง นางกำนัลและขันทีนับสิบต่างยืนก้มหน้าอย่างสงบเสงี่ยม บนพระที่นั่งสลักลายหงส์ทองคำ ไทเฮาเหยาซื่อในฉลองพระองค์สีเหลืองทองอร่ามกำลังประทับนั่งจิบชาด้วยท่วงท่าสง่างาม พระพักตร์ที่แม้จะล่วงเลยเข้าสู่วัยห้าสิบชันษาทว่ายังคงเค้าความงดงามและเปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาดดุดัน นัยน์ตาหงส์ตวัดมองผู้มาเยือน

“ถวายบังคมไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ”

“ถวายบังคมไทเฮาเพคะ”

ร่างสูงของเยี่ยนสิงโจวเพียงแค่ค้อมศีรษะลงเล็กน้อยตามธรรมเนียมของผู้มีอำนาจล้นฟ้า ในขณะที่หญิงสาวข้างกายรีบทิ้งตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นอย่างนอบน้อม แสร้งทำตัวสั่นเทาจนปิ่นระย้าบนศีรษะสั่นไหว

“ตามสบายเถิดท่านอุปราช” ไทเฮาแย้มพระสรวลบางเบา ทว่าแววตาหาได้ยิ้มตามไม่ “อายเจียได้ยินเรื่องราวความวุ่นวายในงานเลี้ยงชมจันทร์เมื่อคืน จึงนึกเป็นห่วงคุณหนูใหญ่ตระกูลเซียวที่ต้องตื่นตระหนกเสียขวัญ เข้ามาใกล้ ๆ อายเจียสิเด็กดี ให้อายเจียได้เห็นหน้าสตรีที่ท่านอุปราชโปรดปรานชัด ๆ สักหน่อย”

เซียวรั่วเวยตัวแข็งทื่อ นางลอบปรายตามองเงาร่างของบุรุษข้างกาย เมื่อเห็นเขาพยักหน้าให้น้อย ๆ โฉมงามจึงค่อย ๆ คลานเข่าเข้าไปใกล้ขั้นบันไดพระที่นั่งด้วยท่าทีงุ่มง่าม แสร้งทำเป็นกะระยะผิดจนเข่าชนกับขอบบันไดหินอ่อนดังกึก

“โอ๊ย” ร่างอรชรอุทานแผ่วเบา รีบก้มหน้างุด “หม่อมฉัน... หม่อมฉันสายตาฝ้าฟาง มองสิ่งใดไม่ค่อยชัด ขอประทานอภัยที่เสียมารยาทเพคะ”

“โถ... ช่างน่าเวทนานัก” สตรีผู้สูงศักดิ์ทอดถอนพระทัย แสร้งทำน้ำเสียงเมตตาอารี “ดวงตางดงามปานนี้กลับมองเห็นเพียงความมืดมิด ท่านอุปราชช่างมีน้ำใจกว้างขวางที่รับนางไว้ดูแล แต่จวนอุปราชนั้นมีแต่บุรุษหยาบกระด้าง อายเจียเกรงว่าจะไม่มีผู้ใดปรนนิบัติดูแลนางได้อย่างนุ่มนวลเพียงพอ”

ไทเฮายกพระหัตถ์ขึ้นส่งสัญญาณ เพียงครู่เดียว ขันทีชราก็นำกล่องสลักลายวิจิตรบรรจงใบหนึ่ง เดินเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าของดรุณีน้อย

“อายเจียได้ให้หมอหลวงปรุงยาลูกกลอนเนตรสวรรค์ ซึ่งสกัดจากโสมโลหิตพันปี มีสรรพคุณช่วยฟื้นฟูเส้นประสาทตา ถือเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งในแผ่นดิน อายเจียขอประทานสิ่งนี้ให้เป็นรางวัลปลอบขวัญแก่เจ้า รับไปสิอนุเซียว”

ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรง ยาลูกกลอนเนตรสวรรค์กระนั้นหรือ? เซียวรั่วเวยที่คลุกคลีกับยาพิษมาตั้งแต่เด็กย่อมรู้ดีว่าของล้ำค่าระดับนั้นหากมีอยู่จริงฮ่องเต้คงเก็บไว้ใช้เอง ไม่มีทางหลุดรอดมาถึงมือของสตรีบรรณาการเช่นนางแน่ กล่องไม้ใบนี้ต้องมีสิ่งใดแอบแฝงอยู่เป็นแน่แท้

นางลอบชำเลืองมองกล่อง ประสาทสัมผัสการได้ยินอันเป็นเลิศของนาง จับเสียงกุกกักแผ่วเบาดังมาจากภายในกล่อง ราวกับมีสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังฝนเขี้ยวและขยับตัวไปมา

อสรพิษ!

นงคราญเบิกตากว้างในใจ ไทเฮาผู้นี้ช่างโหดเหี้ยมผิดมนุษย์!

หากนางเป็นสตรีตาบอดที่ไร้วรยุทธ์จริง เมื่อเปิดกล่องออกมาย่อมถูกอสรพิษฉกกัดจนสิ้นใจ แต่หากนางไหวตัวทันและใช้วรยุทธ์หลบหลีก ความลับเรื่องสายตาและพลังปราณที่ปกปิดไว้ก็จะถูกเปิดโปงต่อหน้าทรราชหนุ่มและคนทั้งตำหนัก

เป็นแผนการยิงธนูดอกเดียวได้นกสองตัวอย่างแท้จริง!

“เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่งนักเพคะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่นเครือ สองมือบางที่ยื่นออกไปรับกล่องสั่นระริก นางแสร้งทำเป็นคลำหาสลักเปิดกล่องด้วยท่าทีงุ่มง่าม

นางไม่อาจหลบหลีกได้ หากหลบ นางต้องตายด้วยน้ำมือของเยี่ยนสิงโจวแน่ แต่หากไม่หลบ นางก็อาจตายด้วยพิษงู

ทว่าพิษอสรพิษในวังหลวงแม้จะร้ายแรงเพียงใด แต่ร่างกายของนางที่ถูกฝึกฝนให้ต้านทานพิษมานับร้อยชนิดย่อมสามารถยื้อเวลาได้นานพอที่จะหาทางรอด

‘เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน!’

สลักกล่องไม้ถูกเปิดออก เซียวรั่วเวยแสร้งทำเป็นยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อเพ่งมองของภายในด้วยท่าทีตาฝ้าฟาง ทันใดนั้นเอง

ฟ่อ!

เงาสีดำขลับของอสรพิษเกล็ดนิลพุ่งทะยานออกจากกล่องไม้ด้วยความเร็ว เขี้ยวอาบยาพิษสีเขียวคล้ำพุ่งตรงเข้าหาใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวอย่างมาดร้าย

“กรี๊ดดดด!”

โฉมงามแผดเสียงร้องลั่น แสร้งทำเป็นตกใจจนหงายหลังล้มตึง ทว่านางจงใจเบี่ยงใบหน้าหลบในมุมอับสายตา และยกท่อนแขนซ้ายขึ้นมาบังหน้าไว้แทน

ฉึก!

เขี้ยวพิษฝังลึกเข้าที่ปลายแขนขาวผ่องทะลุเนื้อผ้าไหม ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาถึงหัวไหล่ ร่างอรชรดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้น หยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดร่วงหล่นลงมาอย่างไม่อาจเสแสร้ง

“อนุเซียว!”

เสียงคำรามก้องของบุรุษเหนือคนทำเอาตำหนักโซ่วคังสั่นสะเทือน เยี่ยนสิงโจวพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่สายตาคนธรรมดามองไม่ทัน ชายหนุ่มตวัดฝ่ามือเพียงครั้งเดียว ปราณเร้นลับอันดุดันก็ซัดเข้าใส่ร่างของอสรพิษเกล็ดนิลจนแหลกละเอียดกลายเป็นกองเลือดกระเด็นไปติดเสาตำหนัก

ร่างสูงทรุดตัวลงประคองสตรีที่กำลังดิ้นรน ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงไปด้วยโทสะอันเดือดพล่าน นัยน์ตาสีหมึกวาวโรจน์ เขารีบสกัดจุดชีพจรที่ต้นแขนของนางเพื่อป้องกันไม่ให้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจ

“ไทเฮา! นี่มันหมายความว่าอย่างไร!” พยัคฆ์ร้ายตวัดสายตาขึ้นมองสตรีบนพระที่นั่ง รังสีสังหารแผ่ซ่านกดทับจนเหล่านางกำนัลและขันทีพากันล้มทรุดลงไปกองกับพื้น หายใจไม่ออก

เหยาไทเฮาแสร้งทำพระพักตร์ตื่นตระหนก ผุดลุกขึ้นประทับยืน

“สวรรค์! เหตุใดจึงมีอสรพิษไปซ่อนอยู่ในกล่องยาลูกกลอนได้ ขันที! พวกเจ้าทำหน้าที่กันประสาอะไร ปล่อยให้มีของพรรค์นี้ปะปนมาได้อย่างไร ลากตัวเจ้าพวกสุนัขไม่ได้ความไปโบยให้ตายเดี๋ยวนี้!”

การแสดงงิ้วโยนความผิดให้บ่าวไพร่ดำเนินไปอย่างแนบเนียน ทว่าเยี่ยนสิงโจวไม่มีเวลามาต่อล้อต่อเถียง ชายหนุ่มก้มมองดรุณีน้อยในอ้อมแขนที่บัดนี้ริมฝีปากเริ่มซีดเผือด ริมฝีปากอวบอิ่มพึมพำอย่างไม่ได้สติ รอยแผลที่ถูกกัดเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำอย่างรวดเร็ว

“ท่านอุปราช” ร่างบางพยายามเค้นเสียง ร่ายมนตร์มารยาบทสุดท้ายแม้ในยามเฉียดตาย สองมือสั่นเทาคว้าจับสาบเสื้อของเขาไว้แน่น “หม่อมฉันเจ็บเหลือเกิน หม่อมฉันกำลังจะตายใช่หรือไม่เพคะ”

“หุบปาก! เจ้าจะไม่ตาย หากเปิ่นหวางไม่อนุญาต เจ้าก็ห้ามตาย!” น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ในขณะที่บุรุษหนุ่มกำลังจะอุ้มร่างของนางขึ้นเพื่อพากลับไปรักษา จู่ ๆ นิ้วชี้ที่เปื้อนเลือดของเซียวรั่วเวยก็ขยับเขียนตัวอักษรบางอย่างลงบนฝ่ามือหนาของเขาอย่างรวดเร็ว

สัมผัสที่ขีดเขียนลงบนฝ่ามือทำให้ร่างกายของเยี่ยนสิงโจวแข็งทื่อ นัยน์ตาคมเบิกกว้างขึ้นชั่วขณะเมื่ออ่านคำที่สตรีในอ้อมกอดตั้งใจส่งสารมาให้ท่ามกลางความเป็นความตาย

เปรี้ยง!

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ประมวลผลสิ่งใด บานประตูทองเหลืองบานใหญ่ของตำหนักโซ่วคังก็ถูกปิดกระแทกเข้าหากันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

“เกิดอะไรขึ้น?!” จื่อเยวียนที่รออยู่หน้าประตูตวาดลั่น พร้อมกับเสียงปะทะฝีมือขององครักษ์เงาที่ดังมาจากด้านนอก

พรึ่บ! พรึ่บ! พรึ่บ!

เงาดำนับร้อยสายพุ่งทะยานลงมาจากขื่อหลังคาและฉากกั้นทุกทิศทาง มือสังหารสวมชุดดำอำพรางใบหน้าพร้อมหน้าไม้กลไกที่เล็งเป้าตรงมายังกลางท้องพระโรง ล้อมกรอบผู้สำเร็จราชการแผ่นดินไว้อย่างแน่นหนา

เหยาไทเฮาที่แสร้งทำเป็นตื่นตระหนกเมื่อครู่กลับทรุดตัวลงนั่งบนพระที่นั่งหงส์อย่างใจเย็น พระนางยกถ้วยชาขึ้นจิบ มุมพระโอษฐ์เหยียดยิ้มอำมหิต

“นกน้อยในกรงทองดิ้นรนไปก็ไร้ค่า” เสียงเย็นเยียบดังกังวานก้องตำหนัก “ท่านอุปราช ท่านช่างประมาทนักที่กล้าก้าวเข้ามาในค่ายกลหมื่นพิรุณของอายเจียเพียงลำพัง เพียงเพราะต้องการปกป้องสตรีตาบอดไร้ค่าเพียงคนเดียว วันนี้กระดานหมากแคว้นต้าฉีคงต้องเปลี่ยนตัวผู้คุมกระดานเสียแล้ว”

สถานการณ์พลิกผันอย่างคาดไม่ถึง อสรพิษในกล่องไม้เป็นเพียงตัวล่อ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและลดทอนพลังปราณของเยี่ยนสิงโจวในการช่วยชีวิตเซียวรั่วเวย

ทว่านัยน์ตาสีหมึกของทรราชหนุ่มกลับทอประกายลึกล้ำ ชายหนุ่มกระชับร่างอรชรในอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ก่อนจะแหงนหน้าขึ้นหัวเราะเสียงดังจนเพดานตำหนักแทบถล่ม

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ไทเฮาช่างเลอะเลือนนัก” น้ำเสียงของเขาดุดันและทรงอำนาจจนมือสังหารบางคนถึงกับมือสั่น “ท่านคิดจริง ๆ หรือ ว่าหมากกระจอกตื้นเขินเช่นนี้จะสามารถกักขังคนรอย่างเปิ่นหวางได้!?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาตาบอดของทรราช   ห้วงพิเศษที่ ๐๓ จอมทรราชศิโรราบ

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอย่างเงียบเชียบ เหมันตฤดูในปีที่สามนับตั้งแต่การปราบกบฏครั้งใหญ่ได้หวนกลับมาเยือนแผ่นดินต้าฉีอีกครา เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าสีหม่นร่วงหล่นปกคลุมยอดหลังคากระเบื้องเคลือบของจวนผู้สำเร็จราชการแผ่นดินจนขาวโพลน อากาศภายนอกเหน็บหนาวจนบาดลึกถึงกระดูก ทว่าความหนาวเย็นเหล่านั้นกลับมิอาจกล้ำกรายล่วงล้ำเข้าไปทำลายความอบอุ่นภายในศาลาริมสระเหลียนฮวาได้เลยแม้แต่น้อยเตาผิงทองเหลืองสลักลายวิจิตรถูกจุดถ่านไม้หอมจนแดงฉาน แผ่ซ่านไออุ่นกำจายไปทั่วบริเวณศาลาแปดเหลี่ยมที่ถูกกางกั้นด้วยม่านผ้าแพรหนาหนักเพื่อกันลมหนาว ภายในนั้น โฉมสะคราญกำลังเอนกายพิงพนักเก้าอี้ไม้อย่างเกียจคร้าน เรือนร่างอรชรถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีเงินยวง นัยน์ตากลมโตสุกใสทอดมองกิ่งเหมยฮวาที่ชูช่อเบ่งบานท้าทายเกล็ดหิมะอยู่นอกศาลาอย่างเพลิดเพลิน ริมฝีปากอวบอิ่มแต้มชาดสีอ่อนคลี่ยิ้มบางเบา“นายหญิง อากาศเริ่มเย็นลงมากแล้ว กลับเข้าเรือนหลานซินดีหรือไม่เพคะ ประเดี๋ยวท่านอุปราชกลับมาจากราชสำนักแล้วไม่พบท่าน จะพาลตำหนิพวกบ่าวได้นะเพคะ” สาวใช้คนสนิทเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเจือความกังวล พลางขยั

  • ชายาตาบอดของทรราช   ห้วงพิเศษที่ ๐๒ โคมประทีปส่องสว่าง

    กาลเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านอย่างเชื่องช้า เหมันตฤดูอันหนาวเหน็บพ้นผ่านไปครบหนึ่งรอบปี วสันต์ฤดูหวนคืนสู่แผ่นดินต้าฉีอีกครั้ง พร้อมกับความสงบร่มเย็นที่แผ่ไพศาลไปทั่วทุกหัวระแหงภายใต้การปกครองอันเด็ดขาดทว่าเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมของผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน เมืองหลวงที่เคยเต็มไปด้วยคลื่นใต้น้ำบัดนี้เจริญรุ่งเรืองและมั่งคั่ง ราษฎรต่างอยู่เย็นเป็นสุข ไร้ซึ่งศึกสงครามหรือการฉ้อราษฎร์บังหลวงค่ำคืนนี้คือเทศกาลหยวนเซียว เป็นเทศกาลโคมไฟอันยิ่งใหญ่ ทั่วทั้งเมืองหลวงสว่างไสวไปด้วยโคมประทีปหลากสีสันนับหมื่นแสนดวงที่แขวนประดับประดาตามบ้านเรือนและร้านรวง เสียงดนตรีพื้นบ้านและเสียงหัวเราะแห่งความปีติยินดีลอยล่องมาตามสายลม บรรยากาศคึกคักมีชีวิตชีวาภายในห้องหอของเรือนหลานซินอันวิจิตรตระการตา เซียวรั่วเวยกำลังยืนหมุนตัวอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ โฉมสะคราญอยู่ในชุดกระโปรงผ้าไหมสีแดงอมชมพูอ่อนปักลวดลายดอกเหมยฮวา ขับเน้นผิวพรรณขาวผ่องให้ดูเปล่งปลั่งมีน้ำมีนวล เรือนผมสีหมึกถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะ ปักด้วยปิ่นหยกมันแกวลายพยัคฆ์เคียงจิ้งจอกซึ่งเป็นของแทนใจที่หวงแหนที่สุด“ท่านพี่ เร่งมือเข้าเถิดเจ้าค

  • ชายาตาบอดของทรราช   ห้วงพิเศษที่ ๐๑ วสันต์รัญจวน

    ม่านรัตติกาลแผ่คลุมไปทั่วทุกทิศา ความเงียบปกคลุมสรรพสิ่ง ทิ้งไว้เพียงเสียงหยาดน้ำค้างที่เกาะตัวบนปลายใบไผ่ ครั้นวสันต์ฤดูที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกำยานอำพัน ภายในห้องหอกลับเต็มไปด้วยเสียงหอบหายใจและจังหวะหัวใจที่เต้นสอดประสานกันร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้กุมอำนาจล้นฟ้าทรงกายอยู่เบื้องบนตั่งเตียงกว้างที่ปูลาดด้วยผ้าแพรไหมสีชาด นัยน์ตาสีหมึกทอดมองสตรีใต้ร่างด้วยประกายความปรารถนา เยี่ยนสิงโจวใช้ท่อนแขนล่ำสันยันกายเอาไว้มิให้ทิ้งน้ำหนักลงไปกดทับภรรยาตัวน้อย ปลายนิ้วหยาบกร้านเกลี่ยไล้ปอยผมสีหมึกที่ปรกลงบนดวงหน้าจิ้มลิ้มอย่างทะนุถนอม“เหนื่อยแล้วหรือ ฮูหยิน” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนระอุเป่ารดโฉมสะคราญหอบหายใจ สองแขนเรียวที่โอบรอบลำคอแกร่งอ่อนระทวยจนต้องทิ้งน้ำหนักพิงท่อนแขนของสามี เซียวรั่วเวยช้อนดวงตากลมโตที่คลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใสขึ้นสบตาเขา ใบหน้างดงามซับสีเลือด แววตาขวยเขินเจือตัดพ้อนั้นทำเอาหัวใจของพยัคฆ์ร้ายกระตุก“ท่านพี่ ข้านมิใช่เหล็กกล้าเช่นท่านนะเจ้าคะ ที่จะทนทานพายุโหมกระหน่ำได้ยาวนานปานนี้” ดรุณีน้อยเอ็ดตะโรเสียงแผ่ว กำปั้นเล็กยกขึ้นทุบลงบนแผงอกกำยำเบา ๆ “คืนนี้ท

  • ชายาตาบอดของทรราช   ห้วงที่ ๓๐ บัลลังก์เคียงพยัคฆ์

    รังสีอรุณรุ่งสาดส่องผ่านม่านเมฆา เผยให้เห็นหยาดน้ำค้างที่เกาะพราวอยู่บนกลีบบุปผา แสงสว่างอันอบอุ่นขับไล่ความมืดมิดและลมหนาวของค่ำคืนที่ผ่านมาจนหมด กลิ่นกำยานดอกอวิ๋นเซียงที่เคยหอมกรุ่น บัดนี้ผสานเข้ากับกลิ่นอายการเสพสมและไออุ่นของสองเรือนร่างที่ตระกองกอดกันอยู่ภายใต้ม่านมุ้งสีชาดเทียนมงคลคู่บนโต๊ะมอดดับลงไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงหยาดน้ำตาเทียนที่ละลายเป็นหนึ่งเดียวเซียวรั่วเวยค่อย ๆ ขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่รับรู้คือความเมื่อยขบซึ่งแล่นไปทั่วทุกสัดส่วนของร่างกาย ทว่าในความเจ็บร้าวเหล่านั้นกลับมีความอบอุ่นอันคุ้นเคยโอบล้อมอยู่ สองแขนล่ำสันของบุรุษผู้เป็นสวามียังคงตวัดรัดเอวคอดกิ่วของนางเอาไว้แน่นหนา แผ่นหลังบอบบางแนบชิดอยู่กับแผงอกกว้างที่อุดมไปด้วยมัดกล้าม“ตื่นแล้วหรือ ฮูหยินของข้า”น้ำเสียงแหบพร่าดังขึ้นชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนอ่อนบริเวณต้นคอระหงลุกซู่ ดรุณีน้อยสะดุ้งสุดตัว เอี้ยวใบหน้าหันกลับไปมองก็พบกับนัยน์ตาสีหมึกที่กำลังทอดมองมาด้วยประกายพราวระยับ เยี่ยนสิงโจวตื่นอยู่นานแล้ว ชายหนุ่มใช้ท่อนแขนข้างหนึ่งหนุนศีรษะตนเอง ขณะที่มืออีกข้างกำลังเกล

  • ชายาตาบอดของทรราช   ห้วงที่ ๒๙ วิวาห์สะท้านแผ่นดิน

    ห้วงราตรีอันแสนหวานได้จางหายไปกับแสงแรกแห่งวัน รุ่งอรุณของวสันต์ฤดูเยื้องกรายมาถึง พร้อมกับเสียงประทัดที่ดังกึกก้องไปทั่วผืนนภาของเมืองหลวง แสงตะวันสีทองสาดส่องลงมาสะท้อนกับผืนผ้าแพรสีชาดที่ถูกปูลาดทอดยาวตั้งแต่หน้าประตูจวนผู้สำเร็จราชการแผ่นดินไปจนสุดปลายถนนสายหลัก โคมมงคลนับหมื่นดวงสว่างไสวพลิ้วไหวตามสายลม บรรยากาศทั่วทั้งแว่นแคว้นต้าฉีอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความปีติยินดี งานมงคลสมรสอันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วภายในเรือนหลานซิน เซียวรั่วเวยนั่งสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่มาตั้งแต่ยามอิ๋น สาวใช้และช่างประทินโฉมหลวงนับสิบชีวิตต่างล้อมหน้าล้อมหลังช่วยกันแต่งแต้มความงามให้แก่นายหญิงของจวนอย่างสุดฝีมือ ชุดมงคลผ้าไหมไหมฟ้าเก้าชั้นที่ทอด้วยด้ายทองคำถูกสวมทับบนเรือนร่างอรชร ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวให้ดูงดงามจับตา บนศีรษะเล็กถูกประดับด้วยมงกุฎหงส์ทองคำฝังทับทิมหยดน้ำที่หนักอึ้ง ทว่ากลับส่องประกายระยิบระยับส่งให้ใบหน้าจิ้มลิ้มดูสูงศักดิ์ประดุจเทพธิดาจำแลง“มงกุฎนี่หนักเสียจนคอข้าแทบจะหักแล้ว” โฉมสะคราญบ่นอุบอิบ พลางยกมือเรียวขึ้นแตะปิ่นหยกมันแกวลายจิ้งจ

  • ชายาตาบอดของทรราช   ห้วงที่ ๒๘ วสันต์เบ่งบาน เตรียมงานมงคล

    จุมพิตอันลึกล้ำและยาวนานที่เริ่มต้นจากความหยอกเย้าได้แปรเปลี่ยนจนยากจะหยุดยั้ง ภายในห้องหนังสือที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นหมึกกลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายแห่งความพิศวาส ริมฝีปากของชายหนุ่มบดเบียดแนบชิด ตักตวงความหอมหวานจากโพรงปากเล็กอย่างเอาแต่ใจ ทว่าทุกจังหวะการรุกล้ำกลับเปี่ยมล้นไปด้วยความทะนุถนอม“อื้อ! ทะ... ท่านพี่”เสียงครางประท้วงระคนหอบเหนื่อยดังลอดจากกลีบปากที่บวมเจ่อ ร่างอรชรอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงจนต้องทิ้งน้ำหนักทั้งหมดพิงแผงอกกว้าง สองมือเล็กกำสาบเสื้อคลุมสีเข้มของบุรุษตรงหน้าไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว เมื่อรับรู้ว่าสตรีในอ้อมกอดแทบจะขาดใจเพราะขาดอากาศหายใจ เยี่ยนสิงโจวจึงยอมถอนริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดาย ทว่าเรียวลิ้นยังคงหยอกเย้าซับหยาดน้ำใสบริเวณมุมปากของนางอย่างอ้อยอิ่ง“เพียงแค่นี้ก็หมดลมแล้วหรือ ฮูหยินของข้า” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนขนอ่อนบริเวณต้นคอระหงลุกซู่ นัยน์ตาทอประกายฉ่ำปรือระยับ “ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าให้เตรียมเรี่ยวแรงไว้รับมือสามีผู้นี้ให้ดี หากถึงค่ำคืนเข้าหอจริง ๆ เจ้ามิสลบไสลคาอกข้าตั้งแต่ชั่วยามแรกหรอกหรือ”“ท่านมันหน้าหนานัก! รังแกข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status